บทสัมภาษณ์ วินทร์ เลียววาริณ
 
'รงค์ วงษ์สวรรค์ เขย่ามือกับ วินทร์ เลียววาริณ
 

'รงค์ วงษ์สวรรค์

วันวานเขย่ามือกับ วินทร์ เลียววาริณ (HA-HA)

คอลัมน์ 2 นาฑี (มติชนสุดฯ) วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1314

 

ปกอ่อนหลายเล่มของนักเขียนหนุ่มบนสันอ่านว่า อาเพศกำสรวล หลังอานบุรี เดือนช่วงดวงเด่นฟ้าดาดาว สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ผลงานบดออกจากก้อนสมองของ วินทร์ เลียววาริณ ผู้มาเยี่ยมเยียน สวนทูนอิน วางไว้บนหิ้งขอบบานหน้าต่าง

บนปลีหินผากผาแดดเริงแรงก่อนเข้าพรรษาถึงเดือนนี้น้ำบิดเกลียวไหลเชี่ยวฟูฟอง

นกเด้าลมดงบินมาเดียวดายกระดกหางเปิดตูดพลางโคลงหัวก้มลงจิกปากกินเกสรดอกลำโพง ปลายกลีบสีชมพูเบ่งบานแขวนทรวดทรงแตรงามงอน
เม็ดทรายแวววาวในบรรเลงของซิมโฟนีป่า

2 นาฑี นี้เราพูดกับมือที่หยิบดินสอดำไส้ 2B ว่ากำลังมองชีวิต

ชีวิตของวันเวลาที่แตกต่างกันของนักเขียน

(หรือ) ชีวิตของนักเขียนที่แตกต่างกันกับวันเวลา

วันวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้

วันนี้ไม่มีเงื่อนไขเร้นลับอย่างไรมากกว่าการเขย่ามือของวันวานกับวันพรุ่งนี้

yesterday shaking hands with tomorrow

วันพรุ่งนี้หมายถึงความหวังใช่ไหม ?

(ตอบ) ไม่มีคำตอบโว้ย ! HA-HA

เวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา พูดอย่างแบกน้ำหนักความเป็นคนว่ากว่า 1/2 ศตวรรษที่ผ่านมา ไอ้หนุ่มเกเรในสายตาของคนอื่นมันอยากเป็นนักเขียนโดยความคับแค้นและโดยความไร้สาระมากมาย

และโดยแรงผลักดันของความรักการอ่าน

ไอ้หนุ่มมันโดนเตะออกจากโรงเรียนเตรียมฯ พญาไท ร่อนเร่ไปบนถนน
เวลาเดียวกันเพื่อนในฝูงเข้ามหาวิทยาลัย รั้วรอบจามจุรี rain tree มันเดินเข้าโรงบิลเลียดและร้านเหล้า

แวดวงและแแห่งหนที่พูดกันอย่างขมขื่นโกหกตัวเองว่ามหาวิทยาลัยชีวิต
กรุงเทพฯ ยุคเดินดลโหนรถเมล์และรถราง

รถรางขับเคลื่อนบนรางเหล็กดวยแรงงานไฟฟ้าผ่านสายกรอกับรอกปลายคันโพงพาดบนหลังคาเรียกว่าสาลี่ (trolley) ระงมเสียงระฆังโดยตีนของคนขับกระทืบบนปุ่มแนบพื้นที่เขาเหยียบยืน เตือนคนบนถนนและพาหนะอื่นให้ออกห่างอันตราย (การโดนชน) มือของเขาเกร็งกับคานกุญแจหมุนคว้างชะลอความเร็วเวลาเข้าโค้งหรือเทียบจอดกับธงโลหะปลายแหลมทาสีแดง ตรึงไว้กับเสาไฟฟ้าริมถนน

ค่าโดยสารรถรางกำหนดตามระยะใกล้-ไกล ใน พ.ศ. ที่เหรียญสลึงยังมีราคากับการโยนลงในกระป๋องได้ยินขอทานให้พรยืดยาว

สามล้อถีบแพงกว่า 4 บาทไปจากบางลำพูถึงโรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมกรุง
ข้าวราดแกงหมูหรือแกงวัวนั่งกินริมหาบจานละ 4 สลึง (1 บาท) สลัดเนื้อสันตำรับกุ๊กช็อพของไอ้โกในคูหาตึก ผนังด้านนอกจับตะไคร่กับรอยด่างของน้ำฝนซัดแดดสาดเผาจานละ 10 สลึง

เบียร์ขวดเล็ก 5 บาท เหล้าเลียนรสวิสกี้ของโรงงานบางยี่ขันขวดกลม 17 บาท ยกย่องกันว่าแพงอย่างเชิดหน้าต้องกินแบบผสมกับโซดา

คนจนกินเหล้าขาว 28 ดีกรี ตวงก๊งกระบอกทองเหลือง

4 ก๊ง 1 บาท

โอยัวะ--กาแฟดำร้อนแก้วละ 50 สตางค์

ไอ้หนุ่มร่อนเร่ไปบนถนนและสะพาน

มุดหัวหลบลมหนาวใต้ขยาบเรือสำปั้นผุพังก้นคลองโคลนเลน น้ำเน่าและยุงชุมชิบหาย นอนในบ้านกะหรี่ราคา 10 บาท สบายกว่า

ต้นไม้สอนเป็น (หยั่งรากและผลิใบ) โดยเจ้าของรดน้ำพรวนดิน ไอ้หนุ่มสอนวิชานักเลงให้ตัวเองโดยความดิบและความหิว

เลือดกับน้ำตาเป็นแรงขับเคลื่อนชีวิต

ไอ้หนุ่มเคยคิดถึงการฆ่าตัวตาย (HA-HA)

ถุย ! ไอ้บัดซบ ! แต่มันยังไม่ฉลาดพอจะทำอย่างที่คิดอย่างนั้น 

ฯลฯ-ฯลฯ-ฯลฯ เวลาแรมนานกับชีวิตคลั่งแค้นไอ้หนุ่มบากหน้าของานทำในสำนักงานหนังสือพิมพ์บนอาคาร 6 ถนนราชดำเนิน และกลายเป็นนักเขียน
นักเขียนผู้ไม่มีขนบและขบถกับไวยากรณ์ (HA-HA)

ไอ้หนุ่มถอนใจมองนักเขียนรุ่นน้ารุ่นครู ผู้ชีวิตวนเวียนรอยก้นหอยอยู่ระหว่างบ้านเช่ากับโรงจำนำ ร้านเหล้ากงโกรยก้นซอยกับความเมาราคาถูก และความป่วยไข้ในอ้อมกอดของเมียผ่ายผอมกับบรรเลงดนตรีออกจากปากลูกหิวนมร้องไห้

แล้วไอ้หนุ่มบอกตัวเองว่านั้นไม่ใช่แบบแผนชีวิตนักเขียนของกู DAMNSHIT !

ใครคนนั้นผู้ตายไปเป็นรูปปั้นหล่อบร็อนซ์บนแท่นคารวะแล้วนานต่อมาโดนโค่นทำลายล้มลงกลิ้งบนถนน Joseph Stalin ครูสตาลินสอนว่า the writer is an engineer of the human soul !

"เฮ้ย ! มึงเป็นนักเขียนมึงเป็นวิศวกรแห่งวิญญาณ !"

ใช่ไม่ใช่ ? กูไม่รู้โว้ย !

การเป็นนักเขียนของไอ้หนุ่มเกเรกรากเกรียมกับงานหนักวายป่วงแต่บังเอิญยังไม่เป็นบ้า (HA-HA) ขบเคี้ยวกับอายุ 20 ถึง อายุ 73 กะรัต (กรวด) 2 นาฑี นี้ของคืนนี้อ้างว้างไม่มีใครให้พูดด้วยนอกจากดินสอดำไส้ 2B

เหน็ดเหนื่อยแต่ไม่หน่าย

ผิวปากไม่เป็นเพลง และเปรี้ยวราวผ่านการปัดกวาดลานหญ้าในแสงแดดด้วยแปรงหนวดบนริมฝีปาก

Oh fuck me ! 

วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนหนุ่มของวันนี้

กรุงเทพฯ ยุคกาแฟขุ่นโคลนอย่างขี้ดาว star-butt ถ้วยละ 200 บาท
ผู้อ่านคงไม่หวงแหนเวลาเพื่อตะโกนถามว่าเขาเป็นใคร ?

ตอบว่าเขาเป็นสถาปนิก ปริญญาตรี

ปริญญาโท Master In Marketing

ประกาศนียบัตรคอมพิวเตอร์ของ New School for Social Research ป่าคอนกรีท สหรัฐอเมริกา

สะสมประสบการณ์กับแขนงงานในสิงคโปร์ นิวยอร์ค และกรุงเทพฯ
รอบรู้และเจนจัดชีวิตสายโฆษณาบนตำแหน่ง Creative/Art Director

การเป็นนักเขียนของเขาไม่เป็นแบบเผลอไผล

แต่โดยแบบแผนแน่วนิ่งแน่นอน และโดยเจตนาเข้มข้นของตัวเองผู้กำหนดโชคชาตาของตัวตนและของตัวละคร

เขาไม่วอนขอพรจากใครบนกลีบเมฆ

เขาเตรียมการอย่างแพรวพราวด้วยคมปัญญา เยห์--ไม่ใช่การเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยวงเหล้าเยี่ยงยุคกว่า 1/2 ศตวรรษที่ผ่านมา (HA-HA)

เขาไม่พูดกับดินสอดำหรือปากกา แต่พูดกับนิ้วร่ายเรียงบนคีย์บอร์ดของกลไกวางบนตัก--laptop

เขาเป็นความแตกต่างที่น่ายินดีในบรรดานักเขียนรุ่นใหม่ยุคใยแก้ว
เขาเรียนรู้เรียนรักอักษรด้วยเส้น แสง สีสัน องศา และสัญญาณของ the signs of IDEAS

1 ไม่เป็น 2S ASS (HA-HA)

เขาทำงานหนักอย่างเคารพกับเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา และอย่างรื่นรมย์
ผลงานของเขาขอยกย่องด้วยคำพูดของ John Ruskin นักเขียนนักวิจารณ์ศิลป์ และนักปฏิรูปสังคม

All books are divisible into two classes: the books of the hour, (และผลงานของเขา) and the books of all time !

เราบอกเราว่าเขาเป็นวันพรุ่งนี้ของวันนี้

เราถามเราอย่างมีความสุขว่า ทำไมมึงไม่เป็นวันวานผู้ขอเขย่ามือกับวันพรุ่งนี้ yesterday shaking hands with tomorrow (HA-HA)

นิสัยของ วินทร์ เลียววาริณ ญาติน้ำหมึกเป็นอย่างไรกรุณาอ่านรูปประกอบ 2 นาฑี บทนี้ เขาเขียนอธิบายไว้ในสมุดเยี่ยมเยียน สวนทูนอิน ในเวลา 2 วินาฑี

a million THANKS