ผู้เขียน  หัวข้อ: มิตรภาพจากเจ้าสี่ขา ตอนจบ
ชริ

มิตรภาพจากเจ้าสี่ขา ตอนจบ
 เมื่อ: 2009-03-27 16:58:23 
แค่เธอขยับเพียงก้าวเดียว............ตอน 4

ธีทัตหรี่ตามองตรงเหยี่ยดพยายามอ่านสัญชาตญาณของพวกเขา อาการหมอบแล้วน้อมศีรษะลงกันพื้นท่านี้ถูกฝึกให้ทำความเคารพ พวกเขากำลังบอกว่าเธอเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู ไม่งั้น! หูจะตั้งชัน ขนลุกพอง พวกเขากำลังส่งสัญญาณบอกว่า!

“ พวกเขา! อยากรู้จักเธอ ” ธีทัตพูดแล้วหันไปบอกครูฝึกด้วยกัน
ฟังดูพิลึกกึกกือชอบกล พวกครูฝึกยักไหล่ตอบ ไม่มีความเห็นใดๆ

ช่วงหลายวันเวลาด้วยกันนี้ พวกเขากระวนกระวายหยุดเดินจ้องตาเป๋งหันไปมองนอกรั่ว บางตัวก็ยืนตัวตรงหูตั้งกระดิกไปมาเล็กน้อยคล้อยกับกำลังรอคอยอะไรสักอย่าง

“ เธอนั้นเอง ใช่! พวกเขาเฝ้ารอเธอ ” ธีทัตยิ้มถอนหายใจโล่งอกตวัดมือเรียกให้ครูฝึกทุกคนเข้ามาครบคุมพวกเยอรมันเชฟเพิร์ดไว้ พร้อมกับล็อคสายจูงเข้ากับปลอกคอหนังพลางจูงสุนัขกลับไปฝึกที่เดิม พวกเขาฝืนตัวดื้อดึงไม่ยอมกะดี้กะเดียมไปไหน

“ ปล่อยเขา! ”ธีทัตบอกขณะก้าวเท้ายาวๆไปยังประตูเล็กที่มีตราสัญลักษณ์ตำรวจข้างป้อมยาม
“ เกิดอะไรขึ้น ” ลุงยามส่งเสียงถามขึ้น
“ พวกเขาอยากรู้จัก เด็กผู้หญิงคนนั้น ” ธีทัตพลางชี้มือตอบ
“ งั้นหรอก ” ลุงยามงงงัน “เหลือเชื่อ! ไม่เคยเห็นมาก่อน ” พูดพลางหันไปมองพวกเขา
“ อูวู้ ” พวกเขาส่งเสียงเ**โหนหาตอบ

“ นั้นไง! ไม่งั้นพวกเขาจะไม่ยอมฝึกต่อ ” ธีทัตยักไหล่ขณะเอื้อมมือไปเปิดประตูเล็กด้านข้าง เสียงเปิดปิดประตูเหล็กดังกริ๊ก

เธอตัวแข็งเย็นยะเยือกหน้าซีดปากสั่นราวกับกำลังเผชิญกับสัตว์ร้าย พวกเขายังคงจ้องเป๋งสะกดรอยตามพี่ธีทัตไปทุกฝีก้าวอย่างไม่คลาดสายตา ลุงยามเห็นปฎิกริยาทั้งสองฝ่ายหัวเราะเบาๆขณะเหลียวมองพวกสุนัขกับเด็กผู้หญิงสลับไปมาอย่างน่าเอ็นดู

จนในที่สุด พี่ธีทัตผู้ทำหน้าที่ทูตก็หยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหญิงคนนั้น เสียงเ**โฮ่งๆดังขึ้นอีก ธีทัตยกมือห้ามให้พวกเขาเงียบแล้วส่งยิ้มสบตานาถฤดี เธอจ้องตาไม่กะพริบ

“ พวกเขา......เอ้อ......คือชั้นหมายถึง......สุนัขอยากรู้จักเธอ ” ทูตพูดขึ้นรู้สึกแปลกๆทำหน้าเจื่อนพลางฝืนยิ้มเก้อให้

นาถฤดีฟังแล้วไม่น่าเชื่อ! มองสำรวจพี่ผู้ชายอายุราวๆสามสิบเศษ รูปร่างสู่งโปร่ง ผิวสองสี มีใบหน้าอ่อนโยนในเวลายิ้ม สวมใส่ชุดครูฝึกคล้อยชุดทหารมาดเข้มสีดำ เธอมองตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า นาถฤดีสายตามองผ่านแสงจากดวงอาทิตย์ในยามบ่ายคล้อยสังเกตแล้วไม่น่าไว้ใจทั้งคนทั้งสุนัข

“เธอไม่อยากรู้จักพวกเขาหรือ!” ทูตเชิญชวนรู้สึกพิลึกพิลั่น พลางใช้นิ้วชี้เช็ดไปที่ปลายจมูกของตัวเองเพื่อแก้เก้อ
“ คะ ” นาถฤดีขานรับเสียงหลง
“ เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ” ทูตย้ำส่งยิ้มไม่ยอมหุบได้ยินเสียงเธอค่อยๆผ่อนลมหายใจช้าๆ
“ มาเถอะ! พวกเขากำลังรอเธออยู่ ” ทูตกล่าวพร้อมกับยื่นฝ่ามือมาให้เธอจับ
“ ไม่อยากเชื่อ! พวกตัวใหญ่นั้นหรือ ” นาถฤดีถามกลับมองมาที่มือรอค้างอยู่
“ ใช่! ชั้นก็ว่าอย่างไงแหละ ” ทูตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นยืนเอามือล้วงกระเป๋าการเกงแทน

“ ไม่ดีกว่า! หนูหมายถึง ไม่มีเหตุผลสำหรับพวกตัวใหญ่” เธอส่ายหน้าบอกหันหลังช้าๆให้แล้วกำลังจะก้าวเดินจาก
“ เดี๋ยวก่อน” ทูตห้ามเสียงหลงรีบก้าวเข้าไปใกล้ขวาง ทูตชะงักงันพลางสูดจมูกฟูดฟาดๆยาวๆถี่จนได้กลิ่นคาวๆคล้ายกลิ่นน้ำลายสุนัข เวลาที่สุนัขเข้ามาเลียใบหน้าเขา

“ อ้อ...เข้าใจล่ะ เธอมีกลิ่นเดียวกัน ” ทูตบอกยิ้มเกือบจะหัวเราะออกมา
“ หมายความถึงอะไรค่ะ ” เธอหันขวักมาถาม
“ ก็....เธอเป็นพวกเดียวกัน เหตุผลแค่นี้พอไหม ” พูดจบเสียงหอนโหนหาตอบรับก็ดังขึ้น เธอค้อนขวักให้กับพวกสี่ขานิดหนึ่ง ทูตหัวเราะเบาๆออกมา
“ มาเถอะ! ชั้นรับรองเธอจะปลอดภัย ไม่งั้น! สุนัขพิสุจน์กลิ่นอาจจะตามเธอไปถึงบ้าน พี่ไม่รับรองด้วยนะ” ทูตตอบแล้วใช้สูดจมูกฟูดฟาดเลียนแบบสุนัขอีกพลางยื่นมือมาให้เธอจับใหม่

นาถฤดีสบตาเพียงชั่วขณะ ก่อนยื่นมือไปวางไว้บนฝ่ามือนั้นพร้อมกับก้าวเท้าตามพี่คนนั้นไปอย่างช้าๆ เมื่อมาถึง! พวกตัวใหญ่เกือบ 20 ตัวยังหมอบลงไม่กระดุกกระดิกเหลือบมองตาละห้อยเป็นระยะๆมาที่เธอ

“ ไม่ต้องกลัว! ยืนเฉยๆพวกเขาไม่ทำอะไรเธอแน่” พี่เขาบอกพลางกระชับกำมือเธอไว้ตลอด

นาถฤดีทำตามชั่วอึดใจเดียว พวกตัวใหญ่คลานกันเข้ามาหมอกแทบเท้าล้อมรอบเธอไว้

เราสบตากันพลางค่อยๆผ่อนลมหายใจยาวๆอย่างโล่งใจ นาถฤดีย่อตัวนั่งย่องๆแล้ววางมือไว้บนหัวพวกเขาที่ละตัวช้าๆแล้วเปลี่ยนมาเป็นลูบหัว บางตัวตอบรับฉันเพื่อนโดยใช้ลิ้มเลียที่ฝ่ามือ

เวลาผ่านไปอย่างเชือนช้า นาถฤดีเริ่มไว้ใจพวกมันแล้วเหลียวหลังหันไปมองครูฝึกทุกคน พวกเขาพยักหน้าส่งยิ้มสือถึงกันทางสีหน้า บางก็น้ำตาคลออย่างไม่มีเหตุ

นาถฤดียอมแพ้ทรุดตัวนั่งพับเพียบเผละลง พวกตัวใหญ่พากันใช้คางเกยไว้บนตักแล้วผงกหัวกลอกตามองเธอหน้าละห้อยพลางส่งเสียงเล็กๆ “ วู้ วู้ วู้ ”โหยหาความเป็นมิตรจากเธอ

น้ำตาแห่งความเป็นมิตรภาพหยาดไหลลงมาอาบแก้มอย่างช้าๆโดยไม่รู้สึกตัว ดุจดังหยาดน้ำค้างชะโลมหัวใจในยามที่เหือดแห้งให้นำพาหายไป เจ้าเอสดี้สุนัขตัวแรกยื่นหน้ามาชิดใกล้ใช้ลิ้มเลียเช็ดหยดน้ำตา นำพาให้ทุกตัวทำตามและนับจากวันนั้นมาก็ทำให้เราเป็นเพื่อนสนิทกัน
.............................................................................................

นาถฤดีคิดถึงวันนั้นในยามวันคืนที่รู้สึกท้อแท้หมดเรียวแรง เป็นวันที่ดีที่สุดพลางซ้อนรอยยิ้มสะกดความเศร้าหมองไว้ได้ในชั่วขณะ

พี่ธีทัตหัวหน้าครูฝึกสุนัขกำลังเดินส่งยิ้มให้ ผู้ติดตามคือเจ้าเอสดี้กับพรรคพวกสายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ดกำลงเยื่องกายทยอยตามหลังมา เอสดี้เข้ามาถึงตัวเธอก่อนใครแล้วใช้จมูกดุนที่ขา นาถฤดีย่อตัวนั่งย่องลูบหัวสลับเกาหู เจ้าเอสดี้ใช้ลิ้มเลียใบหน้าพร้อมกับมีเสียงหัวเราะลอดเล็ดออกมาจากปากเธอ

“ เทอมสุดท้ายแล้วสิ! ” พี่ธีทัตถามขึ้น

นาถฤดีนิ่งงัน “ ค่ะ ” เธอตอบสั้นๆก้มหน้าเงียบและกุมเท้าเจ้าเอสดี้ไว้แน่นราวกับกลัวจะหลุดลอยไป แล้วใครเล่าจะรู้บางว่าหัวใจของเธอกำลังร้องให้จนน้ำตาบ่าท้วมในอก ความเงียบเข้ามาแทนความรู้สึกชั่วขณะธีทัตสัมผัสได้และคิดว่าเพื่อนสี่ขาของเธอก็รู้สึกเช่นกัน

“ หนูจะพยายามมาหาพวกเขาค่ะ” เธอตอบน้ำตาคลอเอ่อออกมาเงียบๆ
พี่ธีทัตยืนกอดอกมองนิ่ง

“ พวกเขารักเธอ ! และไม่มีวันทอดทิ้งเธอ ตราบใดที่เธอไม่ทอดทิ้งพวกเขา ” ธีทัตเน้นบอกเป็นนัย เจ้าเอสดี้ส่งเสียงหอนโหยหวนสั้นๆเหมือนจะเข้าใจไปด้วย

พวกเยอรมันเชฟเพิร์ดก็พากันส่งเสียงเ ห่ า โฮ่ง ๆ โฮ่ง ๆ พลางหอนโหยหวนยาวๆดังสลับไปมาพร้อมกัน เสียงดังกังวานออกไปไกล จนทำให้ครูฝึกต้องวิ่งแตกตื้นออกมาดู

“ หยุดเ ห่ าหอนได้แล้ว เราบอกให้หยุดไง” นาถฤดีตะโกนสั่งแข่งกับเสียงหอนโหนหวนพลางใช้มือปิดปากเจ้าเอสดี้ไว้พลางจะขาดใจตามไปด้วย แล้วเสียงสะอื้นฮักเกินกว่าจะกลั้นไว้ได้ก็ดังออกมา

พวกพี่ครูฝึกขยับจะก้าวมาใกล้พี่ธีทัตยกมือห้าม! ส่งสัญญาณบอกไม่มีอะไร พวกเขาจึงยืนดูอยู่ห่างๆ พวกสายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ดไม่ฟังเสียงยังส่งเสียงโหยหวนยาวๆออกไปเรื่อยๆ

นาถฤดีหมดเรี่ยวแรงทรุดตัวนั่งพับเพียบเผละบนพื้นสนามหญ้าพลางน้ำตาไหลเหมือนไม่ได้ยินเสียงเ**หอนดังโหยหวนของพวกเยอรมันเชฟเพิร์ด

“ รู้ไหม! พวกเขากำลังบอกอะไรกับเธอ ” พี่ธีทัตเน้นเสียงเบาๆ นาถฤดีส่ายหน้าตอบพลางหลับตาบีบไล่น้ำตาออกมา เสียงของเจ้าเอสดี้เ ห่ าดังโฮ่ง ๆ

“พวกเขาบอกเธอว่าอยากร้องให้ไปเลย!” พี่ธีทัตบอกแล้วสูดลมหายใจแรงๆพร้อมกับแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าในยามบ่ายคล้อยพลางได้ยินเสียงกำลังสะอื้นแทรกเข้ามาเบาๆ

“ ปักเป้าเห็นท้องฟ้าบ้างไหม ” พี่ธีทัตถามทอดสายตาออกไปไกล
เธอส่ายหน้าตอบเปล่งเสียงแทบไม่ออก
“ ฟ้ากำลังเปิด แสงกำลังส่องมาถึงเธอ รู้ไหม! ”

นาถฤดีแหงนมองท้องฟ้าบ้าง เห็นแสงที่สะท้อนผ่านน้ำตาที่ไหลริน ทำไมชังอับแสงเหลือเกิน ในยามที่ดวงอาทิตย์ฉายแสงจ้า เช่นนี้ !
นาถฤดีสะอื้นเบาๆ นี้แหละคือคำตอบ เสียงสะอื้นยิ่งหนักขึ้น

พี่ธีทัตมองมาแล้วกล่าวเสียงอย่างมั่นคงว่า

“ ที่นี่! มีแสงสว่างสำหรับคนดีอย่างหนู ทุกเย็นหลังเลิกเรียนหนูมีหน้าที่ให้อาหารเพื่อนสี่ขาและวันเสาร์ครึ่งวัน หนูมีหน้าที่อาบน้ำให้พวกเยอรมันเชฟเพิร์ดทุกนาย พวกพี่ๆจะมีเงินเดือนให้ มีทุนการศึกษาให้ จนจบขั้นสูงสุด แล้วหนูมองเห็น! แสงของมิตรภาพหรือยังครับ ”

นาถฤดีกลั้นสะอื้นนิ่งงันเงยหน้าขึ้นมองพี่ธีทัตด้วยดวงตาที่มีน้ำตาท้นเอ่อ ถ้อยคำนั้นเสมือนผู้ที่กำลังรอคอยท่าฝน เมื่อพี่ธีทัตโปรยถ้อยคำซ้ำออกมาก็ทำให้นาถฤดีชุ่มชื่น เธออ้าปากค้างต้อนรับถ้อยคำดุจดังคนตั้งหน้าคอยท่ารับฝนปลายฤดู

เจ้าเอสดี้นั่งด้วยสะโพกพลางยื่นปลายจมูกใช้ลิ้มเลียเช็ดน้ำตาที่ไม่อาจกลั้นไหลออกมาจากความปิติยินดีได้ เสียงปรบมือของพี่ๆครูฝึกทุกคน เสียงเ ห่ าหอนกังวานของพวกเยอรมันเชฟเพิร์ดย้ำทุกนาย นาถฤดีได้ยินชัดเจน

ในที่สุดท้องฟ้าก็แหวกม่านเฆมทอแสงพร่างพราวระยิบระยับส่องมาถึงตัวเธอกับแม่ เธอพึมกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะนี้คือ! มิตรภาพของเจ้าสี่ขาสุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ด
จบ

ขอบคุณ ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สกู๊ปพิเศษหน้าหนึ่ง 30/01/50

2009-03-27 16:58:23/ชริ

 


ใหม่
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ใหม่   เมื่อ: 2009-03-27 20:24:56

อ่าว ตกลงชริแต่งเองรึเปล่านี่...

หวัดดีจ่ะ

 


ชริ
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-27 20:38:42
ชริแต่งเองคะ
แต่ข้อมูลเกี่ยวกับสุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ดชริเอาบางส่วนมากจาก
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สกู๊ปพิเศษหน้าหนึ่ง เท่านั้น

ชริอ่านสกู๊ปนี้ทำให้คิดเรื่องนี้ได้
ไม่ว่าจะแต่งเรื่องไหนชริจะต้องมีพื้นฐานข้อมูลมาจากความเป็นจริงบ้าง

ขอบคุณค่ะ


 


น็อต
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-03-28 12:41:55
อ่านจบแล้ว หัวใจมันหวิวๆๆ
มือชาั สั่นๆ ขณะพิมพ์ (สงสัยเรามันพวกใจอ่อน.. 555+)
เวิคๆๆชริ (เกาบางคำให้เนียนอีกนิดนะ) สู้ๆ
 


ชริ
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-28 16:27:19
ขอบคุณค่ะ น็อต

เขียนเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกหมดแรงและเหนื่อยค่ะ
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-03-29 08:42:52
สวัสดีจ๊ะชริ

ดีใจที่เรื่องนี้จบอย่างมีความสุขนะ ถ้าอ่านหนังสือแล้วเรื่องไหนจบแบบเศร้า ๆ ล่ะก็ เราจะซึมไปหลายวันเชียว

เหนื่อยก็พักบ้างนะชริ ^_^
 


สันลมจอย
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย สันลมจอย   เมื่อ: 2009-03-29 22:39:29
เก่งมากๆ ครับ
 


ชริ
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-02 09:45:01
สันลมจอย.....ขอบคุณค่ะ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-04 21:34:03
ตอนจบซึ้งมากค่ะ

สุนัขกับเด็กเป็นสิ่งมีชีวิตต่างชนิดที่มีความบริสุทธิ์ในหัวใจเหมือน ๆ กัน เรื่องนี้จึงน่ารักมากเป็นทวีคูณ

แต่คำที่ใช้ในตอนนี้ บางคำก็ทำให้ไม่เนียนในการลื่นไหลของเนื้อหาเท่าไหร่ แต่ดูน่ารักไปอีกแบบ




ขอบคุณเรื่องราวน่ารักและซาบซึ้งจากน้องชรินะคะ อ่านแล้วรู้สึกว่าพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดนี่ก็น่ารักไม่เบา



เป็นกำลังใจให้สำหรับการเขียนเรื่องต่อ ๆ ไปนะคะ คนเก่ง... ^_^
 


ชริ
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-06 11:33:05
หมายความถึงอะไรค่ะ ” เธอหันขวักมาถาม เป็น

หมายความว่าอะไรค่ะ ” เธอหันขวักมาถาม

พี่นก ชริยอมรับค่ะเรื่องบทสนทนา ค่อนข้างไม่ลื่นเหมือนเนื้อเรื่อง

สนทนาเป็เรื่องยากอีกเรื่องหนึ่งค่ะ

ขอบคุณค่ะ
 


ชริ
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-06 20:01:25
ต้นข้าว ขอบคุณค่ะ
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   7c931d7d
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)