ผู้เขียน  หัวข้อ: ทางลัดสายดอกไม้...
saranya_นก

ทางลัดสายดอกไม้...
 เมื่อ: 2009-04-22 00:48:35 


“ ก็อง! ก็อง!... ก็อง! ก็อง!... ” เสียงใสไร้เดียงสาถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากบางเล็กของเด็กหญิงวัยหนึ่งขวบเศษคนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน

“ น้องชมพู น้ายังเก็บของเล่นพวกนี้ไม่เสร็จเลยลูก จะให้พาไปหาก็องซะแล้ว ” ฉันพูดพลางเก็บของเล่นที่หนูน้อยชมพู รื้อออกมาเล่นจนกระจายเกลื่อนพื้นรอบตัว เมื่อสักครู่นี้

“ มานี่มา มาช่วยน้าเก็บเดี๋ยวนี้ ” ว่าแล้วฉันก็รวบตัวเด็กหญิงร่างเล็กสูงประมาณ 78 ซม. เข้ามาหาตัว แล้วก้มหน้าสะบัดผมให้ระใบหน้าของเธอไปมา จนเธอหัวเราะคิกคัก แล้วก็วางตัวเธอลงข้างกายพลางเก็บของเล่นทีละชิ้นให้เธอดูเป็นตัวอย่าง เธอเก็บตามอย่างว่าง่าย และรู้สึกสนุกไปด้วยเมื่อเอ่ยคำบางคำตามทุกครั้งที่เก็บ

“ เก็บ... เก็บ... เก็บ... ” สิ้นเสียงแต่ละคำ ฉันรู้สึกพอใจจนมีรอยยิ้มน้อย ๆ บนใบหน้า เธอสามารถเรียนรู้ภาษาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน


เมื่อเก็บของเล่นเสร็จหมดทุกชิ้นแล้ว ฉันก็หารองเท้าผ้าใบสีขาวมีลายตุ๊กตาหมีคู่เล็ก ซึ่งมีน้องชมพูเป็นเจ้าของมาสวมใส่ให้กับเธอ และอุ้มเธอเดินออกไปจากบ้าน ตามเส้นทางสายหลักของหมู่บ้านที่มักมีรถราวิ่งสวนกันไปมา เดินไปได้ประมาณ 400 เมตร ก็ถึงทางแยกที่มีถนนดินสายเล็ก ๆ ตัดผ่านตรงเข้าไประหว่างบ้านเรือน ถนนสายนี้กว้างประมาณ 5 เมตร ริมถนนสองข้างมีพื้นที่ว่างที่ชาวบ้านแต่ละบ้านปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้นอกรั้วบ้านของตน ส่วนใหญ่เป็นไม้ดอกยืนต้น เช่น ต้นหางนกยูง ต้นราชพฤกษ์ ต้นอินทนินท์ ฯลฯ ต้นไม้ใหญ่ที่เรียงรายเหล่านั้นแผ่กิ่งก้านปกคลุมจนถนนสายนั้นร่มครึ้มตลอดทั้งวัน บนพื้นถนนจะมีแสงแดดที่ส่องลอดลงมาได้เพียงเป็นวงแต้มบนเงาร่มอย่างสวยงามตามธรรมชาติ และแน่นอนกลีบดอกไม้หลากสีสันที่หล่นจากขั้วทิ้งตัวลงมานั้น กระจายแต้มประดับถนนดินเป็นทางยาวอย่างสวยงาม...

เส้นทางสายนี้เป็นทางลัดที่ตัดตรงไปยังเส้นทางหลักด้านหลังของหมู่บ้าน มีบ้านไม้เก่าแก่ตั้งเรียงกันไปตามความยาวถนนทั้งสองด้าน รั้วไม้เตี้ย ๆ กั้นแต่ละบ้านไว้ เนื่องจากเป็นทางลัดที่รู้กันเฉพาะคนในหมู่บ้าน จึงไม่ค่อยมีรถแล่นเข้ามาตามทางสายนี้มากนัก ชาวบ้านมักนำม้านั่งที่มีพนักบ้าง ไม่มีพนักบ้าง มานั่งคุยกันหน้าบ้านและรับลมที่พัดมาเย็นสบายในยามบ่ายแก่ ๆ ของแต่ละวัน


ที่ช่วงกลางของถนนสายนี้ เป็นบ้านของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ น้ำมนต์ ” และบริเวณนี้ยังเป็นแหล่งชุมนุมของเด็กมากมายในหมู่บ้าน ที่จะมารวมตัวกันในเวลาเดียวกับที่ผู้ใหญ่ในบ้านของพวกเขาออกมานั่งคุยกัน



ฉันปล่อยน้องชมพูลงเพื่อให้เธอยืนด้วยตัวเอง เด็กหญิงไม่ค่อยกล้ายืนเองเวลาออกนอกบ้านในช่วงแรก ๆ แต่ฉันก็ต้องสอนเธอว่า ให้ลองมองดูเด็กคนอื่นเป็นตัวอย่าง เธอยืดขาและวางมันลงบนพื้น ยืดตัวขึ้น แต่มือเล็ก ๆ ก็ยังคงจับกับมือของฉันไว้ตลอดเวลา

“ น้องชมพูมาแล้ว น้ำมนต์ดูสิ น้องชมพูใส่รองเท้าผ้าใบมาเหมือนกันเลย ” ชายหนุ่มใหญ่วัยประมาณ 40 ปี พ่อของเด็กหญิงน้ำมนต์ มักจะทักทายกับหลานของฉันด้วยความสุภาพอ่อนโยนเสมอ แต่...ตลอดหนึ่งปีที่ฉันพาชมพูมาที่นี่ เขาไม่เคยทักทาย หรือแม้แต่มองหน้าฉันเลย น่าแปลกที่เราเองเป็นเพื่อนบ้านกัน แต่ดูเหมือนกับว่าไม่ค่อยมีไมตรีต่อกันเท่าไร ที่สุดแล้วฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก เพราะให้ความสนใจกับเรื่องของเด็ก ๆ มากกว่า แล้วเลยคิดไปว่า เขาก็คงคิดเหมือน ๆ กัน

“ เอ้า! น้องน้ำมนต์วิ่งแข่งกับพี่แพรเร็ว ” พ่อของน้องน้ำมนต์นั่งเชียร์ลูกอยู่ริมถนน มีเด็กหญิงต่างวัยสองคน คนหนึ่งอายุ 5 ขวบ อีกคนหนึ่ง 2 ขวบ ใส่รองเท้าผ้าใบวิ่งไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน จนฝุ่นบนถนนสายนั้นคละคลุ้งไปรอบ ๆ เด็กน้อย

เด็กหญิงชมพูดึงมือฉันให้วิ่งไปข้างหน้าบ้าง “ อุ้ย! น้องชมพูจะวิ่งบ้างเหรอจ้ะ ระวัง ค่อย ๆ วิ่งนะคะ ”

ฉันรู้สึกสนุกไปกับหลาน แต่ก็รู้สึกกังวลกลัวว่าหลานจะล้ม เพราะเธอเพิ่งจะหัดเดินได้ไม่นาน ยังเดินไม่แข็งเลยด้วยซ้ำ

“ อ้าว...น้องชมพูรั้งท้ายเลย พี่ ๆ ไปไกลโน่นแล้ว โอ้โห...วิ่งกันเก่งจริง ๆ เลย ” ฉันมองหลังลิบ ๆ ของเด็กหญิงต่างวัยทั้งสอง แล้วก็มองความพยายามอันน่ารักของเด็กหญิงหนึ่งขวบตัวน้อย เมื่อเราเลี้ยวกลับหลังหันมาทางเดิม ฉันก็พบว่าสายตาของหนุ่มใหญ่คนนั้นกำลังจ้องมองมาที่ฉัน เขามองฉันอย่างเหยียด ๆ แล้วก็เลยมองผ่านไปยังลูกของเขาที่กำลังวิ่งกลับมา

“ น้องน้ำมนต์เร็วลูกใกล้จะถึงแล้ว ” เขาเอามือป้องปากข้างหนึ่งแล้วตะโกนออกไป

เมื่อชมพูและฉันมาถึง อีกไม่นานน้ำมนต์กับแพรก็มาถึงบ้าง หลังจากนั้นมีเด็กชายอีกคนเข้ามาร่วมเล่นกับพวกเราเพิ่มด้วย

“ น้องชมพู นั่งซ้อนจักรยานเอ๋ไหม เดี๋ยวเอ๋ขี่พาเที่ยว ” เด็กชายวัย 4 ขวบ ซึ่งเป็นโรคไวรัสตับอักเสบและหืดหอบ ขี่จักรยานเข้ามาจนใกล้น้องชมพู

ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะพูดว่า “ไม่ดีกว่าจ้ะเอ๋ น้องชมพูยังนั่งจักรยานไม่เป็นน้า เอ๋ขี่กับน้องน้ำมนต์ไปก่อนนะครับ ” หลังจากฉันพูดจบ ด.ช.จ๊ะเอ๋ ก็ลงจากจักรยานแล้วเดินไปนั่งบนขอนไม้เล็ก ๆ ข้างทาง ทิ้งจักรยานให้จอดอยู่ตรงกลางถนนนั่นเอง

“ เอ...เปิดเทอมนี้จ๊ะเอ๋เข้าโรงเรียนแล้วใช่มั้ย ” ฉันหันไปถามเด็กชายผิวเข้มตัวอ้วนกลมคนนั้น

“ ใช่ เอ๋จะเข้าป. 5 ” จ๊ะเอ๋ตอบ ฉันทำหน้าตื่นตะลึง

“ โอ้...เก่งจังเลย ข้ามฉันไปโน่นเลย ” ฉันพูด

“ เอ๋ เขาจะเข้าป.1 น้องน้ำมนต์จะเข้าป.2 ” ด.ญ.แพร พูดขึ้นบ้าง แต่ประโยคนี้ทำเอาฉันรู้สึกสับสนในวัยของทั้งสองมาก จึงขมวดคิ้วทันทีหลังฟังจบ

“ ก็เอ๋เขาจะเข้าแทนน้ำมนต์ แล้วน้ำมนต์เข้าแทนเอ๋ ” ฉันถึงบางอ้อแบบก็ยังงงอยู่ดีกับคำพูดของ ด.ญ.แพร เธอเข้าใจพูดให้ผู้ใหญ่งุนงงยิ่งนัก


พ่อของน้ำมนต์ก้าวออกมาจากรั้วบ้าน พร้อมด้วยน้ำเย็นในขวดพลาสติก และแก้วน้ำพลาสติกสำหรับเด็ก 1 ใบ

“ เอ้า! น้ำมนต์กินน้ำจ้า ” เด็กหญิงซึ่งมีตาโตถอดแบบใบหน้ามาจากผู้เป็นพ่อแทบทุกอย่าง ยกแก้วน้ำเย็นขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

“ ทีนี้ตาพี่แพร ” เขาพูด เด็กหญิงแพรเดินยิ้มเข้ามารับแก้วน้ำจากเขา ก่อนที่จะยกดื่มรวดเดียวเช่นกัน

“ ตาเอ๋บ้าง ” เด็กชายตัวอ้วนกระโดดเข้าไปกอดคอพ่อของน้ำมนต์ แล้วพยายามยื้อแย่งแก้วน้ำจากมือของเขา

“ ไม่ได้เอ๋ เอ๋ไม่สบายต้องไปเอาแก้วมาจากแม่ เอามาแล้วเดี๋ยวป๋ารินน้ำให้เลย ” พูดพลางเขาก็ยกขวดน้ำเย็นขึ้นมาชูให้เด็กชายดู

เด็กชายเดินไปเอาแก้วน้ำที่แม่ของเขาซึ่งยืนอยู่ตรงเกือบหัวถนน แต่แล้วก็ต้องรีบวิ่งกลับมา เมื่อแม่ของเขาถือผ้าผืนหนึ่งอยู่ในมือ

“ ไอ้เอ๋ มาให้เช็ดน้ำมูกเสียดี ๆ ” แม่ของจ๊ะเอ๋ตะโกนเสียงดัง แต่จ๊ะเอ๋วิ่งมาถึงตรงนี้แล้ว

“ ไปเอาผ้ามาเดี๋ยวป๋าเช็ดน้ำมูกให้ ไปเอามาเอ๋ ” ความจริงพ่อของน้ำมนต์ก็ไม่ใช่พ่อของจ๊ะเอ๋ แต่ฉันมักเห็นจ๊ะเอ๋เชื่อฟังเขาเสมอ คราวนี้ก็เช่นกัน เด็กชายเดินไปหาแม่หวังจะเอาผ้ามาอย่างว่าง่าย แล้วทันใดนั้น เขาก็โดนแม่ใช้ผ้าเช็ดน้ำมูกของเขาทันที

“ นี่แน่ะเจอแผน ” เขาพูดกับน้ำมนต์

“ สมน้ำหน้าเจอแผนเลย ” น้ำมนต์เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว


ฉันยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในใจ มันเป็นความอบอุ่นน่ารัก และเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติของจังหวะความรักความอบอุ่นที่ไหลเวียน ถ่ายทอด ถึงกันและกันอย่างไม่สะดุด ไม่สะดุดไปด้วยความเสแสร้งหรือไม่จริงใจเลยแม้แต่นิดเดียว...

ถึงแม้ว่า...ฉันจะดูราวกับไม่มีตัวตนอยู่ในบริเวณนั้นไปชั่วขณะ ไม่มีตัวตนอยู่ในความรู้สึกของใครบางคนเลยก็ตาม แต่ฉันก็ห้ามใจตัวเองให้รู้สึกเหล่านี้ ณ เวลานั้นได้ยากเหลือเกิน


เขาหันมาทางหลานของฉัน พร้อมกับมองน้ำเย็นในมือ...

“ น้องชมพูก็ต้องไปเอาแก้วมานะครับ เดี๋ยวติดหวัด นี่ก็เป็น นี่ก็เป็น ” เขาพูดพร้อมกับเอามือวางไว้บนหัวของน้ำมนต์และน้องแพร

ฉันก็ได้แต่ยิ้ม ๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดกับฉัน ก็ไม่รู้ว่า...ที่เขาพูดออกมานั้น ถ้าหลานของฉันเข้าใจได้ทั้งหมดเธอจะรู้สึกเสียใจบ้างหรือเปล่า...

แต่สิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริงที่ฉันยอมรับและเลยก้มตัวลงอุ้มหลานสาวพากลับไปดื่มน้ำที่บ้านหลังจากนั้น...

“ บ๊าย บาย น้องชมพูกันเร็ว ” เขายังอุตส่าห์บอกให้เด็ก ๆ ไม่ลืมที่จะอำลาหลานของฉันก่อนกลับ

“ บ๊าย บาย ” เสียงอำลาของเด็ก ๆ เจื้อยแจ้ว หลานของฉันส่งจูบให้กับทุก ๆ คน


บ้านของเราอยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านของน้องน้ำมนต์สักเท่าไร บางวันที่ชมพูไม่ได้ใส่รองเท้าไปในตอนแรก ฉันก็จะพาเธอกลับมาใส่แล้วกลับไปที่นั่นอีกครั้ง

ความจริงวันนี้ก็ยังไม่เย็นย่ำมากนัก ฉันจะพาชมพูกลับไปที่นั่นอีกครั้งก็ได้ หลังจากให้เธอดื่มน้ำแล้ว เพราะชมพูยังไม่ได้เห็นเจ้าก็อง สุนัขพันธุ์ชิท์สุที่อาม่าบ้านใกล้ ๆ บ้านของน้องน้ำมนต์เลี้ยงไว้เลย

แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่พาไปอีก... เพราะหากเดินไปถึง ฉันคิดว่าใจอาจจะไปไม่ถึงตรงนั้นก็เป็นได้ บางอย่างได้บั่นทอนกำลังใจจนลดหายไปมากมาย...



หลังจากที่แม่ของชมพูหลานสาวกลับมาถึงบ้านแล้ว ฉันก็มีเวลาพอที่จะทำงานของฉันบ้าง...

ฉันนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขียนนิยายต่อจากเมื่อดึกคืนวาน ที่กว่าจะเขียนเสร็จเข็มนาฬิกาก็ชี้ที่เวลาประมาณตีสองครึ่ง ความจริงจะพูดว่าเขียนเสร็จก็ไม่ถูกต้องทีเดียวนัก ต้องพูดว่าหยุดเขียนเสียมากกว่า

นมสดถูกอุ่นจนร้อนอยู่ในแก้วน้ำใบหนาสีเขียวอ่อนมันวาว ฉันถือมันเดินไปดื่มริมหน้าต่าง แสงไฟส่องลงมาให้ความสว่างแก่ท้องถนนเป็นหย่อม ๆ ดูเหมือนจะพยายามช่วยพาค่ำคืนไร้แสงจันทร์นี้ให้ผ่านพ้นความมืดไปโดยราบรื่น เสียงจักจั่นเรไรขับขานกันเซ็งแซ่ ทำให้ฉันนึกถึงบทในนิยายที่กำลังเขียน เป็นตอนที่กำลังคัดเลือกตัวพระเอกที่จะต้องเป็นคนเก่ง รอบรู้ เพื่อช่วยประเทศของตนให้รอดพ้นจากวินาศภัยต่าง ๆ โดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกสาขาที่เขามีอยู่ แต่ละคนต่างแสดงความรู้ ความสามารถของตน ประกวดประชันกัน ราวกับจักจั่นที่แข่งกันส่งเสียงระงม...

แปลกที่อยู่ ๆ คนบุคลิกหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในความคิดระหว่างนั้น ชายกลางคนที่เงียบขรึม แต่...อ่อนโยน คนนั้น...

“ อย่างนี้เป็นพระเอกไม่ได้หรอก ไม่มีมารยาท... ” ฉันพูดขึ้นมาคนเดียวกับตัวเอง แล้วรีบเดินไปล้างแก้วน้ำ ก่อนที่จะไปเข้านอน นึกเสียใจอยู่บ้างเหมือนกัน ที่ไปว่าคนไม่รู้จักกันเข้า

คืนนั้นฉันนอนด้วยความกระวนกระวายใจ รู้สึกไม่ดีที่เก็บเรื่องของเขามาคิด ถึงแม้ว่าจะเป็นความคิดที่ปกติธรรมดา ไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งมากมาย แต่ก็กังวลว่าเขามีครอบครัวแล้ว ฉันคิดไปแบบนี้จะเป็นการผิดศีลธรรมหรือเปล่า...


แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านบางสีขาวเข้ามาเติมความสว่างให้กับห้อง...

น้องชมพูยังคงทำให้วันทั้งวันของฉันเต็มไปด้วยความสดใส อีกทั้งบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยเรียนรู้จากห้องเรียน ก็ได้เรียนรู้จากพฤติกรรมซึ่งเติบโตขึ้นทุก ๆ วันของเธอ เหมือนเราจะได้เรียนรู้โลกใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กัน...


“ น้องชมพูไปสั่งข้าวกับน้านะคะ ” ฉันอุ้มหลานตัวน้อยเดินออกไปยังร้านอาหารที่อยู่ถัดจากบ้านไปห้า – หกหลังคาเรือน

“ อ้าว... น้องน้ำมนต์ ทานอะไรจ้ะวันนี้? มากับคุณย่าหรือคะ? ” ฉันวางน้องชมพูลงยืนแล้วนั่งลงคุยกับน้องน้ำมนต์ใกล้ ๆ

“ น้ำมนต์ทานข้าวผัดค่ะ ” น้องน้ำมนต์ตอบเสียงแจ๋ว

“ แล้วซื้ออะไรไปฝากคุณพ่อล่ะคะ ” แม้ว่าดูเหมือนเขาจะไม่ชอบหน้าฉันสักเท่าไร แต่ตัวฉันเองก็ไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้น จึงถามไปตามปกติ

“ คุณพ่อไม่อยู่ค่ะ ไปทำงาน ” หลังสิ้นเสียงของเธอ ฉันยิ้มให้เธอ

“ คุณแม่ของน้ำมนต์ก็ไปทำงานหรือคะคุณย่า ” ฉันหันไปถามคุณย่าของน้ำมนต์

“ เอ่อ... ” ย่าของน้ำมนต์หันไปมองหน้าหลานสาว ดวงตาของเธอสั่นระริก

ในสามัญสำนึกของฉันนั้นรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ปกติเกี่ยวกับเรื่องราวของน้ำมนต์เป็นแน่ แต่ก็ไม่คิดจะคาดคั้นเอาคำตอบเหล่านั้น

ฉันกลับมาบ้านพร้อมกับอาหารสำหรับพ่อ แม่ ตัวเองและหลาน เรารับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร

“ แม่จ้ะ แม่รู้จักเด็กที่ชื่อว่าน้ำมนต์ไหมจ้ะ ” ฉันเอ่ยขึ้นขณะที่เรากำลังรับประทานอาหาร

“ รู้จักสิ หลานยายนิดไง ที่พูดเก่ง ๆ ตาโต ๆ หน้าเหมือนพ่อน่ะ ” แม่ของฉันบรรยายคุณลักษณะเสร็จสรรพ

“ หนูไม่เคยเห็นแม่ของน้ำมนต์เลยจ้ะ แม่ของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่หรือจ้ะ ” ฉันถามคำถามที่ต้องการคำตอบโดยไม่ต้องมีอารัมบทใด ๆ

“ อย่าไปพูดให้แม่หนูน้ำมนต์ได้ยินนะ แม่ของเธอทิ้งไปตั้งแต่เกิดมาได้ไม่กี่เดือนแล้วล่ะ ” แม่ทำท่ากระซิบกระซาบกับฉัน

“ หา! ” ฉันอุทานเสียงดังอย่างรู้สึกตกใจมาก

“ ทำไมหนูถึงไม่รู้เลยล่ะแม่ หนูก็ไม่ได้ไปไหนนะ ทำไมตกข่าวขนาดนี้ ” ฉันสงสัยตัวเองอย่างหนัก

“ แกน่ะ ตอนชมพูยังไม่เกิด ได้ออกไปเดินข้างนอกซะทีไหนล่ะ วัน ๆ มุดหัวเขียนนิยายอะไรอยู่แต่ในบ้านนั่นแหละ ถ้าไม่มีธุระจริง ๆ ก็ไม่ได้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันกับเขาหรอก ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

ฉันมานึกดูแล้ว ก็เป็นความจริงเหมือนอย่างที่แม่พูดมาเสียด้วยสิ นี่ถ้าไม่มีชมพู ฉันก็ยังไม่เคยคุยกับคุณป้าชาวนครศรีธรรมราชข้างบ้าน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามีของป้าร้านขายกับข้าวทำงานธนาคาร และไม่เคยเดินไปหน้าบ้านของน้องน้ำมนต์เลย...


“ น้องชมพูไปดูก็องกันไหมลูก ” ฉันก้มตัวลงไปถามหลานสาวในเย็นวันนั้น

“ ก็อง ก็อง ก็อง ” ไม่ต้องฟังคำตอบฉันก็พอจะรู้ว่า ชมพูไม่เคยปฎิเสธที่จะออกไปนอกบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว


ระยะทาง 400 เมตรในวันนี้ดูเหมือนจะยาวไกลกว่าทุก ๆ วัน...

ฉันเริ่มเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น เริ่มเข้าใจความคิดและความรู้สึกของเขามากขึ้น และในวันนี้จะเป็นวันที่ฉันจะสลัดความสงสัย ความไม่ไว้วางใจออกไปให้สิ้น และสายตาของฉันก็จะถูกแทนที่ไปด้วยความเข้าใจ...

เส้นทางลัดยังคงงดงามด้วยกลีบดอกไม้หลากสี มีเด็กหลายวัยวิ่งเล่นกันเป็นกลุ่มใหญ่ เขายังคงเป็นชายหนุ่มคนเดียวในท่ามกลางกลุ่มเด็ก ๆ

“ อ้าว...น้องชมพูมาแล้ว ลงมาเดินมะ ” สายตาอ่อนโยนคู่นั้น ยังคงพร้อมที่จะมองดูและดูแลเด็ก ๆ ทุกคน

“ เอ่อ...น้องชมพู ยืนสิคะ น้าอุ้มตลอดเวลาไม่ไหวหรอกนะ ดูสิพี่ ๆ เขาก็ยืนเองกันทั้งนั้นเลย... ” ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมจนหลานสาวยอมวางเท้าลงบนพื้นดิน สายตาคู่นั้นก็ยังไม่แม้แต่จะแลมาทางฉันอยู่ดี แต่ฉันก็รู้สึกเข้าใจที่เขาเป็นแบบนี้มากขึ้น แต่จะทำได้ก็คงเพียงยิ้มให้กำลังใจเขาเท่านั้น

“ วันนี้พี่น้ำมนต์ พี่จ้ะเอ๋ ขี่จักรยานกันใหญ่เลย ไปเอารถของน้องชมพูมาเล่นมั้ยคะ ” ฉันก้มลงไปถามหลาน แต่เธอส่ายหน้า

“ น้ำมนต์จะขี่รถไปโลตัส ” น้องน้ำมนต์บอกขณะที่หยิบใบโฆษณาสินค้าลดราคามาจากมือผู้เป็นพ่อ

“ น้ำมนต์จะไปซื้ออะไรที่โลตัส ” พ่อของเธอถาม

“ น้ำมนต์จะซื้อหมูมาให้พ่อ ” สิ้นเสียงน้ำมนต์ พ่อของเธอก็หัวเราะลั่น

หลานของฉันได้แต่เดินเตาะแตะไปตรงใกล้ ๆ กับที่เด็กคนอื่น ๆ ขี่รถจักรยานกัน เธอดูสนใจเจ้าจักรยานคันเล็ก ๆ สองคันนี้อยู่ไม่น้อย

“ น้องชมพูขี่มั้ย เอ้า! น้ำมนต์ให้น้องขี่มั้ย ” เขาใจดีกับชมพูอย่างนี้เสมอ

น้ำมนต์ลงมาจากจักรยาน แล้วเดินเข้ามาจูงมือชมพูไปที่รถ ฉันได้แต่ยืนยิ้มแหย เพราะไม่รู้ว่าหลานจะขึ้นไปขี่ได้ยังไง

“ น้องชมพูยังขี่ไม่เป็นนะจ้ะ เอาไว้ปีหน้าก่อนนะคะ ” ฉันเดินเข้าไปลูบหัวน้องน้ำมนต์พลางบอก

“ ปีหน้าน้ำมนต์ก็เข้าโรงเรียนแล้ว ไม่รู้จะได้มาเล่นกับชมพูรึเปล่า ” เสียงจากเขาที่พูดออกมา ทำให้ฉันประหลาดใจ เพราะคงจะเป็นครั้งเดียวที่เขาดูเหมือนจะพูดกับฉัน

“ น้ำมนต์เข้าชั้นอะไรคะ ” ฉันถามน้ำมนต์

“ ป.1 ที่ 6 ค่ะ ” น้ำมนต์ตอบ คำถามหรือคำตอบของเด็ก ๆ มักทำให้ฉันอึ้งเสมอ ฉันยิ้มกว้าง

“ เก่งจัง เข้าป. 1 เลย แต่สงสัยจะได้ที่ 1 ด้วยนะนี่ ” คำตอบนี้ฉันกลับหันไปตอบกับพ่อของเด็กหญิงจอมแก่น มันทันควันเสียจนเขาเองก็ตั้งตัวไม่ติด แต่ก็ยังรีบหลบตา

“ ไปดูก็องกันนะคะชมพู เย็นแล้ว ” ฉันพาหลานเดินไปอีกสาม-สี่บ้าน หลานสนใจกับเสียงเ**ของก็องมาก แต่ฉันกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงและเร็วจนไม่รู้จะควบคุมให้เป็นปกติได้อย่างไรดี

เรากลับกันถึงบ้านเมื่อยามที่นกกาเริ่มร้องอำลาดวงตะวัน แล้วชมพูก็เข้าสู่อ้อมกอดของแม่...


งานเขียนนิยายของฉันก็ต้องดำเนินต่อไป...

ใครต่อใครบอกว่า ชีวิตเป็นดังละคร บางทีฉันจะเขียนละครชีวิตสักเรื่อง...

เอ...เอาแบบให้นางเอกจิตใจดีดังแม่พระ เข้ามาเยียวยารักษาแผลใจให้พระเอก หรือว่า... เธอคนนั้นหวนคืนกลับมาดีนะ




เอายังไงดี พระเอกของฉัน...

2009-04-22 00:48:35/saranya_นก

 


สหัทยา
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย สหัทยา   เมื่อ: 2009-04-22 00:58:44
@ ___ @
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-04-22 09:07:41
ยังหาพระเอกให้นิยายไม่ได้หรือคะ แต่ดูท่าทางคงจะได้คนใกล้ตัวอย่างคุณพ่อน้องน้ำมนต์มาเป็นพระเอกแน่ ๆ เลย

ชอบความรู้สึกในเรื่องสั้นเรื่องนี้นะคะเหมือนกับ 'เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล' ไม่มากแต่รู้สึกได้
 


หนุ่มช่างสงสัย
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย หนุ่มช่างสงสัย   เมื่อ: 2009-04-22 09:39:43
สวัสดีครับพี่นก

"...ขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ ได้ไหมเล่าเออ หากเธอหัวใจยังว่าง จะคอยขัดถู ห้องใจมิให้ดำด่าง หนักเบาฉันเอาทุกอย่าง แล้วแต่เธอสั่งมา ..."

มาถึงก็แซวซะแล้วเรา...
 


ชริ
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-22 09:40:30
ว้าว....เยี่ยม...สุดยอด ขอปรบมือเสียงดังๆให้กับคนที่ออกความพยายาม
ชริได้เห็นการพัฒนาขึ้น ที่สำคัญพี่นกเริ่มผูกเรื่องเป็น โอกาสจะเขียนเรื่องยาวเป็นไปได้เสมอถ้าออกความพยายาม ชริคิดว่าพี่นกพอจะมองแนวเรื่องออกแล้วล่ะ ชอบค่ะ สู้ๆ

ปล. กลับไปอ่านกระทู้เก่าของพี่นกหรือยังจ้ะ (หนังสือที่ได้จาก...)
 


พุ่มฮัก พานเสือ
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย พุ่มฮัก พานเสือ   เมื่อ: 2009-04-22 09:50:17
เอาทั้งสองอย่างเลยเจ๊

แรกเริ่ม ก็ให้พวกเด็กๆนี่แหละเป็นตัวเชื่อมระหว่างพระเอกกับนางเอก ชมพู น้ำมนต์ และเอ๋มาเล่นด้วยกันทุกวัน นั่นก็ย่อมจะหมายถึงพระเอกกับนางเอกได้เจอกันทุกวันด้วย การได้เจอกันทุกวันนี่ ถ้าไม่มัวทะเลาะกันเรื่องการเมืองก็คงจะรักกันได้ง่ายอยู่หรอก

รักกันแล้ว เจ๊ก็เขียนให้เธอคนนั้นกลับมา นัยว่าสำนึกผิด

มันก็จะสนุกตรงนี้แหละเจ๊
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-22 11:49:29
งานพี่นกครานี้ ยาวได้ใจ
อ่านได้อรรถรสมากมาย

ชอบน้องน้ำมนต์จังเลย
ชื่อเพราะดี ^__^

สงสารน้องชมพู แต่ไม่แน่หรอกว่า การที่แม่น้องเค้ายังอยู่กับเค้าวันนี้
น้องเคาจะมีความสุขไปมากกว่านี้หรือเปล่า !!??

ชีวิตก็อย่างนี้แหละหนา.... ไม่มีอะไรเป็นไปได้ดั่งที่เราปรารถนา

ปล.
พระเอกของพี่นก
อิงอยากให้เป็นคนเท่ๆ เซอร์ จริงใจ แต่สะอาดนะ ห้ามสกปรกเด็ดขาด !! ^^"

ส่วนนางเอก ก็ถอดแบบพี่นกมาได้เลย
รับรองคนอ่านตรึม
อิอิ
 


จินนี่
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย จินนี่   เมื่อ: 2009-04-22 12:22:05
โอ..เรื่องยาวนี้แนวกุ๊กกิ๊กชมพู้ชมพูจริงจริ๊งนะอี๊นก
ว่าแต่รับสมัครพระเอกเหรอ!


อืม..พี่อ่านแล้วก็นึกถึงเพลง Superman จึงคัดบางท่อนมาฝากจ้า :

Wish that I could cry
Fall upon my knees
Find a way to lie
About a home I’ll never see

It may sound absurd…but don’t be naive
Even Heroes have the right to bleed
I may be disturbed…but won’t you concede
Even Heroes have the right to dream
It’s not easy to be me.

. . .


ด้วยมิตรภาพจ้า
พี่จินนี่เอง
 


saranya_นก
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย saranya_นก   เมื่อ: 2009-04-22 13:16:05
สวัสดีค่ะ

ขอบเข้ามาตอบพี่จินนี่ก่อนนะคะ

ขอบคุณเนื้อเพลง Superman is not easy จากพี่จินนี่มากค่ะ

เคยฟังเพลงนี้เมื่อนานมาแล้วและชอบมาก

พี่จินนี่เลือกได้เหมาะ ขอนำมาเป็นเพลงประกอบเรื่องเลยนะคะ


แล้วเอาไว้เย็น ๆ ค่ำ ๆ จะเข้ามาตอบคนอื่น ๆ และพี่จินนี่ด้วยนะคะ อ่านทุกความคิดเห็นแล้วอยากตอบจังเลยอ่า... ^_^



Superman (Its Not Easy) - Five for Fighting
 


คิทชา
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย คิทชา   เมื่อ: 2009-04-22 13:16:42
เข้าใจดึงความน่ารัก ในคำสนทนาของเด็กๆ มานำเสนอนะครับ
เด็กส่วนใหญ่ มักจะพูดให้ผู้ใหญ่ต้องตีความเสมอ ๕๕+

ส่วนนางเอก สงสัยว่าคงต้องหยุดเขียนนิยายไว้ชั่วคราว แล้วหันมารักเด็กมั่กๆ แทนดีมั้ย?
 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-04-22 16:50:17
เขียนเยอะดีค่ะพี่นก แต่ว่ากลมกลืนดี...อ่านไม่เบื่อนะคะ ^^


เลยได้รู้ว่าชายกลางคน...เงียบขรึม...แต่ว่าอ่อนโยน..คือคนที่อยู่ในใจพี่นกยามนึกถึงพระเอกสักคนค่ะ...


^^
 


saranya_นก
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย saranya_นก   เมื่อ: 2009-04-22 17:09:59
สวัสดีค่ะ


พี่หน่อย - ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมค่ะ แล้วจะเข้าไปทักทายพี่หน่อยเสมอนะคะ ^_^


น้องต้นข้าว - พระเอกนิยายชีวิตเรื่องใหม่ดูเหมือนจะหาได้นะคะ แต่พระเอกนิยายวิทยาศาสตร์ต่างหากที่ยังหาไม่ได้ เคยดูหนังและอ่านหนังสือของคุณปราบดา หยุ่น เรื่องรักน้อยนิดมหาศาลมานาน 4 ปีได้แล้วมังคะ จนจำไม่ได้แล้ว แหะ... คือสมองบางส่วนพี่ค่อนข้างความจำเสื่อม แต่ก็ขอบคุณที่น้องต้นข้าวบอกว่าให้ความรู้สึกแบบนั้นนะคะ เพราะพี่เองก็ให้นิยามความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกัน ^_^


น้องหนุ่มช่างสงสัย - ฟังจากเนื้อเพลงท่าทางจะดีนะจ้ะ มามะ มามะ ยายข้างบ้านน้ำมนต์ฝากมาบอก... ^_^


น้องชริ - ดีจังค่ะที่ที่นี่มีนักเขียนมีฝีมือมาช่วยดูแลเรื่องการเขียนให้ ความจริงพี่ก็เขียนมาเยอะแล้ว ไม่เคยมีแนวทางของตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรียบง่ายและธรรมดาสามัญที่สุดที่เคยเขียนมา พี่ว่าน้องชริชอบแนวเรื่องแบบนี้นะ แบบอารมณ์พีค ๆ หรือมีอะไรประหลาด ๆ ที่พี่เขียนน้องจะไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไร ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำแนะนำมากค่ะ เป็นประโยชน์กับพี่ในการเขียนต่อ ๆ ไปค่ะ แล้วพี่จะกลับไปตอบกระทู้เก่านะคะ ^_^


น้องพุ่มฮัก - หายไปนานเลยนะจ้ะ คิดถึ้ง... คิดถึง... พล็อตแบบที่น้องว่ามาพี่ไม่ค่อยถนัดล่ะ แต่ก็อยากให้ตัวพระเอกเป็นตัวดำเนินเรื่อง บอกเล่าความรู้สึกบ้างเหมือนกัน ให้เจอกรณีทั้งสองแบบที่น้องบอกเลยก็ได้ น้องพอจะเขียนแทนพี่ได้ไหมล่ะ เอ...แต่พี่ก็กลัวว่า...น้องพุ่มฮักจะเขียนออกมาแบบ...มีแต่ได้กับได้อะไรอย่างนี้น่ะซี จริงมะ! ^_^


น้องหัวใจสีส้ม - พี่ว่าน้องสับสนชื่อตัวละครนิดหน่อยจ้ะ ชมพูคือเด็กที่ครอบครัวอบอุ่นดี เพียงแต่แม่ไปทำงานนอกบ้านทุกเช้า แต่น้ำมนต์นี่คุณแม่ทิ้งไปค่ะ ส่วนบุคลิกตัวละครนั้น เรื่องนี้พี่ไม่ได้เขียนกำกับไว้ เพราะอยากให้คนอ่านนึกบุคลิกของตัวเองในใจ ของน้องอิงก็ตามสบายเลยจ้ะ ส่วนในใจพี่นั้น...นางเอกจะเซอร์ ๆ จ้ะ เพราะต้องเลี้ยงหลานหัวยุ่งทั้งวัน ก็จะประมาณรวบผมมวยขึ้นไปลวก ๆ เผยใบหน้าขาวสะอาดหมดจด ใส่แว่นตากลม ๆ ขอบสีดำบาง ๆ ส่วนพระเอกเวลาทำงานก็เหมือนคนทำงานส่วนใหญ่คือ ใส่เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสแล็ค กลับมาบ้านก็นุ่งกางเกงขาสั้นเสื้อยืดโทรม ๆ ดูเป็นคนธรรมดา ๆ เรื่องนี้พยายามเขียนในมุมธรรมดาของโลกมุมหนึ่งค่ะ ^_^


พี่จินนี่ - ขอบคุณมากค่ะเรื่องบทเพลง และคำนิยม เอ...ไม่รู้พระเอกที่ยังหาไม่เจอที่พี่จินนี่บอกนี่จะเป็นพระเอกในนิยายวิทยาศาสตร์หรือเปล่า แต่อยากจะบอกว่า...เรื่องการตามหานักวิทยาศาสตร์ระดับชั้นยอดเพื่อป้องกันประเทศนี้ เป็นโปรเจคท์ของสหราชอาณาจักร คือมันเป็นเรื่องจริงที่ได้อ่านเจอจากข่าวน่ะค่ะ ก็เลยนึกสนุกนำมาเขียน ตอนแรกกะว่าจะอีเมลล์ไปบอกเพื่อนที่อเมริกาให้ลองสมัครไป แต่มาคิดดูคงอุ้ยอ้ายน่าดูเวลาทำงาน หุ หุ Superman is not easy จริง ๆ ^_^


น้องคิทชา - บทสนทนาของเด็กบางครั้งเป็นแบบนี้ล่ะจ้ะ เล่นเอาอึ้งแล้วอยากจะมุดดินหนีไปเลย คิดได้ไงเนี่ย แหม...น้องคิทชาช่วยเขียนซะด้วยนะ ถ้านางเอกหยุดเขียนนิยายมีสิทธิอดตายนะจ้ะในภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแบบนี้ -_-' แต่ถ้าหันมารักกับเด็กโข่งละก็ อีกเรื่องหนึ่งนะ อิ อิ ^_^




ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ให้คำแนะนำ และแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ น่ารักและประทับใจค่ะ...
 


saranya_นก
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย saranya_นก   เมื่อ: 2009-04-22 17:14:47
สวัสดีจ้ะน้องเจ้าหญิง


อืม...คงจะใช่สำหรับพระเอกเรื่องสั้นเนาะ ก็เป็นบุคลิกที่น่ารักดูอบอุ่นดีค่ะ อ้าว...แล้วน้องเจ้าหญิงไม่มีบุคลิกพระเอกในใจเหมือนน้องหมอนอิงเหรอ... ^_^



ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและทักทายกันค่ะ อุ้ยแหม...เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ แต่ก็แรงนะจ้ะ ^ ^
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-22 17:53:00
. ."


นั่นงัย...โดน บก จับได้เลย ว่า "ปลาทอง"
แหะๆ

นั่นแหละๆค่ะพี่นก 555++
แต่นางเอกเซอร์เหรอเนี่ย ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา

อิอิ (ยังคงอยากให้เป็นหนุ่มเซอร์ เหอะๆ)

^___^
 


(...)
ความเห็นที่ 14

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2009-04-22 19:23:44
แปะไว้ก่อน ยาวเกินหนึ่งคืบ ค่อยอ่านพรุ่งนี้ อิอิ
 


saranya_นก
ความเห็นที่ 15

 
  ตอบโดย saranya_นก   เมื่อ: 2009-04-22 21:49:21
สวัสดีจ้ะ


น้องหมอนอิง - นอกจากเราจะโก๊ะเหมือนกันแล้ว ยังจะปลาทองเหมือนกันอีกหรือนี่ -_-' เรื่องพระเอก นางเอกของเรื่องนี้ ความจริงจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับคนอ่านจินตนาการนะคะ เห็นน้องยัดเยียดบทนางเอกมาให้พี่ พี่เลยขอแสดงตัว เอ้ย! เลยต้องเอานางเอกมาแสดงตัวสักหน่อยน่ะ ^_^


หมีกริซลีย์ - โดยส่วนตัวแล้วความยาว 1 คืนนี้ฉันถือว่าเป็นย่อความนะคะ ฮะ ฮะ นี่มันเรื่องสั้นเลยต้องยาวกันหน่อยนะ แต่ในเชิงปริมาณแล้วก็ถือว่าไม่ผ่านเมื่อเทียบกับเรื่องสั้นในหนังสือรวมเรื่องสั้นน่ะนะ หมีจะอ่านเมื่อไหร่ก็ตามใจเหอะ กระทู้คงไม่เลวร้ายจนถูกลบหรอกนะ เอ...แต่ตอนนี้กำลังพยายามเขียนให้ยาวกว่านี้อยู่ แกล้งคนอ่าน ^ ^



ขอบคุณที่อุตส่าห์เข้ามาฝากข้อความไว้กันนะคะ...
 


ธีร
ความเห็นที่ 16

 
  ตอบโดย ธีร   เมื่อ: 2009-04-22 22:06:09
สวัสดีครับคุณนก เรื่องนี้ขอแปะไว้ก่อนแบบคุณสามจุดครับ
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือเลย รวมทั้งหนังสือที่ได้มาจากคุณนกด้วย

เข้ามาทักทายครับ
 


saranya_นก
ความเห็นที่ 17

 
  ตอบโดย saranya_นก   เมื่อ: 2009-04-22 22:27:58
สวัสดีค่ะคุณธีร

รู้สึกว่าช่วงนี้จะมีงานสถาปนิก'52 ใช่ไหมคะ สถาปนิกเลยงานเข้ากันยกใหญ่ อิ อิ ล้อเล่นนะคะ

หนังสือ ' มือนั้นสีขาว ' ที่คุณจับฉลากได้ไปนั้น ฉันจำได้ว่าฉันอ่านตอนไปรอคุณพ่อเข้าพบหมอ อ่านแบบว่ารวดเดียวจบ เพราะว่ารอหมอนานมาก 70-80 คิวใน 1 คืน คิดถูกแล้วที่ติดหนังสือเล่มนั้นไปด้วย ^_^


ถ้าคุณมีเวลาว่าง ๆ เช่น เวลาอยู่บนรถ แต่...คุณคงขับรถล่ะสิ ฉะนั้นสงสัยคุณจะหาเวลาว่างยากจริง ๆ

แต่หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือที่ดีทีเดียวค่ะ ถ้ามีโอกาสก็ลองอ่านทีละบท ก็จะรู้สึกถึงความหมายและคุณค่าเหล่านั้นนะคะ



ส่วนเรื่องสั้นเรื่องนี้น่ะเด็ก ๆ ค่ะ อ่านเมื่อไหร่ก็ได้ตามสบาย ^_^
 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 18

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-04-23 00:26:43
เราเขียนแรงไปเหรอคะพี่นก...งั้นขออภัยณีด้วยนะคะ...ไม่เจตนาค่ะพี่ ^^



ว่าแต่ประโยคใหนเอ่ย...ไม่ตั้งใจจริงๆนะคะ
 


สาวโคโยตี้ นุ่งสั้น
ความเห็นที่ 19

 
  ตอบโดย สาวโคโยตี้ นุ่งสั้น   เมื่อ: 2009-04-23 02:52:25
อุ อุ แรงๆ แรงๆ .........
 


ชายชมจันทร์
ความเห็นที่ 20

 
  ตอบโดย ชายชมจันทร์   เมื่อ: 2009-04-23 03:32:17
เขียนได้น่ารักดีครับ

ชอบ

สบายดีไหมครับท่านนก

ด้วยมิตรไมตรี...
 


saranya_นก
ความเห็นที่ 21

 
  ตอบโดย saranya_นก   เมื่อ: 2009-04-23 10:11:45
สวัสดีค่ะ


น้องเจ้าหญิง - แหม...จริง ๆ ไม่อยากบอกตรง ๆ เลย เพราะตรงนั้นเป็นข้อความกำกวม ฮะ ฮะ แต่อยากจะบอกว่าที่ว่าแรงน่ะ ไม่ได้ในเชิงลบนะจ้ะ แต่ในเชิงบวก แบบว่า...กระซิบ ๆ นะ โดนใจอย่างแรงน่ะจ้ะ อุ้ย! เขิลล์...


คุณโคโยตี้นุ่งสั้น - ถ้ารู้สึกอ่อนไหวกับอารมณ์ของเรื่องก็ได้ตามสบายนะคะ ปกปิดไว้แต่ก็พอรู้นะ แหม...ใคร ๆ ก็เกิดอารมณ์อ่อนไหวได้เนาะ ^_^


คุณชายชมจันทร์ - อ้อ...มีอารมณ์รักเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 กับเขาด้วยเหรอคะ ส่วนตัวฉันก็สบายดีเพราะทำใจให้มีความสุขได้เองนะคะ เหตุการณ์ในบ้านเมืองมีแต่ความเครียด เราต้องทำตัวเป็นประชากรที่มีสุขภาพกายและจิตที่ดีเพื่อประเทศของเราเองค่ะ หวังว่าคุณชาย ฯ คงสบายดีเช่นกันนะคะ แล้วส่งภาพมาอัพเดตชีวิตประจำวันบ้างน้า...




ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน แสดงความคิดเห็นและทักทายกันนะคะ ^_^
 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 22

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-04-23 16:21:46
^____^
 


น็อต
ความเห็นที่ 23

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-04-26 17:23:11
อ่านแล้ว
หัวใจยิ้มเลย

อีกนิดพี่นก เขยิบอีกนิด นิดเดียว เอง อิอิ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 24

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-26 21:05:40
สวัสดีจ้ะน้องน๊อต

ดีใจที่ทำให้หัวใจน๊อตยิ้มได้ ^_^

แล้วจะให้พี่เขยิบไปไหนล่ะเนี่ย เขยิบการเขียนให้มันดีกว่านี้อีกนิดใช่ปะ -_-'

อยากเขียนเรื่องนี้ให้เป็นซิทคอมนะ แต่ติดอยู่ตรงมุขนี่ล่ะ ไม่ใช่คิดกันง่าย ๆ น่ะสิ ฮ่า ฮ่า...


ไว้ว่าง ๆ อาจลองดูสักตั้ง!!




ขอบคุณน๊อตนะจ้ะที่ตกหน้าไปไกลแล้วยังอุตส่าห์เข้ามาอ่านและเม้นท์ด้วยอะ Thank you so much ja...aaaa ^_^
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   af65a1e9
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)