ผู้เขียน  หัวข้อ: เรื่องสั้น : รูป-รส
(...)

เรื่องสั้น : รูป-รส
 เมื่อ: 2009-03-20 19:30:23 

 

021

มันเป็นเรื่องราวประจำยามเช้าของคนปกติ ที่เดินตามทางเท้า ข้างถนน

“ขี้หมา?”

หลานสาวของผมมักชอบตั้งคำถาม มันเป็นเรื่องราวประจำวันอีกเช่นกันของเด็กวัยเรียนรู้ ที่ต้องเดินตามทางเท้า -เหมือนผม

“ใช่จ๊ะ- อุจจาระสุนัข” ผมแหย่เล่น อะไรจะสนุกเท่าการปรุงแต่งความคิดน้อยๆที่กำลังเจริญเติบโต เด็กก็เหมือนบอนไซไม้ดัด เราค่อยๆจัดตัดแต่งให้มันเป็นไปตามที่เราอยากได้ จะทำไม? ผมคิดอย่างนั้น

“สวยนะน้า” เธอยังไม่ลดละสายตาจากกองขี้หมาทรงงาม

“จ๊ะ สวยงามและ ตั้งใจ” ผมหยุดมองพร้อมกับเธอ เวลาแห่งการเรียนรู้ของเด็กสำคัญเสมอสำหรับผม เราไม่ควรปล่อยให้เด็กต้องอารมณ์ค้างเมื่อเข้าต้องการศึกษาเรียนรู้ การผลักดันเป็นหน้าที่โดยชอบธรรมของน้าต่อหลาน

“หนูดูสิ มันต้องตั้งใจอย่างมาก ถึงสามารถเรียงร้อยกองอุจจาระกองนี้เป็นเกลียวม้วนกลมงาม”

หลานสาวเงยหน้าขึ้นมองผม ผมยิ้มให้อย่างน้าชายที่ใจดี “คนเราจะทำอะไรก็ต้องมีความตั้งใจรู้มั้ย” ผมสอนหลานสาวต่อ

“ค่ะ หนูจะตั้งใจ” เธอรับคำง่ายดาย ทว่าความตั้งใจของเด็กนั้นแสนยากเย็นในโลกของผู้ใหญ่ ผมนึกถึงความตั้งใจในวัยเด็กมากมายที่อยากทำ แต่ถูกผู้ใหญ่ขัดขวาง เด็กๆคล้ายเป็นผุ้ขออยู่อาศัยร่วมโลกกับผู้ใหญ่ โลกของเด็กและโลกของผู้ใหญ่บางครั้งก็ไม่ค่อย ประนีประนอมซึ่งกัน

“ปะ- รีบกันดีกว่าเดี้ยวจะสายนะ” ผมเร่งหลานสาว ให้ผละจากกองขี้หมากองงามนั้น เวลาของการประนีประนอมจบลงชั่วขณะ ผมต้องพาเธอไปฝากไว้กับโรงเรียนโดยที่ไม่ได้มีหลักประกันอะไรเลยว่าสิ่งที่เธอเรียนในนั้นจะสามารถทำใหเธอใช้ชีวิตในสังคมภายนอกได้อย่างสอดคล้องและมั่นคงทางจิตใจ

เราถูกสอนให้ท่องนั้นเขียนนี้โดยที่เราก็แทบไม่รู้ที่มาที่ไปของมันเลย เวลามีน้อยสำหรับครุ่นคิด แต่มีมากมายเหลือเฟือสำหรับกองหนังสือสำหรับท่องจำ ผมเคยนึกหวาดหวั่นอยู่เหมือนกันว่า หากเธอ(หลานสาว) ของผมเติบโตขึ้นมา ในชั้นเรียนลำดับที่สูงขึ้น ในเย็นวันใดวันหนึ่งเธอถือสมุดการบ้านเดินเข้ามาถามผม แล้วผมตอบในสิ่งที่โรงเรียนสอนไม่ได้ ความรักศรัทธาที่มีต่อน้าของเธอจะสูญสลายหายไปเพียงใด

แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเสียเวลาขบคิดตอนนี้ ผมโบกมือบ้ายบายเธอ ในขณะที่ร่างน้อยๆเดินลับหายไปในโรงเรียนอนุบาล

ความตั้งใจน้อยๆของผม

…

ย่ำเย็น- เด็กหลายๆคนเฝ้าคอยการมาของรถขนมและเงินในกระเป๋าของพ่อแม่ ผมเดินผ่าความโกลาหลของเสียงหวีดร้องคร่ำครวญของกิเลส อัตตา สัญญา อุปทาน มันจับต้องไม่ได้ และไม่ใช่ว่าใครจะรับรู้ถึงความมีอยู่ของมัน ถึงแม้จะถูกสั่งให้ท่องจำมาแต่ยังเด็กก็ตามที

“รอน้านานมั้ย?” ผมถามเมื่อเจอหลานสาวนั่งหน้างอที่โคนต้นหูกวาง

“ทำไมหน้างอแบบนี้ละ ไม่สวยเลยนะรู้มั้ย” ผมนั่งยองๆให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับสายตาของเธอ

“วันนี้หนูถูกครูดุ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าก้มมองพื้นดินราวกับว่ามันเป็นที่พึ่งแห่งสุดท้ายทางจิตวิญญาณ

“เพื่อนหัวเราะหนูตอนครูดุ”

ผมเริ่มเข้าใจสถานการณ์ มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสังคมเฮงซวยที่ชอบหัวเราะเยาะความผิดพลาดของคนอื่น เมื่อเราดูทีวีเราสามารถพบภาพเหตการณ์เหล่านี้จนชินไปในหัวใจ ในนั้นมีเสียงหัวเราะดังนำขึ้นมาก่อน แม้บางครั้งดูไม่เป็นเรื่องตลกเราก็หัวเราะตามๆกันมา โดยไม่สนใจในเนื้อหาสาระของมันเลย ความเฮงซวยก็ทำตามๆกันมาด้วยความเคยชินเช่นกัน

“หนูทำอะไรผิดล่ะ ครูถึงดุฮื-อ” ผมลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน จากนั้นกอดเธอไว้ข้างกาย เด็กที่ไม่มีพ่อกับแม่ลองเจอเรื่องแบบนี้มันสาหัสเกินไป - เกินไปจริงๆ

“หนูไม่ได้ทำอะไรผิด หนูตั้งใจ - ความตั้งใจคือความงดงามไม่ใช่เหรอน้า”

ผมหายใจติดขัดเหมือนกันเมื่อเจอคำถามนี้ ผมไม่ฉลาดเพียงพอสำหรับบางเรื่อง ผมเริ่มเห็นเค้าลางในความกังวลเมื่อตอนเช้าแล้ว ผมจะแนะนำเธอได้ยังไงในเมื่อผมยังโง่อยู่ ทำไมไม่มีครูคนไหนสอนผมเลยว่าการเลี้ยงหลานมันต้องทำอย่างไร ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้ ผมโง่ ผมควรโดนหัวเราะจากเด็กในห้องแทนเธอ ผมสมควรโดนคุณครูของเธอดุด่า คนที่สมควรไม่ใช่เธอ หากแต่ควรเป็นผม

ผมสับสนมึนงง ขณะนั้นเองผมเหลือบมองเห็น ถุงใส่ขนมเล็กๆที่เธอกุมไว้ในมือ

“อะไรเอ่ย?” ผมหยอกถามเธอเพื่อหันเหเรื่องราว

“วันนี้เรียนทำคุ๊กกี้ค่ะ” เธอยิ้มเมื่อผมถามถึง

“อร่อยมั้ย ท่าทางน่าอร่อยนะ- ขอน้าชิมได้มั้ย?”

“อร่อยค่า - ตั้งใจและงดงามด้วย”

เธอหยิบคุ๊กกี้ในถุงเล็กๆออกมาให้ผมหนึ่งชิ้น รูปร่างของมันคล้ายเคียงกองขี้หมาที่พบเจอเมื่อยามเช้า เป็นก้อนกลมๆม้วนเป็นเกลียวค่อยลดหลั่นเรียงทับทีละชั้น ผมเห็นถึงความตั้งใจของเธอ สาบาน ผมเห็นความตั้งใจของเธอจริงๆ  ผมเริ่มสานต่อเรื่องราวในใจ ในขณะที่ส่งขนมคุ๊กกี้รูปร่างคล้ายกองอุจจาระสุนัขเข้าปาก

“อืมม์- อร่อย รสชาติดี” ผมบอกเธอ ด้วยความสัตย์จริง

เธอยิ้ม พร้อมหยิบอีกหลายชิ้นส่งมาให้ผม เธอบอกว่าเพื่อนๆในห้องไม่มีใครยอมชิมคุ๊กกี้ที่เธอทำเลย แม้แต่คุณครู ผมมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ผมกล่าวในใจขณะที่มืออีกข้างลูบไหล่และหลังเธอเบาๆ

พระอาทิตย์ดวงกลมสีแดง แซมสีชมพูออกช้ำๆลงทุกขณะนาที ลึกแล้วมันมองดูเหมือนเวลาเศร้าสร้อย แต่ในตัวมันเองขณะเดียวกันก็ยังคงมีความอบอุ่นแฝงอยู่

ใช่ ความตั้งใจนั้นงดงามเสมอ โดยเฉพาะ ความตั้งใจน้อยๆ

 

ของผม…




ก่อนกลับฝากเรื่องสั้นให้อ่านกันครับ :)

2009-03-20 19:30:23/(...)

 


Neromimz
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย Neromimz   เมื่อ: 2009-03-20 19:41:19
โอ๊ยยยยยย ไร้เดียงสาาาาา!~~

อ่านแล้วรู้สึกไร้เดียงสาขึ้นมาทันทีเลยอะครับ เยี่ยม!
 


สายลม
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย สายลม   เมื่อ: 2009-03-20 20:23:51

งดงามในความรู้สึกค่ะ


ว่าแต่ ยังพอมีคุ๊กกี้เหลืออีกสักชิ้นไหมคะ?

 


ใหม่
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย ใหม่   เมื่อ: 2009-03-20 20:57:42

น่ารัก อย่างตั้งใจและงดงาม

 


arada
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย arada   เมื่อ: 2009-03-20 22:35:22
น่ารัก
และมีอะไรที่มากกว่าน่ารักอยู่ด้วย
อารดาว่ามันอบอุ่นด้วยนะคะ
^_^
 


สิญจน์ สวรรค์เสก
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย สิญจน์ สวรรค์เสก   เมื่อ: 2009-03-20 23:51:16

คริเอทมาก สมแล้วที่เป็นหลานสาวของวิศวกร

เคยอ่านเจอแต่อีตาแฮรี่ พอตเตอร์ เสกลูกอมให้เป็นรสขี้มูกกัน

แต่นี่ แม่มดสาวน้อยของเรา อาจหาญเสกคุกกี้ให้เป็นรูปขี้หมา

อืมมมม ไม่ธรรมดาๆๆ คาถาอาคมของเธอต้องสูงส่งแล้วแน่นอน

งั้น...โปรดรับลุงสอไว้เป็นศิษย์ด้วยเถิดแม่นาง - ลุง(รับ)ไหว้ล่ะเอ๊า!
 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-03-21 01:27:27
ภาพขาวดำ...สวยดีค่ะ


ทุกวันนี้อากาศร้อนมาก บางทีออกไปข้างนอกก็คิดว่าตัวเองเป็นก้อนขี้หมาแห้งกลมๆ ที่เดินได้นะ...แต่ก็ดีกว่าขี้หมาเปียก


เก็บกวาดง่ายกว่ากันเยอะ ^^
 


จินนี่
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย จินนี่   เมื่อ: 2009-03-21 12:49:09
โอว...หลานสาวตัวน้อยจับคาง ครุ่นคิดเรื่องใดเหรอ!

ฤา..คุณครูดุ และถามว่า
"เมื่อไรหนูจะเขียนตัวอักษรไทยไม่โยเย้จักทีจ๊ะ

ฤา..เพื่อนหัวเราะเยาะ เมื่อหนูตอบครูว่า
"เวลาว่างนู๋ชอบอ่านการ์ตูน 'Winne The Pooh'
กับชอบขีดเขียนรูปพูห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนสมุดจดการบ้านค่ะ"

ฤา...นู๋นั่งชิงช้ารอน้าสามมารับช้าอ่ะ นู๋จึงนั่งขบคิด พร้อมตั้งคำถามว่า

"น้าสามคะ ถ้านู๋ปั้นดิน เอ้ย นู๋ตั้งใจหยอดพิมพ์คุ้กกี้
แต่ดันเหมียนก้อนอุนจิของมะหมาเอง โดยมิได้ตั้งใจ
งี้..จะมีลูกค้ามาอุดหนุนคุ้กกี้ของนู๋ไหมคะ


อ้อ..น้าสามช่วยตอบนู๋ให้หายฉงฉัยจักหน่อย
คำว่า 'กืด' คือไรอ่ะคะ นู๋ค้นหาในหมวดคำ ก็หามีไม่เจ้าคะ :)


 


ครองขวัญ
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย ครองขวัญ   เมื่อ: 2009-03-21 13:23:23
ชอบจังค่ะ

อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลย

เป็นมุมมองที่น่ารักมาก
 


น็อต
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-22 09:40:09
ความทุ่มเท ความตั้งใจ ความที่เริ่มจะงาม ที่เราๆมองข้าม
เราอาจมองที่ปลายทางมากไป จนลืม ความตั้งใจที่ผ่านมา

ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องราาวที่ดี จริงๆครับพี่สามจุด
 


(...)
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2009-03-22 11:42:21
ดีใจที่เห็นทุกท่านยิ้มครับ ( ทีแรกนึกว่าอ่านแล้วจะเครียดกัน ฮ่าๆ)

ตอบคำถามน้าจินนี่หน่อยสิหลานของน้า : )

ฤา..คุณครูดุ และถามว่า
"เมื่อไรหนูจะเขียนตัวอักษรไทยไม่โยเย้จักทีจ๊ะ

"หนูตอบครูไปสิจ๊ะว่า หนูเขียนตัวหนังสือโยกเยไปมาเพราะหนูไม่ค่อยได้ใช้มือเขียนหนังสือนะสิค่ะคุณครู เดี้ยวนี้ใครๆเขาก็ใช้นิ้วพิมพ์กันหมดแล้ว ไม่ค่อยมีใครใช้ลายมือกันแล้วนี่ค่ะครูขา"


ฤา..เพื่อนหัวเราะเยาะ เมื่อหนูตอบครูว่า
"เวลาว่างนู๋ชอบอ่านการ์ตูน 'Winne The Pooh'
กับชอบขีดเขียนรูปพูห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนสมุดจดการบ้านค่ะ"

"หนูแค่อยากมีพูห์เป็นเพื่อนเวลาที่หนูนั่งทำการบ้านนี่คะ ก็คุณน้าไม่ค่อยอยู่ดูหนูทำการบ้าน หนูแค่อยากมีเพื่อนในหน้ากระดาษเท่านั้น"

"น้าสามคะ ถ้านู๋ปั้นดิน เอ้ย นู๋ตั้งใจหยอดพิมพ์คุ้กกี้
แต่ดันเหมียนก้อนอุนจิของมะหมาเอง โดยมิได้ตั้งใจ
งี้..จะมีลูกค้ามาอุดหนุนคุ้กกี้ของนู๋ไหมคะ"

"ก็น้านี่ไงลูกค้าประจำของหนู แต่หลานของน้า ในบางครั้งความคิดของเรามักไม่สอดคล้องกับการยึดมั่นถือมั่นในรูปลักษ์ เมื่อไม่มีใครซื้อขนมที่หลานกิน หลานก็ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินซื้อของมาทำทุนขายต่อ แล้วหลานก็ไม่มีข้าวกิน หลานก็พบว่า หลานควรเก็บความคิดนั้นไว้ก่อน เพื่อประคองชีวิตตัวเองให้รอด หากหลานแข็งแรงเมื่อไร น้าหมายถึงว่า หลานสามารถเปลี่ยนแปลงความเชื่อของผู้คนได้ น้าว่าถึงตอนนั้น ต่อให้หลานเอาขี้หมาจริงๆให้คนกิน เขาก็แย่งกันซื้อกินล่ะ"

กืด- "อืมม์ น้าจะตอบยังไงดี มันเป็นแสลงของน้าเอง ฮาๆ ความหมายมันคล้าย สุ-โคย ในภาษาญี่ปุ่นละมั้ง :)


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านครับผม

 


ภูวเชวง
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย ภูวเชวง   เมื่อ: 2009-03-23 11:20:13
ดีมาก ครับผม
 


ชริ
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-23 11:55:11
เรื่องของเด็กเป็นอะไรที่ถ่ายทอดยากที่สุด
เก่งค่ะ เห็นความน่ารัก ไร้เดียงสา อ่านไปอมยิ้มไป
มีเสียงหุหุจากลำคอของผู้อ่านด้วยค่ะ
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   e57baabd
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)