
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเปรียบคนที่ค่อนแคะท่านว่า เหมือนหมาที่เยี่ยวรดภูเขาทอง
ความหมายของท่านคือ เป็นคนต้องไม่หวั่นไหวต่อลมปากคนอื่น ยิ่งอยู่ที่สูงยิ่งต้องหวั่นไหวน้อยลง
อีกความหมายหนึ่งคือ การนินทาหรือวิพากษ์แบบไม่สร้างสรรค์เป็นเรื่องที่เสียเวลาที่จะไปใส่ใจ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
นิสัยแย่ๆ อย่างหนึ่งของชาวมนุษย์คือการชอบนินทาและชอบฟังคำนินทา คนจำนวนไม่น้อยในโลกมีความสุขกับการดูฟังคนอื่นทะเลาะกัน มิเช่นนั้นรายการประเภทเจาะเบื้องหลังคนดัง และคอลัมน์ซุบซิบต่างๆ คงไม่อยู่ยืนยงมาทุกวันนี้
การใช้ปากทำร้ายผู้อื่นอาจสนุก แต่การใช้หูรับฟังคำเหล่านั้นไม่น่าสนุกเท่าใด
หลายคนรับคำวิพากษ์วิจารณ์และนินทาไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะคนที่มีสถานะทางสังคมหรือมีชื่อเสียง เช่น ดาราภาพยนตร์ จะไปไหนมาไหนจะทำอะไรก็กลัวเป็นขี้ปากชาวบ้าน นานๆ เข้าก็เกร็งไปหมดทุกเรื่อง ทำอะไรก็ไม่ได้เต็มที่ ไม่มีความสุข กลายเป็นคนที่ติดคุกสังคมไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าชื่อเสียงนั้นเป็นสุขลาภหรือทุกขลาภ
ไม่ว่าเราจะมีสถานะสังคมสูงหรือไม่ ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องเจอประสบการณ์การถูกนินทาและวิพากษ์ในเชิงลบ ตั้งแต่เรื่องส่วนตัวไปจนถึงงานที่ทำ
เบอร์แทรนด์ รัสเซล (นักปรัชญา นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ และเป็นนักต่อต้านสงคราม และนักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม) กล่าวเป็นเชิงตลกว่า "ไม่มีใครนินทาเกี่ยวกับความลับที่เป็นเรื่องดีของคนอื่นหรอกว่ะ"
ในช่วงปีแรกๆ ของชีวิตการเขียนหนังสือ โดยเฉพาะเมื่อสร้างงานที่ฉีกขนบเดิม ผมได้รับคำวิพากษ์แรงๆ เสมอ หลายครั้งถึงขั้นบริภาษ คำวิพากษ์หลายบทเขียนบนฐานอารมณ์ บางครั้งโยงไปถึงเรื่องส่วนตัว สำหรับคนที่เจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรกทำใจยาก บางคราวถึงกับกินข้าวไม่อร่อย
แต่ในที่สุดก็พบสัจธรรมว่าคนเราไม่สามารถหนีเรื่องนี้ได้
แน่นอน ยาขมกับคำด่าไม่เหมือนกัน ยาขมเป็นประโยชน์ต่อคนรับ คำด่าไม่เป็นประโยชน์กับใคร ยาขมคือความสร้างสรรค์ คำด่าเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์
หลายคนชอบด่ากลับ ใครด่าเราเราก็ด่ากลับให้หนักกว่าเดิมสองเท่า แต่ยิ่งทำให้เรื่องบานปลายโดยไร้ประโยชน์
แต่หากเลือกใช้หลักจิตวิทยาย้อนกลับ (reverse psycology) ปล่อยให้เขาด่าว่าโดยไม่โต้ตอบ เขาจะมีแรงด่าไปอีกกี่นาน
เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือทำไม เพราะชาวโลกมักจดจำคนที่ถูกด่ามากกว่าคนที่ด่า! และท้ายที่สุด ขิงก็ราข่าก็แรง
มาร์กัส ปอร์เชียส คาโต หรือที่รู้จักกันในนาม Cato the Elder นักการเมืองแห่งโรมราวสองร้อยปีก่อนคริสตกาลจึงกล่าวว่า "เราไม่สามารถควบคุมลิ้นชั่วร้ายของคนอื่น แต่ชีวิตที่มีคุณค่าช่วยเสริมให้เรารู้จักเลือกที่จะไม่แยแสมัน"
เมื่อทำความเข้าใจกับวิสัยมนุษย์ที่มักเลือกมองแต่ด้านลบ ก็ทำให้สบายใจขึ้น ในที่สุดก็เปลี่ยนทัศนคติและมุมมองเสียใหม่ โดยมองคนที่วิพากษ์แบบไม่สร้างสรรค์ว่า "ขอบใจจ้ะ เธอคงหวังดีต่อฉันมากๆ แน่ๆ จนอุตส่าห์เสียเวลาวิพากษ์ฉัน ขอบใจอีกครั้งจ้ะ"
ยาขมนั้นกินยาก แต่หากใช้ให้เป็น มีประโยชน์มากกว่าคำหวาน
วิเคราะห์คำวิพากษ์วิจารณ์ แล้วนำมาปรับปรุงตัวเอง เป็นการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ใช้ประโยชน์จากคำวิจารณ์เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป กลายเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าวัคซีนใดๆ
การยินดีปรีดากับการฟังคำนินทาไม่เกิดประโยชน์ การปล่อยให้มันกำหนดชีวิตเราไม่เกิดประโยชน์ อย่าลืมว่าใครก็ตามที่นินทาเรื่องคนอื่นให้คุณฟังจะนินทาเกี่ยวกับคุณเช่นกัน
ใช่ จะใช้ชีวิตแบบราชสีห์หรือ 'หมาที่เยี่ยวรดภูเขาทอง' ก็แล้วแต่เรา
วินทร์ เลียววาริณ
www.winbookclub.com
27 พฤษภาคม 2550
|