ผู้เขียน  หัวข้อ: ซิทคอมเล็ก ๆ : บางแคซอย 5 : ตอน...พ่อของหมู
saranya_นก

ซิทคอมเล็ก ๆ : บางแคซอย 5 : ตอน...พ่อของหมู
 เมื่อ: 2009-04-26 23:23:49 


ณ ซอยหนึ่งในเขตชานเมือง บ้านเรือนทาวเฮาส์ยุคโบราณ รุ่น ปี 1970 ตั้งตระหง่านอยู่สองข้างทางของถนนเล็ก ๆ ในซอยแห่งนั้น

หญิงสาวรูปร่างอวบอัด หน้าตาสวยหวานดังนางเอกภาพยนตร์ยุคเพชรา เชาวราช กำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านซึ่งภายในเป็นร้านขายของชำในแบบที่หามีชีวิตอยู่ได้ยากยิ่งในปัจจุบัน

“ จะไปไหนก็ไป ไป! เพิ่งออกมาก็มากวนประสาท ” เธอส่งเสียงดุชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนถนน ชายคนนั้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขึ้ม้า ไว้หนวดเคราที่ใครบางคนเห็นแล้วอาจจะคิดว่ามีเสน่ห์ เด็กชายตัวอ้วนกลมผิวสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโต คนหนึ่งยืนกอดขาเขาอยู่

“ เอาไอ้หมูไปด้วยนะ เดี๋ยวเย็น ๆ พามาส่ง ” เขาบอกหญิงสาวคนนั้นด้วยเสียงเข้ม

“ ไปเลย ไป ” หญิงสาวไม่วายไล่ส่งด้วยใบหน้าแสนงอนแต่ก็ยังงาม



“ ป้า เอาส้มตำมากินหน่อยสิ ปูปลาร้า เผ็ด ๆ นะ ” ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์นามป๊อด ซึ่งทำงานเป็นตำรวจอยู่ในท้องที่แห่งนั้นเดินข้ามถนนสายเล็กของซอยนั้นมายังบ้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นร้านขายส้มตำของป้าติ่ง

ร้านของป้าติ่งอยู่ในทาวเฮาส์ยุคโบราณนั้น ภายในร้านเปิดโล่งไร้เฟอร์นิเจอร์ใด ๆ เป็นที่ใช้สำหรับจอดรถกระบะของเธอและสามี ผู้คนที่มากินส้มตำที่นี่ต้องปูเสื่อแล้วนั่งกินหน้าบ้านหรือในบ้านเวลาไม่มีรถจอดนั่นเอง

“ สงสารหมูมันว่-ะ พ่อแม่เจอกันทีไร ต้องทะเลาะกันทุกที ” หนุ่มป๊อดผิวคล้ำผู้ชอบเปลือยท่อนบนคงเพราะต้องการอวดมัดกล้ามกำยำยั่วยวนสายตาสาวที่ผ่านไปมา รำพึงกับป้าติ่งในขณะนั่งกินส้มตำอยู่หน้าบ้านป้าติ่ง

“ ก็เห็นแม่มันอารมณ์ร้ายอย่างนี้แทบทุกวันน่ะแหละ ดูสิหมูมันโดนไม้เรียวทุกวันเลย ทำไงได้ผัวไม่อยู่ช่วยเลี้ยงลูก มันก็คงเหนื่อยแล้วก็น้อยใจนั่นล่ะ ” ป้าติ่งพูดไปด้วย มือก็จัดเตรียมข้าวเหนียวที่อยู่บนซึ้ง ใช้ไม้พายเล็ก ๆ ทำให้ร่วนซุยก่อนที่จะเปลี่ยนถ่ายลงกระติกใบใหญ่

“ ถ้าเมียผมเป็นอย่างงี้นะป้า เจอดี... ” ป๊อดปั้นข้าวเหนียว ก่อนที่จะจิ้มมันลงไปในจานส้มตำ

“ เอ็งจะทำอะไรเมียเอ็งว่ะไอ้ป๊อด! ” ป้าติ่งหยุดทำงานหันมาถามด้วยดวงตาเบิกโพลง

“ ก็...ดีกันนะจ้ะเมียจ๋า …า ไงป้า ฮะ ฮะ ฮะ....” พูดจบป๊อดก็ป้อนข้าวเหนียวใส่ปากคำโต

“ แต่เห็นทีเอ็งจะหาเมียยากว่-ะป๊อต ” ป้าติ่งพูดยิ้ม ๆ

“ อ้าวทำไมล่ะป้า ผมน่ะออกจะเท่ ” ป๊อดสงสัยแต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร

“ ก็เอ็งมัวแต่เท่ ขี่รถช็อปเปอร์ของเอ็งโฉบไปโฉบมา เอาเข้าจริง ข้าก็ไม่เห็นเอ็งกล้าเข้าไปจีบสาวคนไหนเล้ย...ย ” ป้าติ่งพูดแล้วหัวเราะ

“ เอาเหอะน่าป้า ผมยังไม่เจอสาวที่สวยสะคราญประมาณว่าเห็นแล้วหัวใจยอมจำนนเลยน่ะฮะป้า เจอเมื่อไหร่ล่ะก็ ผมจะพานั่งซ้อนท้ายช็อปเปอร์มาให้ป้าดู ” พูดแล้วเขาก็ยักคิ้วสองครั้ง



ในบ้านทาวเฮาส์อีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่กลางซอย บ้านหลังนี้จัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ล้วนติดตั้งเข้าชุดกัน ที่ห้องนั่งเล่นสีครีม มีชุดโชฟาสีน้ำตาลเข้มวางเข้ามุมอยู่

“ นี่ปิ๊กห้ามพาส้มโอไปเล่นกับหมูเด็ดขาดนะ ” ปุ้ยน้องสาวของฉันเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ขณะที่ฉันกำลังเล่นเกมตัวต่อกับส้มโอลูกสาววัยขวบเศษของเธออยู่

“ อ้าว...ทำไมล่ะ ก็เล่นกันมาตั้งนานแล้วนี่ ” ฉันหันไปถามอย่างสงสัย

“ เมื่อกี้เดินผ่านบ้านเด็กหมูนั่นน่ะ พ่อกับแม่กำลังทะเลาะกันอยู่เลย เห็นแม่เด็กบอกว่า เพิ่งออกมา... สงสัยพ่อหมูมันเพิ่งออกมาจากคุกนะปิ๊ก ” น้องสาวของฉันเล่าด้วยท่าทางตื่นเต้น นัยน์ตามีแววกังวลอันหนักหน่วง

“ เหรอ เหรอ... อืม...นะ ฉันก็ไม่เคยเห็นพ่อของหมูเลยล่ะ นี่เขาเพิ่งออกมาเหรอ... ” ฉันเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับน้องสาว เพราะตั้งแต่รู้จักเด็กชายหมูมา ก็ยังไม่เคยเห็นหน้าพ่อของเขาเลย

“ ตกลง ฉันจะพยายามเลี่ยงเวลาที่ต้องเจอกับหมูนะ ” พูดไปฉันก็รู้สึกสงสารหมูเหมือนกันที่ต้องมีพ่อเป็นแบบนี้ แต่ส้มโอก็ไม่ใช่ลูกฉัน ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันคงจะแย่แน่ ๆ



เย็นวันนั้นฉันเดินไปสั่งอาหารที่บ้านของป้าเล็ก ทาวเฮาส์ที่จัดตกแต่งเป็นร้านอาหารอย่างน่ารัก...

“ อ้าว...ป้าเล็กไปไหนล่ะค่ะลุงเบิ้ม ” ฉันเข้าไปในร้านแต่ไม่ได้พบแม่ครัวจึงถามสามีของเธอ

“ ป้าเล็กไปบ้านป้าติ่งน่ะ เดี๋ยวลุงไปตามให้นะ ” ลุงเบิ้มสามีคนขยันของป้าเล็กพูดขณะที่มือยังเช็ดถูโต๊ะอาหารอยู่เลย

“ ไม่เป็นไรจ้ะลุงเบิ้ม เดี๋ยวปิ๊กไปหาป้าเล็กเองค่ะ ” ฉันยิ้มขอบคุณลุงเบิ้มก่อนที่จะเดินไปอีกสองสามหลังยังบ้านของป้าติ่ง



ที่บ้านป้าติ่งตอนนี้มีคนมาชุมนุมพูดคุยกันอยู่หลายคน...

“ น่าสงสารหมูมันนะ... เฮ้อ...ตอนพ่อไม่อยู่ก็ต้องอยู่กับแม่ที่อารมณ์ร้าย นี่พ่อมาแล้วไม่รู้จะเป็นยังไง ” เสียงป้าเล็กดังออกมาแว่ว ๆ แต่ฉันก็ได้ยิน

ฉันเดินเข้าไปร่วมวงกับคนเหล่านั้นที่คุยกันอยู่

“ ป้าจ้ะ พ่อของหมูเขาต้องโทษอะไรหรือจ้ะ ปิ๊กอยากรู้ จะได้อธิบายให้ปุ้ยฟังน่ะจ้ะ น่าสงสารหมูมาก ถ้าหากหมูต้องไม่มีเพื่อนเพราะพ่อทำความผิด ปิ๊กคิดว่ามันก็ไม่ยุติธรรมนะจ้ะ เพราะมันก็ไม่ใช่ความผิดของหมู ความจริงหมูเองยังคิดอะไรเองไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ... ” ฉันพูดเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่ากำลังพูดคนเดียวท่ามกลางความเงียบงัน และสายตาทุกคู่ที่จ้องมาที่ฉัน



“ เอ่อ... เอ่อ... คุณปิ๊กคร้าบ...บบบบบ คุณหมายถึงพ่อของหมูคนไหนหรือคร้าบ...บบบบบบ ” ป๊อดเป็นคนที่ทำลายความเงียบขึ้นมา

“ ก็...คนที่เพิ่งออกมาจากคุกไงคะ ที่ปุ้ยเค้าบอกน่ะค่ะ ” ฉันรีบชี้แจง

“ ขอโทษนะครับแม่คุณเอ๊ย...ย น้องหมูไม่มีพ่อที่เพิ่งออกมาจากคุกหรอกคร้าบ...บบบ ” ป๊อดลากเสียงยาว

ฉันเริ่มหน้าถอดสี รับรู้ได้ในทันทีว่าตัวเองเข้าใจผิดอย่างแรง...

“ พ่อของหมูเขาเพิ่งกลับมาจากไปทำงานที่ภาคใต้น่ะจ้ะปิ๊ก ” ป้าเล็กช่วยขยายความจริง

ตายล่ะหว่า.... ฉันพูดอะไรให้พวกเค้าฟังกันมากมายนี่...

“ เออ...คือ... ปิ๊กคงสับสนในชีวิตนิดหน่อยน่ะค่ะ แหะ... ” ฉันรู้สึกอายจนหน้าชา ทำได้แต่ยืนบิดนิ้วอยู่ตรงนั้น

“ คือ...ปิ๊กเพิ่งดูหนังแผ่นจบไปเรื่องหนึ่งน่ะค่ะ แหม...พ่อของเด็กเพิ่งออกมาจากคุกนะคะ แล้วเนี่ยนะคะเด็กก็ต้องต่อสู้กับสังคมด้วยตัวเอง เอ่อ..ลองไปหาดูกันนะคะ แหม...ดูสนุก แล้วจะติดใจเลยค่ะ แหะ... ” ฉันยิ้มกว้าง ก่อนที่จะรีบชิ่งออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว



“ เอามาให้ยืมดูบ้างนะคร้าบ...บบบบคุณปิ๊ก...ก ” ป๊อดตะโกนตามมาหลังจากนั้น

2009-04-26 23:23:49/saranya_นก

 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2009-04-26 23:46:32
นางเอกภาพยนตร์ยุคเพชรา เชาวราช!! แหม บ่งบอกอายุคนเขียนเลยนะฮะ

จ๊าก!! ล้อเล่นๆ


แหะๆ แหม...นานทีเจอซิทคอมของพี่นกที นี่ก็ฮาใช้ได้เลยนะฮะเนี่ย
รู้สึกชอบไอ้ป๊อดจัง อิอิ

^ ^
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-26 23:55:21
อ้าว...ดูบ้านสิยุคไหน แหม แหม...

ล้อเล่นแค่เนี่ย นกทนด๊าย...ยยยย (โห...ยังอุตส่าห์ตอบแนวซิทคอม เห็นมะ ^_^)


ลองเขียนดูน่ะ เพิ่งเคยเขียนแนวฮา ๆ มันยากเหมือนกันนะฮ้า...าเนี่ย แต่...สู้ว้อย!



ขอบคุณน้องยาง ฯ นะจ้ะที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น จะบอกว่าป๊อดนี่ยังมีทีเด็ดอีกแพรวพราย โอ...หรือว่าคนที่จะได้ซ้อนช็อปเปอร์ป๊อดก็คือ...นะ นะ นะ...น้องยาง ฯ หุ หุ
 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2009-04-27 00:25:23
บ้า!!

อย่างเค้าน่ะ ต้องหนุ่มหล่อร่างบึ้ก เท่านั้นล่ะย่ะ ชอปป้งชอปเปอร์อะไรชิ...
ถ้าป๊อดผอมกระหร่องอ่ะเค้าไม่เอาด้วยนะยะ สิบอกไห่ อิอิ

^ ^
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 00:31:30
ขอแก้ไขชื่อเรื่องเป็น...

" บางแคร์ ซอย 5 " นะคะ เพื่อความไพเราะและความหมายที่มากยิ่งขึ้น ^_^



ตอบน้องยาง ฯ หน่อยนะฮ้า...

ป๊อดเค้ากล้ามเป็นมัด ๆ ฮ้ะ แต่ลำตัวก็ไม่บึกขนาดอาร์โนลด์นะฮ้า แค่ประมาณเสี่ยวมีกล้าม ว้าย...ยตายแล้ว อย่างนี้น้องยาง ฯ จะยินยอมไหมเนี่ย...ย ^ ^
 


ต้นข้าว
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-04-27 08:22:28
อ่านแล้วได้บรรยากาศ มองเห็นภาพความสนิทสนมของชาวบ้านในชุมชน ๆ หนึ่งเลยค่ะ

แล้วตกลงป๊อดเป็นพระเอกใช่ไหมคะ

น่ารักดีนะคะ แต่ว่าพี่นกเขียนเรื่องไม่ยาวก็เป็นด้วย
ปกติเห็นเขียนอย่างน้อยก็ 4 - 5 หน้าทุกที

 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 09:29:18
เรื่องนี้ร่วม ๆ กันเป็นตัวเอกนะจ้ะ ยังไม่ได้ออกโรงอีกหลายราย อุ อุ ใครสนใครชอบใครให้เป็นตัวเอกในดวงใจได้เลย


ส่วนเขียนสั้นเป็นเพราะว่า...เขียนยาว ๆ แล้วกลัวว่าเขียนไปเขียนมามุขจะกร่อยไปน่ะจ้ะ ฝึก ๆ เขียนไปก่อนนะ มันไม่ง่ายเลยอะ -_-'
 


รินดา
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย รินดา   เมื่อ: 2009-04-27 09:33:28
แหมคุณปิ๊กนี่ ไปได้น้ำขุ่น เลยนะ
แอบ...ฮาเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ..
อ่านแล้วก็ทำให้ยิ้มได้เหมือนกันค่ะ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 09:40:08
แหะ... ขอบคุณค่ะคุณรินดา

จะพยายามให้ฮาขึ้นนะคะ หุ หุ


แต่ได้รอยยิ้ม ก็ดีใจแล้วนะคะ ^_^
 


หนอนดิลล์
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย หนอนดิลล์   เมื่อ: 2009-04-27 11:16:58
ซิทคอมจิ๋ว ๆ : บางบอน..ซอยตำแย

ซอยตำแยเป็นชื่อซอย (แน่ล่ะต้องเป็นชื่อซอย หากเป็นชื่อถนนก็ต้องเรียกว่าถนนตำแยน่ะสิ) คนเล่าหันรีหันขวาง บ่นกระปอดกระแปด 'ใครทะลึ่งสอดปากมาในวงเล็บฟะ' ซอยตำแย ตั้งอยู่ถัด

จากซอย 5 บางแคร์สองซอย ตอนแรกก็คิดจะให้อยู่ติดกัน แต่เผื่อ ๆ ไว้ก่อนดีกว่า(กันเหนียว) ติดนิสัยตอนเรียนหนังสือเว้นกระดาษหน้าแรกในสมุดทุกที จนทุกวันนี้ยังไม่เข้าใจ 'เว้นไว้ทาม

มาย..?' เถอะ! ช่างมันเหอะเรื่องราวผ่านไปแล้ว เว้นเผื่อไว้สักสองซอยก่อนละกัลล์

ซอยตำแยเต็มด้วยทาวเฮาส์รุ้นเรอเนซ้องส์ (เอ่..ปีอะไรดีล่ะ..?) ขอเป็นปีที่คิดถึงไปก่อน คิดออกแล้วค่อยกลับมาเปลี่ยน ทาวเฮ้าส์ที่ว่าสร้างติดกันเป็นพรืด หลังคาข้างฝาดูเป็นโครงสร้างเดียวกัน

แบบที่สถาปนิกเรียกว่าโครงสร้างแบบผสานกลมกลืน คือใช้สังกะสีเก่ามาปะ ๆ แปะ ๆ จนดูไม่รู้แยกไม่ออกว่าตรงไหนหลังคาด้านไหนข้างฝา บางทีนกกระจอกมันบินมา ตั้งใจมาอึแท้ แต่ยังงง ๆ

ว่านั่นมันข้างฝาหรือหลังคาได้กระดกหัวอยู่ยุกยิก ที่สุดอดรนทนไม่ได้ มันกระดกตูด ปล่อยปริ๊ดมาทีนึงแล้วบินไป โครงสร้างภายในทาวเฮ้าส์โดยมากเน้นเลสบัทมอร์ แบบว่าว่าใช้เฟอร์นิเจอร์น้อย

ชิ้นเปิดพื้นที่โล่งไว้ให้มากอย่างที่มัณฑณากรเรียกกันว่าสไตล์ล็อฟ

แต่เอ..จะว่าว่างก็ไม่เชิง

ข้าวของเครื่องใช้จำเป็นนั้นไม่ค่อยมีนักหรอก แต่อะไรไม่รู้นู้นนี่จิปาถะแขวนตรงโน้นตรงนี้เต็มไปหมด ขอแค่ให้มีที่เกี่ยวเป็นมีอะไรสักอย่างแขวนไว้ ข้างฝาแปะรูปคนเหล็ก อาร์โนล (เขียนแค่นี้ล่ะ

ที่เหลือสะกดไม่ถูก) บนพื้นมีกีต้าร์หนังกลับวางเอียงกระเท่เร่กับหนังสือเพลงเก่ากองหนึ่ง มีห้องรับแขกห้องนั่งเล่นห้องครัวห้องน้ำรวมเป็นห้องเดียว

บ้านตัวอย่างที่กล่าวถึงนี้ เป็นเซฟเฮ้าส์ของนายเบี้ยว ฉายา เบี้ยว บางบอน โก๋ใหญ่คุมซอยตำแย พวกสมุนของเบี้ยวทั้งหมดล้วนเคยเป็นนักเลงเกะกะระรานผู้คนอยู่ในซอยตำแย ก่อความรำคาญ

ให้ชาวบ้านไม่เว้นตะละวัน จนวันหนึ่งเพื่อความสงบสุขของสังคม เบี้ยวแสดงฝีมือ ไล่เตะพวกมันหางจุกตูด จากวันนั้นเสียงเ**ขรมครามีคนเดินเข้าซอยก็เงียบหายไป เบี้ยวกลายเป็นหัวหน้าใหญ่

ไปไหนทีมีสมุนวิ่งตามกระดุกหางดุ๊กดิ๊ก ส่งเสียงครางหงิง (พวกมันไม่กล้าเ**หากไม่สั่ง เพราะกลัวฤทธิ์teen)

วันนี้เบี้ยวอารมณ์บ่จอย แวะซื้อโอเลี้ยงแปะ (จ่ายตังค์นะไม่ใช่ไม่จ่าย แต่เบี้ยวเรียกตาแป๊ะคนขายโอเลี้ยงว่าแปะ) เดินหิ้วถุงโอเลี้ยงไปคอตกไป เอียงข้างซ้ายนาน ๆ ชักเมื่อยก็หันมาเอียงข้างขวา

เสียทีหนึ่ง สักพักจึงจะยกถุงโอเลี้ยงขึ้นมาดูดสักที ไม่ใช่ไม่อยากกินแต่ขืนดูดบ่อยเดี๋ยวหมด ต้องเดินกลับไปซื้อใหม่ มีอยู่วันหนึ่งเบี้ยวเดินดูดลืมตัว จวนถึงชาเล่ท์มะลอมมะล่อ โอเลี้ยงหมดถุง

เสียก่อน ต้องเดินกลับมาซื้ออีกที เดินไปเดินมาอยู่สองสามรอบจนแปะเอ่ยทัก

"ทามมายลื้อไม่นั่งกินซะที่นี่ให้มันเสร็จ ๆ ค่อยไป ฮึอาเบี้ยว?"

"เออ..จริงของแปะ" เบี้ยวเกิดพุทธิปัญญาได้ดวงตาเห็นธรรม "แปะเนี่ย..นับว่าเข้าใจปรัชญาเต๋าลึกซึ้งยากหาผู้ใดเสมอเหมือน"

"อารายของลื้อวะ?"

"ก็ที่แปะบอกมานั่นไง" เบี้ยวดูดโอเลี้ยงในถุง "นั่นน่ะเต๋าเต็กเก็งเทียวนาแปะ"

"เออ ๆ ช่างหัวลื้อเหอะ" แปะชงกาแฟเย็นรินใส่ถุงส่งให้ลูกค้าสาวนักศึกษา เบี้ยวยืนมองยักคิ้วขวาให้เธอสองที ตามด้วยคิ้วซ้ายอีกหนึ่งที แต่คิ้วขวากระดกด้วย คิ้วซ้ายไม่ยอมจึงต้องกระดกอีก

สองที โชคดีที่น้องนักศึกษาคนนั้นไม่ได้หันมอง จนได้ยินเสียงแกร็ก ๆ เบี้ยวสะดุ้งโหยง 'เผลอดูดหมดอีกแระ'

วันนั้นเบี้ยวนั่งดูดโอเลี้ยงที่เพิงรถเข็นแปะ จนหายดูด..แต่ไม่ใช่วันนี้

เบี้ยวเดินคอตก หิ้วโอเลี้ยงมานั่งริมสระเอื้อมมือแขวนถุงไว้กับกิ่งไม้ ไอ้ปานเด็กขายขนมปังเลี้ยงปลารีบแจ้นมาเสนอสินค้า

"หนมปังให้ปลามั้ยพี่เบี้ยว"

"มรึงรีบไปไกล ๆ เลยกรูรมณ์บ่จอย"

ไอ้ปานชะงักตีน หยุดยืนอยู่กับที่ เบี้ยวไม่ได้หันมอง ส่งสายตาไปกับริ้วคลื่นน้อยที่วิ่งไล่กันบนผิวน้ำเป็นระลอก

"เป็นอะไรเพ่ มานั่นซึมจ๋อยอยู่คนเดียว" ไอ้จูสหายซี้บังเอิญเดินผ่านมา (ตามบทที่ผู้กำกับสั่งไว้)

เบี้ยวไม่ตอบและไม่หันมอง เพราะถ้าหันมองก็จะเสียบุคลิกซึมเศร้า จึงต้องวางเฉยทำตาลอยให้มากไว้

"ถามไม่ตอบ" ไอ้จูพึมพำ

"คุณปิ๊ก..." เบี้ยวรำพึง

"คุณปิ๊ก?" ไอ้จูทวน "คุณปิ๊กซอย 5"

เบี้ยวพยักหน้า

"คุณปิ๊กทำไม?" ไอ้จูถาม

"ไอ้ป๊อด..." เบี้ยวรำพัน

"ไอ้ป๊อดทำไม?"

"ไอ้ป๊อดกล้ามใหญ่"

"ใช่! ไอ้ป๊อดกล้ามใหญ่"

"ไอ้ป๊อดมันขี่ช็อปเปอร์"

"ใช่! ไอ้ป๊อดมันขี่ช็อปเปอร์"

"แล้วนายจะมาพูดตามเราไปทำไม หือ?" เบี้ยวไม่ยอมเสียบุคลิกซึมเศร้า

"เหม่..อยากรู้น่ะสิ มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านไง พี่ไม่เคยได้ยินเรอะ?"

เบี้ยวส่ายหน้า ปล่อยสายตาโลมไล้ริ้วคลื่น

"นายช่วยเราไม่ได้หรอก นี่มันเรื่องของลูกผู้ชาย ต้องตัวตัว ไม่มีตัวช่วย"

"พี่มีเรื่องกับไอ้ป๊อดช็อปเปอร์เรอะ!?" ไอ้จูร้องลั่น

"ไม่มีก็เหมือนมี" เบี้ยวส่งสายตาไล้ริ้วคลื่นจนรู้สึกว่าริ้วคลื่นชักสยิว "เราให้หนังแผ่นคุณปิ๊กยืม ไอ้ป๊อดมันทะลึ่งยืมต่อ นายรู้ใช่มั้ยหมายความว่าไง?"

ไอ้จูขมวดคิ้วนิ่วหน้า ใช้ขมองอย่างหนักก่อนส่ายหน้า

"ไม่รู้อะ"

"เอาเหอะ" เบี้ยวส่ายหน้าระอาใจ "มันเป็นเรื่องของเรากะไอ้ป๊อด เราจะได้เห็นดีกัลล์"

"แต่มันกล้ามใหญ่นา" ไอ้จูพูดพลางมองสารรูปเพื่อนรุ่นพี่ ผอมแห้งเป็นไม้เสียบไก่ย่าง ผมยาวรวบไว้หลวม ๆ "จะไหวเร้อ..."

เบี้ยวสูดลมหายใจลึก ไม่ยอมหันมองเกรงเสียงบุคลิก ใช้นิ้วชี้จิ้มที่ขมับ

"โว้ว!" ไอ้จูร้องลั่น "ถึงกับจะฆ่าตัวตายเชียวเรอะ!?"

"ไม่ใช่" เบี้ยวส่ายหน้าระอิดระอา(อีกที) "มันอยู่ที่สมอง..รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะเก้าสิบเก้าครั้ง"

"แล้วอีกครั้งนึงล่ะ"

"ยอมแพ้เสียบ้างไม่งั้นวันหลังไม่มีใครแทง" เบี้ยวตอบหน้าตาเฉย ภาพใบหน้าคุณปิ๊กล่องลอยบนริ้วคลื่น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ท่าทีเปิ่น ๆ ยังประทับใจเบี้ยวไม่รู้ลืม อยากพูดคุยกะคุณปิ๊กให้

มากกว่านี้ แต่ทำไงได้ อยู่คนละซอยเหมือนแม่น้ำมากั้นทะเลมาบัง เอาหนังไปให้ยืมอยากบอกความนัย แต่คุณปิ๊กกลับเอาไปให้ไอ้ป๊อดยืมต่อเสียงั้น จะให้ตีความว่ายังไง เรื่องของความในใจ

ช่างสับสนวุ่นวาย

กำลังคิดเพลิน เบี้ยวต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียง แกร็ก ๆ ๆ ๆ ๆ รีบหันไปมอง

"นั่นมันโอเลี้ยงของเรานะจู"

"อ้าว! นึกว่าไม่กินแล้ว เห็นห้อยไว้ให้ละลาย"

เบี้ยวส่ายหน้าด้วยความอิดหนาระอาใจเป็นครั้งที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้า ไอ้จูยังดูด แกร็ก ๆ

"ช่วยพี่คิดไง..สมองจะได้ทำงาน"

"ไม่ต้องค้งต้องคิดแล้ว" เบี้ยวขยับลุก "ไปกันเลยไป"

"ไปซอย 5หรือ?"

"ไปร้านแปะ"

เย็นนั้นชาวบ้านในซอยตำแยเห็นสองหนุ่มเดินคุยกัน คนหนึ่งเดินคอตก อีกคนเดินดูดถุงโอเลี้ยงแกร็ก ๆ ๆ มีสมุนวิ่งตามเป็นพรวน

"พี่เอาหนังเรื่องอะไรให้คุณปิ๊กยืม"

"คนเหล็ก"

OOO
 


หนอนดิลล์
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย หนอนดิลล์   เมื่อ: 2009-04-27 11:23:18
แหะ ประทานโทษขะรับ ลืมดูวรรคตอนก่อนแปะ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 11:26:29
ขอบคุณพี่พี่ท่านดิลล์ ที่ช่วยเพิ่มอรรถรส ได้เกียรติจากพี่พี่ท่านมือรางวัลมาช่วยเสริมเช่นนี้ ข้าน้อยรู้สึกดีนักแล ^_^


คุณปิ๊กกระซิบบอกมาว่า " คนเหล็ก ทะลุซี่กรงคุก " สนุกมาก...กกกกก คริ คริ..
 


จินนี่
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย จินนี่   เมื่อ: 2009-04-27 14:50:43
โอว!..แม่เจ้า ย้อนยุคปี 1970 เชียวรึ?
เอ่..ว่าแต่นกทันยุคป้าเพชราด้วยเหรอ จริงดิ :)
พี่รู้จักดารารุ่นโน้น ก็ตอนไปชมมิวเซี่ยมสยามล่ะ
 


หนอนดิลล์
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย หนอนดิลล์   เมื่อ: 2009-04-27 15:13:37
โห..พี่ท่านเจ๊นก พี่ท่านเล่นเบิ้ลพี่พี่ท่าน (ไม่กลัวเปลืองน้ำมันหรือไงขะรับ?)

ข้าพเจ้านั่งพิมพ์จวนเที่ยงแดดไล่กระหม่อม ยังโม้ไม่ทันสมใจต้องรีบเก็บข้าวของหนีแดด (ขนำข้าพเจ้าพัง ไม่มีที่อยู่ อาศัยเต็นท์พอได้หลับนอน ยามนี้กลายเป็นหนอนแดดเดียว มาหลายเพลาแล้วขอรับ) เร่งเสร็จเร่งแหมะ แล้วก็เป็นไปตาม(ไม่ได้)คาด เละไม่มีดี ทั้งคำผิด คำตก วรรคตอน

ต้องขอประทานโทษจริง ๆ ไว้แก้ตัวครั้งหน้า ต่อไปจะเลิกนิสัยแปะไม่ดูตาม้าตาเรือแระ ขอพี่ทั่นอภัย (อย่าถึงกับจับขังคุกเลย)

คารวะ

ป.ล. ขอพี่ท่านอย่าได้คิดเห็นเป็นมือวางมือรางวัลอันใดเลยขะรับ ข้าพเจ้าเป็นหนอนน้อยนักหัดเขียนศิษย์น้องผู้ภักดีพี่ท่านมาเยี่ยงไร ก็ยังเป็นเยี่ยงนั้นตลอดมา..และตลอดปาย..ย..ย..ย..
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 14

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 16:36:23
สวัสดีค่ะ

พี่จินนี่ - ลักษณะตัวอาคารเก่าแก่ประมาณนั้นนะคะ แต่ตัวละครและทิศทางของเรื่องจะเป็นแบบร่วมสมัย หรือเรียกหรู ๆ ว่า Contemporary 555... พูดไปงั้นล่ะค่ะ แล้วดูกันต่อไปดีกว่านะคะ ส่วนเรื่องคุณป้าเพชรา ได้ยินคุณแม่เล่าให้ฟังบ่อย ๆ เพิ่งเคยเห็นหน้าเธอเมื่อวันก่อนที่ดูรายการ วู๊ดดี้...เกิดมาคุย ค่ะ เธอดูเอิบอิ่ม สวยและน่ารักมาก ๆ ค่ะ ^_^


พี่พี่ท่านดิลล์ - โอ๊ะโอ...นั่งเล่นคอมพ์ในเต็นท์กลางแดด ช่างทรห๊ด...ทรหด... อย่างไรเสียขอพรฟ้าดินให้ท่านสร้างขนำได้ใหม่ให้ทนแดดทนฝนลมปราณต่าง ๆ ย่างเข้าฤดูฝนแล้วนะคะท่าน เตรียมตัวเตรียมใจยังเอ่ย? ^_^

แต่เรื่องให้นับถือเป็นศิษย์น้องนั้น ข้าน้อยคงคิดผิดเช่นนั้นมิได้อีกแล้ว... เพราะพี่หน่อย พี่จินนี่เรียกท่านพี่ ข้าน้อยขืนเรียกน้องเหมือนเดิม นรกจะกินหัวเอาได้นะจ้ะพี่พี่ท่าน อีกอย่างวิทยายุทธของท่านนั้น ข้าน้อยคงต้องนับถือเป็นอาจารย์เสียแล้วล่ะ โอ...อาจารย์พี่...



ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและทักทายกันนะคะ เรื่องนี้จะมีมากหรือน้อยตอนบางทีอาจขึ้นอยู่กับผู้อ่านเหมือนกันค่ะ หุ หุ
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 15

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-27 17:25:57
อ่านแล้วยิ้มได้เลยค่ะพี่นก ^^*

แหม....เข้าตำรา

'ฟังไม่ได้ศัพท์ จับมากระเดียด' ... ประเด็นน่าสนใจมากเลยชอบบบ !!

พอตอนจบ เล่นเป็น "มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก" ซะงั้น


ท่านหนอนดิลล์สร้างอรรถรสได้มากมายเชียวค่ะ ^________^
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 16

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 21:45:14
สวัสดีจ้ะน้องหัวใจสีส้ม

ดีใจที่ทำให้ยิ้มได้นะจ้ะ สรุปเป็นสำนวนไทยหมดเลยนะ อืม...เข้าใจง่ายดีจ้ะ


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและให้ความคิดเห็นนะคะ น้องอิงเขียนเก่งนะ ไป 7 ตอนแล้วแน่ะ ตามอ่านอยู่นะจ้ะ ^_^
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 17

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-27 22:14:04
ขอบคุณท่านพี่นกที่ชมเชยค่ะ แต่ยังไม่ไหลลื่นเหมือนพี่นกเลย

ต้องพยายามต่อไปฮับ

^^
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 18

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 22:47:25
สวัสดีอีกครั้งจ้ะน้องหมอนอิง

ความจริงที่พี่เขียนเร็วมาก (เรื่องนี้ 10 กว่านาทีเสร็จ) และดูลื่น ๆ (เหมือนปลาไหลบนพื้นทราย) แบบนี้ อาจได้อิทธิพลมาจากการที่พี่เขียนอยู่ที่ winbookclub นี่มา 4 ปีแล้วล่ะจ้ะ ประมาณ 200 เรื่องได้แล้ว เย้ เย้... ถ้าน้องอิงอยากเขียนได้แบบไร้ที่ติก็ไม่ยากหรอกจ้ะ คือฝึกเขียนไปเรื่อย ๆ นั่นเอง หุ หุ พี่ก็ไม่รู้อีกกี่เรื่องถึงจะได้ดี HA HA...


เรื่องนี้ขี้เกียจบรรยาย เอ้ย! อยากใช้ข้อความกระชับ (เลียนแบบอาวินทร์) แต่มีพลัง(ขำ) น่ะจ้ะ ฮะ ฮะ...

ได้พล็อตตอนใหม่แล้วนะ ขอกระซิบ แต่เดี๋ยวขอตัวยกซอยไปเที่ยวหัวหินสักหน่อยก่อน แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ ^________^
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 19

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-27 22:52:36
เฮ้ย! พิมพ์ผิด!

ประมาณ 120 เรื่องจ้า แหม...ใจเร็วไปเยอะเลย หุ หุ

ขออำภัยจ้า...
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 20

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-04-28 00:04:22
นะคนเรา

อย่าผิดจิ บก. โฮะๆๆๆ

ปล. เค้าก็จะพยายามจ้า ^________^ ขอบคุณค่ะพี่นก
 


ชายชมจันทร์
ความเห็นที่ 21

 
  ตอบโดย ชายชมจันทร์   เมื่อ: 2009-04-28 13:36:08
เข้ามาแอบฮา ด้วยคน

ไม่น่าเชื่อ คนอย่างคุณนก จะมีฮาได้เหมือนกัน

เขียนได้ดีครับ

ชอบๆ

 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 22

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-28 14:35:28
อ้าว! ทำไม คนอย่างฉันนี่มันทำไมเหรอคะ...

ไม่รู้ซะแล้ว... ภายใต้ใบหน้าหวานซึ้งของฉันจะซ่อนรูป หุ หุ

ซ่อนรูปใบหน้าโจ๊กเกอร์ ตลกคาเฟ่ไว้ได้อย่างแนบเนียล...ล



ขอบคุณคุณชายชมจันทร์ที่เข้ามาอ่าน ร่วมฮาเล็กฮาน้อยไปด้วยกันค่ะ ^________^
 


ชริ
ความเห็นที่ 23

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-04-28 16:43:49

ชอบประโยคนี้ค่ะ
ป๊อดปั้นข้าวเหนียว ก่อนที่จะจิ้มมันลงไปในจานส้มตำ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 24

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-28 17:45:31
ขอบคุณค่ะน้องชริ...

พี่ก็เขียนไปตามสัญชาตญาณการกินส้มตำน่ะค่ะ เหอ... เหอ...


ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และทักทายกันนะคะ อ่านแล้วอย่าเครียดนะคะ เพราะพี่ไม่ได้เขียนแบบตามเกณฑ์กติกาของนักเขียนมากนะคะ -_-' สไตล์ซิทคอมของพี่เองค่ะ ^_^
 


น็อต
ความเห็นที่ 25

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-04-28 20:02:05
ฮ่าๆๆ ด้วยคน
1970 ผมยังไม่เกิดเลยยพี่นก อิอิ
เออ...คือ... ปิ๊กคงสับสนในชีวิตนิดหน่อยน่ะค่ะ แหะ... ” ฉันรู้สึกอายจนหน้าชา ทำได้แต่ยืนบิดนิ้วอยู่ตรงนั้น
แจ๋วครับพี่นก
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 26

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-04-28 20:35:42
สวัสดีจ้ะน๊อต

1970 พี่ก็ยังไม่เกิด เหอ เหอ... แต่เกือบ ๆ จะเกิดแระ... (อุ้ย! บอกทำไมล่ะเนี่ย) ^_^

คนในเรื่องนี้ส่วนใหญ่เค้าเป็นวัยรุ่นแตกเนื้อหนุ่มสาวกันยุคนั้นแหละจ้ะ แล้วก็มีรุ่นลูกตามมา รุ่นหลานคลานต้วมเตี้ยมออกมาอีก ฮิ ฮิ มีหลายรุ่นมากเลย เขียนสนุกเชียวล่ะ


ขอบคุณน๊อตมากจ้ะที่เข้ามาให้กำลังใจกันเสมอ หวังว่าน๊อตคงจะสบายดีนะจ้ะ ยังไงดูแลตัวเอง พยายามอย่าอยู่ในที่ที่คนหนาแน่นอากาศไม่ถ่ายเท ตอนนี้ไข้หวัดใหญ่เม็กซิกันน่ากลัวจริง ๆ จ้ะ..
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   d9f5dff5
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)