|
|
ผู้เขียน |
หัวข้อ: นั่นล่ะคือ.. การซุบซิบนินทา |
Plin, :-p
|
 |
นั่นล่ะคือ.. การซุบซิบนินทา เมื่อ:
2009-04-17 19:36:59 |

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมไปดูหนังเรื่อง DOUBT ที่ลิโด้ สยามสแควร์มาครับ
หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง บาทหลวง กับ บรรดาแม่ชี ในโบสถ์แห่งนึง ซึ่งภายในโบสถ์นั้นก็จะมีโรงเรียนที่เปิดรับนักเรียน คล้าย ๆ กับโรงเรียนคริสต์บ้านเรา โดยบรรดาแม่ชีกับบาทหลวง ก็จะมีอีกสถานะนึง คือจะเป็นครูผู้สอนด้วย
ในเรื่อง บาทหลวงที่เป็นตัวเอกเนี่ย เป็นครูพละ แม่ชีสาว ๆ คนนึงเป็นครูประจำชั้น และสอนประวัติศาสตร์ด้วย แล้วก็มีแม่ชีอายุมากอีกคนที่เป็นตัวเอก เป็นครูใหญ่ของโรงเรียน
อ๊ะ ๆ ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเข้าใจไปว่า เป็นเรื่องชู้สาวระหว่าง หลวงพ่อกับแม่ชีนะ มันไม่ใช่อย่างนั้น 
หนังเรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยการเทศน์ของบาทหลวงเรื่อง "ความสงสัย" โดยคำสรุปของบทเทศน์นั้นก็คือ "Doubt can be a bond as powerful and sustaining as certainty"
ถ้าจะให้ผมแปล ผมก็จะแปลประมาณว่า ความสงสัย (ในสิ่งหนึ่งนั้น) มันจะผูกมัดใจเราไว้อย่างรุนแรงและมั่นคง ราวกับว่า เป็นความแน่ใจ (ว่าสิ่งนั้น ได้เป็นไปอย่างที่เราสงสัย อย่างแน่นอน)
เรื่องของเรื่องก็คือ บรรดาแม่ชี ไม่ว่าคนสาว หรือ คนแก่ เกิดไปสงสัยพฤติกรรมบางอย่างของบาทหลวง !! ก็เลยจับกลุ่มซุบซิบนินทา ตั้งสมมติฐานไปเรื่อย 

หนังเรื่องนี้มีประเด็นข้อคิดต่าง ๆ มากมาย แต่ที่จะมาเล่าเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ให้ฟังในวันนี้ ผมเอามาจากบทเทศน์บทนึงของบาทหลวง ในเรื่องเกี่ยวกับ การนินทา ผมเห็นว่าน่าสนใจดีก็เลยจะมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันครับ

หญิงกลุ่มหนึ่งได้จับกลุ่มซุบซิบนินทาถึงผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งอันที่จริงแล้ว พวกเธอไม่ได้รู้จักหรือรู้เรื่องจริง ๆ ของชายคนนั้นสักเท่าไหร่ ในคืนนั้น หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนเริ่มต้นเรื่องนินทาได้ฝันไปว่า มีมือขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นเหนือท้องฟ้า มือนั้นชี้นิ้วมายังเธอ เธอตกใจตื่นขึ้น ทันใดนั้นเธอก็เกิดความรู้สึกอะไรบางอย่าง และสงสัยว่าเธอได้ทำอะไรบางอย่างที่ผิด
วันรุ่งขึ้นเธอจึงไปพบบาทหลวง เธอเล่าฝันให้ฟังแล้วถามบาทหลวงว่า "การซุบซิบนินทาเป็นบาปหรือเปล่าคะ" แล้วถามต่อว่า "มือที่ชี้มาในฝันนั้นคือพระหัตถ์ของพระเจ้าใช่หรือเปล่าคะ" เธอยังคงมีความสงสัยอยู่ "หลวงพ่อคะ สรุปแล้วฉันทำผิดใช่ไหมคะ"
"ใช่แล้ว เธอทำบาปมหันต์เลย และเธอควรจะละอาย" บาทหลวงตอบต่อเธอ
หญิงคนนั้นรู้สึกผิด และ ละอายต่อบาปมาก เธอจึงขอร้องต่อบาทหลวงให้อภัยบาปนั้นให้เธอ
"ช้าก่อน ตอนนี้พ่อยังอภัยบาปให้เธอไม่ได้หรอก ก่อนอื่น ขอให้เธอกลับไปบ้าน ไปเอาหมอนมาใบนึง แล้วถือขึ้นไปชั้นบนดาดฟ้า แล้วเอามีดกรีดหมอนใบนั้นให้ขาด แล้วค่อยกลับมาหาพ่อที่โบสถ์อีกครั้ง" บาทหลวงกล่าวต่อหญิงผู้นั้น
เธอกลับไปที่บ้าน ขึ้นไปบนดาดฟ้า เอามีดกรีดหมอนแบบที่บาทหลวงสั่งทุกประการ แล้วจึงกลับไปหาบาทหลวงที่โบสถ์
"ทำแบบที่พ่อสั่งแล้วใช่ไหม เธอเห็นอะไรบ้าง" บาทหลวงถาม
"ใช่แล้วค่ะ ในหมอนก็มีขนเป็ดอยู่" เธอตอบ
"อะไรนะ ขนเป็ดเหรอ แล้วไงต่อ" หลวงพ่อถาม
"ใช่ค่ะ ขนเป็ดที่อยู่ในหมอน มันปลิวว่อน ออกมาเต็มไปหมด" เธอตอบ
"ดีมาก เอาล่ะ ทีนี้เธอกลับไปที่บ้านนะ ไปเก็บเอาขนเป็ดที่ปลิวออกมาจากหมอนใบนั้นน่ะ เก็บมาให้หมดเลยนะ ทุกชิ้นเลย" หลวงพ่อสั่ง
"จะไปทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ ลมพัดขนเป็ดพวกนั้นปลิวไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้ค่ะ" เธอตอบอย่างหงุดหงิด
"นั่นล่ะคือ.. การซุบซิบนินทา" หลวงพ่อตอบ
อาเมน...

หนังเรื่องนี้ดีมากเลย ที่จริงอยากเขียน review ถึงเป็นเรื่องเป็นราว แต่ผมไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ช่วงนี้ แต่บทเรื่องนินทาตรงนี้ผมชอบมาก ๆ ก็เลยเอามาเขียนเล่า และถ้าคุณผู้อ่านได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ ได้ฟังบาทหลวงในเรื่องเทศน์ สลับกับภาพขนเป็ดที่ปลิวว่อนไปบนจอ พร้อม ๆ กับใบหน้าตกใจของหญิงคนนั้น (สลับกับหน้าแม่ชีที่กำลังคิดว่ากำลังถูกหลอกด่าหรือเปล่า)
มันจะได้อารมณ์กว่าที่ผมเขียนเล่านี่อีกหลายเท่า
"Doubt can be a bond as powerful and sustaining as certainty"
ถ้าได้ดูจนจบเรื่อง ก็จะยิ่งรู้สึกอินกับประโยคนี้มากขึ้นครับ  |
|
|
|
|
| |
Plin, :-p
ความเห็นที่ 1
|
โอ๊ะโหย ขอแก้ช่วงท้าย ๆ นิดนึงครับ
บางที การที่เราสงสัยว่าใครคนใดคนหนึ่งมีความผิด โดยที่เรายังไม่รู้ว่าเค้าผิดจริงหรือเปล่า แต่เราก็สงสัย เราก็จะจับกลุ่มคุยกัน คุยไปคุยมาก็อาจจะเป็นการเอาเรื่องไม่จริงมาพูดกันก็ได้ กลายเป็นการซุบซิบนินทาไป
ซ้ำร้ายเรื่องโกหกเหล่านั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่มีคนเชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง (ดีไม่ดีตัวคนพูดเองอาจแยกเรื่องจริงกับเรื่องหลอก ออกจากกันไม่ได้อีกด้วย)
"Doubt can be a bond as powerful and sustaining as certainty"
อยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้จริง ๆ และถ้าได้ดูจนจบเรื่อง ก็จะยิ่งรู้สึกอินกับประโยคนี้มากขึ้นครับ
|
|
|
| |
คิทชา
ความเห็นที่ 2
|
 |
ตอบโดย คิทชา เมื่อ: 2009-04-17 20:30:35 |
เป็นหนังอีกเรื่องที่ชอบมากครับ... โดยเฉพาะบทแม่ของเด็กชายผิวดำ
|
|
|
| |
Plin, :-p
ความเห็นที่ 3
|
 |
ตอบโดย Plin, :-p เมื่อ: 2009-04-17 20:48:14 |
ใช่แล้ว บทแม่ีนี่ก็ดีมาก ๆ
ผมว่าหนังเรื่องนี้มีมิติมากเลยนะ แล้วสุดท้ายบาทหลวงก็ไม่ได้บอกด้วยนะว่า ความผิดที่ตัวเองทำคืออะไร ปล่อยให้คนดูเข้าใจกันไปเองเหมือนกัน ว่าเราจะเข้าใจไปเองแบบที่แม่ชีเข้าใจหรือเปล่า
ที่จริงอาจเรื่องอื่นก็ได้ เพียงแต่เรานึกว่าเค้าสารภาพเรื่องที่เราสงสัยอยู่
ส่วนเรื่องประเด็นแม่ อืมไม่สิ หมายถึงเรื่องเกี่ยวกับลูกที่เราสงสัยกันอยู่ ผมว่าเป็นการล้อประเด็นเกี่ยวกับโบสถ์ในอเิมริกา ซึ่งเป็นข่าว แบบที่ชีสงสัยเมื่อปีที่แล้ว เห็นว่ามีหลายกรณีเหมือนกัน
ก็ไม่่รู้ว่าเป็นความสงสัยที่กลายเป็นความจริงหรือเปล่า
|
|
|
| |
saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 4
|
 |
ตอบโดย saranya_nok.worm เมื่อ: 2009-04-17 21:23:40 |
ขอบคุณคุณพอลที่เล่าสู่กันฟังค่ะ
เข้าใจเทศน์จังค่ะ เข้าใจง่ายทีเดียวเชียว
อืม...แต่ก็น่าคิดว่า ขนเป็ดนั่น จะต่อยอดได้อีกนะ
|
|
|
| |
กีรติ
ความเห็นที่ 5
|
 |
ตอบโดย กีรติ เมื่อ: 2009-04-17 23:33:43 |
ฉันจะได้มีโอกาสดูเต็มๆไหมนะ ได้อ่านก็น่าสนใจมากเลย
น่าสนใจจริงๆ...เรื่องบางเรื่อง พอมันหลุดจากปากคนที่น่าเชื่อถือ
ถึงมันจะเป็นเรื่องเท็จ แต่บางอย่างก็ทำให้มันกลายเป็นเรื่องจริง
เรื่องจริงในใจคนฟังได้ ต่อให้เจ้าตัวบอกว่าไม่
ในใจก็ยังไม่เชื่อว่างั้น
|
|
|
| |
ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 6
|
 |
ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู เมื่อ: 2009-04-18 08:28:36 |
น่าดูแฮะ...เดี๋ยวไปดูมั่งดีกว่า ^ ^
|
|
|
| |
หนอนดิลล์
ความเห็นที่ 7
|
 |
ตอบโดย หนอนดิลล์ เมื่อ: 2009-04-18 11:23:00 |
นินทาเป็นฝีแปรงของสังคมนะทั่น ช่วยเพิ่มสีสันชวนสงสัยเร้าใจให้ติดตาม ขออย่างเดียวอย่าเป็นแคนวาสละกัลล์ เละเชียล่ะ
ข้าพเจ้าว่าแทนที่แม่ชีจะไปเก็บขนเป็ด ต้องกลับไปกรีดหมอนอีกใบแน่เลย ท่านว่าไหม?
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 'หากเป็นบาทหลวงในหมู่แม่ชี พึงพกยาทัมใจไว้สักหลายซอง'
แท้งค์กิ้วขะรับ
|
|
|
| |
หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 8
|
 |
ตอบโดย หัวใจสีส้ม เมื่อ: 2009-04-18 13:00:32 |
รายละเอียดลึกซึ้งมากมาย ^__^
แค่ได้อ่านเพียงนิดเดียว ก็ทำให้รับรู้ถึงเนื้อหาของหนังชัดแล้ว
สงสัยมีถอนนนนนนนนนนนนน
อิอิ
|
|
|
| |
Plin, :-p
ความเห็นที่ 9
|
 |
ตอบโดย Plin, :-p เมื่อ: 2009-04-18 13:16:52 |
อ๊ะ เปล่า ๆ หญิงที่มาขอให้สารภาพบาป ไม่ใช่แม่ชี ขอรับ
คือ ผมเล่าข้ามไปนิด แม่ชี มาพูดข่มขู่ บาทหลวง ประมาณว่า ฉันรู้ความลับของนายนะ แต่ไม่ได้บอกให้ชัด ๆ ว่าเป็นอะไร
บาทหลวงก็บอกว่า เอาล่ะ ผมรู้ล่ะว่า พรุ่งนี้จะเทศน์ในโบสถ์เรื่องอะไรดี ก็ว่า จะเทศน์เรื่อง "ความใจแคบ" ละกัน
ขณะเทศน์เรืื่องความใจแคบ ตอนใกล้ ๆจบ ก็เล่าเรื่อง การนินทา ด้วย คือ เค้าจะสื่อว่า เพราะใจแคบ ระคนกับความสงสัย ก็เลยนินทา (คือ ถ้าสงสัย แต่ไม่ใจแคบ คงไม่นินทา)
เรื่องที่ผมพิมพ์เล่านี่ เป็นส่วนหนึ่งของการเทศน์ของบาทหลวงที่เป็นตัวเอกของหนัง โดยในการเทศน์ บาทหลวงได้เล่าเรื่อง ๆ หนึ่งให้ฟัง ซึ่งก็คือเรื่องที่ผมพิมพ์ข้างต้นครับ ดังนั้น หญิงในเรื่องเล่า ก็เป็นคนในเรื่องเล่า
พอดีตอนที่เทศน์เป็นนิทานเรื่องนี้ ในหนังฉายภาพไปที่หน้าแม่ชีที่เป็นครูใหญ่ไปด้วย แล้วก็สลับกับภาพหญิงที่เห็นขนเป็ดลอยไปมา (คนละคนกัน) แม่ชีทำหน้าครุ่นคิด ประมาณว่า นี่กำลังหลอกด่าฉันอยู่หรือเปล่า
ที่จริง แม่ชีที่เป็นครูใหญ่แค่เหมือนจะไม่ชอบบาทหลวงอยู่แล้ว ขนาดตอนเปิดเรื่องที่บาทหลวงเทศน์เรื่องความสงสัย แกก็กลับไปนั่งคิด แล้วถามบรรดาแม่ชีว่า พวกเธอคิดว่าไง ทำไมท่านบาทหลวงถึงพูดถึงความสงสัย เค้ามีเจตนาอะไรหรือเปล่า พวกเธอสงสัยกันบ้างไหม ???
|
|
|
| |
สายลม
ความเห็นที่ 10
|
 |
ตอบโดย สายลม เมื่อ: 2009-04-18 13:27:02 |
น่าสนใจ น่าติดตาม น่าคิดใคร่ครวญ
บาทหลวงเข้าใจเทศน์ดีจริงๆ
แต่คำนินทานั้น ขึ้นชื่อว่าอยู่ในสังคม ไม่ว่าจะสังคมใดๆ ก็ต้องทำใจยอมรับกันล่ะ ไม่งั้นจะโดนไมเกรนรับประทานกันเปล่าๆ
|
|
|
| |
นางงามมิตรภาพ^_^
ความเห็นที่ 11
|
 |
ตอบโดย นางงามมิตรภาพ^_^ เมื่อ: 2009-04-22 22:53:49 |
หายไปนานเลยนะท่านพี่
แล้วจะหาเวลาไปดู
เพื่อจะได้อินกับประโยคดังกล่าวด้วยตนเอง
ด้วยมิตรภาพ
|
|
|
| |
|
|