ผู้เขียน  หัวข้อ: มิตรภาพจากเจ้าสี่ขา ตอน 3
ชริ

มิตรภาพจากเจ้าสี่ขา ตอน 3
 เมื่อ: 2009-03-27 09:14:18 
แล้วเสียงหัวเราะจางๆพรายพร่างปนสะอื้นท่ามกลางบรรยากาศแสนเศร้าก็เล็ดลอดออกมาจากปากของเธอ เพื่อนๆยังทยอยเข้ามาให้กำลังใจเรื่อยๆที่ละคนสองคน ก่อนจะแยกย้ายกันไปรับประทานอาหารกลางวัน........................................ตอน 3


ช่วงพักกลางวันนาถฤดีจะอาศัยมือเที่ยวของโรงเรียนที่จัดอาหารกลางวันไว้สำหรับเด็กยากจน เมื่อรับประทานเสร็จเธอจะช่วยแม่ครัวเก็บและล้างจาน บางที่มีเศษอาหารที่เหลือ เธอมักจะขอเศษอาหารไปเผื่อเพื่อนสี่ขาสุนัขจรจัดข้างถนน ส่วนเพื่อนสุนัขในโรงเรียนฝึกเธอไม่ห่วงเท่าไหร่ แต่ถ้าวันไหนแม่ให้สตางค์มาโรงเรียนเธอจะเก็บสตางค์ไว้ซื้อขนมไปฝากพวกเขา เธอไม่รู้หรอกว่าเพื่อนสุนัขของเธอชอบกินขนมอะไร เธอเลือกซื้อขนมที่เธอชอบ พวกเขาก็คงชอบด้วยเพราะเธอจะกินด้วยแล้วป้อนให้พวกเขากินพร้อมกันด้วย เธอเลยคิดเองว่าพวกเขาก็ชอบเหมือนเธอ

หลังเลิกเรียนวันนี้เธอมีสตางค์แวะซื้อขนมใส่ใส้ที่โรงเรียนแล้วไม่รีรอตรงดิ่งไปยังที่หมายจนเส้นผมไสวพลิ้วปลิวไปตามแรงลมเพื่อนำอาหารไปให้สุนัขจรจัด

เพื่อนสุนัขจรจัดคงกำลังยืนรอเธออยู่ที่เดิม ใช่จริงๆด้วย! พวกเขากำลังมองมาด้วยแววตาวิงวอนน่าสงสาร ตัวผอมกะหร่องมองเห็นซี่โครงนับเรียงรายกันได้ ลิ้มห้อยยาวน้ำลายไหลหยดแหมะๆท่าทางหิวโทรม เพราะทั้งวันจะได้กินอาหารจากเธอเพียงแค่มือเดียว

สุนัขบางตัวเริ่มส่งเสียงเ**ทักท้ายดังโฮ่ง ๆ บางก็ร้องส่งเสียง “วู้” โหยหวนพลางโบกหางไปมาให้เธอ สุนัขขี้เรื้อนขนหลุดล่วงมองเห็นผิวหนังหนาหยาบย่นมีริ้วรอยแตกเลือดปนน้ำเหลืองไหลซิกๆออกมา เขาใช้เท้าหน้าสองข้างตะกุยพื้นเพื่อเรียกเธอให้เร่งฝีเท้าเดินมาหาพวกเขาเร็วๆ และมีสุนัขแม่ลูกอ่อนเดินต้อยๆนำหน้าลูกน้อยอีกสี่ตัวออกมาต้อนรับนาถฤดี

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆพวกเขาต่างส่งเสียงครางเบาๆเหมือนเสียงเด็กร้องครางคราญ ลูกสุนัขสี่ตัวชั่งซุกซนใช้ขาหน้าสองเท้าตะกุยตะกายขึ้นมาเกือบถึงชายกระโปรงเลยเข่าเสมือนเป็นเจ้านายของมัน นาถฤดีต้องคอยปราบเสียงดังว่า

“ รอเดี๋ยวก่อนสิ! พวกนายได้กินกันทุกตัว ” เธอบอก แล้วรีบเทเศษอาหารแบ่งให้พวกเขาทุกตัวเท่าๆกัน ยังเหลืออีกตัวหนึ่งนาถฤดีกวาดสายตามองหา แลเห็นสุนัขขาหลังหักทั้งสองข้างกำลังใช้ขาหน้าไถลลากไปกับพื้นกระดืบๆคืบคลานเข้ามาพลางส่งเสียง“วู้อู” ครวญครางออกมา

“ ค่อยๆคลานก็ได้ ฉันเหลืออาหารไว้ให้นายอยู่แล้ว” นาถฤดีตอบกลับ

ขณะเดียวกันเพื่อนๆในชั้นเรียนก็เดินผ่านมาเป็นกลุ่มแล้วพากันโบกมือทักทาย
“ แล้วเจอกันจ๊ะ นาถฤดี ” เพื่อนหญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้น นาถฤดีตอบกับพลางส่งยิ้มเริงร่าให้จนกลุ่มเพื่อนลับไป

เสียงเคี้ยวหมุบหมับ ๆ เสียงร้องครวญ ฮือ ๆ ดังหิวโหยจวนเจียนใจจะขาดร้องออกมาจากปากของพวกเขา นาถฤดีเฝ้ามองพวกเขาพลางถอนใจโล่งอก

“ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพวกนายจะรอดไปได้สักอีกวัน ” เธอพำพึมเบาๆขณะนึกถึงอนาคตที่ไม่สามารถหยิบยื่นความเมตตาให้พวกเขาได้อีกต่อไป นาถฤดีเฝ้ามองทอดถอนหัวใจ

เพียงชั่วขณะ นาถฤดีก็รีบก้าวเท้ามุ่งสู่ที่หมายใหม่
โรงเรียนฝึกสุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ด ลุงยามวัยกลางคน ตัดผมเกรียน รูปร่างค่อนข้างท้วม สวมชุดสีเข้มของยามรักษาความปลอดภัยเห็นนาถฤดีเดินตัวปลิวพลางโปรยยิ้มสวยเหมือนดอกไม้เบ่งบาน

“ วันนี้มีขนมนะสิ! ” ลุงยามตะโกนถามเหมือนรู้ทัน
“ ขนมใส่ใส้จ๊ะลุง ” นาถฤดีตอบเสียงกังวานพลางชูขนมห่อด้วยใบตอง
ลุงยามพยักรับรู้พร้อมกับเปิดประตูให้ มองเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆเกาะอยู่ที่ปลายจมูก และได้ยินเสียงหอบหายใจ ลุงยามก็ถามขึ้นมาอีกว่าเหนื่อยไหม นาถฤดีส่ายหน้าตอบขณะเดินตามหลังลุงยามต้อยๆเข้าไปข้างใน แล้วลุงยามก็ยกหูโทรศัพท์ไปบอกพี่ธีทัตซึ่งเป็นครูฝึกสุนัขทันที

นาถฤดีจะเข้าไปโดยธุรการไม่ได้ จะต้องมีเจ้าหน้าที่พาเข้าไป ความจริงสถานที่นี่ห้ามบุคคลภายนอกเข้า เธอถูกยกเว้นในกรณีพิเศษ

นาถฤดีทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆป้อมยามพลางทอดสายตามองไปที่สนามฝึกกว้าง สายลมพัดโชยชายพากลิ่นหอมของใบหญ้าอ่อนๆมาด้วย เธอสูดจมูกเบาๆพร้อมกับหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นแลเห็นแสงดวงอาทิตย์ทอแสงสีทองจากฟากฟ้าในยามบ่ายคล้อย ชวนให้นาถฤดีหวนคิดถึงวันเก่าๆ

วันนั้นไม่เคยลืมเลือนนาถฤดีรู้จักกับพวกเขาได้ประมาณปีกว่าๆ เธอหมายถึงเพื่อนสี่ขาของเธอ ก่อนหน้านั้นเธอรู้จักกับสุนัขจรจัดมาก่อน แล้วค่อยเริ่มรู้จักกับพวกเขาที่หลัง

ขณะพี่ธีทัตกำลังฝึกพวกเขาอยู่ หลังจากที่นาถฤดีให้อาหารสุนัขจรจัดเสร็จ เธอกำลังเดินเลาะไปตามรั้ว พวกเขาจู่ๆก็หยุดฝึกชะงักนิ่ง เพียงชั่งขณะพวกเขาค่อยๆย่องกริบคืบคลานเข้ามาคล้ายกำลังซุ่มโจมตีผู้ร้ายที่มีเป้าหมายมาที่เธอพร้อมกัน พวกเขามีอาการหยุดฝึกชะงักแบบนี้มาหลายวัน

ต่อมาพวกเขาไม่ได้หยุดอยู่เฉยๆ ต่างพร้อมใจกันวิ่งตรงดิ่งพุ่งพรวดพราดราวกับห่ากระสุนนับไม่ถ้วนระดมยิงมุ่งมาที่เธอ พี่ธีทัตรวมทั้งครูฝึกอีกหลายคนต่างพากันตกอกตกใจ จู่ๆเจ้าสุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ดประมาณ 15 ตัว สูงไม่น้อยกว่า 25 นิ้ว หนักประมาณ 38 กิโลกรัม พากันกรูเข้ามาไล่เ**ส่งเสียงดังโฮ่งๆใส่ นาถฤดีสะดุ้งเฮือกสุดตัว แทบช็อคยืนแน่นิ่งตัวแข็งทื่อระบายลมหายใจแผ่วๆไม่กล้าขยับเขยื้อนแล้วค่อยๆหันไปดูท่าทีพวกเขา พวกสุนัขยืนเรียงรายหยุดเ**สบตาตอบ

ครูฝึกทุกคนจะเข้าไปช่วยจับเอาไว้ พี่ธีทัตยกมือห้ามค่อยสังเกตปฎิกริยาของพวกสุนัขกับเธอ ทุกอย่างเงียบกริบ

เพียงชั่วครู่สุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ดก็ย่อตัวนั่งแล้วหมอบศีรษะลงอยู่กับพื้นคล้อยกับกำลังน้อมพำนับเธออยู่พลางส่งเสียง “วู้” โหนหวนพร้อมกัน เสียงเรียกจากครูฝึกบอกให้พวกเขาลุกขึ้น พวกเขาเฉยทำเป็นไม่ได้ยิน

พี่ธีทัตหัวหน้าครูฝึก ก้าวเท้าเข้ามาหาย่อตัวลงข้างๆเจ้าเอสดี้แล้วใช้มือลูบหัว เจ้าเอสดี้พลางส่งเสียง “วู้” ยึดหน้าเหยียดจมูกชี้ตรงไปทางเด็กหญิงคนนั้น

พวกเจ้าเอสดี้กำลังบอกอะไรกับธีทัต ทำไม! ทุกตัวจ้องตาเป๋งมองไปที่เธอผู้เดียว

นาถฤดีหายใจไม่ทั่วท้องไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่งั้น! พวกตัวใหญ่อาจจะวิ่งไล่เธออีก ถึงจะมีรั้วราวสแตนเลส์ขวางกั้นไว้ อย่างไรซะก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดี

สุนัขตำรวจถูกฝึกมาให้จับผู้ร้าย รั้วสูงขนาดนี้สูงไม่พอ พวกเขาฉลาดกะระยะกระโดดข้ามพุ่งทะยานลอยตัวเข้ามาหาเธอได้สบาย นาถฤดีคิด! นึกกลัวเริ่มหายใจหอบถี่ๆเกือบจะร้องให้ พวกตัวใหญ่หมอบตัวเหมือนเตรียมกระโจนเข้ามาตะปบศัตรู แค่เธอขยับเพียงก้าวเดียว............ตอน 4

2009-03-27 09:14:18/ชริ

 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-03-27 11:18:05
สวัสดีจ๊ะชริ

อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น

เราชอบจังที่นาถฤดีคิดว่าหมาพวกนั้นคงชอบขนมเหมือนเธอ ไม่ใช่อะไร คือเราคิดว่าเหมือนเราเลย เวลาชอบอะไรมากคิดว่าคนอื่นจะชอบด้วย

อ้อ ชริ มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าตอนนี้มีการประกวดงานเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียว เข้าไปดูที่เว็บฯ ก็ได้ คือโทรหาแล้วแต่ไม่ติดอ่ะ

เราก็ว่าจะเข้าไปดูเหมือนกัน
 


ภูวเชวง
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ภูวเชวง   เมื่อ: 2009-03-27 12:50:27
ที่บ้านผมก็เลี้ยงเจ้าสี่ขา ชื่อเต๋า ครับ สงสารมันโดนรถยนต์ใครก็ไม่รู้เฉี่ยวชนจนขาหัก
มันเป็นสุนัขจรจัด จากเขาเต่า ก็เลยตั้งชื่อ เต๋า
 


น็อต
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-28 12:28:48
บรรยายละเอียดเหมือนเคย
คราวหน้า ลองเอารูปโพสด้วย นะ ชริ
 


ชริ
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-28 16:32:27
ขอบคุณค่ะ
ชริว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้ บรรยายเหมือนเขียนเรื่องยาว
เขียนไปเขียนมาก็ไม่รู้จะจบแบบไหนดี
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราชอบนะ

 


ชริ
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-28 16:37:50
ภูวเชวง

น่าชื่นชมค่ะ น้อยคนนักที่จะเห็นคนเก็บสุนัขพิการไปเลี้ยง

ยินดีกับเจ้าเต๋าด้วยที่มีเจ้านายที่ใจดี

บอกตรงๆชริไม่สามารถทำได้อย่างคุณ

เรื่องนี้เป็นอีกมุมหนึ่งที่อยากจะทำอย่างนั้น

 


ชริ
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-28 16:39:03
น๊อต

ขอบคุณค่ะ
ชริว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้ บรรยายเหมือนเขียนเรื่องยาว
เขียนไปเขียนมาก็ไม่รู้จะจบแบบไหนดี
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราชอบนะ

ลืมใส่ชื่อ
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   a6da9e
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)