ผู้เขียน  หัวข้อ: Title: แก้วที่สอง...กาแฟดำ
ยางมะตอยสีชมพู

Title: แก้วที่สอง...กาแฟดำ
 เมื่อ: 2008-06-18 07:49:38 
ละมุนซีรีส์

“ขอบคุณมากครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ” ชายหนุ่มกล่าขอบคุณลูกค้าสาวที่กำลังเดินออกจากร้าน พร้อมกับโปสการ์ดที่เขาได้ออกแบบเองติดมือไปด้วย 2 ใบ

เป็นเวลา 2 เดือนแล้ว ที่พีมาดูแลร้านกาแฟคอฟฟี่เลิฟเวอร์สาขา 2 ที่เชียงใหม่ให้พี่ตุ๋ย

เขามีความสุขในแบบที่เขาคิด
เขาได้ถ่ายรูป และวาดรูปเพื่อทำโปสการ์ด
เขาได้ขายเสื้อในลายที่เขาออกแบบเอง
เขาได้เขียนหนังสือดั่งใจที่เขาหวังไว้
เขามีงานฟรีแลนซ์ ออกแบบเล็กๆน้อยๆพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ โดยไม่ต้องคิดถึงกำไรจากกิจการร้านกาแฟ
และที่สำคัญเขาได้ลิ้มรสกาแฟมอคค่าที่เขาชื่นชอบได้ทุกวันด้วยฝีมือของตัวเอง


เขามีความสุขตามอัตภาพ

แม้ว่าในตัวเมืองเชียงใหม่ อาจจะดูไม่แตกต่างกับกรุงเทพเท่าไหร่นัก
แต่สิ่งสำคัญก็คือ อากาศที่สดชื่น ซึ่งมันทำให้เขาหายใจได้เต็มปอดโดยไม่ต้องพะวงกับควันพิษ

เขาสามารถตื่นแต่เช้าได้อย่างสบายโดยไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาปลุก

เขาได้ลอบมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาหน้าร้าน ซึ่งก็จะมีทั้งเด็กนักเรียน นักศึกษา หนุ่มสาววัยทำงาน คนชรา
เขาชอบมองดูผู้คน ชอบดูวิถีชีวิตของแต่ละคนในยามเช้า ซึ่งก็แตกต่างกันไป

กี่ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้มองผู้คนรอบข้างอย่างตั้งใจเหมือนดั่งในทุกวันนี้

จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ

เซ็นเซอร์เสียงนกร้องดังขึ้น นั่นแสดงว่า มีลูกค้าเข้ามาในร้านแล้ว
พีไม่ชอบเสียงกระดิ่งเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุผลที่ว่า มันแสบแก้วหู
แต่พีชอบฟังเสียงนกร้องมากกว่า สมัยที่เขายังอยู่ที่เมืองคอนกรีต
เขามักจะชอบแอบไปนั่งสวนสาธารณะ เพื่อฟังเสียงนกเงียบๆคนเดียวเสมอๆ

“คอฟฟี่เลิฟเวอร์สวัสดีครับ...” พีหันไปมองร่างของผู้ที่เดินเข้ามาภายในร้าน
และในทันทีที่เห็น เขาก็รับรู้โดยทันทีว่า เมนูกาแฟที่เขาจะลงมือทำนั้นคืออะไร








แก้วที่สอง...กาแฟดำ

สุชาติคือลูกค้าประจำของร้าน ทุกๆเช้าในเวลา 7 โมง เขาจะแวะมาที่ร้านและสั่งกาแฟดำดื่มทุกวัน

หลังจากที่สุชาติใช้เวลาครึ่งชั่วโมงละเลียดกาแฟดำจนหมดแก้ว เขาจะอ่านหนังสือพิมพ์ต่ออีกประมาณ 5 นาทีจึงค่อยลุกขึ้นเดินมาจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วก็ออกไปทำงาน ซึ่งเวลา 2 เดือนที่พีมาอยู่ที่นี่นั้น สุชาติคือลูกค้าคนแรกของเขา และเป็นลูกค้าประจำมาจนถึงทุกวันนี้

บางครั้งเขาอยากจะถามถึงสารทุกข์สุกดิบของลูกค้าคนสำคัญของเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่กล้า เนื่องจากใบหน้า ท่าทางของสุชาติดูหงอยเหงาเศร้าซึมได้อยู่ทุกวัน

จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ

“ขอบคุณมากครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับผม” พีกล่าวลากับลูกค้าด้วยน้ำเสียงอันสุภาพ พร้อมกับเดินไปเก็บแก้ว เขาหันไปมองแผ่นหลังของสุชาติที่ค่อยๆเดินออกไปไกลจากร้านของเขา

พีมองตาม และรู้สึกว่าแผ่นหลังของสุชาตินั้น ดูหดหู่พิกล ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเขา เมื่อ 2 เดือนก่อนเลย
เขามองตามแผ่นหลังอันหดหู่นั้นไปเรื่อยๆ จนหายลับตาไป


...


ล่วงเลยมาจนถึงเวลาเย็น ที่ร้านคอฟฟี่เลิฟเวอร์ยังคงมีลูกค้าเข้ามาดื่มกาแฟอย่างไม่ขาดสาย
จากการที่พีได้ชงกาแฟทุกวันๆ ทำให้รสชาติของกาแฟที่เขาชงรสชาติลงตัวขึ้นเรื่อยๆ

จากแรกๆที่ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้าน มาตอนนี้เขาก็เริ่มมีลูกค้าประจำอยู่กลุ่มหนึ่งแล้ว


จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ

“สวัสดีครับ...เอ่อ...” พีแปลกใจไปชั่วขณะ เพราะบุคคลที่ก้าวเข้ามาในร้านนั้นคือสุชาติ ซึ่งโดยปกติแล้ว สุชาติไม่เคยแวะมาที่ร้านนี้ในเวลาเย็นเลย

“รับอะไรดีครับ...” พีถามก็เพราะเขาไม่แน่ใจว่าสุชาติจะดื่มกาแฟดำในเวลาเย็นอย่างนี้หรือเปล่า
“กาแฟดำ” สุชาติสั่งกาแฟด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

วันนี้ใบหน้าของสุชาติดูหมองหม่นกว่าทุกวัน พีไม่รู้ว่าชายหนุ่มลูกค้ามีปัญหาอะไรกับชีวิตเขาหรือเปล่า แต่ถึงจะอยากรู้เพียงไร เขาก็ไม่กล้าถาม จนเขานึกถึงคำสอนของพี่ตุ๋ยได้

“ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบลูกค้าน่ะ เป็นสิ่งสำคัญ **จำไว้เลยนะเว้ยไอ้พี บางทีลูกค้าเค้าก็ต้องการเพื่อนคุยเหมือนกัน นอกจากหน้าที่ชงกาแฟให้อร่อยแล้ว **ยังต้องเป็นเพื่อน กับลูกค้าทุกคนด้วย...”




“กาแฟดำได้แล้วครับ...”

“ปกติตอนเย็นแบบนี้ไม่ค่อยเห็นคุณเลยนะครับ...” พีพยายามชวนลูกค้าหนุ่มหน้าตาซึมเศร้าคุย...
แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล สุชาติยังคงนั่งเงียบอยู่อย่างนั้น


ด้วยศิลปะในการพูดมีน้อย พีจึงได้แต่ยืนเก้ๆกังๆอยู่อย่างนั้น ไม่นานนัก...เขาจึงตัดสินใจนั่งลงตรงข้างๆสุชาติ
“ขอนั่งตรงนี้ด้วยคนนะครับคุณ เอ่อ…”
“สุชาติ...เรียกว่าชาติก็ได้” ลูกค้าหนุ่มยังคงพูดจาห้วนๆอยู่เช่นเดิม

“วันนี้อากาศดีนะครับ” หนุ่มพีพยายามชวนคุย
“อากาศดีอะไรล่ะ ฝนตั้งเค้ามาโน่นแล้ว...”
“อ่ะ อ้าว...แหะๆ”

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณต้องการอะไร แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์ที่จะคุยกับใครทั้งนั้น”
“ครับ...ผมทราบดี เพียงแต่ว่า...เอ่อ”
“เห็นหน้าเป็นตูดของผม เลยอยากจะเข้ามาคุยด้วย...”
“ก็...ก็ประมาณนั้น นั่นแหล่ะครับ”

“ทำไมเหรอ หน้าตาของผมมันเหมือนคนอมทุกข์มากขนาดนั้นหรือยังไง”
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ...ผมแค่รู้สึกว่าหน้าของคุณในตอนนี้ มันคล้ายกับใครที่ผมเจอเมื่อ 2 เดือนก่อนเลย”
ชายหนุ่มใบหน้าเศร้าหมองละสายตาจากใบหน้าของพี เหม่อมองออกไปข้างนอก พร้อมกับจิบกาแฟดำอย่างช้าๆ

“คนคนนั้นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เขารู้สึกเบื่อในที่ที่เขายืนอยู่เป็นอันมาก น่าแปลกที่เขามีการงานที่มั่นคงในบริษัทใหญ่ที่ใครๆก็อยากเข้า แต่เขากลับรู้สึกว่าชีวิตของเขาช่างไม่มีความมั่นคงเอาเสียเลย จนเขาถูกหญิงสาวที่คบกันมาจนถึงขั้นที่จะตกลงแต่งงานกัน หนีไปมีคนอื่นเสียอย่างนั้น นั่นทำให้เขาเข้าใจเลยว่า ความมั่นคงของชีวิตมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร แต่มันขึ้นอยู่กับความตั้งใจของตนเองต่างหาก”


ลูกค้าหนุ่มละสายตาที่เหม่อมองเบื้องนอก หันกลับมาสนใจในสิ่งที่พีพูด
“แล้วเขาทำยังไงต่อไป?”

“โชคดีที่เขามีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เขาเคารพ ช่วยสานฝันของเขาให้เป็นความจริงขึ้นมา ในใจของเขาตอนนั้นคิดแต่เพียงว่า ชีวิตของเราต้องดีขึ้น ต้องดีกว่าตอนที่อยู่กับเธอคนนั้น มีความสุขมากกว่าตอนที่มีเธอคนนั้น”
“แล้วตอนนี้ชีวิตเขาเป็นยังไง?” สุชาติซักพีต่ออย่างอยากรู้อยากเห็น

“มีความสุขดีครับ...เป็นความสุขที่พอดีตามอัตภาพ ซึ่งเขาก็ค่อนข้างพอใจกับชีวิตแบบนี้นะ”


“เฮ้อ...” สุชาติถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“จริงๆแล้ว ผมก็เพิ่งเลิกกับแฟนมาเหมือนกับคนที่คุณเล่าเมื่อกี๊เลย อีกอย่างก็เบื่องานมนุษย์เงินเดือนแบบนี้เต็มทนแล้ว ใจนึงผมอยากจะเข้าไปหางานทำที่กรุงเทพฯ แต่ก็คงไม่พ้นกับงานเดิมๆอีกนั่นแหล่ะ”
“แล้วใจจริงคุณอยากทำอะไรล่ะครับ”
“ผมอยากเล่นดนตรี”

“ผมอยากเล่นดนตรี ผมอยากร้องเพลงไปวันๆ โดยที่สามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ด้วย”
“ยากนะ สมัยนี้...”

ประโยคนี้ของพีทำให้ลูกค้าหนุ่มเงียบเสียงลงไป






“แต่ถ้าคุณไม่รังเกียจ คุณจะมาเล่นดนตรีที่ร้านนี้ก็ได้นะ”
“จริง...จริงๆเหรอครับ”
“ครับ แต่ผมบอกไว้ก่อนนะ ว่าผมคงไม่มีเงินให้คุณมากเท่าไหร่หรอก ตอนนี้ผมอยากให้คุณอดทนทำงานประจำของคุณไปก่อน แล้วเลิกงาน ค่อยมาเล่นดนตรีที่ร้านผม แล้วอนาคตหลังจากนั้น ค่อยมาว่ากัน”
“ได้...ได้ครับ ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาเลย”

“แล้วก็...หากคุณมีเพลงที่คุณแต่งขึ้นมาเอง คุณก็เล่นได้เลยนะครับ”
“คุณเชื่อใจผม...คุณยังไม่เคยเห็นผมเล่นเล่นนี่ ทำไมคุณถึงไว้ใจผมขนาดนี้”

พียิ้มก่อนตอบว่า “ผมไม่ได้ไว้ใจคุณหรอก แล้วบางทีอาจจะไม่มั่นใจด้วยซ้ำ แต่...คุณมีฝัน ผมก็มีฝัน และฝันของผมก็มีคนคนหนึ่งไว้ใจมอบร้านนี้ไว้ให้ผมดูแลทั้งที่ผมไม่มีประสบการณ์ และไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการบริหารร้าน หรือแม้แต่กระทั่งวิธีการชงกาแฟเลย แต่เค้าก็ยังอยากจะลองเสี่ยงกับฝันของผมดู และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมอยากลองให้คุณมาเล่นดนตรีที่ร้านนี้ดู”
“เรื่องเล่านั้น เป็นเรื่องของคุณเอง...”

“ใช่ครับ...งั้นตอนนี้ขอต้อนรับนักฝันเพิ่มที่ร้านนี้อีกหนึ่งคนนะครับ”

แววตาที่เศร้าหมองของลูกค้าหนุ่มที่เคยมี กลับหายไป หากแต่ตอนนี้แววตาของเค้า เต็มไปด้วยความหวัง สำหรับก้าวแรกของการเป็นนักดนตรี เค้าไม่ได้คิดถึงอนาคตว่าต่อไปเค้าจะได้เป็นศิลปินหรือไม่ แต่ตอนนี้เค้าขอแค่โอกาสในการโชว์ฝีมือซักครั้ง แค่นั้น...

“ถ้าอย่างนั้น กาแฟดำถ้วยเดิมๆนี้ จะลองใส่นมและน้ำตาลลงไปไหมครับสำหรับรสชาติของชีวิตครั้งใหม่”
ไม่มีคำตอบจากลูกค้าหนุ่ม หากแต่มีรอยยิ้มของเขาแทนคำตอบ


ชีวิตไม่ได้มีแค่ความขมเพียงอย่างเดียวเสมอไป...
ก็เหมือนกับกาแฟที่มีหลายรสชาติ ขึ้นอยู่ที่ว่า...
เราจะเลือกลิ้มรส รสชาติใด...เท่านั้นเอง




http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pinkyangmatoy&month=05-2008&date=21&group=8&gblog=1 (ย้อนอ่านแก้วที่หนึ่งได้ที่นี่นะครับ)


ฟัง - Sleeper1 Pls.Listen

2008-06-18 07:49:38/ยางมะตอยสีชมพู

 


เร็น ren kusanagi
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย เร็น ren kusanagi   เมื่อ: 2008-06-18 08:10:35
อ้าว โพสต์คนแรก ฮิ้ว~~~ หวัดดีค่ะพี่ยาง หายไปนานลืมไปแล้วยังหว่า *-*
 


สน-ทะเล
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย สน-ทะเล   เมื่อ: 2008-06-18 08:45:35
เข้ามาอ่านงานของพี่ทำให้รสชาดกาแฟเซเว่น

ที่กินทุกวันในตอนเช้าดีขึ้นนะครับ

สวัสดีตอนเช้าครับ
 


สายลม
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย สายลม   เมื่อ: 2008-06-18 09:12:20
อ่านเรื่องราวดีๆ ยามเช้าเช่นนี้ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้นเป็นกองเลยค่ะ
 


ชริ
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2008-06-18 09:44:14
คนเขียนใช้อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวสูง ใช้ให้เป็นประโยชน์เพราะหลายคนมีความสึกที่หลากหลายแตกต่างกันไป คุณเชื่อไหม! ความรู้สึกทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะถ่ายทอดออกมาอย่างไร.......แล้วความฝันจะอยู่ไม่ไกลเกินจริง
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2008-06-18 12:42:44
สวัสดีค่ะ ยางมะตอยสีชมพู

อิจฉาชีวิตของพีจังค่ะ นอกจากทำให้ตัวเองมีความสุข
เขายังสุขที่เห็นคนอื่นมีมีความสุขด้วย
ถ้ามีคนอย่างพีเยอะ ๆ คงจะดีนะ

แต่ความสุขของพี ไม่น่าจะแค่สุขตามอัตภาพ
เราว่าสุขมาก ๆ เลยล่ะค่ะ
จะมีกี่คนที่ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้มากขนาดนี้
 


obh;vh;o
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย obh;vh;o   เมื่อ: 2008-06-18 14:25:39
รอแก้วสองอยู่ จิบแล้วค่ะ...ยังอร่อยเหมือนเดิมนะ
 


ส้มลิ้ม
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย ส้มลิ้ม   เมื่อ: 2008-06-18 14:53:06
แหมๆๆ

ไปป์คุง...นอกจากจะหน้าตาดีแล้ว ยังเขียนเรื่องได้น่าอ่านชวนฝันให้หนีตามใครสักคนไปชงกาแฟอยู่แถวเชียงใหม่อีกด้วยนะคะ

อิอิ
 


กีรติ
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2008-06-18 15:42:41
คิดถึงคุณอากาศกวี ไปป์เคยอ่านงานเขาไหม
ฉันคิดถึงตอนฝนตกและมีกาแฟสักแก้ว ร่างกายและใจก็อบอุ่นมาด้วย

ชอบอารมณ์กาแฟแบบนี้มากนะ มากกว่า อารมณ์ก้งกันซะอีก

ปล. เวลาที่มีใครบางคน เดินตามหาเราอยู่ เมื่อเราหันกลับไปพบว่า เขาคนนั้นคือคนที่เราก็ตามหาเช่นกัน มันคงดีไม่น้อยที่เราจะยืนหยุดมอง และสำรวจหัวใจว่า จังหวะที่เต้นอยู่นี้ ได้สัมพันธ์กับใครบ้างไหม และเมื่อคำตอบ เป็นเขาที่ยืนอยู่ตรงหน้า ฉันเองก็จะไม่รอช้า ที่จะกล่าวคำว่า--ชอบดื่มกาแฟเหมือนกันหรือคะ
 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2008-06-18 19:50:50
น้องเร็นฮะ - สวัสดีจ้า ยังไม่ลืมหรอก แบบว่า พี่ก็หายไปนานเหมือนกัน ^ ^

น้องสน-ทะเล - กาแฟเซเว่นเหรอฮะ...เมื่อก่อนพี่กินบ้อยมากๆเลยล่ะ เพราะว่ามันเข้มข้นดี แต่ไม่รู้ทำไมหลังๆกินแล้วปวดหัว เลยไม่ได้ซื้อกินต่อ สวัสดีตอนเช้าด้วยฮะ แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาค่ำแล้วก็ตาม 555+ ^ ^

คุณสายลมครับ - บรรยากาศรอบตัวดี เป็นเพราะจิตใจคุณดีด้วยนะฮะ จริงมะ ถ้าวันไหนหงุดหงิดแต่เช้า บรรยากาศรอบตัวดีแค่ไหน ก็อารมณ์ดีขึ้นยากฮะ แหะๆ แบบว่าเคยเป็นมาก่อน ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และให้กำลังใจกันนะครับ ^ ^

คุณชริฮะ - ใช่เลยครับ ผมมักจะจินตนาการว่าผมคือ "พี" และนั่นมันก็คือความใฝ่ฝันจริงๆของผม ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะครับ ^ ^

คุณต้นข้าวครับ - สวัสดีครับ ... อืม นั่นสิเนอะ จะมีซักกี่คนที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำจริงๆ แต่อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ได้บรรลุความต้องการของตัวเองได้บ้างแล้วล่ะครับ อ้อลืมบอก ผมได้เข้าไปแอบอ่านบทกวีของคุณด้วยล่ะ อ่านแล้วรู้สึก อยากนอนหนุนตัก หลับตาไม่รับรู้เรื่องราว... นั้นจริงๆแฮะ แหะๆ ^ ^

น้องน้อง - ขอบคุณที่ยังติดตาม และยังไม่เลี่ยนไปก่อนนะครับ

ส้มหมวย - อย่างที่บอก..." พูดจริง" และต้อง "ทำจริง" ด้วยล่ะเธอ

อ้อยใจ - คุณอากาศกวี เราไม่เคยอ่านอ่ะ แต่ถ้าเธอพูดขึ้นมาอย่างนี้ สงสัยต้องลองไปหาอ่านบ้างดูซะแล้ว ส่วนอารมณ์กาแฟน่ะ...มันตอนเช้า ไอ้อารมณ์ก่งก๊งอ่ะ อิอิ มันตอนค่ำ...ซึ่งตอนนี้เราก็ซัดมันทั้ง 2 อารมณ์แหล่ะ 555+ และก็ขอบคุณที่ชอบอารมณ์แบบนี้เนาะ ^ ^
 


สหัทยา
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย สหัทยา   เมื่อ: 2008-06-18 20:18:53
เห็นภาพให้นึกถึงความหอมกรุ่นของกาแฟที่พี่ชอบเป็นชีวิต
ครั้งหนึ่งที่เคยเป็นเพื่อนรวมทางเดินกันเลยนะ
ตอนนี้ต้องทำใจเลิกกับเจ้าเพื่อนกาแฟนี้....ด้วยความเศร้า
คิดถึงมันจังทำไงดีล่ะ

คิดถึงเสมอนะจ้ะ...น้องชาย
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2008-06-19 00:47:33
เข้ามานั่งในร้านกาแฟของน้องพีได้สักพักแล้วค่ะ พอที่จะได้เห็นบรรยากาศและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในร้าน

คงจะจริงอย่างที่คุณต้นข้าวบอกว่า พีเป็นคนที่นอกจากทำให้ตัวเองมีความสุขแล้ว ยังจะสุขที่เห็นคนอื่นมีความสุขอีกด้วย

หลังจากนั่งจิบนมร้อนที่ถือวิสาสะเข้าไปชงเอง แล้วมานั่งจิบมองบรรยากาศและเรื่องราวรอบ ๆ ร้านของน้องพีแล้ว ทำให้พี่ได้คิดอะไรที่ค้างคาอยู่ในใจมากขึ้น ได้เข้าใจตัวเองและเข้าใจเพื่อนอีกคนมากขึ้น

การมองอยู่เพียงในมุมของเรานั้น ทำให้มองเห็นและคิดได้อย่างไม่กว้างขวางจริง ๆ...

เห็นน้องพีมีความอิสระเสรีอยู่ในร้านกาแฟน่ารักของตัวเอง แล้วทำให้พี่ได้คิดว่า บางครั้งการที่เรามีอิสระเสรีอยู่ ณ จุด ๆ หนึ่ง ถึงแม้ว่าอิระเสรีนั้นจะอยู่ในที่ที่ไม่กว้างขวางมากนัก แต่มันก็อาจจะสามารถทำให้คนหนึ่งคนรู้สึกว่ามากพอสำหรับเขาแล้ว เสรีภาพในโลกกว้างอาจไม่จำเป็นสำหรับเขาเลยก็เป็นได้...

สาระสำคัญของคำว่าเสรีภาพที่แท้จริงนั้นอาจอยู่ภายในเนื้อแท้แห่งเสรีภาพ...



ขอบคุณนมร้อนและที่ขาดไม่ได้...เรื่องราวของกาแฟแก้วที่สอง...กาแฟดำ
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   a96779ec
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)