ผู้เขียน  หัวข้อ: พูดด้วยการเขียน
อานันท์ ประทีฯ

พูดด้วยการเขียน
 เมื่อ: 2009-03-08 05:14:16 

image0082




พูดด้วยการเขียน



สวัสดีวันอาทิตย์ ปีที่ ๓ อาทิตย์ที่ ๕๒



๑.

เปิดงานเก่าๆด้วยความรู้สึกว่าอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายของปีของสวัสดีวันอาทิตย์หรือไม่

ต้องยึดเอากับข้อเขียนแรกของปีแรก ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๙ ฉะนั้นอาทิตย์นี้จึงเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปีที่ ๓

ปรกติแล้วจะมานั่งเปิดงานในรอบปีที่ผ่านไป อ่านผ่านๆก็พอจะรู้ว่ามันโตขึ้นหรืออยู่กับที่ หรือถอยหลัง ฉันประเมิณ-คงที่มากกว่า

ปีที่เขียนอยู่นี้ค่อนข้างจับประเด็นอะไรไม่ได้ ออกไปทางบ่น เปรย ไม่เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนปลายปีแรกต่อเนื่องถึงกลางปีที่ ๒ เป็นการเขียนที่เหวี่ยงออกนอกกรอบที่วางไว้แต่แรก

แต่นั่นล่ะ ฉันเองตั้งใจจะแหวกกรอบออกมา เขียนเรื่องอะไรก็ได้ คุยเรื่องอะไรก็ได้ ฉะนั้นจึงกลายเป็นว่ามีทั้งภาพยนตร์บ้าง ดนตรีบ้าง ความคิดเห็นหลังจากการอ่านหนังสือบ้าง การเมืองบ้าง หรือบางครั้งก็เล่าเรื่องโดยใช้เทคนิคเรื่องสั้นบ้าง (ทว่าไม่เป็นเรื่อง) การณ์นี้มักจะออกลายเอาเมื่อใกล้วาระครบรอบการเขียนแต่ละปี เปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยังคงความคิดเดิมคือ ไม่หนักเกินไป ส่วนเบาได้เท่าไหร่ยิ่งดีสำหรับ 'สวัสดีวันอาทิตย์'



๒.

สวัสดีวันอาทิตย์ก็เหมือนสมุดบันทึกเรื่องราวส่วนตัว แต่เขียนอย่างให้คนอื่นอ่านได้ด้วย

และเมื่อปรากฏในสื่อสาธารณะควรมีความส่วนตัวน้อยที่สุด เหมือนกับการพูด เราควรคิดก่อนพูด การเขียนมีกระบวนการคิดก่อนเขียน ฉะนั้นเราไตร่ตรองได้นานกว่าว่าอะไรควรหรือไม่ควรบอกกล่าวออกไป

มีการกลั่นกรอง เรียบเรียงความคิด เขียนมากๆเวลาพูดก็จะเป็นเช่นการเขียน ต่างกันแค่เขียนนั้นใช้ปากกา ส่วนพูดใช้ปากของเราเอง



๓.

เมื่อเริ่มแรกเขียน ความคิดฉันมักแล่นเร็วกว่าปลายนิ้วที่จับดินสอ สุดท้ายความคิดดีๆที่แฝงอยู่ในความเร็วนั้นไปแล้วไปลับไม่หวนคืน ฉะนั้นจึงต้องหัดคิดและเขียนให้ไปพร้อมกัน

ไม่ยากเลยหากกระทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ

กลายเป็นว่าฉันชอบเขียนมากกว่านั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กดแป้นพิมพ์ไปคิดไป เขียนด้วยมือลงโน้ตบุ๊ค (สมุดบันทึก) พกพาไปได้ทุกที่ที่ต้องการ ไม่ต้องการไฟฟ้า มีเพียงดินสอ (ปากกา) นั่งส้วมก็เขียนได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขียนแล้วไม่พ้นต้องพิมพ์อยู่นั่นเอง ข้อดีของการพิมพ์ตามสิ่งที่เขียนคือสามารถแก้ไข เพิ่มเติมข้อความได้ในตัว จะหัดพิมพ์ให้คล่องแคล่วรวดเร็วผิดพลาดน้อยก็อาศัยจังหวะเวลานี้

ทว่าบางครั้งฉันก็นั่งพิมพ์พร้อมกับคิดไปคู่กัน

คิดว่าอย่างน้อยต้องทำได้ทั้งสองแบบ สามารถเลือกได้ตามสะดวก



๔.

ไม่มีเรื่องราวใดๆที่จะเล่ามากกว่าเท่าที่เขียนมา

ประจวบเหมาะดีที่ข้อเขียนนี้เป็นข้อเขียนอาทิตย์สุดท้ายของปี จึงถือโอกาสจับความรู้สึกภายหลังการอ่านเรื่องราวต่างๆที่ผ่านพ้นไปอีกปีหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง

ก่อนหน้า ฉันเลือกที่จะไม่เขียนใดๆแล้ว ทว่าก็อดไว้ไม่ได้ คิดว่าไม่มีเรื่อง แต่ก็ได้เรื่องให้เขียนทุกที

ขอบคุณเธอคนอ่าน หนังสือทุกเล่มทั้งที่ได้อ่านและไม่ได้อ่าน และละเอาไว้สำหรับความระลึกถึงด้วยตัวฉันเอง

สวัสดี.


๘ มี.ค. ๕๒


อานันท์ ประทีฯ.




Read more

2009-03-08 05:14:16/อานันท์ ประทีฯ

 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-03-08 06:02:01
" สวัสดีวันอาทิตย์ " ด้วยคนนะคะ ^ ^


เห็นด้วยค่ะว่า กระดาษ ดินสอ และลายมือ มีเสน่ห์ในตัวของมั นเอง ร่องรอยการวางมือบนกระดาษ น้ำหนักจากการกดดินสอ หนัก - เบา เหล่านี้คอมพิวเตอร์ให้ไม่ได้นะคะ ^ ^



อย่าเลือกที่ไม่เขียนใดๆอีกเลยค่ะ เพราะมีคนชอบอ่านตัวหนังสือรออ่านอยู่ น่าจะหลายคน รวมเราด้วยแหละ ^ ^
 


Goodman
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย Goodman   เมื่อ: 2009-03-08 07:40:32

Congratulation !! ครับ ท่านพี่อานันท์ ฯ ๓ ปีแล้วหรือเนี่ย ...
 


ชริ
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-08 08:52:46
จริงค่ะ! ชริเริ่มเขียนด้วยสมุดบันทึกก่อนค่ะ อีกนานที่คิดจะพิมพ์ เมื่อจำเป็นต้องพิมพ์ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่คล่องนึกภาพดูต้องกดที่ละตัว เขียนมือไวกว่ามากตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่แต่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนที่เคยเขียนมือปัจุจบันก็ยังเขียนอยู่ขาดไม่ได้เพราะชอบมากกว่า และจะเก้บสมุดน๊อตไว้อย่างดีไม่ให้ขาดหาย เขียนมือมีค่ามากกว่าในความคิดของตัวเอง เมื่อเอามาพิมพ์ลงคอมฯความคิดจะแตกออกไปเรื่อยๆ เขียนยาวขึ้นกว่าเดิม
ขอบคุณค่ะ
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-03-08 10:21:05
สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะพี่อานันท์

ที่จริงพอจะเดาได้ค่ะว่าพี่อานันท์ถนัดเขียนด้วยมือ เพราะเคยเข้าไปแอบดูกระทู้เท่า ๆ เห็นภาพพี่อานันท์ทีไร มักถือกระดาษกับปากกา (หรือดินสอก็ไม่รู้) ทุกที

ส่วนตัวต้นข้าวเอง มักใช้คอมพ์มากกว่าค่ะ เพราะลบได้ (อย่างที่พี่อานันท์บอก) สามารถสลับประโยคได้ แม้จะเคยอ่านที่กนกพงศ์บอกว่า ถ้าใช้คอมพ์ความคิดมักหลุดและไถลไปเรื่อย ๆ (แนว ๆ นี้แหละค่ะ จำไม่ค่อยได้) ซึ่งถ้ากนกพงศ์อ่านจะรู้ทันทีว่าเรื่องนี้ใช้คอมพ์พิมพ์

สุขสันต์วันครบรอบงานเขียนปีที่ 3 นะคะ
 


ส้มลิ้ม
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ส้มลิ้ม   เมื่อ: 2009-03-08 14:27:52
ยินดี ยินดี


ขอบคุณสามปีที่ผานมา
แม้ข้าพเจ้าจะได้แอบเมียงมองมาไม่กี่เพลา ลั้น ลา ล้า ลั้น ลา
 


อานันท์ ประทีฯ
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย อานันท์ ประทีฯ   เมื่อ: 2009-03-08 22:23:56
สวัสดีครับ

เมื่อคืนวาน สนุกกับการการทำเครื่องคอมพ์ บี ทำไปทำมา ดันไปอินสตอล OS ลงไดรฟ์ D :

กว่า0tรู้ตัว งานหายเกลี้ยง!

งานเขียน ภาพภ่าย ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ไฟล์เพลงเป็นร้อย ๆ เพลง .... ถึงตอนนี้ยังคิดออกไม่หมดว่า มีอะไรหายไปบ้าง

โชคดีอย่างหนึ่ง ผมมักจะแบ็คอัพงานเขียนไว้ในธัมไดรฟ์เสมอ (มีเพลงหลงเหลือบางส่วน)

อาเมน...

ไอ้ที่หายไปช่างมัน ไม่ตายก็หาใหม่ได้
แต่ถ้าเป็นงานเขียนละก้อ ไม่รู้สิ อาจจิตตกไปเลย

เอาไว้จะทยอยพิมพ์เก็บ น่าจะเป็นการป้องกันสามัญที่ดีอย่างหนึ่ง



ด้วยมิตรภาพครับ.
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-03-09 00:35:22
โอ... มีปัญหากับคอม ฯ แบบนี้น่าปวดหัวมาก ๆ นะคะ หวังว่าจะสามารถกู้หรือมีงานที่ไม่โดนลบเหลืออยู่มาก ๆ นะคะ เสียดายแทน

ความจริงคุณอานันท์มาก็อบงานเก่าของคุณในนี้ไปเก็บไว้ก็ได้นี่คะ


ยินดีด้วยกับการเขียนครบรอบ 3 ปีค่ะ เอ...ไม่เคยเปิดดูเหมือนกันว่าตัวเองเขียนครั้งแรกเมื่อใด แต่เขียนไม่เป็นกิจลักษณะเหมือนคุณอานันท์เลยค่ะ แล้วแต่อารมณ์ ความคิด และความรู้สึกเป็นอย่างมากค่ะ


เดี๋ยวนี้เขียนน้อยลงไป แต่ก็ยังชอบที่จะอยากบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่ประทับใจ อาจเป็นการเล่า หรือเรื่องสั้น แล้วแต่จะหาเวลาเขียนได้ค่ะ



ยังคงติดตามงานของคุณต่อไปนะคะ...
 


อานันท์ ประทีฯ
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย อานันท์ ประทีฯ   เมื่อ: 2009-03-09 01:19:50
คุณนกครับ

งานเขียนทั้งหมดยังอยู่ในธัมไดรฟ์ครบครับ
แต่อย่างอื่นนั้นหายเกลี้ยง...

ขอบคุณคุณนกที่ติดตามอ่าน อืม... ว่าไปแล้ว ก็เป็นระยเวลาพอ ๆ กัน

ด้วยมิตรภาพครับ.
 


น็อต
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-09 13:30:10
ส่วนใหญ่ผมมักนั่งหน้าคอม พร้อมกับคิดไป ตอกคีย์บอร์ด
เพราะลายมือไม่ค่อยสวยเลย( ไก่เขี่ยนะครับ)

เริ่มหัดคัดลายมือ พร้อมกับเขียนไปด้วย (กลับมาเขีนและอ่านจดหมายอีกครั้งรู้สึกดีกว่า อ่านจากหน้าจอเหลี่ยม..)
เขียนลงกระดาษ ณ สถานที่จริง ลมพัดกระทบใบหน้า
มีความสุขกว่า ^_^

เมื่อเริ่มแรกเขียน ความคิดฉันมักแล่นเร็วกว่าปลายนิ้วที่จับดินสอ สุดท้ายความคิดดีๆที่แฝงอยู่ในความเร็วนั้นไปแล้วไปลับไม่หวนคืน ฉะนั้นจึงต้องหัดคิดและเขียนให้ไปพร้อมกัน
ชอบประโยคนี้ครับ
ขอบคุณครับ
 


น็อต
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-09 13:32:10
แกคำผิดอีกแล้ว ขอโทษครับ
กลับมาเขียน

 


น็อต
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-09 13:33:12
แก------->แก้ (ไปนอนดีกว่าเรา)
 


หนุ่มช่างสงสัย
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย หนุ่มช่างสงสัย   เมื่อ: 2009-03-09 15:15:12
สวัสดีครับพี่อานันท์

ลายมือผมสุดยอดมาก...เคยลองหยิบสมุดจดตอนที่เรียนมาอ่าน
ยังแกะไม่ค่อยออกเลยพี่ท่าน...แต่อย่างไรก็ตาม
มีอยู่บ่อยๆผมก็จดลงสมุดก่อนแล้วค่อยพิมพ์ครับ
 


เด็กสงขลา
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย เด็กสงขลา   เมื่อ: 2009-03-09 15:38:54
เป็นคนหนึ่งที่ชอบพูดด้วยการเขียน
มากกว่าพูดอย่างอื่น เพราะเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง
ชอบเขียนมากกว่า
 


อานันท์ ประทีฯ
ความเห็นที่ 14

 
  ตอบโดย อานันท์ ประทีฯ   เมื่อ: 2009-03-10 01:00:37
ภาพยนตร์เรื่อง RIGHTEOUS KILL ทีเคยเล่าใน เราล้วนแตกต่าง

ฉากหนึ่ง จิตแพทย์แนะนำให้ตัวละครเขียนบรรยายความรู้สึกของตนเองลงสมุดบันทึก นี่อาจเป็นหนทางบำบัดอย่างหนึ่ง

ผมเคยได้ยินว่าไม่ว่าจะเขียนหลอกใครก็หลอกได้ แต่สุดท้ายหลอกตัวเองไม่ได้ สุดท้ายตัวละครนั้นไม่ได้เขียนเพื่อหลอกใคร แต่เป็นเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจ ที่ไม่สามารถพูดกับใครได้

ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ที่สุดแล้วหากเขียนมาก ๆ เราก็จะคุยได้เหมือนกับที่เขียน คือกล้าที่จะพูด

คุยไม่เก่งนี้อาจเป็นความประหม่าเขินอายมากกว่าพูดไม่เป็นใช่ไหมครับ
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   62121eed
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)