ผู้เขียน  หัวข้อ: Title: กาลเวลาที่สูญหาย ความเดียวดายที่เงียบงัน
ยางมะตอยสีชมพู

Title: กาลเวลาที่สูญหาย ความเดียวดายที่เงียบงัน
 เมื่อ: 2009-04-22 23:48:56 




ผมค่อยๆ แกะจดหมายสีชมพูออก...

ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าซองจดหมายที่ถูกส่งมาจนถึงมือของผม ณ ขณะนี้นั้น เป็นการ์ดแต่งงาน ผมนึกในใจว่าคราวนี้เป็นทีของเพื่อนผมคนไหนอีกล่ะ ซึ่งผมจะไม่แปลกใจเลยเพราะในช่วงอายุของผมนั้นเหมาะสมกับการสร้างเนื้อสร้างตัว และเริ่มมีครอบครัวใช้ชีวิตคู่อย่างที่สุด หากแต่ผมแปลกใจ เมื่อภายในซองจดหมายนั้นเป็นการ์ดแต่งงานที่มีชื่อของเธอ...คนนั้นอยู่

และนี่เป็นครั้งที่สาม ที่ผมได้รับเชิญไปงานแต่งงานของเธอ


Title: กาลเวลาที่สูญหาย ความเดียวดายที่เงียบงัน


“รู้หรือยังว่ายัยอรแต่งงานใหม่อีกแล้ว” เสียงปลายสายเจื้อยแจ้วมา ด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนแปลกใจ ไม่ต่างกับที่ผมกำลังเกิดความระคนสงสัยในตอนนี้เท่าไรนัก
“รู้แล้ว...เพิ่งได้รับการ์ดวันนี้เหมือนกัน” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แกไม่ตกใจ?” ปลายสายถามกลับ
“อืม...จะว่าตกใจก็ตกใจอยู่ แต่ทำไงได้ นี่มันครั้งที่สามของเธอแล้วนี่หว่า”
“นั่นล่ะ สมควรที่จะตกใจ ไอ้ครั้งแรกที่ยัยอรมันแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บก็ตกใจพออยู่แล้ว พอมาแต่งงานครั้งที่สองก็ยังพอรับได้ เพราะสามีมันตาย แต่ครั้งนี้...”
“ทำไมเหรอ?” ผมถามหลังจากเสียงปลายสายเว้นคำพูดไว้เหมือนกำลังจะตัดสินใจว่าจะบอกผมดี หรือไม่บอกดี
“ไม่รู้สิ เห็นเค้าบอกกันว่า แฟนใหม่ยัยอรนอกจากงานการไม่ทำแล้ว ยังใช้ยัยอรอย่างกับเป็นขี้ข้า คิดดูขนาดยัยอรกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ ยังใช้ให้ยัยอรทำกับข้าว ซักผ้า ถูบ้าน ขนาดของที่อยู่บนชั้นสองมันยังขี้เกียจเดินขึ้นไปหยิบ ยังใช้ให้ยัยอรเดินขึ้นไปเอาให้เลย แถมเมาเหล้าหยำเปทั้งวัน ไม่รู้ว่ามันทิ้งคนเก่าที่แสนดี ที่ทั้งมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงในสังคม แถมยังรวยล้นฟ้าไปได้ยังไง” เสียงปลายสายร่ายยาวมาเป็นชุด
“เรื่องอย่างนี้ก็พูดยากว่ะแก...” ผมบอก
“นั่นสินะ ก็ดีแล้วล่ะ ที่แกถอนตัวจาก...”
“ว่าแต่แกมีเบอร์เธอไหม ฉันขอหน่อยสิ” ผมชิงพูดก่อนที่ปลายสายจะพูดพล่ามมากไปกว่านี้ ขณะที่ในใจคิดถึงเธอคนนั้นขึ้นมาทันที...



ผมนัดเจอกับเธอที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
ขณะที่ขาของผมกำลังจะพาตัวผมเข้าไปในสวนสาธารณะนั้น ในใจผมเกิดลังเลขึ้นมา

ใจหนึ่ง...ผมอยากจะเจอใจจะขาด
ขณะที่อีกใจหนึ่ง...ผมกลับอยากวิ่งหนีจากที่ตรงนั้นไปให้รู้แล้วรู้รอด

จนผมมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อเท้าทั้งสองข้างของผมหยุดนิ่งสงบลง ภาพเบื้องหน้าเป็นสระน้ำในสวน ที่มีผู้คน รวมถึงคู่รักมากมายกำลังพายเรือเล่นอยากสนุกสนาน เธอคนนั้นนั่งอยู่อย่างเงียบงันบนม้านั่งยาวสีน้ำตาลอ่อนภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาให้ความร่มรื่น ผมสืบเท้าเข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ

ผมคิดในใจ…

กี่ปีแล้วนะที่ผมไม่ได้พบเจอเธอ
กี่ปีแล้ว...ที่ผมไม่ได้พูดคุยกับเธอ
กี่ปีแล้ว...ที่ผมไม่เคยได้รับรู้ข่าวคราวความเป็นไปของเธอ
และกี่ปีแล้ว...ที่ผมมีโอกาสอยู่กับเธอสองต่อสองในสวนสาธารณะแห่งนี้
ภายใต้ร่มไม้แห่งนี้ และ...รวมถึงเก้าอี้ตัวนี้ด้วย

“เอ่อ...สวัสดีอร” ผมกล่าวทักทายหญิงสาวที่นั่งอยู่เบื้องหน้าผม

หญิงสาวคนนั้นหันหน้ามาหาผมอย่างช้าๆ ใบหน้าของเธอยังแลดูอ่อนเยาว์แม้ว่ามันจะถูกบดบังด้วยแว่นตากันแดดที่เธอสวมใส่อยู่ก็ตาม

“ไม่เจอกันนานเลยนะคะ...ริน”

เธอยิ้มทักทายผม พร้อมกับขยับตัวให้เกิดพื้นที่ว่างข้างเธอ ผมยิ้มให้เธออีกครั้งก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตรงที่ว่างนั้น ผมมองใบหน้าเธอด้วยระยะเพียงฝ่ามือขั้น เธอยังสวยเหมือนเดิม สังเกตุได้จากใบหน้าที่ขาวเกลี้ยงเกลา ไร้ริ้วรอยใดๆ ด้วยอายุขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าเธอคงไม่ได้ทิ้งขว้างร่างกายของเธอเป็นแน่ เธอดูแลรักษาร่างกายเธอมาเป็นอย่างดีตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

“อรดูไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” ผมบอกเธอด้วยความรู้สึกนั้นจริงๆ เธอไมได้เปลี่ยนไปเลย
เธอยิ้ม ก่อนบอกผมว่า “ขอบคุณนะ แต่ดูรินสิ...เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ”
“นั่นสิ” ผมยิ้มแหย พร้อมกับคลำหน้าท้องส่วนเกินของผมไปด้วย

“อรจะแต่งงานใหม่” ผมถามเธอ
“ใช่...ก็ตามที่การ์ดเชิญงานแต่งงานที่ส่งไปให้นั่นแหล่ะ”

“ทำไมก่อนหน้านี้ไม่ติดต่อมาบ้างเลย เบอร์โทรศัพท์ก็เปลี่ยน”
“อืม...หลายๆ อย่างน่ะ เหตุผลส่วนตัวด้วยมั้ง” เธอพูด ขณะเดียวกันเธอก็โน้มตัวไปข้างหน้าใช้หน้าขาเป็นรากฐานในการชันศอกขึ้น เท้าคาง สายตาจ้องมองออกไปเบื้องหน้า เพื่อมองดูกระแสน้ำที่ไหลเอื่อย

เธอยังเป็นหญิงสาวที่มากด้วยความลับและเข้าใจยากเช่นเดิม ผมรู้ดีว่าเธอไม่ชอบให้ใครมาตั้งคำถามกับเธอ กลับกันหากเธอพร้อมจะเล่า หรือระบายอะไรใดๆ ให้ใครคนอื่นฟัง เธอจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครถามซักคำ

เราสองคนยังนั่งเงียบอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน ไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของเราทั้งสองคน กระแสน้ำยังคงไหลเอื่อยอย่างไม่มีทีท่าว่าจะไหลเร็วขึ้น คู่รักมากมายยังคงพายเรือเล่นกันอย่างสนุกสนาน กลับกันแสงแดดกลับอ่อนแรงลง พร้อมเตรียมตัวที่จะลาลับขอบฟ้าไป



เราทั้งสองยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

สายลมพัดอ่อนๆ ทำให้ผมสลวยยาวของเธอปลิวไสวอย่างนุ่มนวล
เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นคล้ายกับว่าสายลมไม่อาจแตะต้องตัวเธอได้




“พายเรือเล่นกันไหม?” ผมเอ่ยถามเป็นเชิงขอความเห็นกับเธอ ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมถามเธอออกมาเช่นนั้น อาจจะเป็นเพราะผมต้องการทำลายความเงียบ อาจเป็นเพราะผมต้องการละลายความอึดอัดที่ครอบคลุมอยู่นั้นให้หายไป หรืออาจจะเป็นเพราะผมต้องการที่จะพายเรือเล่นกับเธอจริงๆ ผมไม่รู้...นั่นคือคำตอบของผม

แต่คำตอบของเธอผมรับรู้ได้ เมื่อเธอลุกขึ้นยืน และบอกว่า “ไปสิ”


เราสองคนช่วยกันพายเรือเลาะริมฝั่งขึ้นมาเรื่อยๆ จนเรือแล่นเข้ามาอยู่ใต้สะพาน เราทั้งสองก็หยุดพาย ปล่อยให้เรือลอยตามกระแสน้ำไหลเอื่อยไปเรื่อยๆ อย่างนั้น

“ฉันรักเขา” จู่ๆ เธอก็พูดออกมา อย่างที่บอกผมไม่สามารถคาดเดาอารมณ์จากอากัปกิริยาของเธอได้เลยแม้แต่น้อย ผมจ้องใบหน้าเรียวของเธอ พร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

“ใครต่อใครต่างบอกว่าเขาไม่คู่ควรกับฉัน ทั้งสถานะทางสังคม หน้าตา หรือแม้กระทั่งหน้าที่การงาน
ทุกคนต่างตัดสินใจแทนฉันทั้งหมดว่า เขาไม่ดีพอ...”

ผมยังคงนั่งนิ่งไม่ปริปากพูดอะไรออกมา ผมรู้ดีว่าเธอต้องการจะระบายต่อ

“รินรู้ไหม...ชีวิตการแต่งงานของฉันไม่เคยมีความสุขเลย ทุกอย่างล้วนถูกฉาบไว้เบื้องหน้าทั้งสิ้น”
“ทั้งๆ ที่สามี...เอ่อ อดีตสามีของอรพร้อมให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่อรเนี่ยนะ”
“เขาให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้...แต่เขาให้ความรักไม่ได้” เธอพูดน้ำเสียงจริงจัง
“ผมเข้าใจ” ผมพูดพร้อมกับจุดบุหรี่ขึ้นสูบ

“รินเปลี่ยนไปจริงๆ ด้วย เมื่อก่อนรินไม่สูบบุหรี่”
“ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง” ผมตอบเธอไปสั้นๆ “เอาหน่อยไหม” ผมพูดพร้อมกับยื่นบุหรี่ให้เธอ

เธอหยิบบุหรี่ออกจากซอง และยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เพื่อต่อไฟจากบุหรี่ที่ผมคาบไว้อยู่ ใบหน้าเธอแนบชิดเข้าใกล้ผม เพียงแค่ระยะห่างของผมหายใจ ผมรีบดึงหน้าหนีห่างออกจากเธอ เมื่อเห็นว่าเธอจุดบุหรี่ติดแล้ว

“มีตรงนี้แหล่ะ ที่รินไม่เปลี่ยนไปซักที” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะกิ๊ก
“ผมกำลังจะเปลี่ยนแปลงมันอยู่...ว่าแต่เมื่อก่อนอรก็ไม่สูบบุหรี่นี่”
“อย่างที่รินว่านั่นแหล่ะ ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง”


เราสองคนยังนั่งอยู่บนเรือที่ถูกนำพาด้วยกระแสน้ำไหลเอื่อย
บทสนทนาของเราจบลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีทีท่าว่าจะเริ่มขึ้นอีก

จนพระอาทิตย์ลาลับของฟ้า เราทั้งสองจึงประคองเรือกลับเข้าฝั่ง




ผมเดินเคียงคู่เธอออกมาจากสวนสาธารณะเพื่อไปส่งเธอที่รถ สองข้างทางอุดมไปด้วยต้นไม่ใหญ่หลายต้นที่ถูกปลูกเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แสงไฟนีออนที่ส่องทางเดินดับบ้างติดบ้าง แต่เราก็ยังอาศัยแสงไฟริมทางเดินนั้นนำทางต่อไป

ระยะทางจากจุดที่เราพบกันนั้น ห่างกับที่จอดรถพอสมควร แต่ผมรู้สึกว่าเวลากลับเดินเร็วมากเพียงครู่เดียว เราทั้งสองคนก็ยืนอยู่ข้างหน้ารถของเธอที่จอดไว้

ระยะทางอันห่างไกล กับกาลเวลาที่แสนสั้น มันเหมือนกับสภาพของผมตอนนี้อย่างไรไม่รู้ ผมไม่เจอเธอมาเป็นเวลานานหลายปี แต่เมื่อได้เจอกับเธอแล้ว ผมกลับมีโอกาสอยู่กับเธอเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง


ผมไม่สามาถทำอะไรต่อไปจากนี้ได้ นอกจากส่งเธอขึ้นรถ และปิดประตูให้เธอ

เธอเปิดกระจกลงมา ยิ้มให้กับผม “แน่ใจนะว่าไม่ให้ไปส่ง” เธอพูดเสียงแจ้ว
“ไม่เป็นไร อรขับรถดีๆ แล้วกัน แล้วเจอกันในงานแต่งงาน”
“อืม...แล้วเจอกันในงานแต่งงาน” เธอยิ้มให้ผมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พาตัวของเธอเองออกไป จากชีวิตผมอีกครั้ง


ผมปล่อยให้ความเดียวดายกัดกินช่วงชีวิตของผมมาอย่างยาวนาน เพื่อมาเจอเธออีกครั้ง และผมคิดว่า งานแต่งงานของเธอที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้นั้น จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้พบเธอเสียที...


ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น...




ถ้ายังรัก - Crescendo

2009-04-22 23:48:56/ยางมะตอยสีชมพู

 


ชายชมจันทร์
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ชายชมจันทร์   เมื่อ: 2009-04-23 03:26:12
สงสัยเธอไม่ชอบ บูชาพระราหู (ไม่ชอบของดำ)

ล้อเล่นเน้อ เฮียยางฯ อิอิ

เรื่องจริงหรือเรื่องแต่งครับ

ถ้าเรื่องจริง ก็ขอแสดงความดีใจ เอ๊ย...เสียใจด้วยนะครับ

แต่ขอบอกว่า เขียนได้ดีครับ.....แอบซึ้งเลยนะเนี่ย

ไม่ได้เจอกันนาน...สบายดีไหมครับ
หวังว่ายังรูปหล่อเหมือนเดิมนะครับ

(ฮา)
 


Jasmine
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย Jasmine   เมื่อ: 2009-04-23 09:26:37
การจบ เพื่อพบเจอ สิ่งใหม่ ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกำไรของชีวิตนะจ๊ะ หนุ่มยางฯ

ยิ้มมมมมมมมมมมมมม
 


หนุ่มช่างสงสัย
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย หนุ่มช่างสงสัย   เมื่อ: 2009-04-23 09:52:19
ความรักเป็นอะไรที่ซับซ้อนจริงๆ

ซับซ้อนเกินไปหรือเปล่านะ???

ปอกมะม่วงกินดีกว่า...

 


พีพี
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย พีพี   เมื่อ: 2009-04-23 10:17:51
ถ้าเป็นเรา เราจะให้การพบกันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย...

จริง ๆ นะเออ
 


หนอนผีเสื้อ
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย หนอนผีเสื้อ   เมื่อ: 2009-04-23 10:48:03
แอบซึ้งคะ
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-04-23 11:53:56
'ผม' ในเรื่องดูเป็นคนอ่อนโยน...

เราเห็นใจคนที่มีอาการโหยหาความรักเหมือนอรนะ
รู้สึกว่าเธอไม่มีความสุขเลย

ถ้าคนเรามีความโดยที่ไม่ต้องขึ้นกับคนอื่นก็คงดี
 


กีรติ
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-23 13:17:56
ไม่ชอบเลย ภาวะแบบนี้
สดใสๆได้ไหมที่รัก
เค้ารออ่านนะ
จุ๊ป
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-23 14:42:00
หากคนในเรื่องเป็นความในลึกๆของคนแต่งล่ะก็ .... ^___^
บอกได้คำเดียว
คุณโชคดีจังได้พบความรักของคุณแล้ว แม้ว่ามันจะไม่สมหวังนักก็เถอะ

จากเนื้อเรื่อง....

.... ไม่รู้สินะ

คนเรามันก็มีทางเลือกเป็นของตัวเอง
ไม่ว่าจะเลือกเพราะมีใครบางคนให้เลือก หรือเลือกเพราะตัวเอง
หรืออะไรก็เถอะ
สุดท้าย ชีวิตก็ย่อมต้องเดินต่อไป จะเพื่อใครก็ช่าง
จะเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว
เพื่อลูกๆ หรือแม้แต่....
เพื่อให้สังคมมีคุณเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นอาหารพืช ก็ตามแต่

เดินต่อไปค่ะ ^^


เขียนได้ดีเลยนะคะพี่ไปป์ หนังสือขายดี ไม่น่าแปลกใจหรอกเนี่ย
ว่าแล้วขอของฟรี จักเล่ม สองเล่มจิ
55++
 


ชริ
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-23 16:08:18
รู้สึกได้อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้แล้ว รู้สึกอิ่ม!
สมบูรณ์แบบ อยากเขียนได้แบบนี้ค่ะ
เรื่องนี้ลึกซึ้ง
ระดับความรู้สึกออกมาเป็นทอดๆและคนเขียนต้องเข้าใจในอารมณ์ด้วย
เราเพิ่งรู้ตัวว่าเราก็ชอบอ่านเรื่องสั้นในลักษณะนี้เหมือนกัน
ขอบคุณค่ะ
 


arada
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย arada   เมื่อ: 2009-04-23 17:20:47
เศร้า

...เศร้าเกินไป

ไม่ว่านี่จะเป็นเรื่องจริงหรือแต่ง แต่มันก็กัดกินหัวใจคนเขียนนะ

สดใสหน่อยสิคะพี่ไป๊ป์

น้องเป็นห่วงน๊า

เอ้ามายิ้มให้หน้าบานเท่าหนูเลย

(^_________________^)
 


ท่านเจ้าุคุณ
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย ท่านเจ้าุคุณ   เมื่อ: 2009-04-23 20:33:41
อ่านจนจบเลยครับ ^^
 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2009-04-23 21:10:27
คุณชายชมจันทร์ - ฮะ...มันเป็นภาพอดีตจางๆ ที่เป็นเรื่องจริง ส่วนสถานการณ์เป็นเรื่องแต่งฮะ ขอบคุณที่ห่วงใยกัน ยังมีชีวิตอยู่ดีครับผม อิอิ

คุณ Jasmine - ใช่ฮะ เห็นด้วยทุกประการ แต่บางทีอดีตก็ลืมยาก ว่างั้นไหมฮะ ^ ^ แย้มมมมมมมมมมมมมมมมมม...อิอิ

คุณหนุ่มช่างสงสัย - ขอด้วยฮะ อยากกินมะม่วงมันซัก 3-4 ลูก

คุณพีพี - นั่นสิเนาะ จะไปเจอภาพบาดตาให้มันทรมาณทรกรรมทำไม อิอิ แต่ถ้าเป็นผม ผมอยากแอบไปดุนะ...จะได้หลุดพ้นอย่างสบายใจเสียที

คุณหนอนผีเสื้อ - แอบซึ้งด้วยคนฮะ...ซึ่งใจที่มีคนซึ้งตาม T T

ดาฮะ - อืม...อิสระเป็นสิ่งที่ใครหลายคนโหยหา แม้กระทั่งอิสระในความรัก แต่...ตั้งแต่ผมเกิดมาจนป่านนี้ ผมไม่เคยเห็นใครมีอิสระจริงๆ เสียที อย่างว่าเราทุกคนล้วนอยู่ด้วยกันบยโลกใบนี้เนาะ ^ ^

อ้อยจุง - นานๆ ทีขอนิดนึงนะเพื่อนเลิฟ ว่าแต่ ขอบคุณที่ร้องไห้ให้กับเรื่องนี้ว่ะ

อิงอิงจัง - อืม...จะว่าโชคดีหรือโชคร้านก็ไม่รู้เหมือนกันเนาะ แหะๆ ใช่ฮะไม่ว่าจะเป็น "ริน" หรือ "อร" ทั้งสองคนต่างผ่านการ "เลือก" มาแล้วทั้งสิ้น ไม่มีใครเลือกผิด และไม่มีใครเหมือนกันที่เลือกถูก ขึ้นอยู่กับว่า เราพอใจและมีความสุขในสิ่งที่เลือกหรือเปล่าก็เท่านั้นล่ะ...เนาะ ^ ^

ชริฮะ - ขอบคุณที่ชมนะฮะ แต่ว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบหรอกฮะ (จริงๆ แล้วผมว่าโลกนี้มันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบด้วยซ้ำ) ผมยังต้องผ่านการพัฒนาอีกเยอะ และคงต้องขยันมากกว่านี้ด้วยสิ อิอิ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ^ ^

บักอารดา เอ๊ ฮากริบ - เล่นชงเอง กินเองมาอย่างนี้ แล้วพี่จะตบมุขยังไงดีวะเนี่ย แหมๆ นานๆ ทีแอบเศร้านิดนึงนะฮะ เดี๋ยวเขียนแต่เรื่องฮาๆ ใครเค้าจะว่าพี่ไร้สาระกันหมดพอดี 555+ แต่ก้นะ พี่มันไร้สาระจริงๆ นี่หว่า เนาะ ^ ^

ท่านเจ้าคุณโต้ - ขอบคุณที่อ่านจนจบฮะ อิอิ






 


ผ้าเช็ดหน้า
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย ผ้าเช็ดหน้า   เมื่อ: 2009-04-23 22:46:55
สวัสดีครับ
เวลาผมอ่านอะไร ก็จะเห็นภาพตามไปด้วย
เรื่องนี้ ทีแรกคิดว่าภาพอาจจะ มห่นๆ เศร้าๆ
แต่พออ่านไป มันกลับขาว สว่างๆ บรรยากาศเหมือนในฝันเลย
อาจเป็นเพราะ จิตใจปรารถนาดีของเขาคนนั้นมั๊งครับ

ว่าแต่ สายน้ำเล่าเรื่องอะไรให้ทั้งคู่ฟังหรือครับ
นั่งฟังกันนิ่งนานเชียว

 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 14

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-23 23:01:29
พี่ชอบเพลงนี้มากเลย โดยเฉพาะท่อนฮุค และรู้สึกว่ามันเกือบจะใช่ แต่ในเพลงจะบอกว่า " ก็ต้องยังไหว " แต่จริง ๆ ถ้ารู้สึกรัก ความรักจะเป็นพลังทำให้ไหวขึ้นมาเองแบบไม่ต้องบังคับเชียวล่ะ พี่ว่าความรักที่ต้องเหนื่อยนี่ไม่ค่อยดีเท่าไร ถ้าเริ่มรู้สึกก็น่าจะพูดกันสิ เธอรู้สึกว่าความรักกำลังเป็นแบบนี้มั้ย... จะได้ไม่ต้องทนเนาะ ^_^


ความจริงถ้ารักก็น่าจะสดใสจริง ๆ นั่นแหละ แต่นางเอกเรื่องนี้ดูจะเฉย ๆ ชา ๆ แถมยังใส่แว่นดำอีกแน่ะ ทำให้นึกไปว่าเธออาจแอบร้องไห้หรืออย่างไร เรื่องนี้ลึกซึ้งอย่างที่น้องชริว่าจริง ๆ
 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 15

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2009-04-23 23:27:44
น้องนัทสุดแหล่ม - เคยได้ยินไหมฮะ แค่นั่งฟังเสียงของสายน้ำ จิตใจก็มีความสุข...นั่นคือสาเหตุที่ทั้งสองคนนั่งฟังกันได้นานฮะ

พี่นก - แม้เขาจะเป็นอย่างไรก็ยังรัก ผมคิดว่าความรักมันไม่จำเป็นต้องสดใสเสมอไปอ่ะฮะ แบบว่าเราอาจจะไปรักคนคนหนึ่ง ที่ทั้งโลกมองเขาเลวไปหมด เข้าทำนองคนรักเป็นร้อย คนเกลียดเป็นล้านอะไรอย่างนั้นอ่ะฮะ วึ่งเธอคนนี้ก็เช่นกัน อย่างที่บอกว่าใครหลายคนต่างไม่เห็นด้ยกับความรักของเธอ เพราะเขาคนนั้นไม่ดีพอ แต่แม้ว่าเขาจะไม่ดีพออย่างไร เธอก็จะเต็มใจที่จะรัก...อะไรประมาณนั้นน่ะฮะ ^ ^
 


arada
ความเห็นที่ 16

 
  ตอบโดย arada   เมื่อ: 2009-04-24 00:40:50
เรียกเค้าว่าบักอีกแล้ว T_T

ไร้สาระ? พี่ไปป์น่ะเหรอ?
บ้า
พี่ไปป์ของหนูออกจะมีสาระ เนอะ

^__^
 


กีรติ
ความเห็นที่ 17

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-04-24 00:50:55
ฉันก็ชอบงานแกเสมอ
ยกเว้นเวลาเขียนเรื่องแบบนี้ มันจี๊ด
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 18

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-24 01:03:31
อืม...นะ แต่พี่เรียกว่าความเห็นอกเห็นใจอะ เพราะถ้าพี่พบกับคนแบบนี้ก็จะดึงขึ้นมาให้มีความสุขสดใสเมื่อเราอยู่ด้วยกันนะ แต่ในสายตาคนอื่นก็ไม่รู้เหมือนกันอะ

อันนี้อาจเป็นแค่ในอุดมคติของพี่นะ เพราะในความจริงมีเพียงความว่างเปล่า อิ อิ ^ ^
 


จินนี่
ความเห็นที่ 19

 
  ตอบโดย จินนี่   เมื่อ: 2009-04-24 11:11:29
โอ..ไปป์เขียนพล็อตรัก..แม้จะเป็นช่วงอกเดาะรับการ์ดชมพูจากสาวเจ้า
ทว่าซาบซึ้งกับน้ำใจของพระเอกในเรื่องนี้ แมนโค-ตะ-ระ เชียว
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 20

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-24 18:11:13
ไปป์เอ้ย >> ...... เพื่อนกันเลยเรียกซะให้กีรติ (เกียรติ) อิอิ ^^"

เออเนอะ...เลือกมาแล้วนิ ก็ต้อง
ยอมจำนนให้ฟ้าดิน แยกเราไกลกัน ...

ร้องเป็นเพลงนะ เพราะมั้ยๆ??

^____^

555++

ความสุขมันอยู่ที่ใจจ้ะเพื่อนเลิฟ (สนิทเลยเห็นมะ)
ไม่มีหรอกที่เราจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาง่ายๆ
อย่าไปคิดว่า
คนนั้นหรือคนนี้คือคนที่ใช่ และไม่มีใครแทนที่เธอคนนั้นได้
เพราะ ไม่มีใคร แทนที่ใครได้จริงๆ นั่นแหละ !!

เราต้องสนใจคนปัจจุบันมากกว่าจิ
ทีเวลาเราหายใจ
เรายังคัดสรรเอาเฉพาะ ออกซิเจนสดๆใหม่ๆทุกวินาทีเลย ชิมิ

จะเอาออกซิเจนเก่าๆ ที่มันแปลงร่างเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ มาใช้อีกได้อย่างไรเล่า !!!??

จริงป่ะ จริงป่ะ

ไป๊ป์จ๋า...ชีวิตยังมีฟารืมให้สุขอีกเป็นกะตั้ก เชื่อเค้าดิ

^^

Waiting for your nice next works!!


 


ชริ
ความเห็นที่ 21

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-25 21:24:09
สมบูรณ์แบบตามความรู้สึกของเราจ๊ะ
 


น็อต
ความเห็นที่ 22

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-04-26 23:24:55
แมน ครับ ขอให้เธอมีความสุข แม้ไม่มีเธอเคียงข้าง
(เกี่ยวไหมนิ คุณ ยางมะตอย)

บางครั้งเราก็ทำตามเสียงหัวใจ มากว่าหัวสมอง...^_^
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   dfe3c3e
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)