ผู้เขียน  หัวข้อ: Title: ละมุนซีรี่ส์ / แก้วที่แปด...ส่วนผสม
ยางมะตอยสีชมพู

Title: ละมุนซีรี่ส์ / แก้วที่แปด...ส่วนผสม
 เมื่อ: 2009-04-08 23:03:31 
ละมุนซีรีส์

คนบางคนมีชีวิตอยู่เพื่อไขว่คว้าหาโอกาสให้ตัวเอง
อีกบางคนที่รอคอยโอกาสอย่างมีความหวัง


สำหรับพี...เขาไม่ได้ไขว่คว้า และเขาก็ไม่ได้รอคอย
เพียงแต่เขาตั้งใจทำในสิ่งที่เขารักไปเรื่อยๆ ทุกวัน

น่าแปลก...ที่โอกาสวิ่งเข้ามาหาเขาอยู่เสมอนับตั้งแต่โอกาสในการมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง
แต่สำหรับโอกาสทางด้านความรัก เขากลับทิ้งโอกาสที่จะเริ่มนับหนึ่งกับใครซักคนนั้นหลุดลอยไป
เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึก และความทรงจำดีๆ กับหญิงสาวที่มีชื่อว่าพิมพ์…เพียงเท่านั้น



แก้วที่แปด...ส่วนผสม

นับตั้งแต่พิมพ์เดินทางกลับกรุงเทพฯไป ร้านค๊อฟฟี่เลิฟเวอร์ก็เข้าสู่บรรยากาศแห่งความเงียบงัน
เพราะทุกๆวัน หญิงสาวจะมาที่ร้านเสมอ ไม่ว่าเธอจะไปเที่ยวที่ไหนมาก่อนก็ตาม

ที่สุดท้ายที่ที่เธอจะแวะก่อนกลับเข้าโรงแรม ก็คือร้านค๊อฟฟี่เลิฟเวอร์



พีรู้สึกเหงา ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีลูกค้าเยอะก็ตาม

จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ

“สวัสดีครับค๊...” ชายหนุ่มหยุดคำพูดของเขา เมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาที่ร้าน
“เออไม่ต้องมาสวัสดีหรอก ฉันเอง...” เป็นปอง เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง
“ไอ้ปอง...”
“ใช่แล้ว ปองคนสวยคนเดิมกลับมาแล้วจ๊ะ…”
“ถุยส์!!”
“อ้าวๆ ไอ้นี่ นานๆ ทีเจอกันที จะพูดกันดีๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม”
“แหม...ล้อเล่น ไปไงมาไงล่ะแก วันนี้หยุดเหรอ”
“เออหยุด เลยกลับมาหาแม่ที่บ้าน แล้วก็แวะมาหาแกด้วย จะดูว่าร้านเจ๊งไปหรือยัง”
“โห...ปาก ของดีมีคุณภาพอย่างร้านฉัน ไม่มีวันเจ๊งง่ายๆ หรอกโว้ยยยย ฮ่าๆ”
“ให้มันจริงเถอะแก แต่ก็ดีแล้วล่ะ กิจการเพื่อนไปได้สวย ฉันก็ดีใจด้วย”
“เออขอบใจ ว่าแต่แกล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง”
“เหมือนเดิม...โดนจิกหัวใช้เหมือนเดิม วันก่อนโดนไอ้แขกบ้ากามมันจับก้น ฉันล่ะเกือบเอากาแฟร้อนๆ ราดหัวมันซะแล้ว”
“ใจร้อนเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ฮ่าๆ แกไม่เหมาะกับการเป็นแอร์ฯ จริงๆด้วยนะเนี่ย”
“เหมาะไม่เหมาะไม่รู้ล่ะ แต่ก็เป็นไปแล้ว อีกอย่างฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไรมันเลย ฉันแค่คิด
ถ้าแกมีแฟนเป็นแอร์ฯ แล้วโดนลวนลามบนเครื่องแกจะไม่โมโหเลยหรือไงวะ...”
“เออ...โมโหสิ ดีแล้วล่ะที่แกไม่ทำอะไรบ้าๆ ลงไป”
“คนเรามันต้องรู้จักโตเว้ย...”
“ไม่น่าเชื่อที่แกจะคิดได้อย่างนี้...ว่าแต่...วันนี้รีบไปไหนหรือเปล่า นั่งเล่นที่ร้านก่อนสิ เดี๋ยวจะมีดนตรีอะคูสติกสดๆ ด้วยน้า...”
“เออ...ไม่ได้ไปไหนหรอก ว่าจะมาขอนั่งเล่นอยู่พอดีแหล่ะ ไหนล่ะนักดนตรี”
“รอแป้บนึงสิวะ นักดนตรียังไม่มาเลย...อ้อ! มาแล้วๆ รอแป๊บเดียวเดี๋ยวได้ชม คนนี้น่ะฝีมือดีนะโว้ย”

จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ

สายตาหญิงสาวเหลือบมองไปที่ประตูทางเข้าร้าน เธอเห็นชายหนุ่มก้าวเข้ามา และเขาก็จ้องมองเธอเช่นกัน
“ชาติ...” เธอเผลออุทานชื่อของเขาออกมา เนื่องจากว่าเธอไม่คิดว่าจะได้พบเขาอีกครั้ง
“ปอง...” ชายหนุ่มเผลอเรียกชื่อของเธอออกมา เพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะได้เจอกับเธอที่นี่

พียืนมองท่าทางอากัปกิริยาของหนุ่มสาวทั้งคู่ ไม่ต้องถามก็รู้ว่าทั้งสองเคยเป็นคู่รักกันมาก่อน

ปอง...หญิงสาวที่ชาติเคยเล่าให้พีฟังว่า เธอเป็นฝ่ายทิ้งเค้าไป
ชาติ...ชายหนุ่มที่ปองบอกพีว่าเป็นคนเหลาะแหละ ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต

แน่นอน...คำบอกเล่าของทั้งคู่อาจจะคิดได้ว่าต่างคน ต่างเข้าข้างตัวเอง
ดังนั้น ในช่วงขณะที่เขาฟังถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่หนุ่มสาวทั้งสองเคยเล่าให้ฟัง
เขาจะคอยรับฟังอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่ได้มีข้อคิดเห็นอะไร ถึงข้อเสียของอีกฝ่าย
ที่แต่ละคนพรั่งพรูระบายออกมาให้เขาฟัง

มนุษย์ทุกคนต่างย่อมเลือกที่จะเข้าข้างตัวเอง มองแต่ข้อดีของตัวเอง
และเพ่งพิจารณาแต่ข้อเสียของคนอื่น

...มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่นี่เป็นโอกาสดีแล้ว ที่ทั้งสองคนจะได้คืนดีกัน อาจจะไม่ได้กลับมารักกันเหมือนเดิม
แต่แค่ทั้งสองได้เป็นเพื่อนกัน ก็เป็นการดีสำหรับทุกฝ่ายแล้ว...พีคิดเช่นนั้น

“อ้าว! ทั้งสองคนรู้จักกันอยู่แล้วเหรอ ดีเลยๆ จะได้ไม่ต้องแนะนำให้มากเรื่อง เสียเวลา” พีแสร้งพูดกลบเกลื่อน ทำเหมือนกับไม่รู้ว่าทั้งสองเคยเป็นอะไรกันมาก่อน

“พี...ฉันว่าฉันกลับบ้านดีกว่าว่ะ ฉันคงต้องรู้สึกเสียเวลามากแน่ๆ เลยที่ฉันต้องนั่งดูดนตรีที่คนคนนี้เล่น...”

สิ้นเสียงหญิงสาวพียกมือขึ้นกุมขมับ เขากำลังครุ่นคิดถึงวิธีที่ปองและชาติ กลับมาคุยกันด้วยวิธีที่นุ่มนวลที่สุด แต่...

“ไอ้ปอง...**เอ๊ย ชิงเปิดศึกก่อนทำไมวะ” พีคิดตำหนิเพื่อนรักอยู่ในใจ

“พี...กรูรู้ว่ามึ-งคิดอะไรอยู่ แต่ไม่เป็นไร แค่คำพูดของคนที่ไม่รู้อะไรแค่นี้ ไม่ทำให้ความตั้งใจของกรูหายไปหรอก”
“ฉันไม่รู้อะไร” หญิงสาวพูดขึ้นเสียงดัง คล้ายกับว่าจะคาดคั้นเอาคำตอบจากชายหนุ่มให้ได้โดยไว
“ใจร้อนเหมือนเดิม...ผมบอกให้ก็ได้ ที่คุณไม่รู้ เพราะคุณไม่เคยคิดที่จะฟังใครไง”

หญิงสาวจ้องหน้าชายหนุ่มเนิ่นนาน น้ำในตาของเธอที่ถูกขังไว้แน่น ค่อยๆ เอ่อล้นออกมา

“คุณเคยบอกว่าผมเหลาะแหละ ไม่มีจุดหมายปลายทางให้ชีวิต...นี่ไง นี่คือสิ่งที่ผมเลือก นี่คือสิ่งที่ผมรัก แต่คุณ...ก็ไม่เคยเข้าใจเลย จนถึงวันนี้...คุณก็ยังไม่เข้าใจผมอยู่ดี”
“คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้าคุณเก่งจริง คุณก็ไปทำเพลง ออกอัลบั้มสิ มัวแต่มาเล่นดนตรีในร้านกาแฟเล็กๆ อย่างนี้ทำไม…” ประโยคนี้ของปองมำให้พีสะดุ้งเล็กๆ “... ฉันถึงบอกไงว่าคุณไม่มีจุดหมายที่แน่นอน ไม่เคยมองไปข้างหน้า คุณรู้ว่าคุณไม่สามารถเป็นนักดนตรีอะไรนี้ได้หรอก สิ่งที่เหมาะกับคุณก็คือการทำงาน สร้างฐานะ มีครอบครัว”
“สิ่งนั้นมันเหมาะกับผมจริงๆ หรือนั่นคือสิ่งที่คุณอยากให้ผมเป็นกันแน่...”

แล้วปองก็เงียบไป...น้ำใสๆ ไหลรินออกมา สุดที่เธอจะยับยั้งได้อีกต่อไป

“ผมขอตัวก่อนนะ ได้เวลาที่ผมต้องขึ้นไปแสดงแล้ว หากคุณอยากรู้เหตุผลของผม ว่าทำไมผมถึงอยากเล่นดนตรีนัก ทำไมผมถึงต้องเล่นดนตรีอยู่ในร้านกาแฟเล็กๆ แบบนี้...” ถึงประโยคนี้ของชาติ ทำให้พีสะดุ้งอีกครั้ง “...คุณช่วยทนดูผมเล่นซัก 2-3 เพลง...อ่ะ เพลงเดียวก็ได้ แล้วคุณจะรู้คำตอบ…” พูดจบชาติก็เดินขึ้นไปเตรียมตัวบนเวที

หญิงสาวตัดสินใจนั่งลงหน้าเคาน์เตอร์ นัยน์ตาที่พร่ามัว เต็มไปด้วยน้ำตาจ้องมองขึ้นไปบนเวที
พีรู้ว่าปองยังคงรักชาติอยู่ ขณะเดียวกันชาติก็กำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ปองได้เห็นเหมือนกันว่าเขามีดี และมีความฝัน มีจุดมุ่งหมายไม่ใช่ลอยไปลอยมาไปวันๆ

“ไงล่ะแก นานๆ ทีเจอที น้ำตานองเต็มร้านฉันเลย...” พีพูดพร้อมกับยื่นโกโก้ปั่นให้หญิงสาว
“แกรู้จักชาติมากี่เดือนแล้ว” หญิงสาวพูดพลางเช็ดน้ำตาไป พร้อมกับหยิบหลอดขึ้นมาดูดโกโก้ปั่น
“อืม...ก็ตั้งแต่เปิดร้านแรกๆ เลยนะ ประมาณ 5-6 เดือนได้แล้วล่ะ ตอนแรกมันก็เป็นลูกค้าประจำที่ร้านเนี่ยแหละ”
“แล้วทำไม ถึงมาเล่นดนตรีที่ร้านแกได้”
“ฉันก็ชวนเขามาเล่นสิ”
“แกตอบดีๆ เคลียร์ๆ ได้ไหม คนกำลังเครียด”
“ไรว้า...แค่นี้ก็ต้องมีน้ำโหด้วย ก็ตอนนั้นชาติมันเพิ่งเลิกกับ...เอ่อ กับแกล่ะมั้ง เห็นมันเครียดๆ ก็เลยลองเข้าไปคุยเผื่อฉันจะช่วยอะไรได้บ้าง แล้วฉันก็เล่าประวัติฉันให้มันฟัง...ก็แค่นั้นแหล่ะ ว่าแต่แกเถอะ แกเลิกกับมันเพราะมันไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตจริงๆ น่ะเหรอ”

หญิงสาวเหลือบตามองหน้าพีก่อนตอบ

“ก็ส่วนหนึ่ง...จริงๆ แล้วฉันรู้นะว่าเขามีความฝัน แต่คนเรามีฝันได้ก็จริง แต่อย่าฝันใหญ่เกินตัวสิ จริงๆ อายุขนาดเขาต้องมีการมีงานที่มั่นคงทำแล้ว ไม่ใช่เอาแต่ฝันไปวันๆ”
“อ้าว...นี่แกแอบด่าฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
“ของแกน่ะยกเว้น แกมันพวกเพ้อเจ้อมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”
“เออ ขอบคุณ...ฉันถือว่าแกชมฉันก็แล้วกัน”

“ฉันว่าความฝันมันก็แค่ความต้องการส่วนตัว เป็นความต้องการที่ไม่มองหลักความเป็นจริง”
“แต่...” พีอ้าปากจะแย้ง แต่หญิงสาวชิงพูดต่อเสียก่อน

“ฉันรู้ว่าแกเป็นพวกสุขนิยม แกฝันได้ เพราะแกมีความสามารถ แต่ชาติไม่…อย่างดีที่สุดก็คงได้เพียงเล่นดนตรีที่นี่ หรือไม่ก็ในผับ”
“ฉันเข้าใจนะ แต่...แกรู้ไหม ว่าสิ่งที่นักดนตรีต้องการที่สุดคืออะไร”

ชาติเล่นเพลงแรกจบแล้ว...พีได้ยินเสียงปรบมือจากลูกค้าที่มีเพียงไม่กี่คนในร้านปรบมือให้กับชาติ

“โห...อะไรจะจังหวะดีขนาดนั้น นั่นล่ะ เสียงปรบมือ คือสิ่งที่นักดนตรีต้องการ แม้จะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม ก็เหมือนกับนักเขียนที่ต้องการจะนำเสนองานตัวเองลงสื่อที่มีคนอ่านเยอะๆ คนทำหนังก็อยากเห็นคนไปดูหนังที่เขาทำ แม้มีแค่คนหรือสองคน”
“ใช่ฉันรู้ แต่แกก็ต้องเข้าใจด้วยว่า ทุกอย่างมันก็ต้องมีลิมิต มีข้อจำกัดของมัน...”

“เพราะความคิดอย่างนี้ล่ะมั้ง ที่ทำให้ฉัน กับชาติ เข้ากันไม่ได้” หญิงสาวพูดพร้อมกับมองขึ้นไปบนเวที ชมการแสดงของชาติที่กำลังจะเริ่มเล่นเพลงที่สอง
“เข้ากันได้สิ...ขนาดกาแฟยังอร่อยเพราะความต่างเลย”
“ยังไง...”
“แกว่าการแฟรสชาติเป็นยังไง”
“ขม...”
“เออถูก แล้วน้ำตาลล่ะ”
“ก็หวานไง...”
“วุ้ย! น่ารัก ตอบถูกอีกแล้ว...แล้วนมสด หรือครีมเทียมล่ะ”
“จืดๆ มันๆ มั้ง”
“เออ...ไม่มีรสชาติแต่สนุก”
“ให้ขำไหม?”
“ไม่ต้อง ฉันรู้ว่าแป้ก”

“แต่ว่า...แกไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ สามสิ่งที่ต่างกัน เมื่อเอามาผสมรวมกันแล้วต่างก็เข้ากันได้ดี”

หญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

“หากวันไหนใส่กาแฟมากไป เราก็ใส่นม หรือครีมเทียมเพิ่มหน่อย วันไหนกาแฟขมไป ก็เติมความหวานเข้าไปซะ มันเหมือนกับว่าทั้งสามสิ่ง ล้วนเป็นสิ่งเติมเต็มซึ่งกันและกัน แต่กับพวกแก มีแค่สองคน แม้จะต่างกันมากขนาดไหน ฉันเชื่อว่าพวกแกจะค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากันได้นะ”
“ชีวิตคู่ มันไม่เหมือนกับกาแฟหรอกนะพี...อีกอย่างฉันกับชาติ เลิกกันแล้ว และฉันก็ไม่ได้อยากกลับไปคบกับเขาอีก”
“แม้แต่...เพื่อน” ชายหนุ่มถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ไม่รู้ ในอนาคตน่ะได้ แต่ถ้าเป็นตอนนี้ ณ ขณะนี้ ฉันยังทำไม่ได้ ฉันยังทำใจเป็นเพียงเพื่อนกับเขาไม่ได้”

จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ

แล้วทั้งสองก็ไม่ได้สนทนากันต่อ เมื่อมีลูกค้าเดินเข้าร้านมา

หญิงสาวนั่งเท้าคางบนเคาน์เตอร์ พร้อมกับจ้องมองชาติบนเวที...
เธอเข้าใจว่าชาติต้องการอะไร ขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่า ชาติสมควรที่จะต้องทำอะไร

ชายหนุ่มบนเวที เล่นที่เพลงที่สองจบลง เขาได้รับเสียงปรบมือเปาะแปะพอประมาณ
แต่ปองสังเกตุถึงรอยยิ้มแห่งความสุขของชาติ เขาดูพอใจกับเสียงปรบมืออันน้อยนิดแค่นั้น

“ขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือครับ...เพลงต่อไปนี้ เป็นเพลงแรก ที่ผมเล่นให้ผู้หญิงที่ผมรักได้ฟัง
และเป็นครั้งแรก ที่ผมร้องเพลงนี้กรอกลงหูโทรศัพท์ให้กับคนปลายสายที่อยู่ห่างกันหลายพันไมล์ได้ยิน ผม...ไม่รู้ว่าเธอจะได้ยินเพลงนี้ที่ผมร้องในเวลานี้หรือเปล่า ... แต่...ผมอยากให้ทุกคนฟังเพลงนี้ครับ...”
ครั้นพูดจบชาติก็มองมาที่ปองเนิ่นนาน ก่อนเริ่มเล่นเพลงรักระหว่างเขา และเธอ

“แม้ว่าไม่ได้พบกัน แต่ฉันก็มีเธอใกล้ๆ
แม้เธอนั้นอยู่แสนไกล แต่ฉันก็มั่นใจว่าทั้งสองเรา...”


เพียงประโยคแรกที่ชาติร้องขึ้นมา ปองก็เสียน้ำตาอีกจนได้ เพลงนี้เป็นเพลงที่เธอต้องไปทำงาน เธอไปบินติดต่อกันนานหลายเดือน และชาติก็โทรศัพท์มาร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง...แทนคำสัญญา

“...อย่ากลัวว่าวันเวลาจะทำให้เธอต้องเสียใจ
หรือความห่างไกลจะทำให้ใจฉันไหวหวั่น
ข้อความเหล่านี้ ทุกทุกคำ จะคอยแทนคำสัญญา...”


จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊บ

อย่างไม่ทันร่ำลา หญิงสาวก็หุนหันออกจากร้านไป

พีได้มองตามร่างเล็กๆ นั้น ที่วิ่งออกไปไกลเรื่อยๆ โดยที่เขาไม่ทันจะฉุดรั้งเธอไว้
ขณะเดียวกันเขาก็มองขึ้นไปบนเวที สายตาของชาติกำลังจ้องมองออกไปนอกร้าน
เพื่อที่จะเห็นคนรักเก่าของเขาเดินไปจนลับตา...

พีรู้สึกเศร้าใจ แทนเพื่อนรักทั้งสองคน

“...ให้เธอได้รู้ว่าไม่ว่ามันจะนานสักเท่าไหร่
จะไม่มีใครมีความสำคัญและสูงค่า
ให้คำพูดฉัน แทนคำสัญญา
ให้รู้ว่า...ฉันรักเธอ”



สำหรับใครอยากอ่านย้อนหลังเพราะลืมตอนเก่าไปแล้ว (หายหัวไปนานก็งี้) ก็คลิ๊กไปตามลิงค์ที่แปะไง้นี้ได้เลยครับ

แก้วที่หนึ่ง...จุดเริ่มต้นของความหอม

แก้วที่สอง...กาแฟดำ

แก้วที่สาม...ความหวานของโกโก้

แก้วที่สี่...หวน

แก้วที่ห้า...พบพาน

แก้วที่หก...ความรู้สึกของลาเต้

แก้วที่เจ็ด...ความคิด

หรือจะเข้าไปเยี่ยมเยียนถึงบ้านก็ไม่ว่ากันนะฮะ

ทางเดินของยางมะตอยสีชมพู





สัญญา - บอย โกสิยพงษ์ feat. Groove Riders

2009-04-08 23:03:31/ยางมะตอยสีชมพู

 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2009-04-08 23:11:06
ว้า...ว่าจะระวังเรื่องคำผิดให้มากๆ ดั๊นนนนน ผิดจนได้

แล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ สำหรับวรรคแต่ละบรรทัด เผอิญผมโพสที่บล๊อคแล้วมันสวยงามดี แต่พอเอามาโพสที่นี่ ไหงมัน กระเดิดๆ อย่างนั้น T T
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-04-09 07:00:56
เราชอบกาแฟซีรี่ส์ของไปป์มากเลย อ่านแล้วอบอุ่น แม้ว่าในตอนนี้จะมีความรูสึกเหงา ๆ เศร้า ๆ ปนมาด้วย

เห็นไปป์แล้วต้องบอกว่าเหมือนพีเปี๊ยบเลย กวน ๆ แต่น่ารัก อบอุ่น และใจดี

 


กีรติ
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-09 09:43:53
ไปป์คนเดิมของฉัน
เขายังอยู่ในวรรณกรรม
รักจัง

วันหลังไปสวนกัน เอาน้องอัญไปด้วย
คิดถึง ไปป์..และก็ยังดีใจที่ได้เจอคนเดิมๆ

ถึงมันจะเท่าในตัวอักษรก็ดีใจแล้ว

เพราะแกเล็บดำ
 


จินนี่
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย จินนี่   เมื่อ: 2009-04-09 12:21:08
โอ้..ไปป์เขียนพล็อตรัก อ่านเพลิดเพลินใจ
แทรกข้อคิดชีวิตคู่อีกต่างหาก


อืม..ซีรีส์รักตอนนี้ : ส่วนผสมหวานปนขมเนอะ

ตัวละครสาวเจ้ากล่าวว่า
“ชีวิตคู่ มันไม่เหมือนกับกาแฟหรอกนะพี"

. . .

ทว่าพี่คิดว่า..บางมุมของชีวิตคู่ก็คล้ายกับการปรุงรสชาติกาแฟ
เติมหวานนิด ดื่มละมุนกลมกล่อมเนาะ

สำคัญคือ ใส่ใจในการปรุง นั่นเอง

. . .

ด้วยรอยยิ้ม
จากแควนคลับละมุนซีรี่ส์เองจ้า
 


ส้มลิ้ม
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ส้มลิ้ม   เมื่อ: 2009-04-09 12:54:06
วี๊วววววววววว




...หวานแสบคอ
เขียนได้อย่างนี้ ไม่แปลว่าเจ้าของเรื่องเคยโดนหักอก (เหมือนกาแฟขมๆ)
ก็แสดงว่ากำลังพยายามจะตกหลุมรัก (เหมือนน้ำตาลหวานๆ)
แหง๋ๆ เลย

อิอิ
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-09 15:39:24
ท่านพี่ยางมะตอยฯ เขียนเรื่องได้เนียนเชียวข่ะรับ

ประหนึ่งมุขแบบนี้ สัมพันธ์ความเป็นจริงในชีวิตคนประพันธ์เลยเชียว
อบอุ่น จริงใจ ปากร้ายแต่ใจดี ^^

คุณปอง คล้ายๆพี่อ้อยเลยนะ (คิดเองอ่ะนะ)

กาแฟกะความรัก !! ช่างคิดจริงจริ๊งงงงงงง

^________^

ส่วนผสมที่ชอบ....
กาแฟน้อยๆ (1/2 ช้อน)
ครีม 2 ช้อน
น้ำตาล 3 ช้อน
เติมน้ำร้อนที่เดือดแล้ว และยังร้อนอยู่เท่านั้น คนให้เข้ากัน ...แล้วเติมนมข้นหวานอีก
(เติมแบบไม่รู้ตัวเลยนะคะ เพราะชอบแบบหวาน + มัน โหดๆ)
ขณะที่เติมนมอยู่นั้น ต้องระวัง มิให้น้ำอุ่น
เพราะเดี๋ยวเวลาซดเข้าปาก จะไม่ได้รับรู้ถึงความหอม และกรุ่นไปด้วยอบอุ่นแบบกาแฟชงเอง !!

แต่ที่สำคัญที่สุด ขณะปรุงกาแฟ (เรียกแบบนี้ป่าวนะ) ....
ต้อง ทวนเข็มนาฬิกาด้วยนะคะ

^______^
 


obh;vh;o
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย obh;vh;o   เมื่อ: 2009-04-09 16:25:36
ไม่ได้เข้ามาจิบนาน...ยังกลมกล่อมเหมือนอย่างเคยนะท่านพี่

 


ผ้าเช็ดหน้า
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย ผ้าเช็ดหน้า   เมื่อ: 2009-04-09 18:56:35
ถึงผมจะเป็นคนไม่ดื่มกาแฟ (ส่วนน้อยเนอะ)
แต่ผมก็ชอบเรื่องนี้นะครับ (ส่วนใหญ่แล้ว)

ตอนนี้ฝนพรำ ทำให้บรรยากาศ ดูเข้ากับเพลงเป็นที่สุด

--- แอบอ่านมานาน
เพิ่งได้ตอบอะไรก็คราวนี้แหละ ^ ^ หุหุ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-09 20:21:25
เห็นไปป์วันนัดหนอนแล้วพี่กลับเห็นไม่เหมือนคนอื่น พี่ว่าตัวจริงไปป์กับตัวหนังสือของไปป์ไม่ค่อยเหมือนกันเลยจ้ะ แต่ก็นั่นล่ะเห็นแค่ไม่นานน่ะนะ วันนั้นดูไปป์ต๊องมาก เอ้ย! ติสต์มาก อารมณ์เหงา เศร้า อะไรอย่างนี้คงถูกซ่อนอยู่ในนั้น

และแล้ววันนี้ก็ติสต์แตก อารมณ์เหล่านั้นเผยออกมาให้เห็นในตัวหนังสือจนหมด


ละมุนซีรี่ส์นี่น่ารักดี เป็นงานที่เป็นชิ้นเป็นอันและกลมกล่อม ^_^
 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2009-04-10 00:32:18
ดา - ขอบคุณนะฮะที่ชอบ ส่วนเรื่องนี้ที่เห็นว่าเราเหมือนพี...อืม เอาเป็นว่าเราเขียนเรื่องนี้จากพื้นฐานความคิดและลักษณะนิสัยของบุคคลรอบข้างเราอ่ะ มันเลยออกมาเป็นอย่างนี้

อ้อย - กรูยังคงวนเวียนอยู่ในวรรณกรรมเสมอนะ แม้ว่าช่วงหลังจะไม่ค่อยมีงานเขียนออกมาเท่าไหร่ก็ตาม...แหะๆ เออได้เลย แล้วไปถ่ายรูปกัน

พี่จินนี่ - ใช่ฮะ การใส่ใจทำอะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรุงอาหาร หรือชงกาแฟ มันก็อร่อยทั้งนั้นล่ะเนาะ หากเราใส่ใจ...ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มครับ แควนคลับ อิอิ ^ ^

ส้มหมวย - น่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่ามั้งงง... T T แต่ก็ดีใจนะ อย่างน้อยเธอก็ยังเห็นว่ามันหวาน อิอิ...

น้องหมอนอิง - แหม ขอบคุณที่ชมซะจนตัวลอย แหะๆ ส่วนปองอาจจะมีส่วนคล้ายอ้อย แต่พี่มีเพื่อนเป็นแอร์ฯ คนนึงนะ นิสัยเหมือนคุณปองนี่เลยแหล่ะ...ส่วนเรื่องกาแฟ อืม...สงสัยว่าน้องคนจะกินกาแฟเชื่อมแน่ๆเลย แต่สูตรของพี่ก็หวานเหมือนกันนะ กาแฟ 2 น้ำตาล 4 ครีม 3 หวานมันซ้า.... ^ ^

น้อง obh;vh;o - มันอร่อยเพราะคนอ่านช่วยกันดื่มด้วยล่ะครับ ขอบคุณเน้อ ^ ^

น้องนัทสุดหล่อ - แหม...อย่างว่าช่วงนี้บรรยากาศมันน่าเหงาที่สุดเลยเนาะ...คราวหลังอย่ามาแอบอีกน้า...เรามาเปิดเผยกันเหอะ อิอิ...

พี่นก - แหะๆ อย่าเรียกว่าติสต์แตกดีกว่าฮะ เพราะเวลาผมติสต์แตกทีไรมันจะเป็นเรื่องร้ายๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะ 555+ เอาว่าเป็นการระบายอารมณ์ทางตัวอักษรก็แล้วกันฮะ เนาะ ^ ^


 


น็อต
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-04-11 03:55:52
ชอบครับ
อ่านไปน้ำตาคลอเลย!
 


arada
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย arada   เมื่อ: 2009-04-13 09:33:07
พี่ไปป์

ตอนนี้สนุกแต่บีบหัวใจจังเลยค่ะ
T_T

เล็บดำแล้วยังใจร้ายอีก
:P
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   36fe515
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)