บทสัมภาษณ์ วินทร์ เลียววาริณ
 
จุก เบี้ยวสกุล เขียนถึง วินทร์ เลียววาริณ
 

จากคอลัมน์ ชีวิตการ์ตูน กรุงเทพธุรกิจ


โดย จุลศักดิ์ อมรเวช 


การ์ตูนเล่มละบาท ของ วินทร์ เลียววาริณ

 

วินทร์ เลียววาริณ เป็นนักเขียนรางวัลซีไรต์ 2 ครั้ง ครั้งแรกปี 2540 จากเรื่อง ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ครั้งต่อมาปี 2542 จากรวมเรื่องสั้น สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ว่าอย่างนี้คงไม่มีใครเถียง

แต่ถ้าบอกว่า วินทร์ เลียววาริณ เป็นนักเขียนการ์ตูน บางคนคงไม่เชื่อ ยิ่งถ้าว่าวินทร์เป็นนักเขียนการ์ตูนเล่มละบาท ก็คงยิ่งไม่เชื่อกันไปใหญ่

ตอนแรกผมรู้จักคุณวินทร์ จากผลงานเรื่องสั้นบางเรื่องของเขา จนเมื่อช่วงหนึ่งของกลางปีที่แล้ว (พ.ศ. 2546) ผมจึงได้รับโทรศัพท์จากคุณวินทร์ โทร.มาขออนุญาตนำภาพลายเส้นจากนิยายภาพบางเรื่องของผมในอดีตไปตีพิมพ์ประกอบข้อเขียนของเขา ผมตอบอนุญาตในทันทีด้วยความยินดีและไม่คิดอะไร เพราะเคยทำอย่างนี้มาตลอด ทว่าผมนั้นได้ชื่อว่าเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าท่า คือกว่าจะทำอะไรไว้สักเรื่องสักอย่างก็มักวางท่ามากเหลือเกิน แต่ก็มักจะท่าดีทีเหลวเสียทุกทีไป ดังนั้นผมจึงขอให้คุณวินทร์ทำหนังสือขออนุญาตมาสักฉบับก็แล้วกัน และไม่นานผมก็ได้รับจดหมายดังกล่าว

หลังจากวันนั้นวันหนึ่ง ซึ่งคงเป็นวันดีคืนดี ผมก็ได้รับหนังสือปกอ่อนเล่มหนาพอสมควร ขึ้นปกว่า วินทร์ เลียววาริณ เป็นหนังสือแนวหรรษารคดี ในหน้ารองปกมีลายมือคุณวินทร์ ความว่า แด่พี่จุก เบี้ยวสกุล ที่เคารพรัก ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ครับ ลงลายมือ วินทร์ เลียววาริณ 12-9-2003

ในเล่มบทที่ว่าด้วย ชาร์ลส์ บรอนสัน VS ชาญ บ้านสั้น ข้อความตอนหนึ่งกล่าวถึง "หลายคนเชื่อว่า เพชร สถาบัน ตั้งชื่อตัวละคร ชาญ บ้านสั้น ล้อเลียนชื่อดารา ชาร์ลส์ บรอนสัน ดังเช่นที่ จุก เบี้ยวสกุล (จุลศักดิ์ อมรเวช) ตั้งชื่อตัวละครในนิยายภาพของเขาว่า พร นิ้วแม่น (ล้อเลียนชื่อ พอล นิวแมน) ติ๊บ ปืนโต (ล้อเลียนชื่อ สตีฟ แมคควีน) และ กลินท์ อิทธิวุฒิ (ล้อเลียนชื่อ คลินท์ อีสท์วูด)" แล้วก็มีรูปวาดลายเส้นตัวละครล้อเลียนชื่อทั้งสามให้ดูหน้าด้วย ผมได้เห็นแล้วก็ตื่นเต้น และตื้นตันใจ โดยเฉพาะชื่อ กลินท์ อิทธิวุฒิ จากเรื่อง พรายสาวเจ้าเสน่ห์ ถามนักการ์ตูนรอบข้างผม นาทีนี้ไม่มีใครเคยรู้จักสักคน แต่คุณวินทร์รู้จักและมีรูปให้ดูด้วย

ท้ายเล่ม คุณวินทร์ขอบคุณใครต่อใครหลายคน รวมถึง "จุก เบี้ยวสกุล / จุลศักดิ์ อมรเวช ที่อนุญาตให้ตีพิมพ์นิยายภาพของท่าน อันเป็นผลงานที่ผมยึดเป็นตำราในการศึกษาวาดรูป" อ่านแล้วหัวใจพองโต (ความรู้สึกนี้ย่อมเกิดแก่ผมคนเดียว)ล่าสุดในงาน สุชาติมาเนีย ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ผมจึงได้ทักทายคุณวินทร์ เลียววาริณ ซึ่งกำลังเดินอยู่กับคุณเรืองเดช จันทรคีรี เป็นการพบกันโดยบังเอิญ เลยไม่มีเรื่องจะคุยกัน ในงานเดียวกันนี้ผมยังได้พบกับคุณเริงไชย พุทธาโร ตอนนั้นเราเดินสวนกัน คุณเริงไชยเพิ่งมาถึง ส่วนผมต้องปลีกตัวไปต่ออีกงานหนึ่ง คุณเริงไชยยื่นหนังสือให้เล่มหนึ่ง ผมก็รับไว้ เป็นหนังสือรูปเล่มสี่เหลี่ยมจัตรุรัส ชื่อ แล้ววันหนึ่งดอกไม้ก็บาน

ในเล่มเป็นงานเขียนคล้ายๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตของบุคคลผู้มีชื่อเสียงหลายคน หนึ่งในนั้นคือ วินทร์ เลียววาริณ หลังจากอ่านแล้ว ถึงได้รู้ว่าคุณวินทร์เป็นนักอ่านนิยายภาพระดับ "เซียน"

"...ผมอ่านนิยายภาพมาตั้งแต่เล็ก เริ่มที่ เจ้าชายผมทอง ของ จุก เบี้ยวสกุล ตามมาด้วย สิงห์ดำ ของ ราช เลอสรวง เมื่อเห็นลายเส้นพู่กันของ จุลศักดิ์ อมรเวช (จุก เบี้ยวสกุล) ใน สาวน้อยอภินิหาร และ เลือดทมิฬ ที่ลงตีพิมพ์ในนิตยสารจักรวาล ผมก็ลุ่มหลงในนิยายภาพอย่างถอนตัวไม่ขึ้น"

และ

"งานของ จุก เบี้ยวสกุล มีมากมาย เช่น เจ้าชายผมทอง เขียนไว้กว่าห้าสิบเล่ม แนวเดียวกับเรื่องการผจญภัยในแผ่นดินนิรนาม เช่น อัศวินดาบดำ, พันมังกร, มังกรสามหัว ฯลฯ เขาเขียนได้หลายแนว เรื่องรักหวานแหวว เช่น เพื่อนแก้ว เรื่องตลก เช่น ผมชื่อเคน เรื่องแนวสยองขวัญ เช่น พรายสาวเจ้าเสน่ห์ และเรื่องเดินป่าของพนมเทียน เพชรพระอุมา ซึ่งวาดได้วิจิตรบรรจงมาก"

การอ่านคือการสั่งสมพลังอย่างหนึ่งสำหรับคนที่จะมาเป็นนักเขียนนักวาด ซึ่งมันคงเกิดแก่คุณวินทร์เช่นกัน วันหนึ่งเขาจึงนำนิยายภาพ ราชการลับใต้สมุทร* จากจินตนาการแนววิทยาศาสตร์ของเขาเองไปเสนอขายสำนักพิมพ์ สองแห่งแรกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง แห่งที่สามก็ปฏิเสธแต่มีข้อแม้ว่า ถ้าเขียนเรื่องผีมาจึงจะรับซื้อ

คุณวินทร์ปรึกษาหารือกับตัวเองนานเป็นเดือน กว่าจะได้ หมู่บ้านผีสิง* ออกมาเป็นเรื่องแรก ได้ค่าเรื่อง 400 บาท หลังจากนั้นก็เขียนก็ฝืนใจเขียนต่อมาอีกสามสี่เรื่อง ก็ตัดสินใจเลิกเดินบนเส้นทางสายนี้ เหตุผลของเขาสง่างามเหลือเกิน เขาว่าอย่างไรกรุณาอ่านเอาเองครับ ผมอยากให้เรื่องที่คุณวินทร์เขียนนี้เป็นเรื่อง "....." จริงๆ นะครับ


* นิยายภาพเรื่องนี้หาดูได้ในหนังสือ เดินไปให้สุดฝัน