อับราฮัม ลิงคอล์น วัยสิบขวบ เดินเท้าระยะทางหกกิโลเมตรครึ่งเพื่อไปโรงเรียนทุกวัน ค่าเรียนสองดอลลาร์ต่อปีจัดว่าไม่น้อย แต่ในสายตาของชาวบ้านหลายคน การเดินทางไกลเพื่อไปรับการศึกษาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังคงต้องทำไร่ทำนา
การศึกษานั้นนำพา อับราฮัม ลิงคอล์น ไปถึงทำเนียบขาว!
ระยะทางหกกิโลเมตรในพื้นที่ป่าจัดว่าไกลและลำบากเอาการสำหรับการเดินเท้าไปกลับทุกวัน แต่มันอาจเทียบไม่ได้กับระยะทางที่เด็กอื่นๆ ทั่วโลกเดินกัน
ปัจจุบันเด็กๆ ชาวอัฟริกาใต้กว่าเก้าล้านคนเดินเท้าไปโรงเรียน ในจำนวนนี้สามล้านคนต้องเดินนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ในชนบทบางท้องที่ เด็กต้องเดินถึงสี่ชั่วโมงเพื่อไปเรียนหนังสือ ในขณะที่เด็กอัฟริกันเดินฝ่าทุ่งร้อน เด็กชาวหิมาลัยเดินฝ่าทุ่งน้ำแข็งอันตรายเพื่อไปโรงเรียน และเด็กไทยในชนบทเดินฝ่าดงดอยหลายกิโลเมตรไปหาวิชาความรู้
ในท้องที่ห่างไกลความเจริญและด้อยโอกาส การได้ไปโรงเรียนถือว่าเป็นของขวัญที่สวรรค์ประทาน มันเป็นหนังสือเดินทางไปสู่ความหวัง ความสำเร็จ และการลืมตาอ้าปากได้ พวกเขาเชื่อว่าการศึกษาจะสร้างความแตกต่างให้ชีวิต ดังนั้นไม่มีใครบ่นเรื่องเดินเท้าไปเรียน
เด็กพวกนี้จัดว่าโชคดี เพราะแม้โลกหมุนมาถึงศตวรรษที่ 21 แล้ว เด็กหลายร้อยล้านคนทั่วโลกยังไม่มีโอกาสเล่าเรียนหนังสือ จำนวนมากกลายเป็นแรงงานเด็ก มิพักเอ่ยถึงเด็กหญิง โอกาสที่จะได้เรียนหนังสือน้อยกว่าน้อย เพราะพ่อแม่เห็นว่าเรียนไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร โตเป็นสาวก็แต่งงานมีเหย้ามีเรือน งานของผู้หญิงคือทำงานบ้าน เลี้ยงลูก ปรนนิบัติสามี ไม่ใช่อ่านหนังสือ
ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนนับสิบหรือหลายสิบกิโลเมตรเป็นเพียงขั้นแรกของการเดินทางไกลสู่ความฝัน เป็นการสร้างความแตกต่างให้ชีวิต สำหรับคนด้อยโอกาส การสร้างความแตกต่างใดๆ ให้ชีวิตเป็นเรื่องที่สมควรทำ!
ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนของ พรทิพย์ ปานอินทร์ มิเพียงไกลอย่างยิ่ง มันยังผ่านโรงรับจำนำ การกู้ยืม การขอทุน ทุกครั้งที่โรงเรียนเปิดเทอมเป็นฝันร้ายของพ่อแม่ มันหมายถึงการหาข้าวของบางชิ้นไปที่โรงรับจำนำ
พรทิพย์เกิดในสลัมคลองเตย ในครอบครัวที่รายได้แทบไม่พอยาไส้ พี่ชายกับพี่สาวมีโอกาสเรียนแค่ชั้น ม. 3 ก็ต้องออกจากโรงเรียนมาหางานทำ ในฐานะลูกคนสุดท้อง ครอบครัวอยากให้เธอเรียนให้จบ เพราะยังเชื่อว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือเดียวที่น่าจะสร้างความแตกต่างได้
แต่การไปโรงเรียนสำหรับคนที่คนเกิดและโตในสลัม หาเช้ากินค่ำเต็มไปด้วยอุปสรรค ในสายตาและความเชื่อของคนส่วนมาก สลัมมีภาพลักษณ์ของความล้มเหลวอยู่ในที ความยากจน การไม่มีโอกาสรับการศึกษา ยาเสพติด อาชญากรรม มันไม่ใช่ภาพจริงทั้งหมด แต่มันก็สะท้อนความจริงหลายภาพ ที่แน่ๆ คือที่นี่ไม่ใช่สภาพแวดล้อมซึ่งเอื้อให้เด็กมีโอกาสทางการศึกษา ย่อมไม่มีใครโทษใครสักคนที่นี่ว่าไม่เรียนหนังสือ
ชีวิตในชุมชนลำบาก น้ำท่วมซอยทุกครั้งเมื่อฝนตกหนักจนต้องลุยน้ำเข้าบ้าน รายได้หามาได้เท่าไรก็ดูเหมือนไม่เคยพอ เธอต้องเรียนหนักกว่าคนอื่นหลายเท่า ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง แต่เมื่อเลือกมาทางนี้ ก็ต้องไปให้สุดทาง
โลกคือการแข่งขัน ไม่ว่าจะอยากแข่งหรือไม่ เราก็ไม่มีทางเลือก เราทุกคนเป็นต้นไม้ในป่าใหญ่ ต้องเอาตัวรอดเอาเอง เป้าหมายของเกมแห่งชีวิตคือต่อยอดชูใบให้ถึงฟ้า
คนที่มีโอกาสย่อมพร้อมกว่าในการแตกรากชูใบถึงฟ้า คนที่ไร้โอกาสต้องดิ้นรนหนักกว่าหลายเท่า แต่มันเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายเดียวกัน เหมือนต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่ถูกขนาบด้วยเหล่าไม้ใหญ่พยายามจะงอกรากในพื้นที่แคบๆ เติบโตขึ้น แต่หากมองให้ดี จะพบเห็นช่องว่างของดินเพื่อหยั่งราก ช่องว่างของฟ้าที่มีแสงแดดเพื่อระบัดใบ
การศึกษาเป็นเครื่องมือ เป็นแสงแดด เป็นน้ำ เป็นปุ๋ย ไม่ว่าจะมีโอกาสเข้าห้องเรียนหรือไม่ เราทุกคนก็ต้องเรียน ไม่ว่าจะเรียนจากระบบโรงเรียน หรือเรียนเองจากการใช้ชีวิตจริง
คนฉลาดเลือกเรียนเมื่อมีโอกาสเรียน พวกเขาเชื่อว่าโอกาสนั้นไม่เคยมี เราต้องสร้างโอกาสของเราขึ้นมาเอง
น่าเสียดายที่คนมีโอกาสจำนวนมากทิ้งโอกาสทองของชีวิต ไม่เรียนหนังสือ หรือเรียนแบบขอไปที นักศึกษาจำนวนมากเรียนไปโดยไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ท่องจำเพื่อให้สอบผ่าน บางคนเรียนตามเพื่อน ฯลฯ
บางทีพวกเขาไม่เคยเห็นภาพเด็กเดินฝ่าทุ่งร้อน ทุ่งน้ำแข็งเพื่อไปโรงเรียน...
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เคยเห็นภาพเด็กเดินฝ่าทุ่งร้อน ทุ่งน้ำแข็งเพื่อไปโรงเรียน!
และนี่คือความแตกต่างระหว่างคนมีโอกาสที่ทิ้งโอกาสกับคนด้อยโอกาสที่สร้างโอกาส
เดือนเมษายนที่ผ่านมา พรทิพย์ ปานอินทร์ เรียนจบชั้นปริญญาเอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นดอกเตอร์คนแรกของสลัมคลองเตย ระยะทางเดินสองเท้าของเธอผ่านปริญญาตรีคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งและการไปฝึกงานในต่างประเทศ
การเดินไปถึงปลายฝันของเธอบอกเราว่า เมื่อมีความฝัน มีแรงสู้ มีความอดทน ความสำเร็จย่อมไม่ใช่อุบัติเหตุ
วินทร์ เลียววาริณ
www.winbookclub.com
18 พฤษภาคม 2556
คมคำคนคม
Let us think of education as the means of developing our greatest abilities, because in each of us there is a private hope and dream which, fulfilled, can be translated into benefit for everyone and greater strength for our nation.
ขอให้เรามองการศึกษาเป็นเครื่องมือการการพัฒนาความสามารถยิ่งใหญ่ของเรา เพราะในตัวเราแต่ละคนมีความหวังและความฝันส่วนตัวซึ่งหากเติมเต็ม สามารถแปลเป็นประโยชน์ต่อทุกคนและทำให้ชาติของเราแข็งแกร่งขึ้น John F. Kennedy จอห์น เอฟ. เคนเนดี 1917 - 1963 |
ส่งต่อให้เพื่อน :  |
|
| |