ผู้เขียน  หัวข้อ: ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ ตอน 10 (เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ )
ชริ

ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ ตอน 10 (เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ )
 เมื่อ: 2009-03-12 15:43:03 
.................................................................................................ตอน 10

พ่อตั้งชื่อมันว่า “ เจ้าตูบ ” เป็นสนุขข้างถนนสายพันธุ์แท้ เนื้อตัวสกปรกสีกระดำกระด่างปนขนสีน้ำตาลอ่อนคลํ้าๆ เจ้าตูบคงหย่านมได้ไม่นานแม่ของมันอาจจะตายแล้วเดินสะเปะสะปะหิวโทรมออกไปหาอาหารและข้ามถนนไปตายเอาดาบหน้าจนมาเจอกันเรา

นุ่นคิดเป็นตุตะยืนจ้องตาเป๋ง มันส่งกลิ่นตุๆ พ่อทำจมูกย่นด้วยความเหม็น มันกำลังนอนกลอกตามองขณะพ่อกำลังหยดน้ำข้าวผสมน้ำผึ้งกรอกปากให้

เจ้าตูบกินน้ำข้าวผสมน้ำผึ้งเหมือนนุ่น พี่ชายและน้องชายคนสุดท้องด้วย

จากสังคมชนบทแม่น้ำมูลมาอาศัยพักพิ่งสังคมเมือง ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ ค่าครองชีพเขยิบขึ้นสูงเป็นเท่าตัว พ่อกับแม่ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกินก็ต้องอาศัยน้ำข้าวผสมน้ำผึ้ง

เด็กๆแถวบ้านนมเป็นสิ่งจำเป็นทุกบ้าน นุ่นเกิดมาไม่เคยได้ลิ้มรสชาติของนมผงแม้แต่กระทั้งนมข้นหวานด้วยซ้ำไป น้ำผึ้งจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับครอบครัวของนุ่น

น้ำผึ้งป่าสีทองอร่ามรสชาติหวานหอมและยังมีโภชนการสูงถึงแม้จะมีประโยชน์ไม่เท่ากับนม แต่ก็พอช่วยประทังชีวิตนุ่นและน้องให้อยู่รอดไปได้เช่นกัน

แต่ทว่าถึงจะยากไร้เพียงใดพ่อก็ยังมีน้ำใจแบ่งปันน้ำผึ้งให้กับเพื่อนบ้านที่ยากจนแสนเข็ญและเห็นแก่ลูกหลานตาดำๆจะได้อิ่มหนำสำราญกันท่วมหน้าเช่นกัน

เมื่อใดน้ำผึ้งจวนจะหมดขวดพ่อจะชวนเพื่อนบ้านอย่างลุงสิงห์ ลุงถมเข้าป่าลัดเลาะเสาะหารวงผึ้งพวกเขาจะใส่เสื้อกางเกงยาวปิดมิดชิดและใช้ผ้าขาวม้าพันหน้าเหลือแต่ลูกตา

พร้อมด้วยคบเพลิงทำจากกากใยมะพร้าวซึ่งมีครันที่สามารถไล่ผึ่งออกจากรังได้ หลังจากนั้นจะต้องรู้จักเก็บน้ำผึ้งอย่างชาญฉลาด

พ่อจะเหลือรวงผึ้งไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้ผึ้งมาสร้างรังขึ้นมาใหม่ โดยวิธีนี้ก็จะมีน้ำผึ้งให้เก็บได้ตลอดทั้งปี

วันต่อมาน้ำผึ้งอาจทำให้เจ้าตูบฟื้นตัวเร็ว เจ้าตูบผงกหัวพลางหูมันชี้ขึ้นมองพ่อกับนุ่นสลับไปมาเพียงเดียวเดี๋ยวหูก็ตูบลงวางหัวไว้บนอุ่งเท้าหลับตานิ่งหายใจสม่ำเสมอ

พ่อมองด้วยความฉงน หมาตัวนี้แปลกกว่าหมาตัวอื่น ท่าทางเอาเรื่องน่าดู! พ่อสังเกตจากหูของมันจะตั้งชูชันเมื่อได้ยินเสียงไม่ชอบมาพากลอย่างเช่นเสียงจากใต้ถุนบ้านเรือนโย้ของเรา

เสียงไก่แจ้ขัน.....เสียงแม่ไก่กำลังออกไข่ร้อง........กะต๊าก ๆ หนูวิ่งกันให้ไขว้ร้อง......อี๊ด ๆ เสียงเรือหางยาวที่แล่นผ่านน่านน้ำของเรา

และคนแปลกหน้าไม่คุ่นหน้าคุ่นตาอย่างพี่ชาย แล้วเสียงเหยียบลั่นพื้นกระดานย้ำเต็มฝ่าเท้าของแม่เวลาอุ้มกะเตงน้องชายเข้าสะเอวคอยชะเง้อเมียงๆมองๆ

เจ้าตูบอาการดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อให้น้ำข้าวเปล่าไม่ผสมน้ำผึ้งให้อีก
“ ทำไมล่ะจ๊ะพ่อ ” นุ่นสงสัยเอียงคอถามขึ้นพลางลูบหัวมันเบาๆ
“ พ่อกลัวมันจะเกเร กัดคนไม่เลือกหน้าเวลามันโตขึ้น ” พ่อตอบเน้นเสียง นุ่นได้ยินอย่างงั้นแล้วก็รีบชักมือกลับ

“ หนูโตขึ้นหนูจะเกเรไหมจ๊ะ ” นุ่นถามทันทีแล้วสะดุ้งโหยงถอยไปหลบหลังพ่อ
“ หนูเป็นเด็กดีจ๊ะ น้ำผึ้งช่วยให้ลูกฉลาด และพัฒนาขึ้นให้นุ่นเป็นเด็กดีจ๊ะ ” พ่อบอกขณะกำลังยืนมองเจ้าตูบใช้ลิ้มเลียน้ำข้าวในจานสังกระสีเคลียบสีขาวจนเกลี้ยงจาน

นุ่นค่อยๆโผล่หัวออกมาแอบมองมัน

เจ้าตูบเงยหน้ามองตอบ มันอ้าปากพลางโบกหางไปมาพร้อมกับกระเถิบเข้าไปใกล้ใช้ลิ้มเลียมือน้อยๆ นุ่นผลักไสหัวมันออกห่าง

“ อย่าเกเรนะ ” นุ่นแผดเสียงแหลมห้าม เจ้าตูบหน้าเจือนพลางส่งเสียง “ วู้ๆ ” หูของมันตั้งชูชันแล้วตูบลงถอยหลังกลับอย่างเจียมตัว พร้อมกับหมอบลงเหลือบตามองปริบๆเหมือนท่าทางน้อยใจ พ่อเอื้อมมือไปเกาหัวปลอบโยนมันแล้วมองมาที่นุ่น

“ มาสิ! นุ่น มานั่งใกล้ๆมัน พูดกับมันดีๆ หมามันก็มีจิตใจเหมือนเรานะจ๊ะ ” พ่อพูดสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ จริงหรือจ๊ะ ”
“ อือออ! ” พ่อพยักพร้อมกับนั่งย่องๆเท่ากับระดับสายตานุ่น “ ต่อไปนี้ลูกจะต้องเลี้ยงมันเองนะจ๊ะ ”

นุ่นมองหน้ามันเงียบงันไปชั่วครู่ก่อนจะถามว่า
“ หนูจะเลี้ยงมันได้หรือจ๊ะ ”
“ ได้สิ ! ลูกกินอย่างไรมันก็กินเหมือนเรา ” พ่อตอบทันที

นุ่นเงียบงันอีก พ่อนิ่งรอฟังอย่างตั้งใจ ส่วนเจ้าตูบพลางหูตั้งชันเหมือนรอฟังคำตอบเช่นกัน

“งั้น! หนูจะคลุกข้าวให้มันกินทุกวันจ๊ะ ” นุ่นดวงตาเปล่งประกาย เจ้าตูบกระดิกหูแล้วโบกหางไปมา
“ ดีมาก! ”
“ ดีอย่างไงจ๊ะพ่อ ” นุ่นรีบถาม

พ่ออึ้งงัน เพราะไม่เคยคิดว่าลูกจะถาม และเป็นคำถามต้องการคำตอบ
เพียงชั่งขณะ

“ ดีกว่าของเล่นราคาแพงๆเสียอีก ” พ่อตอบสบตานุ่นเปี่ยมไปด้วยความรัก “ แล้วหนูจะเห็นความดีของเจ้าตูบเอง ” พ่อเน้นเสียง

นุ่นเอียงคอรู้สึกฉงนแต่เปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี

อาหารมือต่อไป นุ่นคลุมข้าวสวยกับปลาทูให้เจ้าตูบ มันกินเหมือนแมวเคี้ยวเสียงดัง หมุบหมับ ๆ ใบหูตกห้อยลงมา

และรู้สึกเป็นสุขใจลึกๆที่พ่อมอบหมายหน้าที่อันทรงเกียรติ์นี้ให้ เพราะสักวันหนึ่งคงอีกไม่นาน นุ่นจะต้องค้นหาความดีของเจ้าตูบที่ประเสร็จยิ่งกว่าของเล่นราคาแพงๆ

ด้วยตัวของนุ่นเอง !

เสียงเรียกของนุ่น เจ้าตูบรีบวิ่งแจ้นหูตูบเข้ามาหา หูของมันยังคอยตั้งชี้พลางกระดิกไปมาเพื่อรอฟังคำสั่ง............ทุกถ้อยทุกคำราวกับทาสสัตย์ซื่อ

ณ บางโพธ็ท่าอิฐ ผู้คนแล่นเรือผ่านน่านน้ำฟากนี้หรือเพ่งมองจากน่านน้ำฟากโน้นจะเห็นเจ้าพุ่มผมดอกเบจญมาศเด็กหญิงตัวเล็กๆกับหมาหูตูบตัวหนึ่งยืนอยู่บนเรือนแพ

ทั้งสองกำลังชะเง้อชูคอตั้งบ่าเพ่งมองพ่อกำลังเหวี่ยงแหแผ่ลงบนผิวน้ำ แสงแดดจรัสส่องสว่างแพรวพราวระยิบระยับกระทบผิวน้ำดุจดั่งสะท้อนความเป็นมิตรภาพเปล่งประกายให้ทั้งสองรักกันมากยิ่งขึ้น

2009-03-12 15:43:03/ชริ

 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-03-12 16:34:45
เรื่องราวอบอุ่น และแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตในชนบทได้ดีเชียว
อ่านแล้วคิดถึงพ่อเหมือนกัน

บางเรื่องก็ไม่เคยรู้ เช่น เหลือรวงผึ้งไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้ผึ้งมาสร้างรังขึ้นมาใหม่ เมื่อก่อนคนแถวบ้านไปตีผึ้งทีไร เห็นยกมาทั้งรังทุกที
 


หนุ่มช่างสงสัย
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย หนุ่มช่างสงสัย   เมื่อ: 2009-03-12 17:27:01
สวัสดีครับคุณชริ

เจ้าตูบตัวนี้ได้ใจจริงๆ

เป็นตอนที่ผมชอบมากเลย(ถ้าไม่มีบางคำสะกดผิด)

ขอบคุณครับ
 


ชริ
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-13 11:58:21
แก้ไข ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ ตอน 10 (เจ้าพุ่มผมดอกเบญจมาศ )

................................................................................................ตอน 10

พ่อตั้งชื่อมันว่า “ เจ้าตูบ ” เป็นสนุขข้างถนนสายพันธุ์แท้ เนื้อตัวสกปรกสีกระดำกระด่างขนสีน้ำตาลอ่อนคลํ้าๆ เจ้าตูบคงหย่านมได้ไม่นานแม่ของมันอาจจะตาย
แล้วโซซัดโซเซโหยหิวออกไปหาอาหารและข้ามถนนไปตายเอาดาบหน้าจนมาเจอกัน

นุ่นคิดเป็นตุตะยืนจ้องตาเป๋ง มันส่งกลิ่นตุๆ พ่อทำจมูกย่นด้วยความเหม็น มันกำลังนอนกลอกตามองขณะพ่อกำลังหยดน้ำข้าวผสมน้ำผึ้งกรอกปากให้

เจ้าตูบกินน้ำข้าวผสมน้ำผึ้งเหมือนนุ่น พี่ชายและน้องชายคนสุดท้องด้วย

จากสังคมชนบทแม่น้ำมูลมาพักพิงอาศัยสังคมเมือง ณ บางโพธิ์ท่าอิฐ ค่าครองชีพเขยิบขึ้นสูงเป็นเท่าตัว พ่อกับแม่ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกินก็ต้องอาศัยน้ำข้าวผสมน้ำผึ้ง

เด็กๆแถวบ้านนมเป็นสิ่งจำเป็นทุกบ้าน นุ่นเกิดมาไม่เคยได้ลองลิ้นชิมรสของนมผงแม้แต่กระทั่งนมข้นหวานด้วยซ้ำไป น้ำผึ้งจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับครอบครัวของนุ่น

น้ำผึ้งสีทองอร่ามรสชาติหวานหอมและยังมีโภชนาการสูงถึงแม้จะมีประโยชน์ไม่เท่ากับนม แต่ก็พอช่วยประทังชีวิตนุ่นและน้องให้อยู่รอดไปได้

แต่ทว่าถึงจะยากไร้เพียงใด พ่อก็ยังมีน้ำใจแบ่งปันน้ำผึ้งให้กับเพื่อนบ้านที่ยากจนแสนเข็ญและเห็นแก่ลูกหลานตาดำๆจะได้อิ่มหนำสำราญกันท่วมหน้าเช่นกัน

เมื่อใดน้ำผึ้งจวนจะหมดขวด พ่อจะชวนเพื่อนบ้านอย่างลุงสิงห์ ลุงถมเข้าป่าละเมาะลัดเลาะเสาะหารวงผึ้ง พวกเขาจะใส่เสื้อกางเกงยาวปกปิดมิดชิดและใช้ผ้าขาวม้าพันหน้าเหลือแต่ลูกกะตา

พร้อมด้วยคบเพลิงทำจากกากใยมะพร้าว ซึ่งจะมีควันฉุยฟุ้งโขมงและสามารถไล่ผึ่งออกจากรังได้ หลังจากนั้นจะต้องรู้จักเก็บน้ำผึ้งอย่างชาญฉลาด พ่อจะตัดด้วยเคียวเกี่ยวข้าวเครื่องมือประจำตัวที่เหน็บเอวด้านหลังคาดด้วยผ้าขาวม้าตลอดเวลา

พ่อใช้เคียวตัดและจะเหลือรวงผึ้งไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้ผึ้งมาสร้างรังขึ้นมาใหม่ โดยวิธีนี้ก็จะมีน้ำผึ้งให้เก็บได้ตลอดทั้งปี

วันต่อมาน้ำผึ้งอาจทำให้เจ้าตูบฟื้นจากการเจ็บไข้อย่างรวดเร็ว มันผงกหัวพลางหูชี้ขึ้นมองพ่อกับนุ่นสลับไปมาเพียงเดียวเดี๋ยวหูก็ตูบลงวางหัวไว้บนอุ่งเท้าหลับตานิ่งหายใจสม่ำเสมอ

พ่อมองด้วยความฉงน หมาตัวนี้แปลกกว่าหมาตัวอื่น ท่าทางเอาเรื่องน่าดู! พ่อสังเกตจากหูของมันจะตั้งชูชัน เมื่อได้ยินเสียงไม่ชอบมาพากลอย่างเช่นเสียงจากใต้ถุนบ้านเรือนโย้ของเรา

เสียงไก่แจ้ขัน.....เอ้กอี๋เอ้ก......เอ้ก ๆ เสียงแม่ไก่กำลังออกไข่ร้อง........กะต๊าก ๆ หนูวิ่งกันให้ควั่กร้อง......อี๊ด ๆ เสียงเรือหางยาวที่แล่นผ่านน่านน้ำของเรา........บื๋อ ๆ

และคนแปลกหน้าไม่คุ่นหน้าคุ่นตาอย่างพี่ชาย แล้วเสียงเหยียบพื้นกระดานลั่นเต็มฝ่าเท้าของแม่เวลาอุ้มกะเตงน้องชายเข้าสะเอวคอยชะเง้อเมียงๆมองๆ

เจ้าตูบอาการดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อให้น้ำข้าวเปล่าไม่ผสมน้ำผึ้งให้อีก
“ ทำไมจ๊ะพ่อ ” นุ่นสงสัยเอียงคอถามขึ้นพลางลูบหัวมันเบาๆ

“ พ่อกลัวมันจะเกเร กัดคนไม่เลือกหน้าเวลามันโตขึ้น ” พ่อตอบเน้นเสียง นุ่นได้ยินลัวรีบชักมือกลับพลางสะดุ้งโหยงถอยไปหลบหลังพ่อ

“ หนูโตขึ้นจะเกเรไหมจ๊ะ ” นุ่นถามทันที
“ หนูเป็นเด็กดีจ๊ะ น้ำผึ้งช่วยให้ลูกฉลาด และพัฒนาขึ้นให้นุ่นเป็นเด็กดีจ๊ะ ” พ่อบอก

ขณะกำลังยืนมองเจ้าตูบใช้ลิ้มเลียน้ำข้าวในจานสังกระสีเคลียบสีขาวจนเกลี้ยงจาน
นุ่นชะเง้อหน้าเมียงๆมองๆแอบมองมัน

เจ้าตูบเงยหน้ามองตอบ มันอ้าปากพลางโบกหางไปมาพร้อมกับกระเถิบเข้าไปใกล้ใช้ลิ้มเลียมือน้อยๆ นุ่นผลักไสหัวมันออกห่าง

“ อย่าเกเรนะ ” นุ่นแผดเสียงแหลมห้าม เจ้าตูบหน้าเจือนพลางส่งเสียง “ วู้ๆ ” หูของมันตั้งชูชันแล้วตูบลงถอยหลังกลับอย่างเจียมตัว พร้อมกับหมอบลงเหลือบตามองปริบๆเหมือนท่าทางน้อยใจ พ่อเอื้อมมือไปเกาหัวปลอบโยนมันแล้วมองมาที่นุ่น

“ มาสิ! นุ่น มานั่งใกล้ๆมัน พูดกับมันดีๆ หมามันก็มีจิตใจเหมือนเรานะจ๊ะ ” พ่อพูดสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ จริงหรือจ๊ะ ”
“ อือออ! ” พ่อพยักพร้อมกับนั่งย่องๆเท่ากับระดับสายตานุ่น “ ต่อไปนี้ลูกจะต้องเลี้ยงมันเองนะจ๊ะ ”

นุ่นมองหน้ามันนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะถามขึ้น
“ หนูจะเลี้ยงมันได้หรือจ๊ะ ”
“ ได้สิ ! ลูกกินอะไรมันก็กินเหมือนเรา ” พ่อตอบ

นุ่นเงียบงันไปอีก

พ่อรอฟังอย่างตั้งใจส่วนเจ้าตูบพลางหูตั้งชันเหมือนรอฟังคำตอบเช่นกัน
“งั้น! หนูจะคลุกข้าวให้มันกินทุกวันจ๊ะ ” นุ่นดวงตาเปล่งแสงประกาย เจ้าตูบกระดิกหูแล้วโบกหางไปมา
“ ดีมาก! ”
“ ดีอย่างไงจ๊ะพ่อ ” นุ่นรีบถาม

พ่อนิ่งอึ้ง เพราะเป็นคำถามต้องการคำตอบชัดเจน เพียงชั่งขณะ

“ ดีกว่าของเล่นราคาแพงๆเสียอีก ”พ่อตอบเชิงเปรียบเทียบสบตานุ่นเปี่ยมไปด้วยความรัก
“ ดีกว่าของเล่น! ” นุ่นย้ำขมวดคิ้วครุ่นคิดเหมือนผู้ใหญ่
“ใช่จ๊ะ! แล้วหนูจะเห็นความดีของเจ้าตูบเอง ” พ่อเน้นเสียง
นุ่นเอียงคอรู้สึกฉงนแต่เปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี

อาหารมือต่อไป นุ่นคลุมข้าวสวยกับปลาทูให้เจ้าตูบ มันกินเหมือนแมวเคี้ยวเสียงดัง หมุบหมับ ๆ ทุกวันมันอิ่มหมีพลีมันจนซีโครงของมันเริ่มจางหายไป

เจ้าตูบหายวันหายคืน นุ่นรู้สึกเป็นสุขใจลึกๆที่พ่อมอบหมายหน้าที่อันทรงเกียรติ์นี้ให้ และสักวันหนึ่งคงอีกไม่นาน นุ่นจะต้องค้นหาความดีของเจ้าตูบที่ประเสร็จยิ่งกว่าของเล่นราคาแพงๆ

ด้วยตัวของนุ่นเองให้ได้!

เสียงเรียกของนุ่น เจ้าตูบรีบวิ่งแจ้นหูตูบเข้ามาหา หูของมันยังคอยตั้งชี้พลางกระดิกไปมาเพื่อรอฟังคำสั่ง............ทุกถ้อยทุกคำราวกับทาสสัตย์ซื่อ

ณ ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ผู้คนแล่นเรือผ่านน่านน้ำฟากนี้หรือเพ่งมองจากน่านน้ำฟากโน้นจะเห็นเจ้าพุ่มผมดอกเบจญมาศเด็กหญิงตัวเล็กๆกับหมาหูตูบตัวหนึ่งยืนอยู่บนเรือนแพ

ทั้งสองกำลังชะเง้อชูคอตั้งบ่าเพ่งมองพ่อยืนอยู่บนเรือกลางแม่น้ำ พ่อกำลังเหวี่ยงแหแผ่ลงบนผิวน้ำ แสงแดดจรัสส่องสว่างแพรวพราวระยิบระยับกระทบผิวน้ำดุจดั่งสะท้อนความเป็นมิตรภาพเปล่งประกายให้ทั้งสองรักกันมากยิ่งขึ้น ณ บางโพธ็ท่าอิฐ แห่งนี้

 


น็อต
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-13 12:16:27
จะมาอ่านตอนมืดๆนะ ชริ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-03-13 23:41:53
อ่านเรื่องของน้องชริเรื่องนี้แล้วรู้สึกสบายใจทุกครั้ง แม้นว่าในเรื่องราวนั้นบางครั้งก็ไม่น่าสบายใจเท่าไรนักก็ตามที


ชอบตรงสำนวนภาษาที่ซื่อใส ให้ความรู้สึกว่าเราเข้าถึงชนบทอย่างบางโพธิ์ท่าอิฐได้จริง ๆ



น้องชริสู้ ๆ นะคะ...
 


น็อต
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-14 07:02:21
มาอ่านตอนเช้า สายไป 6 ชั่วโมงครึงนะ

อ่านตอนเช้า แล้ว เช้านี้ ใสขึ้้น

คำสอนของพ่อที่มีต่อลูก ประทับใจนะ ชริ
“ อือออ! ” พ่อพยักพร้อมกับนั่งย่องๆเท่ากับระดับสายตานุ่น “ ต่อไปนี้ลูกจะต้องเลี้ยงมันเองนะจ๊ะ ชอบนะ ระดับสายนุ่น เห็นภาพ^_^
 


ชริ
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-15 20:30:14
P' saranya_nok.worm

น็อต

ขอบคุณค่ะ
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   eab7f51
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)