ผู้เขียน  หัวข้อ: บนฟ้าไม่ได้มีดาวดวงเดียว
กีรติ

บนฟ้าไม่ได้มีดาวดวงเดียว
 เมื่อ: 2009-04-22 22:50:02 


ความเปลี่ยนแปลงนั้นมักเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ เป็นเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลาจนดูเหมือนว่ามันได้กลายเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุดของโลกไปแล้ว บางสิ่งมีชีวิตก็รับมือกับกับความแปรเปลี่ยนเหล่านั้นได้ และมีไม่น้อยที่ยอมคุกเข่าให้กับความรู้สึกสูญเสีย พวกเขาต่างยึดยื้ออยู่กับความหลังที่ฝังรากลึกจนยากจะถอนตัว
สำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเองกำลังเป็นพลเมืองของความขัดแย้ง และโลกกำลังสอนความแน่นอนหนึ่งเดียวในโลกนี้แก่เธอ
สำหรับการเปิดเทอมวันแรก ด.ญ.นิรมลจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนใหม่มากเอาการ เธอมองทุกอย่างแปลกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นทางเดินในโรงเรียน ต้นไม้ และผู้คน แม่บอกกับเธอว่าการเดินไปโรงเรียนเองเป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันแรกเลย เธอออกจากบ้านแต่เช้า เดินลัดเลาะสวนไปกับพี่ชาย แม่เดินออกมามองที่หน้าต่าง นิรมลมองเห็นแม่ยืนนิ่งจนลับสายตาไป
“ทำไมแม่ไม่ไปส่งเราที่โรงเรียน” นิรมลถามพี่ชาย
“แม่ต้องทำงานนะ” พี่ชายหันมาตอบเพียงสั้นๆ
นิรมลกับพี่ชายอายุห่างกันปีกว่า เรียนต่างกัน 2 ชั้น นิรมลเรียนอยู่ชั้น ป. 3 ส่วนพี่ชายอยู่ ป.5 ในโรงเรียนวัดที่มีชื่อว่า “วัดสีสุก”
โรงเรียนอยู่บนพื้นที่เดียวกับวัด โรงเรียนและวัดก็มีชื่อเดียวกัน มีถนนตัดแยกระหว่างวัดและโรงเรียน ที่ถนนมีแม่ค้า พ่อค้ามาขายของด้วย ของที่เอามาขายก็น่าซื้อทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ดินสอลายการ์ตูน ยางลบแบบเก๋ๆ หรือของใช้จำพวกผ้าเช็ดหน้า สมุดสีลูกกวาด ของแบบนี้นิรมลเองก็อยากได้แต่เธอต้องข่มใจไว้ กำเงินในกระเป๋าเสื้อที่มีน้อยนิดเดินเข้าโรงเรียน

สองพี่น้องแยกทางกันตรงสนามของโรงเรียนและจากนี้จนถึงเวลากลับบ้าน จึงจะได้พบกันใหม่ ในกระเป๋าเป้ตุงๆของนิรมลมีหนังสือและเครื่องเขียนที่ได้รับบริจาคมาจากคนใจดีแถวๆบ้าน เขาให้ทั้งหนังสือและดินสอกด เธอรู้ว่ามันต้องมีราคาแพงแน่ๆ แม่บอกว่าอย่าทำหายเพราะแม่คงไม่ซื้อให้เป็นแน่

ชั่วโมงเรียนผ่านเข้ามาหลังเข้าแถวเคารพธงชาติ โชคดีที่ครั้งแรกของการเข้าแถวไม่ต้องลงไปตากแดดที่สนาม โดยให้ยืนหน้าห้องของตัวเอง นิรมลเป็นนักเรียนของห้อง ป.3/5 มีข่าวแว่วจากคนละแวกบ้านบอกกันว่าห้องนี้มีแต่นักเรียนเก่งๆ

“แกชื่ออะไร” มีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเข้ามาทักทาย
“ฉันชื่อ นิรมล” เธอตอบห้วนสั้นและสีหน้าเรียบเฉย

“แกเป็นเด็กใหม่นี่ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย ทำไมถึงมาเรียนที่นี่ เออลืมบอก ฉันชื่อ ชานนท์นะ” เพื่อนใหม่ผู้มีรอยยิ้มสวยแนะนำตัวเองและพานิรมลมานั่งที่โต๊ะว่างในห้อง

“ก็โรงเรียนเก่ามันไกล ไปลำบาก”
“เรียนมาได้ตั้ง ป.2 ทำไมเพิ่งย้าย แกมานั่งกับฉันไหม” ชานนท์เชื้อเชิญและนิรมลก็ไม่ปฏิเสธ

วิชาแรกเป็นวิชา สปช. (สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) ครูประจำชั้นสั่งให้ทุกคนหยิบสมุดขึ้นมาจดในสิ่งที่ครูบอก และคำพูดที่ออกมาจากครูประจำชั้นเป็นสิ่งที่นิรมลไม่เคยรู้มาก่อนเลย

“วันสำคัญในพระพุทธศาสนา” คุณครูยกกระดาษปึกหนึ่งขึ้นและอ่านข้อความในนั้น เว้นจังหวะและถามนักเรียนที่ขะมักเขม้นจดอยู่เป็นระยะๆ

“แก..มียางลบไหม” ชานนท์ถามกระซิบ
นิรมลยื่นให้โดยดี เมื่อมองไปยังสมุดของชานนท์ก็พบว่าสมุดที่ไปด้วยคราบเขรอะนั้นมีลายมืออ่านยากปรากฏอยู่
“ทำไมใช้ดินสอสีเข้มจัง เธอเอาดินสออะไรมาเขียนเหรอ” นิรมลถามด้วยความสงสัย

“จะบอกอะไรให้ นี่คือดินสอวาดรูป ฉันเอามาจากพ่อ พ่อของฉันเขาวาดรูปเก่งและมีดินสอแบบนี้เยอะเลย แกชอบไหมล่ะ” ชานนท์มีท่าทีสนใจ
“ไม่ล่ะ ฉันแค่คิดว่ามันทำให้สมุดของเธอสกปรก”

“ชานนท์ นิรมล คุยอะไรกัน ในเวลาเรียนห้ามคุยกันนะ” ครูสาวลดระดับปึกกระดาษลงพร้อมกับตำหนิพอเป็นพิธี
ทั้งสองยิ้มให้กันแล้วก้มหน้าเขียนต่อไป

“มีวิธีจำง่ายๆมาบอก สำหรับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีหลายวัน และต้องจำด้วยว่ามันอยู่วันเพ็ญเดือนอะไร เอาสูตรการจำของครูไปท้องกันนะ มา3 วิ6 อา8 ก็คือวันมาฆบูชา คือวันเพ็ญเดือนสาม วันวิสาขบูชาคือวันเพ็ญเดือนหก และวันอาสาฬหบูชาคือวันเพ็ญเดือนแปด จำได้กันหรือยัง” ครูสาวเผยสูตรการจำให้กับนักเรียน

“มาสาย วิหค อาแป๊ะ” ชานนท์พูกแกมหัวเราะ
“เฮ้ย..ทำไมเธอเอาวันสำคัญๆแบบนี้มาล้อล่ะ” นิรมลหันควับตำหนิเพื่อนทันที

“นี่แก เครื่องมือช่วยจำนะ เอาอะไรมาก เวลาตอบครูจริงๆก็ไม่ได้เอามาล้อสักหน่อย แหมทำเป็นเคร่ง”
นิรมลมองหน้าอึ้ง เพราะเธอเองก็จำสูตรเดียวกับชานนท์เข้าให้แล้ว
“นิรมล ไหนตอบครูสิว่าวันมาฆบูชาตรงกับวันเพ็ญเดือนอะไร” ครูสาวเริ่มทดสอบ
“ตรงกับวันเพ็ญเดือนสามค่ะ”

“ดีมาก อ่ะ เพื่อนที่นั่งข้างๆ ชานนท์ลุกขึ้น ตอบครูสิว่าวันเพ็ญเดือนแปด เป็นวันอะไร”
“เดือนแปด อาแป๊ะ อ๋อ วันอาสาฬหบูชาครับผม” ชานนท์พึงพำก่อนตอบอย่างมั่นใจ

“เก่ง ถือว่าใช้ได้ นี่ขนาดคุยกันในห้องเรียนนะ ถ้าจะให้ดีก็อย่ามาส่งเสียงรบกวนเพื่อนๆคนอื่น ถึงจะเรียนรู้เรื่องแต่ก็ไม่ควรทำ เข้าใจไหม”
“ค่ะ”
“ครับ”

วันแรกของการเรียน ไม่มีอะไรมากไปกว่าการช่วยกันจัดโต๊ะ และท่องวันสำคัญต่างๆจนขึ้นใจ กิจกรรมตามอัธยาศัยของแต่ละคนก็เริ่มขึ้นหลังอาหารกลางวัน ชานนท์หยิบกระดาษขึ้นมาวาดรูป เพื่อนๆคนอื่นๆก็วาดรูป และบางคนก็ใช้กระดานดำวาดด้วยชอล์ค

“วาดรูปสวยนี่ ฉันก็วาดเป็น” นิรมลออกตัว
“วาดเป็นก็วาดสิ” ชานนท์ก้มหน้าก้มตาวาด มันเป็นรูปช้างในป่า
“ฉันไม่มีกระดาษวาดเขียนหรอกนะ” นิรมลนั่งมองชานนท์ที่กำลังวาดช้างเพิ่มอีกตัว
ชานนท์หยุดวาดและพูดเบากับเธอว่า “กระดาษสมุดไง โง่ไปได้ ฉีกหน้ากลางออกมาก็ได้กระดาษใหญ่ๆแล้ว เอาสิ ฉีกเลย ดูคนอื่นๆสิเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น”

แต่ก็ไม่ทั้งนั้นอย่างที่ชานนท์บอก เพราะบางคนก็หันเหกิจกรรมวาดรูปมาเป็นพับจรวดร่อน
“ฉันเสียดาย”
“โอ๊ย..เอานี่เอาไป ให้แผ่นนึง มาวาดรูปแข่งกันไหมล่ะ” ชานนท์ฉีกกระดาษสมุดของตัวเองให้นิรมลหนึ่งคู่
“แข่ง แข่งยังไง” นิรมลรับกระดาษมากางบนโต๊ะที่รองด้วยหนังสือ หนาๆหนึ่งเล่ม
“วาดรูปไอ้ตือแข่งกัน ให้ไอ้ตือมันเลือกว่าจะเอารูปที่ใครวาดเท่านี้ก็รู้ผลแพ้ชนะแล้ว ไง ตกลงไหมล่ะ” ชานนท์มีแววตาซุกซนขึ้นแล้ว

ยังไม่ทันจะตกลงดี ชานนท์ดึงแขนเสื้อเพื่อนร่างอวบมาคนหนึ่ง หลังแนะนำว่านี่คือ ตือเพื่อนร่วมห้องที่ได้เลื่อนชั้นเดียวกันกับชานนท์เมื่อชั้น ป.2 ตือตกลงที่จะนั่งเป็นแบบให้

“ฉันชื่อนิรมล ขอวาดรูปเธอหน่อยนะ” นิรมลไม่วายมีมารยาทเสียก่อน ด้วยความที่เป็นนักเรียนมาใหม่

“เอาเลยๆ จะได้รู้ว่าวาดเก่งแค่ไหน บอกไว้ก่อนนะว่าวาดไม่ดีโดนแน่” นายแบบเริ่มขู่แกมยั่วให้ขำ แต่นิรมลกลับคิดจริงจัง เธอกังวลแต่ก็เริ่มต้นวาดแต่โดยดี

เวลาผ่านไปยี่สิบนาที จวนเจียนจะหมดเวลาพัก นายแบบขอร้องให้หยุดวาดได้แล้วเพราะต้องการไปห้องน้ำ แต่ทั้งชานนท์และนิรมลยังตั้งหน้าตั้งตาวาดต่อไป จนอีกห้านาทีก่อนเข้าเรียนวิชาต่อไป ชานนท์ชูกระดาษและบอกว่าเสร็จแล้ว เขาชะโงกหน้าดูสิ่งที่นิรมลวาด จากนั้นก็ปล่อยขำออกมาดังลั่น

“ไอ้ตือๆ แกมาดูดิ หน้าแกมันเหมือนหัวหมูไหว้เจ้าเลย” ชานนท์พูดไปหัวเราะไป
“เฮ้ย ไอ้เด็กใหม่ แกวาดอะไรของแกวะ ไหนเอามาดูสิ” นายแบบกระชากกระดาษขึ้นมาดูเขากำกระดาษแน่นและปาทิ้งไปที่กระดานดำ
“ด่ากันเหรอ ด่าว่าเป็นหมูใช่ไหม”
“ปะ ปะป่าวนะ ก็วาดตามแบบ ไม่ได้ว่าอะไรเธอเลย” นิรมลเริ่มไม่สนุกด้วยแล้ว
“ก็ทีไอ้นนท์มันยังวาดออกมาเหมือนเลย ดูสิมันวาดออกมาเหมือนเปี๊ยบถ้ารู้ว่าไม่มีฝีมือไม่ต้องไปท้าแข่งกับใครเลย **เอ๊ย” ความโกรธทำให้เพื่อนๆในห้องยิ่งมามุงดูกันใหญ่ แต่ว่าภาพเจ้าปัญหานั้นกลับไปอยู่ในมือของครูประจำชั้นเสียแล้ว

“เอ้าๆ ทำอะไรกัน วิ่งเล่นเป็นลิงเป็นค่าง นี่กระดาษพ่อแม่เธอพิมพ์กันเองหรือไงฉีกทิ้งฉีกขว้าง คอยดูมีเขียนไม่ถึงเทอมจะถูกตี แล้วนี่ขยะของใครมาเก็บไปทิ้งหลังห้องเดี๋ยวนี้” ครูสาวเน้นเสียงดุมากขึ้นเมื่อเห็นขยะจรวดเกลื่อนพื้นไปหมด
“นั่นไม่ใช่ขยะนะ” นิรมลแย้ง

“แล้วมันคืออะไร” ครูประจำชั้นคลีออกดูจึงพบว่านี่คือรูปวาดของนักเรียนคนหนึ่งในห้องเรียน
“เด็กชายกำธร แซ่ตั้ง นี่รูปของเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“เฮ้ย ครูดูออก มันแปลว่าไอ้เด็กใหม่มันวาดเหมือนหนะสิ” เสียงเพื่อนในห้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“เออว่ะ จริงๆ นี่มันวาดขั้นเทพเลยนะ” เสียงสนับสนุนทำให้นิรมลเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง

“ผมไม่ได้วาด นิรมลวาด” นายแบบพุดเสียงขุ่น
“นิรมล แล้วภาพวาดของเธอมาอยู่ที่พื้นนี่ได้ยังไง เอาไป ทีหลังอย่าทิ้งขยะในห้องอีก และบอกไว้ก่อนนะว่า ห้ามฉีกสมุดมาขีดเขียนเล่น” ครูส่งกระดาษคืนศิลปิน เธอรีดจนเรียบและเก็บใส่กระเป๋าอย่างเดิม

“วันหลังฉันไม่แข่งกับเธอแล้ว ฉันวาดรูปไม่สวย วาดเพื่อนออกมาเป็นหมู” นิรมลกระซิบกับชานนท์หลังรับผลความพ่ายแพ้ของตัวเอง
“แกน่ะ วาดดี ไอ้ตือมันอ้วนเป็นหมู แกจะวาดให้มันเป็นยีราฟได้ยังไงล่ะ อีกอย่างครูยังดูออกเลยนี่ไหนเอามาดูอีกทีสิ ฉันขอเอาไปให้พ่อดูได้ไหม พ่อฉันเป็นครูสอนศิลปะนะเขาดูเป็นเผื่อมีอะไรมาบอกเธอไง” ชานนท์เกลี่ยกล่อม

“ก็ได้”
“อ๋อๆรู้ความลับแล้ว นี่แกเล่นเขียนชื่อลงไปที่ภาพนี่หว่า มิน่าทำไมครูดูออก ฮะฮ่า ฮาดีๆ” ชานนท์ดูภาพนั้นอีกครั้งและพบถึงความละเอียดของนิรมลเข้าอย่างจัง
“แล้วตกลงมันสวยไหมล่ะ”
“ไม่ล่ะเทียบของฉันไม่ติดเลย ยังต้องฝึกอีกเยอะ” ชานนท์พูดกลั้วหัวเราะ
“เห็นไหมล่ะ ก็บอกแล้ว...วันหลังไม่แข่งแล้ว”
“ติแค่นี้ก็ไม่ได้ ศิลปินเขาไม่ขี้แงหรอกนะ”

ครูประจำชั้นสั่งให้หยิบสมุดขึ้นมาจดความรู้ต่อจากช่วงเช้า การเรียนวันแรกของเธอไม่น่ารื่นรมย์ในช่วงบ่าย สาเหตุมาจากการวาดภาพนายแบบร่างอวบคนนั้น แทนที่จะเป็นที่ยอมรับกลายเป็นตัวตลกของห้องไปเสียได้ นิรมลปาดน้ำตาแล้วหมอบลงกับโต๊ะรอว่าครูจะให้จดอะไรต่อ

“ในระบบสุริยจักรวาล มีดาวบริวารทั้งหมด 9 ดวง” ครูเว้นจังหวะให้นักเรียนจด หลังจากกล่าวซ้ำสองครั้ง จึงเริ่มให้จดข้อความใหม่
“ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร....ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส...ดาวเนปจูนและพลูโต ทันไหม จะให้ทวนอีกไหม” ครูประจำชั้นทวนซ้ำใหม่อีกครั้ง

“ครูครับ แล้วดวงอาทิตย์ล่ะ เป็นดาวหรือเปล่า” ชานนท์ยกมือถาม
“เป็นสิ เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง เรียกว่าดาวฤกษ์ ส่วนดาวบริวารที่ครูบอกทั้งหมดเป็นดาวเคราะห์ ต้องรับแสงจากดวงอาทิตย์” คำอธิบายทำเอานักเรียนในห้อง ป.3/5 นั่งนิ่งตั้งใจเรียน เรื่องรอบตัวที่พวกเขารู้เป็นครั้งแรก

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะว่าดาวดวงไหนเป็นดาวเคราะห์ ดาวดวงไหนเป็นดาวฤกษ์ล่ะคะ” เสียงนิ่มเล็กของเด็กเรียนหน้าห้องทำให้ทุกคนฮือฮา
“ดวงที่กระพริบแสง คือดาวที่มีแสดงสว่างในตัวเองเป็นดาวฤกษ์ ส่วนดวงที่สว่างนิ่งนั่นแหละดาวเคราะห์ คืนนี้ไปสำรวจกันเอาเองนะ”

“ไง แกอยากเป็นดาวดวงไหน” ชานนท์ถามนิรมล ซึ่งกำลังนั่งเหม่อกับสิ่งที่เห็นบนกระดารดำ ครูจำลองระบบสุริยจักรวาลและวาดรูปดวงดาวที่เป็นบริวารทีละดวง
“พลูโต มันเล็กดี” นิรมลตอบพียงสั้นๆ

“ไม่ถามฉันบ้างหรือไง ฉันตอบให้ก็ได้ ฉันอยากเป็นดวงอาทิตย์ เจ๋งที่สุดเลยล่ะ” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วกลั้นขำ กับความเพ้อฝันในชั่วโมงเรียน

ค่ำนั้น นิรมลแหวนหน้ามองฟ้าคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในรอบวัน อะไรที่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด เสียงหัวเราะและการไม่ยอมรับ เธอเสียดายที่ให้ภาพวาดนั้นกับชานนท์ไป เธอควรเก็บมันซุกไว้ไม่ต้องให้ใครได้เห็นอีก

“แม่จ๋า ทำไมดาวบนฟ้ามีเยอะจัง” เธอถามแม่ซึ่งกำลังนั่งเย็บงอบอยู่ข้างๆ
“ก็ท้องฟ้าเป็นที่อยู่ของดวงดาว เหมือนโลกที่มีคนอยู่เยอะๆไงลูก ดาวก็เหมือนกัน แต่ดาวดีอยู่อย่าง ดาวทำให้เราได้เห็นว่า ในความมืดก็ยังมีจุดสว่างๆได้นะ”

“แม่อยากเป็นดาวดวงไหน”
“แหม ตอบยาก แต่ถ้าแม่อยากเป็น ขอเป็นพระจันทร์แล้วกันลูก”
“ทำไมแม่ไม่อยากเป็นดวงที่เจ๋งที่สุดอย่างดวงอาทิตย์” นิรมลลุกขึ้นนั่งรอคำตอบ
“ไม่เอาล่ะ เป็นดวงจันทร์ดีกว่า เย็นๆดี แม่ว่าลูกนอนดีกว่านะ นอนดึกตื่นเช้าไม่ดีหรอก”แม่พานิรมลเข้ามุ้งและยังคงนั่งเย็บงอบต่อไป

ภายในมุ้งของเธอ เธอได้พบกับดาวสีเหลืองสุกสว่าง ลอยวนเวียนในมุ้ง
“แม่นี่ตัวอะไรคะ” นิรมลตื่นเต้นไล่จับดาวดวงนั้น
“อ๋อ ทิ้งถ่วงหนะลูก อย่าไปจับมันนะ เดี๋ยวแม่เอาออกจากมุงให้” แม่เข้ามาจับมันออกนอกมุ้ง แล้วมันก็บินหนีเข้าไปนอกระเบียง

“แม่ ... วันนี้หนูวาดรูปแพ้เพื่อน” เธอสารภาพความในใจ
“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย คนเก่งไม่ได้มีคนเดียวในโลกนี่ลูก นอนได้แล้วนะ เดี๋ยวแม่เย็บอีกแถวเดียวก็จะมานอนกอดนะ หลับตาก่อนๆ ดูสิ พี่เขานอนหลับไปตั้งนานแล้ว”

แม่ออกจากมุ้งตั้งหน้าตั้งตาเย็บงอบต่อ เธอมองแม่ทำงานจนเพลินหลับไปพร้อมๆกับความคิดที่จะเป็นดาวที่กระพริบแสงให้ได้สักดวง.

2009-04-22 22:50:02/กีรติ

 


ท่านเจ้าคุณ
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ท่านเจ้าคุณ   เมื่อ: 2009-04-22 22:51:33
ยาวแต้ว่า
 


กีรติ
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-22 22:53:06
โธ่ นานๆปล่อยของที
ไม่ยาวเท่าไหร่หรอนะ
 


ท่านเจ้าคุณ
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย ท่านเจ้าคุณ   เมื่อ: 2009-04-22 22:55:25
ยาวแต้ว่า
 


ท่านเจ้าคุณ
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ท่านเจ้าคุณ   เมื่อ: 2009-04-22 22:58:33
เฮ้อ..บอร์ดนี้ ดีเลย์ขนาด ตอบกระทู้ครั้งเดียวออกสอง แถมห่างกันสี่นาทีครึ่ง

อย่างนี้เค้าเรียก ดับเบิ้ลพอยต์

(พิมพ์์ผึดขออภัย นึกไม่ออกจริงๆ)
 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2009-04-22 23:32:13
แหม...เจ้าชู้แต่เด็กเชียวนะมรึง เนผู้ชายเป็นไม่ได้ เค้าชวนมรึงนั่งเลยทันทีได้ไงวะ


ของอย่างนี้มันต้องมีลีลานิดนึงดิ...

อิอิ


ว่าแต่ มาสาย วิหค อาแป๊ะ ทำไมตอนเด็กๆ กรูไม่คิดสูตรจำอย่างนี้มั่งวะ
ไม่งั้นนะ วิชาพูทธศาสนาไม่มีตก ชัวร์

เหอๆ ^ ^
 


กีรติ
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 00:05:55
ใช้สอนลูกดิวะ ไปป์
 


UgLy PriNceSS
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย UgLy PriNceSS   เมื่อ: 2009-04-23 00:48:16
อ่านแล้วนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อน......นึกถึงสมุดสมัยก่อนที่ใช้เรียน.....สมุดปกอ่อนลายไทยที่มีตารางสูตรคูนด้านหลังค่ะ^^



เคยไปอ่านหัวข้อเก่าๆ คุณอ้อยดรออิ้งเฉียบมากเลยค่ะ...ฝีมือน่านิยมนะ ^^
 


กีรติ
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 08:18:17
เจ้าหญิงจ๋า
จำได้ว่า เคยบอกให้เรียกพี่หญิง
แต่อ้อยประเมินตัวเองว่าคงเรียกคนอื่นว่าพี่ยากเสียแล้ว เพราะตัวเองก็อายุไม่น้อย
เรียก หญิงเฉยๆพอไปได้ไหม

ที่หญิงเล่ามาก็เป็นอย่างนั้นล่ะ สมุดของโรงเรียนวัดก็จะมีลายไทยและสูตรคูณ มันราคามไม่แพงและก็เป็นที่นิยมด้วย

เรื่องนี้คัดมาจากชีวิตจริงช่วงหนึ่งของประถม วันนี้ก็จะเขียนอีก ไม่รู้จะเบื่ออ่านกันหรือเปล่า

ขอบคุณคุณคนอ่านมากเลย
แล้วมาอ่านกันใหม่นะคะ
 


หนุ่มช่างสงสัย
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย หนุ่มช่างสงสัย   เมื่อ: 2009-04-23 09:31:24
เหอ.เหอ...นึกถึงอดีตอ่ะ
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-04-23 12:06:43
อยากเป็นดาวศุกร์ ^_^

ดีจัง ที่ยังจำความหลังช่วงประถมได้
ส่วนพี่มักจำได้แต่เรื่องที่เล่นกับเพื่อน และทะเลาะกับเพื่อนมากกว่า

ส่วนเรื่องสั้นของพี่ที่อ้อยอยากอ่าน พี่ลองให้หลาย ๆ คนอ่านแล้วล่ะ
ปรากฎว่าคนอ่านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่ผ่านน่ะ
 


กีรติ
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 13:09:17
คุณหนุ่มช่าง
เราสามารถย้อนคามคิดไปได้ไกลถึงตอนอนุบาลเลยนะ
อิอิ

พี่ดาจ๋า
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ได้ดปรดมาให้อ้อยได้อ่านบ้าง
นะนะ
 


สันลมจอย
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย สันลมจอย   เมื่อ: 2009-04-23 13:28:53
อยากเป็นดาวมหา'ลัย

เจอคำผิดด้วย "กระดารดำ"
 


กีรติ
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 13:35:03
ว้าว ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ
เดี๋ยวไปแก้ต้นฉบับเลย
 


กีรติ
ความเห็นที่ 14

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 13:37:48
กระดานตรงไหนอ่ะ ... หาไม่เจออ่ะ
แต่ดันเจอคำอื่นแทน ตรงคำว่าพูด อิอิ
 


กีรติ
ความเห็นที่ 15

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 13:41:15
เย้ เจอแล้ว พระเจ้า พลาดได้ไงวะเนี่ย
ขอบคุณสายตาแหลมคมของคนอ่าน
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 16

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-23 15:32:46
สูตรอันนี้น่าเอาไปท่องมั่งนิ 55++

ท่องมา ท่องไป เป็นแฟนกันรึปล่าวง่ะ คาดว่าคนแต่ง เล่าไม่หมดนะนั่น
คุคุคุคุคุคุคุ ^___^

ไว้จะมาแต่งเรื่องเด็กๆให้อ่านมั่งดีก่า
พี่อ้อยแต่งเรื่องนี้น่ารักดีค่ะ
อ่านแล้วสดใสดี

อยากเป็นระบบสุริยจักรวาลง่ะพี่ เพราะมีบริวารเยอะแยะ
โฮะๆๆๆๆ
 


กีรติ
ความเห็นที่ 17

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 15:34:54
เฮ้ย ไม่ใช่คนไวไฟนะ
เพื่อนค่ะเพื่อน
เรื่องนี้ คนคิดสูตรนี้ คือดิฉันเอง

อิอิ
 


ชริ
ความเห็นที่ 18

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-23 16:17:26
เรื่องสมัยเด็กๆสามารถปรับมาใช่ กับชีวิตได้

จริงสินะ บนฟ้าไม่ได้มีดาวดวงเดียว

เขาว่ากันว่าดวงดาวทั่วพิภพมีมากกว่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกเสียอีก

ถ้าอย่างนั้นโอกาสของทุกคนมีได้เสมอเพราะดาวไม่ได้มีดวงเดียว

ชอบค่ะ
 


กีรติ
ความเห็นที่ 19

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 16:35:38
เรื่องนี้สอนใจอ้อยเองล่ะ
ไม่มีคนเก่งคนเดียวบนแผ้นดินนี้
คนเก่งมีอยู่ในทุกที่
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ ชริ
 


พีพี
ความเห็นที่ 20

 
  ตอบโดย พีพี   เมื่อ: 2009-04-23 16:41:18
น่ารักนะคะ

หน้าโรงเรียนจะมีลูกชิ้นกับไส้กรอกแดง ๆ ขายด้วย ไม้ละ 2 บาทหละ

^_^
 


กีรติ
ความเห็นที่ 21

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 16:49:20
ใช่ๆ รสชาติมันไม่ค่อยเวิร์คเลยเนาะ
แต่ก็กิน

คุณพีพีอยู่จังหวัดอะไรคะ
 


arada
ความเห็นที่ 22

 
  ตอบโดย arada   เมื่อ: 2009-04-23 17:33:58
น่ารัก
เหมือนจะมีตอนต่อไปเลยอ่ะค่ะ

ว่าแต่.....เจ้าชู้ตั้งแต่เด็กจริงๆเหรอคะเนี่ย
อิอิ


ปล.เหงาล่ะซี ตอบทุกความเห็นเลย
^_^
 


กีรติ
ความเห็นที่ 23

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 17:42:17
โอว ไม่ได้เจ้าชู้
ขี้อายจะตาย
จริงๆนะ ตอนเด็กๆมีเพื่อนน้อย

ก็อยากให้คนรักก็ต้องรักคนอืนก่อน
อยากให้คนมาอ่านงานกีรติก็ต้องอ่านงานคนอื่นด้วย
รวมทั้งตอบมันทุกคอมเม้นท์เลย

อิอิ
 


ท่านเจ้าคุณ
ความเห็นที่ 24

 
  ตอบโดย ท่านเจ้าคุณ   เมื่อ: 2009-04-23 21:16:59
ูู^^

อ่านอย่างเดียว โนคอมเม้นได้ไหมเนี่ย
 


กีรติ
ความเห็นที่ 25

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 21:19:06
เหอๆ
ได้สิ
 


ผ้าเช็ดหน้า
ความเห็นที่ 26

 
  ตอบโดย ผ้าเช็ดหน้า   เมื่อ: 2009-04-23 23:01:55
โหหหห
นั่งเฝ้าตอบตลอดเลยปะเนี่ยยยย หุหุ
ปรบมือ 20 ครั้ง สำหรับสูตร ^^

สมุดของผมหรือ ..มีแต่ตัวการ์ตูน
 


กีรติ
ความเห็นที่ 27

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 23:12:18
อิอิ เห็นใจคนแก่หน่อยเหอะ
หายหน้าไปก็บ่น
กลับมาไม่ดีใจกันหรือไง
แหมๆ

น้องนัทคะ
สมุดของเธอมีรายการบัญชีด้วยนะ พี่สาวจำได้
 


น็อต
ความเห็นที่ 28

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-04-28 21:05:58
ไม่ยอมแพ้เลยนะ ดญ นิรมล
หึหึ
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   ab9a5c
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)