ผู้เขียน  หัวข้อ: นรก + ฮวงจุ้ย + เงิน + ความสุข = มนุษย์
สิญจน์ สวรรค์เสก

นรก + ฮวงจุ้ย + เงิน + ความสุข = มนุษย์
 เมื่อ: 2009-04-01 22:20:01 

สวัสดีอีกครั้งครับท่านทางสายกลาง


ผมขอยกเอาคำถามที่ท่านถามไว้ในกระทู้ก่อนมาตอบรวมกันในกระทู้นี้เลยนะครับ

มาเริ่มที่คำถามแรกกันเลย ท่านถามว่าในรายการตีสิบมีคนมาเล่าว่าระลึกชาติได้ ตอนตายไปนั้นได้ไปตกนรก แต่ในนรกมีแต่คนไทย(ที่จริงแล้วน่าจะเรียกว่ามีแต่วิญญาณสไตล์ไทยๆ ถึงจะถูกเน๊าะ) ไม่มีคนต่างชาติเลย แล้ววิญญาณชาวต่างชาติที่ไปตกนรกล่ะ อยู่ที่ไหน?

อืมมม อันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับ เพราะจำไม่ได้ว่าตอนที่ผมไปตกนรกมานั้น มันเป็นยังไง ผมไม่น่าลืมเล้ยยยย ผ่าเหอะ! ไม่งั้นล่ะก้อ ได้เอามาเขียนเรื่องผีหาตังค์ซื้อก๋วยเตี๋ยวกินสบายบรื๋อเบบี้ดอลไปแล้ว (ฮาไหมๆๆ อ้าว มุขแป๊กเหรอ ฮ่วย)

ตอบจริงๆ คือ...ผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่จะเล่าเรื่องที่เคยฟังคำสอนของหลวงปู่ครูบาอาจารย์ที่ผมนับถือมาก ท่านเล่าให้ฟังว่า...

ในสามโลกนี้ (กามภพ รูปภพ และอรูปภพ) แต่ละภูมิล้วนมีระบบมีกลไกของพวกเขาทั้งนั้น อย่างคนเรานี่เป็นตัวอย่าง เห็นเป็นคนเหมือนกันนี่ ใช่ว่ารักใครชอบใครหรือเกลียดใครชังใครแล้วก็จะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจเสียเมื่อไหร่ หากจะมีระบบระเบียบของสังคมครอบคลุมอยู่ และใช่ว่าจะเหมือนกันทุกสังคมนะ ประเทศนี้เป็นแบบนี้ ประเทศโน้นอาจจะมีระบบของสังคมที่แตกต่างกันออกไป

นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เทวบุตรเทวธิดา มาร พรหม ก็เหมือนกัน แต่ละภูมิหากจะมีระบบระเบียบที่คอยควบคุมกันเองโดยอัตโนมัติอยู่

มาถึงคำถามของท่านล่ะ

ผมว่า...(อันนี้ตอบตามความเห็นส่วนตัวนะครับ) ในนรกนั้น ก็น่าจะมีเขตมีแดนเหมือนในคุกนั่นแหละ มีผู้พิพากษาคอยตัดสินชี้ขาดว่านักโทษผู้นี้มาจากแดนไหน ประเทศอะไร นับถือศาสนาไหน มีความผิดหนักเบาอย่างไร แล้วก็ส่งไปลงโทษตามกระบวนการของระบบนั้นๆ

เหตุนั้นผีไทยจึงมักจะเจอแต่ผีไทย ผีฝรั่งก็น่าจะไปตามระบบของผีฝรั่ง ต่อเรื่องผีนี้ผมยังไม่เคยได้ยินครูบาอาจารย์องค์ไหนเล่าเหมือนกันว่าในนรกมีระบบระเบียบยังไง แต่ถ้าเป็นภพภูมิชั้นเทพล่ะก้อ เคยได้ยินได้ฟังมาว่า คนฝรั่งที่ทำดีมากๆ แล้วตายไปเกิดบนสวรรค์ ก็เคยพากันมาฟังธรรมของครูบาอาจารย์สายพระป่าบางรูปเหมือนกัน (อาจจะฟังดูเลื่อนลอยเหมือนนิทานไปหน่อย แต่คอนเฟิร์ม(ด้วยความเห็นส่วนตัวอีกแล้ว)ว่าเรื่องนี้มีความเป็นจริงสูงมากครับ)

อย่าไปอยากรู้มากเลยครับเรื่องพรรค์นี้ ถามตอบกันแทบตายก็ไม่หายสงสัยหรอก หากผมพูดไปแล้วท่านเชื่อ ก็แสดงว่าท่านงมงาย หากเพียงแต่ดูและฟังจากรายการตีสิบแล้วท่านเชื่อ นั่นก็งมงาย แม้แต่อ่านมาจากพระไตรปิฎกหรือจะฟังมาจากครูบาอาจารย์ที่เราเคารพนับถือมาก แล้วก็เชื่อตัวหนังสือหรือเชื่อคำพูดเหล่านั้น นั่นก็คือความงมงายอีกเหมือนกัน

แม่ชีชาวคริสต์ท่านหนึ่ง เคยกล่าวท่ามกลางงานสัมนา “ศาสนาและวิทยาศาสตร์” ว่า

“เวลาดิฉันส่องกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่เพื่อดูดวงดาวในจักรวาลทีไร ดิฉันจะรู้สึกราวกับว่าอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้ากำลังถูกคุกคามโดยวิทยาศาสตร์”

พระอาจารย์พรหมวังโส (พระฝรั่งชาวอังกฤษเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง) จึงตอบแก้แทนแม่ชีชาวคริสต์ท่านนั้นว่า

“เมื่อใดที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ย้อนกลับมามองตัวเองจากมุมกว้างของกล้องโทรทรรศน์ เมื่อนั้น พวกเขาก็จะรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามจากหลักการของศาสนาเช่นกัน”


ท่านลองรักษาศีลให้บริสุทธิ์แล้วเจริญวิปัสนาให้จั๋งหนับบุเรงนอง ไตร่ตรองด้วยจิตใจของตนอย่างรอบคอบดูสิ ผมว่าการได้ย้อนกลับมาดูจิตของตนเองบ้าง อาจจะทำให้ท่านได้คำตอบด้วยตนเองขึ้นมาก็ได้ ซึ่งน่าจะตรงตามหลักกาลามสูตรมากกว่ากระมัง? ใช่ไหม?

สรุปคือเรียนรู้ที่จะคิดดี พูดดี ทำดีกันดีกว่า นรกสวรรค์มันจะมีหรือไม่มีก็ช่างมันเถิด หากเราทำดีแล้วมีความสุขกับชีวิตในปัจจุบันแล้ว ผมเชื่อว่าเราหากจะพบเจอแต่สิ่งดีๆ ในชีวิตอยู่แล้วล่ะ (เป็นความเห็นส่วนตัวของผมอีกแล้ว ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน เด็ก สตรี และหญิงมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ ตุ๊ดซี่ไม่ต้องปรึกษาใคร - ลุยโลด)

.
.

ฮวงจุ้ย งั้นหรือครับ?

ดีสิครับ หากมีที่ดิน หรือมีความสามารถที่จะจัดเก็บศพของบรรพบุรุษได้แล้วล่ะก้อ ทำเถิดครับ ผมชูจั๊กแร้สนับสนุนเต็มเหนี่ยว

เรื่องนี้มันสะท้อนออกมาถึงเรื่องความกตัญญูรู้คุณคนน่ะครับ ผมเชื่อว่าความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี และผมยังเชื่ออีกว่า ถ้าคนดีมักจะทำอะไรแล้วดี ในเมื่อทำดี แล้วมันจะไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาได้อย่างไร

การไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ หรือไหว้บรรพบุรุษนี่น่ะ ต้องแยกออกจากการทำมาหาเงินนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องของความดี เป็นเรื่องความกตัญญู แต่การทำมาหาเงินเป็นเรื่องที่ต้องใช้สติปัญญา ต้องใช้ความเพียรในอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากการกราบไหว้แล้ว

การจัดอาคารสถานที่นั่นก็เหมือนกัน หากทำให้ถูกต้องตามทำเล ตามทิศทางดิน น้ำ ลม ไฟ แล้ว ผมเชื่อว่าจะทำให้สถานที่ดี ร่มรื่น น่าอยู่อาศัย น่าทำงานมากขึ้นอย่างแน่นอน

พวกเศรษฐีต่างชาติที่รวยเอาๆๆ นั้น ก็แหง๋ล่ะครับ อย่างที่บอกนั่นไงล่ะ ว่าการทำมาหาเงินเป็นเรื่องของสติปัญญา เป็นเรื่องของความเพียร ไม่ใช่เรื่องของการเซ่นไหว้

กระนั้นก็ดี ก็บิลเกตนี่ไม่ใช่หรือที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริจาคช่วยการกุศลรายใหญ่ที่สุดของโลก เอาเถิดครับ ทั้งแกและเพื่อนอาจจะบริจาคเพราะมีเงื่อนงำทางธุรกิจซ้อนอยู่ แต่นั่นก็ถือว่าได้ทำทาน ได้ทำบุญ ได้บริจาคช่วยเหลือสังคมด้วยเหมือนกัน และที่เราจะลืมไม่ได้เป็นอันขาดคือ คนเหล่านี้มีสติปัญญาดี อยู่ถูกที่ถูกทาง ถูกจังหวะเวลาของสังคมโลก และประการสุดท้ายที่สำคัญมากคือ พวกเขาทำงานอย่างเต็มที่กับสิ่งที่ตนรักด้วย

คนที่รวยมากบางคนอาจจะเป็นคนชั่วก็ได้นะครับ เพราะไปคดโกงมา ทำให้รวยแบบร้อนๆ อยู่นั่นแหละ

แต่คนดีบางคน ที่ไหว้หลุมศพธรรมดาของบรรพบุรุษอยู่ตามบ้านนอกบ้านนา เช้าขึ้นมาก็ออกไปทำไร่ไถนา เย็นมาก็กลับบ้านนอน อาจจะมีความสุขมากกว่ามหาเศรษฐีเหล่านั้นก็ได้ น่าเสียดายที่เราไม่มีเครื่องวัดความสุขในใจของคนได้....

อ้อๆๆๆ ผมนึกได้แล้ว มีแล้วๆๆๆ ไม่นานมานี้มีบทความทางวิทยาศาสตร์ ว่าได้ทำการวิจัยโดยเชิญกลุ่มคนจากหลากหลายประเภทมาเข้าเครื่องสแกนสมองเพื่อวัดเซลส์ความสุขกัน ผลปรากฎว่า...พระจากพระพุทธศาสนาชนะกลุ่มคนอื่นๆ กระจุยกระจายเลย

อืมมมม พระหรือก็ไม่มีเงินทอง ข้าวปลาหรือก็ฉันแค่หนเดียว แต่ไหงฟาดสุขมากกว่าเพื่อนล่ะนั่น



อย่าเอาเรื่องของความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษไปวัดกับเงินทองซึ่งเป็นวัตถุภายนอกเลยครับ มันคนละเรื่องกัน

2009-04-01 22:20:01/สิญจน์ สวรรค์เสก

 


ขุนอรรถ
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ขุนอรรถ   เมื่อ: 2009-04-02 07:25:30
นรก ฮวงจุ้ย เงิน ความสุข มนุษย์

...
นรก สวรรค์ ทั่นว่ามีอยู่จริง
ทั่นว่า เชื่อดีกว่าไม่เชื่อ
ทั่นว่า ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็รู้ !

ฮวงจุ้ย ฮวงซุ้ย ทั่นว่า เป็นศาสตร์แห่งการเคลื่อนคล่อง
- traffic control
ทั่นว่า เชื่อดีกว่าไม่เชื่อ
ทั่นว่า ทั้ง 2 ฮวงฯ จะดีได้
... คนต้องดีด้วย (เกิดดี ชื่อดี อยู่ดี ทำดี)

ความสุข ทั่นว่าไม่มีหรอก(สหายเอ๋ย)
มีแต่ทุกข์มาก ทุกข์น้อย

ทุกข์เพราะยึดมั่น ว่าต้องถึงสวรรค์
... ทุกข์เพราะอยากไกลนรก

ทุกข์เพราะกินอยู่ติดขัด (bad traffic!)
ทุกข์เพราะรัก ... เพราะชัง นั่นก็ทุกข์

ทุกข์ตั้งแต่เกิดมาเป็นมนุษย์ !

"เกิดมาใช้กรรม" คำกล่าวนั่น ทั่นว่า ถูกต้องครึ่งเดียว
"เกิดมาใช้ธรรม" ทั่นว่า คืออีกครึ่งที่เหลือ

ศีล สมาธิ ปัญญา
คิดดี ทำดี พูดดี นั่นหนา พาให้เราบรรเทาทุกข์

ทั่นว่า สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว

สันทิฏฐิโก ศึกษาและปฏิบัติ จึงเห็นได้ด้วยตัวเอง

อะกาลิโก ปฏิบัติเมื่อใด ก็เห็น(ผล)ได้เมื่อนั้น

เอหิปัสสิโก ทั่นจงมาดูเถิด (ดูอะไร?)

โอปะนะยิโก น้อมกลับมาดู กายและใจ ข้างในตัว!

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตน

เอวัง ด้วยประการ ... ฉะนี้

: )



 


ขุนอรรถ
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ขุนอรรถ   เมื่อ: 2009-04-02 07:27:32
นรก ฮวงจุ้ย เงิน ความสุข มนุษย์

...
นรก สวรรค์ ทั่นว่ามีอยู่จริง
ทั่นว่า เชื่อดีกว่าไม่เชื่อ
ทั่นว่า ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็รู้ !

ฮวงจุ้ย ฮวงซุ้ย ทั่นว่า เป็นศาสตร์แห่งการเคลื่อนคล่อง
- traffic control
ทั่นว่า เชื่อดีกว่าไม่เชื่อ
ทั่นว่า ทั้ง 2 ฮวงฯ จะดีได้
... คนต้องดีด้วย (เกิดดี ชื่อดี อยู่ดี ทำดี)

ความสุข ทั่นว่าไม่มีหรอก(สหายเอ๋ย)
มีแต่ทุกข์มาก ทุกข์น้อย

ทุกข์เพราะยึดมั่น ว่าต้องถึงสวรรค์
... ทุกข์เพราะอยากไกลนรก

ทุกข์เพราะกินอยู่ติดขัด (bad traffic!)
ทุกข์เพราะรัก ... เพราะชัง นั่นก็ทุกข์

ทุกข์ตั้งแต่เกิดมาเป็นมนุษย์ !

"เกิดมาใช้กรรม" คำกล่าวนั่น ทั่นว่า ถูกต้องครึ่งเดียว
"เกิดมาใช้ธรรม" ทั่นว่า คืออีกครึ่งที่เหลือ

ศีล สมาธิ ปัญญา
คิดดี ทำดี พูดดี นั่นหนา พาให้เราบรรเทาทุกข์

ทั่นว่า สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว

สันทิฏฐิโก ศึกษาและปฏิบัติ จึงเห็นได้ด้วยตัวเอง

อะกาลิโก ปฏิบัติเมื่อใด ก็เห็น(ผล)ได้เมื่อนั้น

เอหิปัสสิโก ทั่นจงมาดูเถิด (ดูอะไร?)

โอปะนะยิโก น้อมกลับมาดู กายและใจ ข้างในตัว!

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติฯ
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตน

เอวัง ด้วยประการ ... ฉะนี้

: )



 


ชริ
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-02 09:21:02
เข้ามาอ่าน จะรออ่านงานเขียนของท่านต่อไปค่ะ
 


ระริน
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ระริน   เมื่อ: 2009-04-02 09:25:54
ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของความเชื่อ
ความไม่เชื่อก็เป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง คือเชื่อว่าไม่เชื่อ

แต่คิดว่านรก สวรรค์ หรืออะไรพวกนี้มันเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการสอนคน ก็เพราะคนมีหลายประเภทในการจะเข้าถึงศาสนาได้ก็เลยต้องใช้เครื่องมือหลายประเภทที่จะสอนคน ว่าไปก็เป็นความอัฉริยะของพระพุทธเจ้า

อย่าลืมนะคะว่าศาสนาพุทธเกิดขึ้นมาก็เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบปฏิวัติระบบสังคม ที่มีชนชั้นวรรณะ ทีนี้พอเกิดพระพุทธศาสนาก็เกิดพระสงฆ์ขึ้นมา เหมือนเป็นการล้มล้างระบบชนชั้นวรรณะลง วรรณะไหนพอมาบวชก็กลายเป็นวรรณะเดียวกัน คือไม่มีวรรณะ

แล้วก็ปฏิวัติระบบความเชื่อแบบงมงาย มาเป็นความเชื่อแบบใช้ความคิด เหตุ-ผล ถ้าจะปฏิวัติให้คนไม่เชื่ออะไรเลย มันคงเป็นไปไม่ได้

พระพุทธเจ้าไม่สอนในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ สอนเรื่องที่ทำได้ยากแต่ทำได้ เพราะเท่าที่อ่านมาทราบว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนเราทุกเรื่อง สอนแค่เรื่องที่สอนได้ และทำได้ ในการตรัสรู้ของท่านคือรู้หลายอย่างแต่เลือกเผยแพร่(บอก)แต่เรื่องที่ควรรู้ มีประโยชน์กับชีวิตตัวเองและคนอื่น เรื่องที่ไม่ควรรู้เพราะไม่มีประโยชน์ก็ไม่รู้จะบอกไปทำไม

กลับไปที่เรื่องความเชื่อนะคะ พระพุทธเจ้าถึงเลือกปฏิวัติให้คนใช้ปัญญาในการเชื่อ แล้วค่อยสอนว่าปัญญามันจะมาจากไหน เหตุ-ผลมันจะมาจากไหน คล้าย ๆ กับว่าท่านใช้ปัญหาเป็นเป้าหมาย และหาวิธีการเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั่นเอง

 


จินนี่
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย จินนี่   เมื่อ: 2009-04-02 09:46:21
ธุจ้า พี่สอ แอนด์ เฮียขุน
วันนี้วันพระ เข้ามาฟังธรรมบรรยายเจ้าคะ


๑. จากข้อถามของคุณสายกลาง ช่วยตอบดังนี้จ้า :

ฮวงจุ้ย หมายถึง ทิศทางทำเลในการค้าขาย สร้างบ้านเรือน
ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวจีนในการคัดสรรแหล่งทำกิน

หากเลือกทำเลหน้าร้านในเมืองสะดวกเดินทาง ย่อมทำมาค้าขึ้น
เป็นเรื่องของจิตใจ เน้นคิดบวก ย่อมเหนี่ยวนำวิธีมองโลกเชิงบวก
ต่อสู้กับอุปสรรค ไม่ย่อท้อ ขยันทำงาน


ส่วนฮวงซุ้ย หมายถึง สุสานฝังศพบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นกุศโลบายของผู้ใหญ่
ปลูกฝังให้ลูกหลานมีจิตสำนึกกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่ผู้ล่วงลับไป สืบสาน
เป็นประเพณีต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น



๒. ส่วนที่ถามว่า ตายแล้วไปไหน? นรกมีจริงไหม?
ผู้เขียนหนังสือเรื่องระลึกชาติ บรรยายฉากนรก เชื่อถือได้ไหม?

คงหาข้อสรุปมายืนยันไม่ได้หรอก จริงหรือไม่?


จะว่าไปการอ่านหนังสือธรรมะ ก็เพื่อศึกษาแก่นแท้พระธรรม
แล้วน้อมนำคำสอนมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน

หากอ่านแนวปรัชญา ทุกศาสนาล้วนสอนให้ตั้งมั่นในการทำความดี
เพื่อเป็นหนทางจะอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข นั่นเอง





 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-02 11:16:28
สาธุ สาธุ

^/\^

เมื่อเช้า ถวายพวงมาลัยดอกมะลิแต่งดอกดาวเรืองหอมกรุ่น บนหิ้งพระ
กล่าววาจาระลึกถึงพระคุณพ่อ คุณแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครูบาอาจารย์
ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบรรดาลให้จิตใจลูกผ่องใส ไร้กังวล
จากนั้นแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล ไปยังทุกสรรพสิ่ง
^____^

หลังจากนั้น นั่งรถมาทำงาน อยู่หน้า COM
ปฏิบัติงานเต็มกำลัง ด้วยความมุ่งมั่นเหมือนทุกวัน


นรก + ฮวงจุ้ย + เงิน + ความสุข = มนุษย์



วันที่ 5 เมษายน เป็นวันเชงเม้ง ประจำปีอีกหน
(พิธี ไหว้บรรพบุรุษ)
ไปขอให้วิญญาณบรรพบุรุษดูแลลูกหลาน (อากงสอนมาให้ขอแบบนี้)
ของไหว้จัดเตรียมเหมือนทุกปี
ไหว้แล้ว แบ่งลูกหลานกินกัน ^__^
สามัคคีกันมากเลยวันนั้น
แยกย้ายกันกลับบ้าน
หลายครอบครัว (ที่แต่งงานไป) อยู่กันคนละบ้าน คนละที่ คนละจังหวัด
ก็ได้กลับมาเคารพบรรพบุรุษ ได้พบกันวันนั้น
ฮวงซุ๊ย วางในตำแหน่งที่ดี ลมพัดตลอดเวลา
แม้ยืนตากแดดรอกันร้อนๆ ก็ยังรู้สึกว่าเย็นสบายได้อย่างน่าประหลาด
คงเพราะซินแซดูไว้ให้ดี ^^
วันนั้นเลยไม่ค่อยร้อน ลูกหลานคุยสารทุกข์สุขดิบกันไปพลางๆ
อารมณ์ดีๆกันไป
มีกำลังใจไปสู้กันต่อ

ปล.ถ้าปีนี้หาเงินได้เยอะๆ (กว่าปีก่อน) จะได้มีตังค์ซื้อของไหว้เยอะขึ้น
อาเหล่ากง อาเหล่าม่า เหล่าแปะ
(ปู่ทวด ย่าทวด ปู่ที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายอากง โอยนับแล้วจะเป็นลม 555++)
ช่วยลูกหลานด้วยนะ
สาธุ สาธุ
^_____________^


เห็นอะไรในขั้นตอน การบวงสรวงบรรพบุรุษบ้างหรือยังคะ
นรก + ฮวงจุ้ย + เงิน + ความสุข = มนุษย์
 


ทางสายกลาง
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย ทางสายกลาง   เมื่อ: 2009-04-02 11:18:59
ขอขอบคุณคุณสิญจน์ในคำตอบที่คุณได้ตอบมา ในสิ่งที่ผมตั้งคำถามมาทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้หมายถึงทางตรงของคำถาม แต่เป็นความสงสัย(ส่อเสียด)ส่วนหนึ่งที่ว่าทำไมสังคมคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธมากที่สุดในประเทศที่สวยงามนี้ ถึงมีการกระทำที่ไม่ค่อยเป็นพระพุทธศาสนาสักเท่าไหร่ อย่างเช่นเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้
ขอบคุณสำหรับคำตอบทั้งหมดที่เป็นประโยชน์อีกครั้งครับ
 


หนอนดำ
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย หนอนดำ   เมื่อ: 2009-04-02 11:38:02
แหม... อ่านแล้วอิ่มอย่างไรบอกไม่ถูก

ว่าแต่ว่า
ไอ้ "สบายยรื๋อเบบี้ดอล" กับ "จั๋งหนับ บุเรงนอง" นี่มันอะหยังหว่า?
 


soul
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย soul   เมื่อ: 2009-04-02 12:13:07
ถึง คุณหนอนดำ

ท่านป๋าสอชอบใช้เบบี้ดอลทาผิวน่ะค่ะ
ฟังว่าทาแล้วจะสบายเนื้อสบายตัวจนร้อง "บรื๋ออออ"

5555+

^0^
 


สิญจน์ สวรรค์เสก
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย สิญจน์ สวรรค์เสก   เมื่อ: 2009-04-02 15:02:34

เอาๆๆๆ ว่ากันไป...ว่ากันไป
 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-04-02 19:18:04
อ่านเฉยๆดีกว่าเรา ^^
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   e6f37b13
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)