 |
ใกล้รุ่ง เมื่อ:
2009-03-01 15:52:19 |
ใกล้รุ่ง
สวัสดีวันอาทิตย์ ปีที่ ๓ อาทิตย์ที่ ๕๑
ขาดเหลือไปอีกไม่ถึงสองนาทีก็จะเป็นเวลาตีสามครึ่ง สายลมเย็นพัดลอดเข้ามาทางระเบียง หลังโต๊ะทำงาน เสียงโมบายจากห้องพักห้องอื่นดังกรุ๋งกริ๋งๆ ลมเย็นพัดลอดเข้ามาอีก เหมือนลมก่อนฝนตก พักสายตาทอดมองไปยังหน้าต่าง ถัดจากโต๊ะทำงานมองหาสายฝน แม้จะรู้ว่าไม่สามารถมองเห็นหากว่ามีฝนโปรย ด้วยความมืด ด้วยเป็นเวลาค่ำคืน มองเลยไปยังห้องตึกตรงข้าม ชั้นเดียวกันไฟยังคงสว่างอยู่ เป็นแสงสีขาวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนซ์ ต่างจากห้องของฉันที่มีแสงเหลืองนวลจากโคมไฟบนโต๊ะทำงาน ระหว่างแสงสองสีนี้ฉันชอบอย่างหลังมากกว่า มันให้ความรู้สึกอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง ที่สำคัญมันไม่ทำให้ฉันแสบตาเหมือนเช่นแสงจากธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ตรวจวัดสายตาเคยบอกว่าฉันสายตาเอียง สองข้างไม่เท่ากัน และแพ้แสงอีกต่างหาก นั่นเป็นเวลานานกว่าเกือบสิบปีมาแล้ว ปัจจุบันฉันว่านอกจากจะแพ้แสงสายตายังสั้นลงๆอีกต่างหาก
จากชั้นที่ฉันอยู่ ห้องตรงข้ามที่ยังมีแสงไฟอยู่เป็นชั้นที่ ๖ ฉันไล่สายตาขึ้นไปยังชั้นที่ ๗ ชั้นที่ ๘ หยุดนิ่งชั้นที่ ๙ ไม่มีแสงไฟปรากฏลอดจากช่องหน้าต่างทั้งสามชั้น สองชั้นแรกนั้นยังคงปรากฏแสงไฟอยู่ทุกวัน ส่วนชั้นสุดท้าย ไม่มีแสงไฟมานานกว่าห้าปีแล้ว ฉันจับจ้องที่หน้าต่างห้องชั้นที่ ๙ พลางคิด...
ราวห้าหกปีก่อน เย็นวันหนึ่งกลับถึงที่พักราวบ่ายสี่โมงเย็น บริเวณถนนที่คั่นกลางระหว่างตึกถูกมุงล้อมไปด้วยผู้ใหญ่ เด็กเล็กเด็กโต ฉันจอดรถแล้วเดินเข้าร้านขายของชั้นล่างของตึก ถามหญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านว่ามีอะไรกัน รู้บ้างไหม เจ้าของร้านบอก คนกระโดดตึก ชั่วโมงกว่าแล้วยังไม่เก็บศพไป
ทำไมล่ะ? ฉันถาม
ต้องรอหมอมาชันสูตรก่อน
แล้วทำไมหมอมาช้าจัง แย่จริง
ฉันขึ้นมายังห้องพัก เปิดหน้าต่าง ชะโงกหน้าลงมองเบื้องล่าง พระเจ้า! แม้มองไม่เห็นร่างของผู้ตายที่รู้ว่าเป็นผู้ชายจากคำบอกเล่าของเจ้าของร้านขายของเพราะมีผ้าขาวคลุมอยู่ แต่ก็พอเห็นลิ่มเลือดที่ไหลกองอยู่บริเวณศีรษะ แขนขาและลำตัวงอคล้ายเลข 4 ฉันจุดบุหรี่ ยังคงยืนมองด้วยความฉงน
คนตายแล้วเป็นอย่างนี้นี่เอง เหมือนนอนหลับ ไร้การรับรู้ใดๆรอบข้าง
กระโดดมาจากชั้น ๙ เสียงเจ้าของร้านขายของแว่วเข้ามา ฉันแหงนหน้ามองที่หน้าต่างห้องนั้น มันยังคงเปิดค้างไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งนายกับใครอีกคนหนึ่งโผล่หน้าออกมามองไปยังเบื้องล่างที่ร่างไร้ลมหายใจนั้น พลางตรวจสอบบริเวณหน้าต่าง ฉันมองลงไปเบื้องล่างอีกครั้ง เด็กวัยชั้นประถมต้นสองสามคนกระโดดโลดเต้นไปมา ฉันนึกแปลกใจว่าทำไมพวกเขาไม่กลัว ไม่หวาดหวั่นใจบ้างหรืออย่างไร พวกผู้ใหญ่ยังคงยืนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เห็นการตายอย่างผิดปรกตินี้เป็นเรื่องธรรมดา ขณะที่ฉันคิดอย่างนี้ก็ถามตัวเองว่า แล้วเราล่ะ อย่างกับอยู่ที่นั่งพิเศษ มองเหตุการณ์โดยที่ไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร?...
ฉันจึงผลุบเข้าห้องพัก ลงนอนกับม้านั่งยาว หากว่าไม่มีความสูงมาแบ่งระดับ ฉันก็นอนห่างจากเขาคนนั้นไม่เกินห้าก้าวเท่านั้น, สายตาทำมุมกับหน้าต่างห้องที่ชั้น ๙ อย่างไม่ตั้งใจ เขากระโดดอย่างไรจึงไม่พาดผ่านสายไฟ เขาคงกะระยะไว้อย่างดี
เขาว่าไม่ใช่เจ้าของห้อง เป็นคนเช่า สติไม่ค่อยดี เสียงเจ้าของร้านแว่วมาอีก บางคนว่ามีคนผลักเขา บางคนว่าเขานั่งที่ขอบหน้าต่าง แล้วพลัดตกมาเอง
ฉันคิด ตกมาเองคงไม่มานอนกลางถนน อย่างน้อยต้องชิดตัวตึก ไม่ก็ทางเท้า ไม่ก็ตกใส่แผงขายกับข้าว.
ฉันคิด หากมีคนผลักก็เป็นไปได้ แต่ใครล่ะจะคิดอุตริขึ้นไปนั่งที่ขอบหน้าต่าง (แต่ก็อาจเป็นไปได้มิใช่หรือ).
ฉันคิด กระโดดลงมาเองน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด.
ฉันคิด ฉันควรจะบอกหญิงสาวของฉันไหมว่าวันนี้มีคนตกตึกตาย ซ้ำยังเป็นตึกตรงข้าม มองออกหน้าต่างทีไรก็ต้องมองเห็นชั้นนั้นห้องนั้น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม (สุดท้าย ฉันก็บอกเธอ เธอร้องเสียงหลงเมื่อได้รับรู้ และพยายามไม่เผลอมองออกไปนอกหน้าต่างในยามค่ำคืนอีกเลย)
คล้อยหลังเมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยและเจ้าที่อื่นๆทยอยจากไป ผู้คนก็เริ่มแยกย้าย เหลือทิ้งไว้เพียงคราบลิ่มเลือดที่ดูเหมือนจะมีอยู่ที่เดียว คือบริเวณศีรษะ แม่บ้านสามคนถือไม้ขัดพื้น น้ำยาล้างพื้น ช่วยกันขัดล้างลบคราบเลือด (มันยังคงปรากฏเป็นร่องรอยให้เห็นนานเป็นสัปดาห์) ฉันเห็น ฉันรู้สึกพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก น้ำลายขมเหนียวหนืดค้างอยู่ที่หลอดอาหารแทบจะขย้อนออกมาเสียให้ได้
แล้วก็เป็นเช่นนั้น ฉันโก่งตัวสำราก ทว่าไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำหูน้ำเล็ด
เป็นเวลาสี่นาฬิกาสิบห้านาที ฉันทอดสายตามองไปยังหน้าต่างตึกตรงข้ามชั้นเดียวกัน แสงไฟหายไปแล้ว
ที่ชั้น ๙ ฉันเห็นเงาของคนคนหนึ่งกำลังมองมาเบื้องล่าง ราวกับกำลังคิดคำนวณอะไรบางอย่าง
ฉันเพ่งสายตามองให้ถนัดถนี่
ไม่มีใครตรงนั้น นอกจากภาพที่ฉันคิดขึ้นเอง
จู่ๆสายลมเย็นก็พัดกรูเข้ามาอีกระลอกหนึ่ง เป็นลมทั้งเย็นและชื้นยามใกล้รุ่ง
แสงไฟสว่างวาบที่หน้าต่างห้องชั้นที่ ๘
ฉันพยายามทบทวนความจำว่า จริงแล้วเป็นห้องชั้นที่ ๘ หรือ ๙ กันแน่ที่ชายคนนั้นตกลงมา?
สวัสดี ·
อานันท์ ประทีฯ./๑ มี.ค. ๕๒
ภาพประกอบ energetic.files.wordpress.com/
เรื่องย้อนหลัง |