โลก(ดนตรี)สวยด้วยมือเรา
พล

-๑-
กระแสเทปผีซีดีเถื่อนในปัจจุบันนี้รุนแรงจนกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไปแล้ว ศิลปินที่มีผลงานออกมาในช่วงนี้ต่างก็ล้วนทำใจกับพวกนักฉวยโอกาสพวกนี้ไว้แล้ว เพราะไม่ว่าจะนำผลงานที่มีคุณภาพมาต่อสู้เพียงใดก็ไม่มีทีท่าว่ากระบวนการฉวยโอกาสเหล่านั้นจะลดลง แต่ถ้าเรามองในมุมกลับกัน อาจไม่ใช่แค่ศิลปินเท่านั้นที่ต้องเสียความรู้สึกกับเรื่องพวกนี้
-๒-
สมัยก่อนที่ผมจะมีรถเป็นของตัวเองการเดินทางส่วนใหญ่ของผมก็ต้องอาศัยรถโดยสารประจำทาง หรือเรียกง่ายๆว่ารถเมล์นั่นเอง รถเมล์แถวบ้านผมต่างจากรถเมล์ในเมืองหลวงหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การที่เราไม่ต้องถือตั๋วให้รำคาญใจเมื่อจ่ายค่าโดยสารแล้วเพราะรถเมล์แถวบ้านผมไม่มีตั๋ว หรือจะเป็น การขึ้นลงรถ ที่เรานึกอยากจะขึ้นจะลงตรงไหนเวลาใดก็กดกริ่งหรือโบกไม้โบกมือกับคนขับได้เลย โดยไม่ต้องง้อป้าย เพราะแถวบ้านผมมีป้ายรถเมล์ไว้เพื่อความเท่เท่านั้น อีกเรื่องที่รถเมล์บ้านผมแตกต่างจากรถเมล์เมืองหลวงและเป็นสิ่งที่ผมชอบมากก็คือ เครื่องเสียง รถเมล์แถวบ้านผมเกือบจะทุกคัน ล้วนแต่ติดตั้งเครื่องเสียงแบบอภิมหาอลังการงานสร้าง ชนิดที่เรียกได้ว่า ดูแลเครื่องเสียงดีกว่าดูแลเครื่องยนต์เสียอีก
ส่วนเพลงที่คนขับนำมาเปิดนั้น ก็ล้วนแต่เป็นเพลงที่ผ่านการ Up Dates มาแล้วทั้งสิ้น เรียกได้ว่า สมัยนั้น ศิลปินคนไหนดัง อัลบั้มไหนดี เพลงชุดไหนเจ๋งไม่เจ๋ง เราจะรู้ได้จากรถเมล์นี่แหละ เผลอๆข่าวคราวเกี่ยวกับวงการเพลงเราจะรู้จกรถเมล์มากว่าสถานีวิทยุเสียอีก และที่สำคัญอัลบั้มทุกอัลบั้มที่ศิลปินนำมาเปิดล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของแท้ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น เสน่ห์มันอยู่ตรงนี้ครับ
จริงๆผมก็ไม่ใช่พวกอุดมการณ์สูงส่งอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา แต่ที่ผมชอบฟังเพลงจากงานของแท้ก็เพราะผมจะได้ฟังเพลงทุกเพลงในอัลบั้มของศิลปินท่านหรือกลุ่มนั้นๆแบบครบถ้วนกระบวนความ (หลายท่านอาจเถียงว่า MP3 ก็มีอัลบั้มเต็มเหมือนกัน แถมมีหลายอัลบั้มในแผ่นเดียวด้วย ผมว่ากรณีนี้มันก็คงคล้ายๆกับ การที่เราสั่งกับข้าวมาเต็มโต๊ะ จนไม่รู้จะเลือกกินอะไรก่อนหลัง แถม กินอาหารเหล่านั้นอย่างลวกๆจนลืมรถชาติที่แท้จริงของมันไป)
การฟังเพลง ให้ครบทั้งอัลบั้มเป็นเสน่ห์ ของการฟังเพลงอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจลืมไปแล้วในยุคสมัยนี้ ทันทีที่ผมชื้อเทปหรือซีดีมา สิ่งแรกที่ผมมักจะทำบ่อยๆคือ แกะปกออกมาดูเครดิต ของศิลปินและทีมงาน จากนั้นก็ยัดซีดีหรือเทป เข้าเครื่องเล่น เพื่อเสพย์มันอย่างมีความสุข การฟังของผมก็จะฟังทุกเพลงในอัลบั้มนั้นโดยไม่เลือกว่าเพลงนี้ดังไม่ดัง หรือถูกเปิดตามสื่อมากหรือน้อย เพราะผมเชื่อว่า ศิลปินทุกท่าน ตั้งใจทำเพลงออกมาให้ทุกเพลงเป็นเพลงที่ดีและคนฟังชอบมากที่สุด
แต่ช่วงหลังๆที่ผมขึ้นรถเมล์ ผมกลับผมว่า รถเมล์แถวบ้านผมเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งจำนวนรถที่มากคันขึ้น ราคาค่าโดยสารที่แพงราว Taxi (ด้วยข้ออ้างเดิมๆคือน้ำมันขึ้นราคา แต่ผมว่า เขาขึ้นราคาค่าโดยสาร เผื่อค่าน้ำมัน มากไปหน่อยกระมัง) แต่ที่ผมหวั่นใจที่สุดก็คือ เครื่องเสียง สมัยนี้รถเมล์แถวบ้านผม ติดซีดี หมดทุกคันแล้ว ส่วนเพลงที่นำมาเปิดส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเพลง แนว รวมมิตร ที่มีศิลปินหลากหลายค่ายหลากหลายแนว มาร่วมกันโดยมิได้นัดหมาย(และดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะนัดหมายกันเท่าไร) แต่ละศิลปินแต่ละค่าย ก็ล้วนแต่ส่งเพลงเอกๆของตัวเองออกมา โดย มี เจ้าของรถ หรือเจ้าของร้าน เทปผีซีดีเถื่อนเป็น โปรดิวเซอร์
ผมไม่ได้รับค่าจ้างใดๆจาก เจ้าของค่ายเทป หรือศิลปิน ผมไม่ได้เป็นเจ้าของร้านซีดี และแน่นอน ผมไม่ใช่คนเด่นคนดังขนาดที่จะชักจูงใจใครหลายๆคนได้ ผมเป็นเพียง คนฟังเพลงและคนที่รักเสียงเพลง ตัวเล็กๆคนหนึ่งที่อยากจะบอกท่านผู้อ่านว่า ถ้าต่อไป กระแส เทปผีซีดีเถื่อน ยังครองเมืองอยู่แบบนี้ ท่านอาจจะเห็น ศิลปินที่ออกงานมา ทั้งอัลบั้ม มี 2 เพลง เพราะ ขาดทั้งทุนและกำลังใจในการทำ หรือ การซื้อหางานเพลงในอนาคตอาจหาไม่ได้ตามท้องตลาด อยากฟังต้องไปหาโหลดเท่านั้น หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ ธุรกิจงานเพลงอาจปิดตัวลงเพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พวกฉวยโอกาสหมดช่องทางทำมาหากิน อย่าหัวเราะและคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้นะครับ
-๓-
ผมไม่ได้ขึ้นรถเมล์มาสักพักแล้ว ขอดีของการขับรถเองอย่างหนึ่งก็คือ เรามีอิสระมากและควบคุมการเดินทางของเราได้มากขึ้น วันนี้ผมว่าจะขับรถไปหาซีดีสักแผ่นสองแผ่นมาเก็บไว้ ประโยชน์ของมันนอกจากการฟังแล้ว อาจมีประโยชน์ทางการค้าด้วย คิดดูซิครับ ถ้าผมเก็บซีดีสองแผ่นนี้ไว้ อีกสักสิบปีข้างหน้า ผมอาจรวยได้โดยไม่รู้ตัว เพราะอะไรน่ะหรือครับ
ก็เพราะว่าไม่แน่อีกสิบปีข้างหน้าซีดีสองแผ่นนี้อาจเป็นซีดีแผ่นแท้ ที่หลงเหลืออยู่เพียงสองแผ่นในโลกเบี้ยวๆใบนี้ก็ได้
'พล
wanwilai_pol@hotmail.com
[อ่าน พูดพร่ำทำเพลง ในฉบับอื่น]