ผู้เขียน  หัวข้อ: "โฟนอิน"
ขุนอรรถ

"โฟนอิน"
 เมื่อ: 2009-03-29 21:35:55 
“นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่รู้จักน้ำ” จะเปรียบกับสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้หรือเปล่า ไม่แน่ใจ


นึกย้อนกลับไปหลายปี ผมมักถูกเพื่อนๆ (หลอก)ใช้ให้เป็นศิราณี เป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตเนืองๆ ส่วนใหญ่วนไปมาอยู่ ๒ เรื่อง – พ่อแม่ไม่เข้าใจ กับ ไม่เข้าใจเพื่อน


แจ๊ค … พ่อเป็นทหาร เข้มงวดและดุมาก ดุขนาดว่าหากค่ำไหน แจ๊คกลับดึกเกินเวลาที่ตกลงกับพ่อไว้ รุ่งขึ้นพวกเราจะได้เห็นรอยเฆี่ยนด้วยไม้แขวนเสื้อ หรือไม่ก็รอยเข็มขัดขนาดเขื่อง เท่าที่จำได้ พ่ออยากให้แจ๊คเป็นทหารหรือรับราชการเหมือนพ่อ แต่แจ๊คชอบงานศิลปะ งานถ่ายภาพ “งานแบบนั้นจะทำมาหากินอะไร” พ่อไม่เข้าใจแจ๊ค และ … แจ๊คก็ไม่เข้าใจพ่อ


ปัจจุบันแจ๊คเป็นโปรแกรมเมอร์มือรางวัลระดับประเทศ เมียเป็นแม่ม่ายลูกติด ร้างราเพราะอดีตสามีมือหนัก - แจ๊คคงต้องการปลดปล่อยวิญญาณร้ายข้างในใจ


ปู … อยู่กับแม่ มีลุงมาอยู่ด้วยเป็นพักๆ ปูเป็นผู้หญิงตัวเล็กแต่แอคทีฟ เสียงแหลมดังและขยัน มีงานร้องรำไม่ขาด หาเงินเองได้ตั้งแต่มัธยมต้น ส่วนแม่ไม่ได้ทำงานอะไร
จะได้เงินเดือนจากลุงหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่แน่ใจว่า ทะเลาะกับปูบ่อยๆ ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง อย่างปูเดินเสียงดัง แม่ก็นึกว่าประชดประชัน

“ใช่ซี่ แกมันไม่ต้องง้อขอเงินฉันแล้วนี่ อยากทำอะไรก็ตามใจ”


หลังจากทำงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์อยู่นาน ตอนนี้ ปูออกมารับงานอิสระด้านการจัดอีเว้นท์ หรือจัดโชว์ตามงานแสดงสินค้า ปูยังหาเงินเก่งเหมือนเดิม


หยอย … เป็นสาวโคราช เรียนจบแล้วเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ หลายปี แต่แฟนไม่ได้ตามมาด้วย แฟนของหยอยเป็นนักดนตรี มีห้องอัดเสียงขนาดเล็ก(-มาก)
หยอยกับแฟนคบหากันมาตั้งแต่มัธยม ใครๆ ที่รู้จักดูคู่นี้แล้ว มักเข้าใจว่าเป็นแค่เพื่อนสนิท เพราะเล่นกันรุนแรง ไม่เทคแคร์กันเหมือนคู่รัก

หยอยแอบน้อยใจบ่อยๆ หยอยยอมทุกอย่างเพราะรัก และไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนจึงไม่ขอแต่งงานสักที ส่วนแฟนก็ไม่เข้าใจหยอยและพูดบ่อยๆ ว่า “การแต่งงาน ไม่ใช่หลักประกันรักอันยั่งยืน”


ตอนนี้ หยอยเป็นหัวหน้างานด้านสำรวจวิจัยตลาดข้ามชาติ เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้บ่อยๆ … ใช้ชีวิตกับเพื่อนสาวในคอนโด


…


กว่าจะเข้าใจอะไรสักอย่าง พบว่า เราต้องเดินผ่านเหตุการณ์มาแล้วทั้งนั้น
ระหว่างอยู่ในปัญหา หรือกำลังฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิต ยากนักที่เราจะทำได้เพียงเป็น ”ผู้ดู” หรือ “ผู้เห็น” ส่วนใหญ่สวมบทบาท “ผู้เป็น” แทบทั้งสิ้น


… วัยรุ่นโดดตึกฆ่าตัวตายเพราะแฟนไม่รัก เป็นตัวอย่างที่ดี


เวลาเพื่อนทำให้เราโกรธ เดี๋ยวเราก็ยกโทษ เรื่องที่โกรธประเดี๋ยวเดียวก็หาย แต่ถ้าเป็นแฟน ทำไมต้องใช้เวลานานนัก แถมหลายคนบาดเจ็บสาหัส บางคนเจียนตาย เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเข้าใจว่าคนเป็นแฟนนั่น “คนของเรา”


โน๊ตบุ๊ค นาฬิกา มือถือ หากเป็นของคนอื่นหาย ทำไมเราไม่เดือดเนื้อร้อนใจ วุ่นว้าวุ่นวายใจ เสียดายหรืออยากได้อันใหม่ แน่นอน เพราะนั่นมันไม่ใช่ “ของของเรา”


นั่งดูข่าวภาคค่ำ เขานำเสนอข่าวฝ่ายรัฐบาล กับ ฝ่ายค้าน อย่างละ ๒ นาที ดูข่าวแบบนี้ แน่ใจหรือคือการรับข่าวสารทั้งสองด้าน พิจารณาสิ่งใดให้สมดุลเหมือนไม้คานตราชั่ง
น่าจะเป็นการนั่งเป็นผู้ดู มองออกมาให้เห็นอีกฝ่าย เสร็จแล้วย้ายไปนั่งให้ครบด้าน


เป็นพ่อเป็นแม่ ก็หัดไปนั่งในใจลูก ส่วนลูก ก็หัดเข้า(ไปข้างใน)ใจพ่อแม่เสียบ้าง ลดความแตกต่าง แตกแยก ลดความไม่เข้าใจ


เป็นชายก็หักเข้าไปนั่งในใจหญิง นั่งดูนิ่งๆ คงเห็นว่า เรามีดีมีร้ายต่างอะไรกับเรา ฝ่ายหญิง จะลองนั่งนิ่งๆ ในใจฝ่ายชายบ้างจะเป็นไร พ่อแง่**อน แอนด์นางร้าย จะหายไป หรือไม่ก็เบาลง


ข้าง”เหลือง”ก็ลองหาเรื่องความคับใจของ”แดง”มาอ่าน ไหนๆ จะสร้างบ้าน ลองหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนจะดีกว่าไหม เป็น”แดง”ก็ลองเสิร์ชหาเรื่องอึดอัดใจของ”เหลือง”เอาไว้


เป็น”ผู้เป็น”มานานแล้ว หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ลองย้ายมาเป็น”ผู้เห็น” – ”ลองดู”



ขุนอรรถ

ปล. “รากหญ้าสร้างบ้าน ชนชั้นกลางสร้างเมือง”
รวบรวมบทความ”คำถามย้อนศร” ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์
นับเป็นหนังสือน่าอ่านประจำครึ่งแรกของปี โดยเฉพาะสำหรับคน”หนีศูนย์”(อย่างผม)
นับว่าเป็นการจัดระเบียบเข้าหา”ค่ากลาง”อีกครั้ง - ลอง(อ่าน)ดู

2009-03-29 21:35:55/ขุนอรรถ

 


ขุนอรรถ
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ขุนอรรถ   เมื่อ: 2009-03-29 21:37:52
Free Image Hosting

...

: )

 


ขุนอรรถ
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ขุนอรรถ   เมื่อ: 2009-03-29 21:39:12
Free Image Hosting

: )

 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-03-29 21:43:08
อืม....เปิดเข้ามาอ่านเจอตรูดช้างเต็มเปาเลย ^^"


เดี๋ยวขอไปตั้งสติ อิมานิ มะยัง ภันเต .... ติสะระนะ นะสะหะ ... สักครู่...เดี่ยวมาอ่านต่อ

^^"
 


อานันท์ ประทีฯ
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย อานันท์ ประทีฯ   เมื่อ: 2009-03-29 21:53:24
มันก่อเริ่มมาจาก เรื่อง ของ คนไม่กี่คน ขยายเป็นกลุ่ม เป็นมวล เป็นพลัง...

หันหน้าเข้าหากัน ยังจะใช้ได้ไหมท่านขุน

ว่าแต่ จะเลือกหันหน้าเหากันอย่างไร หมายถึง ไมใช่ลงไม้ลงมือ พูดแต่ผลประโยชน์ที่ได้เสียของตน

ถามหน่อย ๆ ในฐานะปชช. อย่างท่าน อย่างผม สมควรจะทำอะไรดี นอกจากนั่งดู ติดตาม
ในความหมาย คือ ไม่ใช่เหลือง และ แดง

แต่เป็นคนไทยเหมือนกัน

ด้วยจิตคารวะ.
 


หนอนดำ
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย หนอนดำ   เมื่อ: 2009-03-29 23:03:52
น่านน่ะซิครับ ท่านอาันนท์ฯ

นอกจากจะคิดไม่ออก ว่าเรื่องมันจะจบตรงไหน(วะ) แล้ว ก็ยังคิดไม่ออกอีกด้วย ว่าจะทำอย่างไร
ใจอยากช่วย แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร
ข้างเหลืองบอก "อยากช่วยก็มาข้างฉันซิ"
ข้างแดงบอก "อยากช่วยก็มาข้างฉันซิ"
ทั้งสองข้างบอก "มรึงไม่เลือก มรึงเป็นคนกลาง มรึงเป็นศัตรูกะกรูเลยดีฝ่า"

ไม่มีทางให้(กรู)เลือกเลย

คิดไม่ออก ก็เลยไม่ทำอะไรที่เกี่ยวกะเค้าซะดีฝ่า
ทำตัวเป็นคนดีต่อไป
พ่อแม่ชื่นใจ
เราชื่นใจ
แฟนชื่นใจ
ญาติๆ ชื่นใจ
เพื่อนๆ ชื่นใจ

ก็น่าจะ "พอ"
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-03-29 23:12:27
หันหน้าเข้าหากันเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย

แต่คงเป็นไปได้ยากแฮะ
 


ท่านเจ้าคุณ
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย ท่านเจ้าคุณ   เมื่อ: 2009-03-30 03:11:48
อืม.............. เย่
 


จินนี่
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย จินนี่   เมื่อ: 2009-03-30 10:32:38
ไหว้งามๆ ครับเฮียขุน (ศิราณี)
ปะเข้าให้กับถ้อยแถลงถึง การเข้าใจกันในครัวเรือน แลการณ์บ้านเมือง
แจ่มแจ้งเจ้าคะ


ช่วงเล่าสู่กัลล์ฟังจ้า :

บ่ายวันเสาร์แวะไปซื้อหนังสืออ่านเล่นลดราคาที่ห้างนึง
พี่คนขายเป็น บ.ก ชวนคุย แอนด์ชวนซื้อหนังสือปกแข็ง
บันทึกประวัติศาสตร์ (แถมกลอนรากหญ้า จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป)
แอนด์โปรยไว้อีก อ่านแล้วจะเข้าใจ 'หมากเกมนี้'


เอวังเจ้าคะ :)





 


แก็บ
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย แก็บ   เมื่อ: 2009-03-30 10:46:52
นา นา จิต ตัง

ขอบคุณครับผม
 


ชริ
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-03-30 12:13:01
อ่านแล้วให้นึกถึงคำว่า " ผ่อนหนักผ่อนเบา "
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-03-30 15:21:36
เข้าสถานการณ์โดยมิต้อง สง-กา-สัย เลยค่ะ ^___^

เขียนได้เยี่ยมมากๆเลยบทความนี้
เข้าใจเปรียบเปรยดีจัง

จริงค่ะ หัดเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง
อย่าเบียดเบียนผู้อื่น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
สังคมก็เป็นสุขแล้ว

^___^

เข้าวัดน่าจะเป็นทางออกที่ดีเหมือนกันนะคะ

สงกรานต์นี้ ขอเชิญร่วมทำบุญที่วัดใกล้บ้านค่ะ
หยุดนานหลายวัน ได้เพิ่มความเย็นด้วยกุศลบ้างท่าจะดี

หุหุ
 


ขุนอรรถ
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย ขุนอรรถ   เมื่อ: 2009-03-30 17:41:53
คุณอั๊กฯ ... ตั้งสตินานจัง ยังหาทางกลับบ่ได้?
คุณประทีปฯ ... ถามสั้นแต่ต้องตอบยาว ... ต๊ะไว้ก่อน
คุณหนอนฯ ... เกิดเป็นคน แค่ไม่ทำชั่วไม่พอ ต้องทำดีด้วย
คุณต้นฯ ... ยากแต่ต้องพยายาม
คุณทั่นฯ ... what a wonderful world?
คุณจินฯ ... บ้าน กับ เมือง เรื่องเดียวกัลล์
คุณแก๊บ ... นานา สถานทีต่อไป (ฮา)
คุณชริ ... ใช่เลย ใช่เลย กรุณาผ่อนให้ตรงงวด
คุณหัวฯ ... ก่อนเข้าวัด กรุณาตรวจสอบว่าโบสถ์สีอะไร??

: )



 


ธีร
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย ธีร   เมื่อ: 2009-03-30 21:22:18
เขียนได้ดีครับ อ่านแล้วสะดุด(ใจ)
 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 14

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-03-31 01:20:24
สติมาแล้วค่ะ...ท่านขุนอรรถ...


อ่านละเอียดอีกรอบแล้วค่ะ รู้สึกหยิบมาเล่า เรื่องละนิด อย่างละหน่อย...แต่ก็แซ่บครบรสเช่นเคยค่ะ ^^


series กีฬาสีนี่...เริ่มเบื่อชมอีกแล้วค่ะ เกิดเรื่องแรงๆทีไรเห็นตัวแม่หนีขึ้นยานทันทุกที ( ซิว กับ สร้อย นั่นล่ะที่เจ็บหนัก) T T


กรณีการเลือกเป็นผู้เล่น กับ การเลือกเป็นผู้ดู นั้น....หลายครั้งพบว่าแบบหลังนำมาซึ่งความสุขใจค่ะ ^^
 


ตายสิบเกิดแสนนั้นแม่นแล้ว
ความเห็นที่ 15

 
  ตอบโดย ตายสิบเกิดแสนนั้นแม่นแล้ว   เมื่อ: 2009-03-31 05:14:20
ตอนนั้น ปรเทศกำลังไปได้ดี

แต่ท่าน ป.ประตูหลัง ทรงไม่ชอบ
เพราะท่านทักษิณทำงานชนะใจประชาชนมากเกินไป
ทำให้พรรคประธิปัตย์มิได้เกิดกะเขาซักที

ท่านขันที ป. ประตูหลัง เลยหาอุบายล้มล้าง โค่นนายกทักษิณ
ประชุมเหล่าอำมาตย์และทหารเลวทั้งหลาย ว่า
"เราจะทำยังไงก็ได้ ขอให้ รัฐบาลทักษิณล่มให้ได้"

โดยไม่สนใจวิธีการ ประเทศชาติจะบอบช้ำ ย่อยยับเพียงใดก็ช่าง
และทางเดียวที่ทำให้ประชาชนเกลียดทักษิณได้ง่ายที่สุด
คือการ กล่าวเท็จ อ้างว่า ทักษิณจะโค่นล้มสถาบันกิษัติย์

ก็ได้ผลครับ หลายๆ ฝ่าย ต่างก็เกลียดทักษิณ ตามแผน

น่าสงสารท่านทักษิณนะครับ
เข้ามาทำงานให้ประเทศชาติแบบ ทุ่มเทสุด ๆ
สุดท้ายผลที่ได้รับคือ ไม่มีแผ่นดินจะอยู่
แล้วอย่างนี้ จะมีคนดี คนเก่ง จะกล้าเข้ามาทำงานให้ประเทศชาติหรือครับ

เสื้อแดงต้องออกมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและเป็นกำลังใจให้คนดีๆ แล้วละครับ


เจ็บปวดนะครับ ที่ทักษิณว่า " คนแก่บางคนไม่ทำงาน วันๆ เอาแต่ตีกอล์ฟ" (แต่มีเงินเดือนกินเดือนละ แสนกว่าบาท) (เงินเดือนรัฐบุรุษ 1 แสนสองหมื่นกว่าบาท) แต่ไม่ค่อยทำงาน
แลคอยขัดขวางการทำงานของท่านทักษิณมาตลอด

เหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ดูๆ เหมือนกับหนังจีนฟันดาบเลยครับ

ที่บ้านเมือง เต็มไปด้วย ขันทีจอมลวงโลก ปั่นหัวฮ่องเต้ให้เข้าใจผิด
แล้วตัวเองหวังเป็นใหญ่ หรือ ต้ องการให้พวกพ้องเด็กของตนขึ้นเป็นใหญ่

หนังจีนเรื่องนี้ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ
เขียนบทได้น่าติดตามทีเดียวครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป
ประเทศไทย จงเจริญ

..............

เหตุการณ์วันนี้ เหมือนๆ กับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่านปรีดีย์ พนมยงค์ไม่มีผิดครับ
กว่าชาวโลกจะรู้ว่าท่านปรีดีย์ มีคุณต่อเเผ่นดิน และระบอบประชาธิปไตย ก็สายเกินไปเสียแล้วครับ

โปรดช่วยกัน อย่าให้ท่านทักษิณ ต้องตกชะตากรรมเดียวกับ ท่านปรีดีย์เลยครับ

ออกมาๆๆๆ พี่น้องเอ๊ย........
ปัดนี้...โฉมหน้าขันทีชั่ว ก็โดนกระชากหน้ากาก ออกมาแล้ว

 


อ้ายบุญ
ความเห็นที่ 16

 
  ตอบโดย อ้ายบุญ   เมื่อ: 2009-03-31 12:09:06
คงมิเคยคิดจะเข้าใจกระทู้ กระมังขอรับ

เฮ้อ !!!
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   7449e28b
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)