ผู้เขียน  หัวข้อ: ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ 9 (เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ )
ชริ

ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ 9 (เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ )
 เมื่อ: 2009-03-05 14:55:12 
..................................................................................................ตอน 9

เสียงกระดิ่งดังกรุ๋งกริ๋งจากรถถีบสามล้อหน้าตึกกุมารเวชดังกังวานขึ้น ลุงแก่ๆคนหนึ่งกำลังถอดหมวกจักรสานด้วยไม้ใผ่บาง ๆออก ผมกระเซอะกระเซิงราวกับถูกลมกระโชกแรง สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวมอๆ กางเกงขายาวถึงเข่ามองเห็นกล้ามขาแข็งแรงเป็นมัดๆซึ่งบ่งบอกถึงการถีบสามล้อมาเป็นเวลานาน

พ่อยิ้มย่องท่าทางจะรู้จักกันหรืออาจนัดกันให้มารับที่โรงพยาบาล เรานั่งกันเงียบๆจากออกโรงพยาบาลประดับประด๋าด้วยดอกไม้งามบานสะพรั่ง เฟื่องฟ้าสีฉูดฉาดแซมด้วยดอกสีขาวนุ่นทอดสายตามองพลางชี้ให้พ่อดู

ผ่านหน้าตึกสงฆ์มองเห็นต้นโพธิ์แตกก้านกิ่งใบปกคลุกไปทั่วบริเวณ เหนือพื้นดินโดยรอบมีรากค้ำยันซึ่งแตกออกจากโคนต้นเลื้อยเป็นเส้นนูนขึ้นมาคล้ายสันหลังพญานาคที่คอยยึดเกาะดินเพื่อความมั่นคงของลำต้นให้ตั้งสูงตะหง่านยงยืนเกือบร้อยปีอย่างน่าเกรงขาม

กลิ่นธีปโชยของบรรดาญาติผู้ป่วยหน้าหม่นหมองกำลังบนบานสานกล่าวขอให้หายเจ็บหายป่วยหรือพ้นพาลจากความตาย บางคนนำเครื่องแก้บนมาถวาย อย่างไม้แกะสลักเป็นช้าง ตุ๊กตา กุมารทอง ผ้าหลายสี พวงมาลัย ร่วมทั้งหมูเห็ดเป็ดไก่

ความเชื่อยังนำพาพวกเขาทย่อยกันเข้ามาคุกเข่าบนพื้นปูเสื่อ เพื่อสักการบูชาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ปกปักษ์รักษาเสมือนเป็นที่พิงสุดท้ายของพวกเขาอย่างไม่ขาดสาย

พ่อบอกให้ลุงหยุดแล้วหันมาสั่งให้นุ่นนั่งอยู่บนรถ ก่อนจะก้าวลงจากรถสามล้อพร้อมกับสะพายย่ามใส่ของที่จำเป็นพลางล้วงเอาตุ๊กตาพลาสติดสวมชุดไทยสไบทองนำไปถวายวางไว้ตรงโคนต้นที่ผูกด้วยผ้าเหลืองพันโอบรอบต้น นุ่นมองดูด้วยความรู้สึกครั่นคร้าม

พ่อคุกเข่าพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบธูปเก้าดอกที่เตรียมไว้สำหรับทุกคน นุ่นสังเกตดูปากของพ่อทำมุบมิบ ๆ อยู่ริมฝิปาก นุ่นพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงออมา

กลิ่นควันธูปโชยตลบอบอวล พ่อยกมือไหว้ท่วมหัวก่อนจะปักธูปลงบนกระถังทรายพลางยกมือลูบศีรษะอีกที

รถสามล้อเลี้ยวออกจากประตูโรงพยาบาล แสงแดดยามเที่ยงวันร้อนผ่าวมองเห็นไอร้อนระยิบบนผิวถนนลาดยางมะตอย ถนนสายนี้มีรถสามล้อถีบผ่านมาหลายคัน นุ่นหันหลังกลับไปมองโรงพยาบาลก่อนจะลับตาไป

เสียงซีกลวดของวงล้อดังเอื่อย ๆบดไปตามพื้นถนน และดังขึ้นเรื่อย ๆเมื่อกำลังแล่นลงเนินทอดยาวไปสู้ที่ลาดต่ำ ลุงถีบสามล้อทำหน้าที่อย่างระมัดระวัง มือทั้งสองข้างกำแฮดไว้แน่นพร้อมกับเพ่งสายตาฝ่าไอแดดไปตามถนนอย่างคนระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

พ่อกับนุ่นนั่งคู่กันที่เบาะหลังพลางใช้ผ้าขาวม้าซับเหงื่อให้เจ้าพุ่มผมดอกเบจญมาศ ซึ่งตอนนี้พ่อได้เสียบดอกลั่มทมหอมหวนไว้ที่กลางกระจุกผมมัดด้วยยางหนังกระติก

เสียงลมพัดหวิว ๆดังอยู่ข้างหู แรงลมทำให้รู้สึกเย็นขึ้นเส้นผมปลิวไสวเผยให้เห็นใบหน้าสดใสรับกับดอกลั่มทมสีขาวนวล

นุ่นนั่งตัวตรงมือข้างหนึ่งจับแขนพ่อไว้ไม่ยอมปล่อยพลางมองตรงไปข้างหน้า สองฟากทางมีต้นมะม่วงปลูกสลับกับต้นมะขามต้นใหญ่อยู่ไม่ไกล

ตรงนั้นนุ่นรู้สึกแปลกตาเมื่อมองเห็นความเคลื่อนไหวอยู่ตรงกลางถนนมาแต่ไกล มันตัวเล็กมากเดินตุปัดตุเป๋กำลังข้างถนนมากลางเลนของเรา

และจากประสบการณ์ถีบสามล้อมายาวนาน ลุงแกเห็นก่อนแล้วแหละและรู้มั่นใจว่าระยะเบรคไม่ชนมันแน่นอน

แต่สำหรับนุ่นสายตาของเด็กจะเห็นจากไกลเป็นใกล้ ส่วนลุงแกสายตาฝ้าฟางจะเห็นจากใกล้เป็นไกล จนแล่นเข้ามาเกือบประชันชิดพลางเพ่งตามองแล้วลืมตาโพลงพร้อมกันทั้งสามคน

ลุงแกประจันหน้ากับมันแกถึงได้รู้ว่ามีเจ้าสีขาขว้างอยู่ข้างหน้า
“ ลูกหมา ” นุ่นอุทานทันที
“ เฮ้ย.....หลบไป ” ลุงแกตะโกนบอกไล่พร้อมกับเสียงกระดิ่งดัง กรุ๋ง กริ๋ง ๆ ประสานเข้ากับเสียงเบรคชลอความเร็ว

มันตกใจสะดุ้งโหยงยืนโงนเงนสีขาหันมาจ้องทำตาปริบๆน่าสงสารอยู่รอมร่อ มันโยกตัวหลบไปทางซ้าย ลุงก็โซเซไปตามมัน มันโยกตัวหลบไปทางขวาลุงก็โซเซไปตามมันอีกเหมือนกำลังเล่นเดาใจกันอยู่

พร้อมกับเสียงตะโกนสุดเสียงของนุ่น “ อย่าชนหมา! ” ดังไล่ตามหลังลุงจนรถคดเคี้ยวเหมือนงูตวัดหางพ่อกอดนุ่นไว้นั่งอยู่เบาะหลังที่ส่ายโยกเยกไปมา

ทันใดนั้นนุ่นนึกขึ้นได้และเกิดความกลัวขึ้นอย่างทันควันว่าถ้าลูกหมาตัวเล็กเจ็บเหมือนนุ่นต้องเข้าโรงพยาบาลเหมือนตัวเองอีกและต้องไปบนบานศาลกล่าวเหมือนอย่างพ่ออีกด้วย ความสงสารทำให้นุ่นหลุดปากพูดออกมาเองว่า

“ อย่าชนหมาของหนูนนนนนนน ” นุ่นตะโกนทำปากยืมไปข้างหน้าตามเสียงสูงพร้อมกับได้ยินเสียงห้ามล้อดังเอี๊ยดดดดด พร้อมกับเสียงหมาร้อง เอ๋ง ๆ..........ๆ

รถสามล้อแฉลบลงข้างทางเอียงกระเท่เร่วงล้อหมุนติ้วพิงใต้ต้นมะขาม นุ่นเกยขึ้นไปนั่งทับบนตัวของพ่อพร้อมกับหันไปมองเจ้าหมาน้อยทันที

มันกลิ่งหงายท้องตีลังกาเหมือนลูกบอลไปตามเนินลาดทอดยาวหลายตลบแล้วก็ไปนอนสงบนิ่งข้างใต้ต้นมะม่วงไม่ไกลเท่าไหร่

นุ่นได้สติกระวีกระวาดออกมาจากรถสามล้อ วิ่งเข้าไปหา! เสียงลูกหมาร้องครางเบาๆลมหายใจรวยระรินมันยังลืมตาโพลง สายตามองมาช่างวิงวอนอย่างน่าสงสารเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ

นุ่นเอามือวางบนหัว ตัวมันสั่นระรินจนน่ากลัวแล้วค่อยๆช้อนตัวมันขึ้นมาจากกองใบไม้แห้งกรอบ ตามตัวกำลังถูกมดแดงแฝงมะม่วงมะรุมมะตุ้มจนเริ่มบวมปูดแดงไปทั้งตัวเธอรีบปัดมดออกจากตัวพลางกอดมันไว้เหมือนเป็นเจ้าของมัน

เสียงเหยียบใบไม้แห้งดังกร๊อบ ทำให้นุ่นหันไปสบตาพ่อ เสียงร้องครางคราญเบาๆพลางส่งสายตาวิงวอน บรรยายกาศเงียบเชียบ บนถนนที่โรยด้วยใบไม้ช่างอ้างว้าง นานๆจะมีสามล้อถีบผ่านมาสักคัน

นุ่นสบตาพ่ออย่างวิงวอน พ่อมองมาอย่างเข้าใจ............เสียงกระดิ่งกรุ๋ง กริ๋ง เสียงวงล้อบดถนนของลุง และเสียงหอบหายใจของเจ้าหมาน้อยอยู่ใกล้ๆ

“ ไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม ” เสียงถามของลุง พ่อไม่ตอบสบตานุ่นเพียงชั่วครู่ก่อนบอกกับนุ่นด้วยเสียงกังวานว่า

“ เราไปกันเถิด! เอามันไปด้วยลูก ” น้ำเสียงของพ่อช่างนุ่มนวลเปียมไปด้วยความเมตตา

ใบไม้กำลังร่วงพรูลงเป็นสายกลางแสงแดดที่ทอดทอลงมาโปรยความอ่อนโยนที่เปียมไปด้วยความรักใคร่ของพ่อซึ่งได้เผื่อแผ่ความเมตตามาถึงเจ้าหมาน้อยนั้นด้วย

ดวงตาของนุ่นเปล่งประกายรับความเมตตาดุจดั่งแสงระยิกระยิบพลางกระชับแขนเจ้าหมาน้อยเข้ามากอด พร้อมกับก้าวขึ้นรถสามล้อนั่งเบาะหลังข้างๆพ่อ

พ่อ.......ผู้ซึ่งมีความรัก ความเมตตา บนถนนสายที่ทอดยาวไกลแสนไกลแห่งนี้.........และนุ่นจะไม่มีวันลืมเลือน............จนถึงทุกวันนี้...................และจะจดจำต่อๆไปชั่วนิจนิรัญดรหรือจนกว่ากาลเวลาจะอวสาน


2009-03-05 14:55:12/ชริ

 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-03-05 15:33:51
หวัดดีจ๊ะชริ

อ่านแล้วประทับใจในความรักที่นุ่นมีให้สัตว์ร่วมโลกจ๊ะ

แต่ว่านี่ใช่ตอนเดียวกับที่ชริเขียนเรียงความเรื่องพ่อหรือเปล่า ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องของลูกไก่หรือลูกหมากันแน่

จักรสาน - จักสาน
ประด๋า - ประดา
ธีป - ธูป
บนบานสานกล่าว - ศาลกล่าว
พลาสติด - พลาสติก
กำแฮด - แฮนด์

^_^
 


ชริ
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-06 11:38:06
ปรับปรุงใหม่ แก้คำผิดมาส่งต้นข้าว
เรียงความเรื่องพ่อเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้จ๊ะ
........................................................................................ตอน 9

เสียงกระดิ่งดังกรุ๋งกริ๋งจากรถถีบสามล้อหน้าตึกกุมารเวชดังกังวานขึ้น ลุงแก่ๆคนหนึ่งกำลังถอดหมวกจักรสานด้วยไม้ใผ่บาง ๆออก ผมกระเซอะกระเซิงราวกับถูกลมกระโชกแรง สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวมอๆ กางเกงขายาวถึงเข่ามองเห็นกล้ามขาแข็งแรงเป็นมัดๆซึ่งบ่งบอกถึงการถีบสามล้อมาเป็นเวลานาน

พ่อยิ้มย่องท่าทางจะรู้จักกันหรืออาจนัดกันให้มารับที่โรงพยาบาล เรานั่งกันเงียบๆจากออกโรงพยาบาลประดับประดาด้วยดอกไม้งามบานสะพรั่ง เฟื่องฟ้าสีฉูดฉาดแซมด้วยดอกสีขาวนุ่นทอดสายตามองพลางชี้ให้พ่อดู

ผ่านหน้าตึกสงฆ์มองเห็นต้นโพธิ์แตกก้านกิ่งใบปกคลุกไปทั่วบริเวณ เหนือพื้นดินโดยรอบมีรากค้ำยันซึ่งแตกออกจากโคนต้นเลื้อยเป็นเส้นนูนขึ้นมาคล้ายสันหลังพญานาคที่คอยยึดเกาะดินเพื่อความมั่นคงของลำต้นให้ตั้งสูงตะหง่านยงยืนเกือบร้อยปีอย่างน่าเกรงขาม

กลิ่นธูปโชยของบรรดาญาติผู้ป่วยสีหน้าหม่นหมองกำลังบนบานศาลกล่าวขอให้หายเจ็บหายป่วยหรือพ้นพาลจากความตาย บางคนนำเครื่องแก้บนมาถวาย อย่างไม้แกะสลักเป็นช้าง ตุ๊กตา กุมารทอง ผ้าหลายสี พวงมาลัย ร่วมทั้งหมูเห็ดเป็ดไก่

ความเชื่อยังนำพาพวกเขาทย่อยกันเข้ามาคุกเข่าบนพื้นปูเสื่อ เพื่อสักการบูชาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ปกปักษ์รักษาเสมือนเป็นที่พิงสุดท้ายของพวกเขาอย่างไม่ขาดสาย

พ่อบอกให้ลุงหยุดแล้วหันมาสั่งให้นุ่นนั่งอยู่บนรถ ก่อนจะก้าวลงจากรถสามล้อพร้อมกับสะพายย่ามใส่ของที่จำเป็นพลางล้วงเอาตุ๊กตาสวมชุดไทยสไบทองนำไปถวายวางไว้ตรงโคนต้นที่ผูกด้วยผ้าเหลืองพันโอบรอบต้น นุ่นมองดูด้วยความรู้สึกครั่นคร้าม

พ่อคุกเข่าพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบธูปเก้าดอกที่เตรียมไว้สำหรับทุกคน นุ่นสังเกตดูปากของพ่อทำมุบมิบ ๆ อยู่ริมฝิปาก นุ่นพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงออกมา กลิ่นควันธูปโชยตลบอบอวล พ่อยกมือไหว้ท่วมหัวก่อนจะปักธูปลงบนกระถังทรายพลางยกมือลูบศีรษะอีกที

รถสามล้อเลี้ยวออกจากประตูโรงพยาบาล แสงแดดยามเที่ยงวันร้อนผ่าวมองเห็นไอร้อนระยิบบนผิวถนนลาดยางมะตอย ถนนสายนี้มีรถสามล้อถีบผ่านมาหลายคัน นุ่นหันหลังกลับไปมองโรงพยาบาลก่อนจะลับตาไป

เสียงซีกลวดของวงล้อดังเอื่อย ๆบดไปตามพื้นถนน และดังขึ้นเรื่อย ๆเมื่อกำลังแล่นลงเนินทอดยาวไปสู้ที่ลาดต่ำ ลุงถีบสามล้อทำหน้าที่อย่างระมัดระวัง มือทั้งสองข้างกำแฮนด์ไว้แน่นพร้อมกับเพ่งสายตาฝ่าไอแดดไปตามถนนอย่างคนระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

พ่อกับนุ่นนั่งคู่กันที่เบาะหลังพลางใช้ผ้าขาวม้าซับเหงื่อให้เจ้าพุ่มผมดอกเบจญมาศ ซึ่งตอนนี้พ่อได้เสียบดอกลั่มทมหอมหวนไว้ที่กลางกระจุกผมมัดด้วยยางหนังกระติก เสียงลมพัดหวิว ๆดังอยู่ข้างหู แรงลมทำให้รู้สึกเย็นขึ้นเส้นผมปลิวไสวเผยให้เห็นใบหน้าสดใสรับกับดอกลั่มทมสีขาวนวล

นุ่นนั่งตัวตรงมือข้างหนึ่งจับแขนพ่อไว้ไม่ยอมปล่อยพลางมองตรงไปข้างหน้า สองฟากทางมีต้นมะม่วงปลูกสลับกับต้นมะขามต้นใหญ่ยาวตลอดแนว

ตรงนั้นนุ่นรู้สึกแปลกตาเมื่อมองเห็นความเคลื่อนไหวอยู่ตรงกลางถนนมาแต่ไกล มันตัวเล็กมากเดินตุปัดตุเป๋กำลังข้ามถนนมากลางเลนของเรา

ลุงแกเห็นแล้ว! จากประสบการณ์ถีบสามล้อมายาวนาน ทำให้แกมั่นใจกะระยะเบรคได้ว่าไม่ชนแน่ๆ

แต่สำหรับนุ่นสายตาของเด็กจะเห็นจากไกลเป็นใกล้ ส่วนลุงแกสายตาฝ้าฟางจะเห็นจากใกล้เป็นไกล พยายามเพ่งตามอง แกชักไม่แน่ใจอาจกะระยะผิดพลาดจนแล่นเข้ามาเกือบประชันชิด แกถึงกับสะดุ้งเฮือกกก.......ลืมตาโพลงพร้อมกันทั้งสามคน

ลุงแกประจันหน้ากับมันทันที แกถึงได้รู้ว่ามีเจ้าสีขาขว้างอยู่ข้างหน้า
“ ลูกหมา ” นุ่นอุทานทันที
“ เฮ้ย.....หลบไป ” ลุงแกตะโกนบอกไล่พร้อมกับเสียงกระดิ่งดัง กรุ๋ง กริ๋ง ๆ ประสานเข้ากับเสียงเบรคชลอความเร็ว

มันตกใจสะดุ้งโหยงยืนโงนเงนสีขาหันมาจ้องทำตาปริบๆน่าสงสารอยู่รอมร่อ มันโยกตัวหลบไปทางซ้าย ลุงก็โซเซไปตามมัน มันโยกตัวหลบไปทางขวาลุงก็โซเซไปตามมันอีกเหมือนกำลังเล่นเดาใจกันอยู่

พร้อมกับเสียงตะโกนสุดเสียงของนุ่น “ อย่าชนหมา! ” ดังไล่ตามหลังลุงจนรถคดเคี้ยวเหมือนงูตวัดหางพ่อกอดนุ่นไว้นั่งอยู่เบาะหลังส่ายท้ายโยกเยกไปมา

ทันใดนั้นนุ่นนึกขึ้นได้และเกิดความกลัวขึ้นอย่างทันควันว่าถ้าลูกหมาตัวเล็กเจ็บเหมือนนุ่นต้องเข้าโรงพยาบาลเหมือนตัวเองอีกและต้องไปบนบานศาลกล่าวเหมือนอย่างพ่ออีกด้วย ความสงสารทำให้นุ่นหลุดปากพูดออกมาเองว่า

“ อย่าชนหมาของหนูนนนนนนน ” นุ่นตะโกนทำปากยืมไปข้างหน้าตามเสียงสูงพร้อมกับได้ยินเสียงห้ามล้อดังเอี๊ยดดดดด พร้อมกับเสียงหมาร้อง เอ๋ง ๆ..........ๆ

รถสามล้อแฉลบลงข้างทางเอียงกระเท่เร่วงล้อหมุนติ้วพิงใต้ต้นมะขาม นุ่นเกยขึ้นไปนั่งทับบนตัวของพ่อพร้อมกับหันไปมองเจ้าหมาน้อยทันที มันกลิ่งหงายท้องตีลังกาเหมือนลูกบอลไปตามเนินลาดทอดยาวหลายตลบแล้วก็ไปนอนแอ้งแม้งสงบนิ่งอยู่ใต้ต้นมะม่วงไม่ไกลเท่าไหร่

นุ่นตั้งสติได้กระวีกระวาดออกมาจากรถสามล้อ วิ่งเข้าไปหา! เสียงลูกหมาร้องครางเบาๆลมหายใจรวยระรินมันยังลืมตาโพลง สายตามองมาช่างวิงวอนอย่างน่าสงสารเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ

นุ่นเอามือวางบนหัว ตัวมันสั่นระรินแล้วค่อยๆช้อนตัวมันขึ้นมาจากกองใบไม้แห้งกรอบ ตามตัวกำลังถูกมดแดงแฝงมะม่วงมะรุมมะตุ้มจนเริ่มบวมปูดแดงไปทั้งตัวเธอรีบปัดมดออกจากตัวพลางกอดมันไว้เหมือนเป็นเจ้าของมัน

เสียงของลุงพูดขึ้นเหมือน แกหักหลบทันไม่ได้ชนมันสักหน่อย มันตกใจหงายท้องม้วนต้วนไปเอง ลุงแกบอกขณะจับสามล้อคู่ชีพที่นอนเอียงกระเท่เร่วงล้อหมุนติ้วยกขึ้นมาตั้งไว้บนพื้นถนนแล้วแกก็คุยโว้ต่อ

“ ถีบสามล้อมาเกือบยี่สิบไม่เคยชนใคร ดี! ที่เบรคทันไม่งั้นม้องแท้งไปแล้ว”

จริงของแก นุ่นตรวจดูตามเนื้อตัวของมันไม่เห็นบาดเจ็บตรงไหน ตัวผอมกะหร่องมองเห็นซี่โครงนับเรียงราย ตัวมันโตขึ้นมาอีกหน่อยคงจะอย่านมแล้ว ลิ้มห้อยน้ำลายไหลหยดแหมะๆท่าทางหิวโทรม มันคงจะเดินข้ามถนนมาหาอาหาร

เสียงเหยียบใบไม้แห้งดังกร๊อบ ทำให้นุ่นหันไปสบตาพ่อเสียงร้องครางหงิง ๆพลางส่งสายตาวิงวอนของมัน บรรยายกาศเงียบสงบ บนถนนที่โรยด้วยใบไม้ช่างอ้างว้าง นานๆจะมีสามล้อถีบผ่านมาสักคัน

นุ่นมองพ่ออย่างวิงวอน พ่อมองมาอย่างเข้าใจ............เสียงกระดิ่งกรุ๋ง กริ๋ง เสียงวงล้อบดถนนของลุง และเสียงหอบหายใจของเจ้าหมาน้อยอยู่ใกล้ๆ

“ ไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม ” เสียงถามของลุงดังขึ้น พ่อไม่ตอบสบตานุ่นมองลูกหมาสลับกันเพียงชั่วครู่ก่อนจะบอกกับนุ่นว่า

“ เราไปกันเถิด! เอามันไปด้วยลูก ” น้ำเสียงของพ่อช่างนุ่มนวลสะท้อนไปด้วยความสงสาร

ใบไม้กำลังร่วงพรูลงเป็นสายกลางแสงแดดที่ทอดทอลงมาโปรยความอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความสงสารของพ่อซึ่งได้เผื่อแผ่ความเมตตามาถึงเจ้าหมาน้อยนั้นด้วย

ดวงตาของนุ่นเปล่งประกายรับความเมตตาดุจดั่งแสงระยิกระยิบพลางกระชับแขนเจ้าหมาน้อยเข้ามากอด พร้อมกับก้าวขึ้นรถสามล้อนั่งเบาะหลังข้างๆพ่อ

พ่อ.......ผู้ซึ่งมีความรักใคร่ ความเมตตา บนถนนสายที่ทอดยาวไกลแสนไกลแห่งนี้.........และนุ่นจะไม่มีวันลืมเลือน............จนถึงทุกวันนี้และจะจดจำต่อๆไปจนกว่ากาลเวลาจะอวสาน



 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-03-07 00:17:43
เข้ามาอ่านเรื่องนี้ที่น้องชริเขียนทีไรจะรู้สึกช้อบ ชอบค่ะ แฟนคลับอย่างพี่เข้ามาอ่านและเม้นท์แล้วนะคะ หลังจากไม่ได้เข้ามาหลายวัน

ชอบเรื่องนี้ที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย ที่บางอย่างก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บางคนมองข้าม เช่นเรื่องการเซ่นไหว้ ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนอาจคิดว่าเป็นความเชื่อของคนแค่บางกลุ่มและไม่มีสาระสำคัญอะไร แต่พี่ว่าสิ่งนี้แสดงความเป็นคนของคนได้อย่างหนึ่ง อ่านแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้เขียนได้สมจริง

อีกทั้งใส่ความเมตตา ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่มันก็มีความรู้สึกดีที่ได้พบเจอหรือรับรู้เสมอ และเป็นการขัดเกลาจิตใจของผู้อ่านให้อ่อนโยนได้ด้วย



เขียนเก่งมากค่ะ ขอชม ^_^
 


ใหม่
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ใหม่   เมื่อ: 2009-03-07 11:33:31

เรื่องน่ารักมากเลยจ้ะชริ

 


ชริ
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-07 18:09:49
saranya_nok.worm........ขอบคุณค่ะพี่นก ดีใจที่ชอบค่ะ โดยส่วนตัวชริก็ชอบเรื่องแนวนี้เช่นกันค่ะ ตอนเด็กๆชริเข้าโรงพยาบาลบ่อยค่ะ จะเห็นภาพเหล่านี้ และ ญาติผู้ป่วยมักจะมาปรับทุกกันค่ะ เรื่องที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตเขียนค่อนข้างยากค่ะเพราะจะต้องรู้จริง ลักษณะการถ่ายทอดต้องกลมกลืนกันเนื้อเรื่อง ชริจะเน้นการบรรยายภาพให้เข้ากับอารมณ์ความรู้สึกของเด็กตัวเล็กๆด้วยค่ะ คือเราต้องใช้ความรู้สึกของเด็กให้เรื่องพาไปซึ่งชริไม่สามารถเอาความคิดของผู้ใหญ่ใส่เข้าไป ต้องคิดอย่างเด็ก ดังนั้นสิ่งแวอล้อมภายในครอบครัวและภายนอกมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะขัดเกลาเขาให้เติบโตขึ้นด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีต้องเป็นของเขาเอง

ดังนั้นเรื่องนี้ยากมากสำหรับชริซึ่งไม่มีสิทธิ์คิดแทนนุ่น ต้องปล่อยให้ตัวละครดำเนินเรื่องด้วยตัวของเขาเอง

ชริเครียดบ่อยเมื่อเวลาคิดไม่ออก กว่าจะคิดออกก็ต้องมีบทเรียนมากมาย

ขอบคุณค่ะชริจะพยายามต่อไปค่ะ
 


ชริ
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-07 18:14:17
ใหม่.....ขอบคุณค่ะ ชริจะพยายามต่อไปค่ะ
 


น็อต
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-10 02:39:08
จะมาอ่านตอนเย็นนะชริ
แวะมาสมัครสมาชิกแฟนคลับก่อนนะ^_^
 


น็อต
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-10 19:03:10
ใบไม้กำลังร่วงพรูลงเป็นสายกลางแสงแดดที่ทอดทอลงมาโปรยความอ่อนโยนที่เปียมไปด้วยความรักใคร่ของพ่อซึ่งได้เผื่อแผ่ความเมตตามาถึงเจ้าหมาน้อยนั้นด้วย

ชอบประโยคนี้ครับ

( ใบไม้กำลังร่วงหล่นลงมาเป็นสายกลางแสงแดดที่ทอดทอลงมาโปรยความายความอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความรักใครของพ่อซึ่งได้เผื่อแผ่มาถึงเจ้าหมาน้อยตัวนั้น)

^_^
 


ชริ
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-11 13:12:42
ขอบคุณที่ชอบค่ะ ประโยคนี้ชริว่าจะเปลี่ยนใหม่ค่ะให้มีใจความกระชับและครอบคลุมมากกว่านี้ค่ะ อิอิอิ ตอนนี้เปลียนใจแล้วล่ะ
 


น็อต
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-11 17:23:19
ขอโทษนะชริ อิอิ
สงสัยง่วงนอนพิมพ์ผิดอีกแล้ว! Zzzz
ดีนะที่เห็น อิอิ
^_^
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   da75988f
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)