ราคาของความตาย
วันนั้นผมบังเอิญเจอะกับเขาตรงหน้าร้านสะดวกซื้อปากซอย ดูท่าทางของเขาเศร้าสร้อยและเจ็บปวด หากว่าผมตาไม่ฝาด ผมคิดว่าผมเห็นนัยน์ตาของเขาชื้นฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตา
นั่นคุณกำลังร้องไห้ ผมถามเขา
หรือคุณคิดว่าผมกำลังหัวเราะ เขาตอบ
เขายังคงรักษาลีลาและวาจาได้น่าประทับใจทุกครั้งที่เราสนทนากัน
วันนั้นผมรู้สึกหิวและเสบียงอาหารทั้งจากตู้กับข้าวและตู้เย็น ไม่มีอะไรเหลือเพียงพอสำหรับความหิวของผม ผมจึงต้องเดินออกจากบ้าน เลาะริมกำแพงคอนกรีตขนาดความสูงที่ต่อให้เป็นนักกีฬากระโดดสูงผู้เป็นเจ้าของสถิติโลกก็ยังไม่สามารถกระโดดข้ามผ่าน ปลายสุดด้านบนของกำแพงยังมีลวดหนามขึงเป็นแนวยาวไปตลอดความยาวของกำแพง ผมไม่ทราบแน่ชัดว่าเส้นลวดหนามเหล่านั้นได้มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้ไหลเวียนอยู่ด้วยหรือเปล่า หากลองจินตนาการกันเล่น ๆ ผมว่าผมคงเห็นหอคอยที่มีชายในชุดเครื่องแบบสะพายปืนยาวเดินวนไปเวียนมาอยู่ในหอคอยนั้นด้วยสีหน้าเครียดขึง และพร้อมจะเหนี่ยวไกลั่นกระสุนหากมันผู้ใดก็ตามที่พยายามจะฉวยโอกาสหลบหนีออกจากกำแพงสูงที่ตั้งตระหง่านขวางกั้นอยู่ แต่ในความเป็นจริงกำแพงสูงนั้นหาได้ขวางกั้นการเดินทางออกสู่ภายนอก แต่มันกลับขวางกั้นใครก็ตามที่พยายามจะเล็ดลอดเข้าไปด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ และคุณจะพบกับยามรักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบที่น่าเกรงขามและทุกคนมีปืนสั้นประจำกายทุกคน กำแพงสูงนั้นกางกั้นอาณาบริเวณที่กว้างขวาง มันกว้างขนาดหากคุณยังอยู่ในยุคสมัยศักดินา คุณจะไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองสุนัขของเจ้าของบ้าน เพราะหากว่าพลาดพลั้งไปสบตากับมันเข้า และมันอาจระคายเคืองกลิ่นสาบของคุณและพาลโมโหโกรธา มันจะเข้าขย้ำคุณเสียจนหนำใจ และสะบัดก้นเดินบิดตูดไปประจบเจ้านายผู้ถือครองศักดินาสองหมื่นสามพันห้าร้อยไร่ คุณก็คงทำได้แค่เพียงยกมือกราบกรานขอร้องมิให้ท่านผู้มียศศักดิ์เอาเรื่องเอาราวกับคุณ แต่ปัจจุบันนี้เหตุการณ์มันผันแปร ผมไม่มีความจำเป็นต้องยำเกรงต่ออิทธิพลของผู้ใด สิทธิความเท่าเทียมกันยังมีอยู่ในตัวบทกฏหมายที่บัญญัติกันไว้แล้วฉีกทิ้ง เมื่อฉีกทิ้งแล้วก็ร่วมกันตรากฎหมายขึ้นมาเสียใหม่ วนเวียนซ้ำซากจนทั้งผมและคุณเองก็คงเบื่อและรำคาญอย่างที่สุด แต่ให้ตายดิ้นชักตาตั้งอยู่ตรงนี้เถิดคุณ ก็อย่างที่ผมบอกถึงแม้ว่าผมจะไม่เกรงกลัวอิทธิพลของใคร แต่มันก็มีบางอย่างที่กฎหมายไม่สามารถช่วยผมได้อย่างทันท่วงที และคงไม่มีสิ่งไหนจะช่วยผมได้หากปืนสั้นในซองหนังข้างตัวของยามรักษาการในชุดเคร่งขรึมนั้นเกิดลั่นโป้งป้างขึ้นมาแล้ววิถีกระสุนมันดันพุ่งตรงมาทางผมอย่างแม่นยำ กฎหมายทำได้เพียงเอาตัวคนผิดมาลงโทษแต่ช่วยชีวิตผมไว้ไม่ได้ ฉะนั้นจะเป็นการดีที่สุดหากผมจะระวังกิริยาอาการเวลาเดินผ่านบ้านหลังนี้ และชุดยามรักษาความปลอดภัยกลุ่มนี้
มันเป็นความอึดอัดชนิดหนึ่งเมื่อผมมีความจำเป็นที่ต้องเดินผ่านบ้านหลังนี้ และความอึดอัดชนิดนี้มันก็จะเกาะเกี่ยวร่วมทางไปกับผมจนกว่าจะพ้นปากซอย มันเป็นความน่าเกรงขาม หรือความริษยาในใจของผมไม่ทราบได้ แต่มันก็เป็นเช่นนั้นทุกครั้ง
เดินผ่านพ้นบ้านหลังนั้นมาจนถึงปากซอย เสียงเพรียกจากกระเพาะอาหารก็พลันบรรเลงให้สาสมกับความหิวโหย ผมพุ่งสายตาไปที่ร้านสะดวกซื้อและคิดถึงซาลาเปาก้อนโต ๆ สักสองลูก ขนมจีบอีกสักห้าลูก แล้วล้างคอด้วยเกร็ดน้ำแข็งเนื้อนวลเนียนรสหนาวชื่นใจ --
เหมือนเขาตั้งใจมาดักรอพบกับผม เพราะเมื่อเสร็จธุระจากร้านสะดวกซื้อแล้ว และท้องของผมก็กำลังย่อยซาลาเปากับขนมจีบที่ผมพยายามกลืนมันลงไปบรรณาการแก่กระเพาะอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
อ้าวคุณ มาทำอะไรที่นี่ ผมทักทาย
แล้วทำไมผมจะมาทำอะไรที่นี่ไม่ได้
ผมก็แค่ถาม
เฮ้...นั่นคุณกำลังร้องไห้ ผมถามเขา
หรือคุณคิดว่าผมกำลังหัวเราะ!
เขาสามารถทำให้ผมประทับใจได้เสมอ
คุณร้องไห้ทำไม
ผมเพิ่งเสียเพื่อนไปตัวนึง...ผมรักเขามาก
ทำไมเขาหนีคุณไปหาหมาเพศเมียแล้วทิ้งคุณไว้เหรอ
เขานิ่งเงียบไปซึ่งมันไม่ใช่วิสัยของเขา แววตาของเขาหม่นหมองลง น้ำตาปริ่มอยู่ที่ขอบตา
เพื่อนผมถูกรถทับตาย มันนอนตายอยู่กลางถนนนู้น คุณไม่เห็นบ้างเลยเหรอ เขาพยายามกลืนก้อนสะอื้นและบังคับให้ปากพูดอย่างยากลำบาก
ผมไม่ทันสังเกต
ใช่สิ เพื่อนผมมันเป็นแค่หมา คุณคงไม่สนใจ
ก็เขาเป็นเพื่อนกับคุณและผมก็ไม่ใช่เพื่อนของเขา
เหตุผลเพียงเท่านี้เองหรือที่ทำให้คุณไม่แยแส
คุณจะให้ผมแยแสอะไร
ก็แยแสกับหนึ่งชีวิตที่ถูกพรากไป
ก็เพื่อนคุณเป็นแค่หมา
ก็ใช่นะสิ คุณถึงไม่ใส่ใจ
ก็เออน่ะสิ คุณคิดว่าผมจะเสียใจหรือไงที่เห็นหมาเพื่อนคุณถูกรถทับตายกลางถนน มันก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตหนึ่งที่บังเอิญถูกรถทับตาย เขาไม่มีความหมายอะไรกับผม
แสดงว่าผมเองก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณ เพราะผมเองก็เป็นเพียงหมาจรจัดไม่มีราคา
มันไม่ใช่อย่างนั้น
แล้วมันต่างกันยังไง
คุณเป็นเพื่อนผม
แต่ผมชักไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณแล้ว
เอาละคุณผมขอโทษ เอาอย่างนี้ผมซื้อไส้กรอกรมควันเลี้ยงปลอบใจคุณแทนดีกว่า คุณสนใจไหม
ผมไม่อยู่ในอารมณ์หิว คุณไปเถอะ ผมมีธุระต้องไปจัดการ
ก็ดีเหมือนกัน ผมอยากกลับบ้านแล้วล่ะ แล้วเจอกันนะคุณ
เขาผละเดินหายไปกับความสับสนวุ่นวายของสังคมเมือง ผมใช้เรียวปลายแหลมจิ้มขนมจีบจากถุงใส่ปากแล้วเดินเคี้ยวไปอย่างสบายอารมณ์ มันเป็นความอร่อยที่ผสานกับความหิว มันจึงทำให้ผมกินได้อย่างเอร็ดอร่อย
ปี๊นนนน ปี๊นนนนนนนนนนน เสียงแตรรถกรรโชกใส่ผมจากทางด้านหลัง ผมสะดุ้งตกใจถุงซาลาเปาขนมจีบร่วงลงพื้นคอนกรีต ต้นเสียงเป็นรถราคาแพงหลายล้านบาทกำลังสบถผ่านแตรรถอย่างคุกคาม ผมหันไปมองผ่านกระจกหน้ารถอย่างฉงน ชายตรงที่นั่งด้านคนขับกับรถของเขากำลังสบถ และแม้ว่ามันจะเปล่งออกมาเป็นคนละภาษาแต่ความหมายของมันคงไม่ผิดเพี้ยนกันมากมายนัก
ผมรีบเดินออกจากตรงนั้นและผลุบเข้าซอยไปอย่างรีบเร่ง ผมไม่อยากเห็นรถราคาหลายล้านบาท ปีนฟุตบาทขึ้นมาเหยียบบนร่างผมอย่างเกรี้ยวกราด และราคาของผมอาจจะไม่แตกต่างจากศพหมาที่นอนตายกลางถนนตรงนู้นก็เป็นได้
ใครจะรู้.
สวัสดี.
[อ่าน กัดกับหมา ในฉบับอื่น]