ผู้เขียน  หัวข้อ: นิทานสามจุด : แผ่นไม้และตะปู
(...)

นิทานสามจุด : แผ่นไม้และตะปู
 เมื่อ: 2009-09-28 00:41:51 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ยังมีคนสองคน เกาะสองเกาะ บนเกาะนั้นว่างเปล่า และความต้องการของคนคือ

อยากเติมเต็ม

52-09-06

คนหนึ่งคนอยู่บนเกาะหนึ่งเกาะ และคนอีกหนึ่งคนอยู่บนเกาะอีกหนึ่งเกาะ และบนเกาะมีเพียงคนหนึ่งคน ส่วนอีกหนึ่งคนก็อยู่อีกเกาะ

เกาะเกาะหนึ่งอยู่กลางทะเล และอีกเกาะหนึ่งก็อยู่กลางทะเล นั่นแสดงว่า ในทะเลตรงกลาง มีเกาะสองเกาะ และในกลางทะเลอีกเช่นกัน มีคนสองคน คนทั้งสองอยู่บนเกาะคนละเกาะ


ในขณะที่คุณอากำลังจะเริ่มอ่านนิทานให้หลานรักฟัง

“คุณอาคะ?”

“มีอะไรหรือครับ”

“หนูรู้สึกเมาทะเลคะ”

“…”


อาจเป็นไปได้หลายสาเหตุสำหรับคนทั้งสองที่ต้องมาติดเกาะ อาจเป็นได้ว่า เขาทั้งสองนึกสนุกอยากว่ายน้ำออกทะเล แต่ว่ายไปว่ายมาโดนน้ำพัดออกไปไกลจนมองไม่เห็นทางกลับ หรืออาจเป็นอีกเหตุผลคือ คนทั้งสองอาจเดินทางมาด้วยเรือ อาจเป็นเรื่อลำเดียวกันหรือต่างคนต่างมา และเรือเกิดล่ม คนอื่นๆจมน้ำตายหมด และบังเอิญพวกเขารอดตาย ได้ครอบครองเกาะกันคนละเกาะ

แต่จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม คนทั้งสอง อยู่บนเกาะ (คนละหนึ่งเกาะ)

แรกๆบนเกาะก็พอมีของให้กินบ้าง และไม่นานก็เริ่มหมด คนทั้งสองเริ่มหิว และความหิวกินไม่ได้ คนทั้งสองจึงรู้สึกเจ็บปวด เมื่อท้องร้องโครกคราก

เสียงคำรามของมันน่ากลัว ไม่ต่างกับสัตว์ร้าย เสียงของมันไม่ดังมาก แต่ทุกครั้งที่มันร้อง ต้องมีคนร้องโอดโอยตาม

“โครกคราก โครกคราก” (คุณอาทำเสียงให้ดูน่ากลัว-มาก)

-๐๐๐-

และในวันหนึ่งที่ดูเหมือนๆกันทุกวันในกลางทะเล ชายคนหนึ่งก็ร้องตะโกนขึ้น

“ช่วยด้วยๆ” เขาร้อง แล้วจึงแหงนหน้าขึ้นฟ้าโบกไม้มือไปมา สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือเครื่องบินลำใหญ่ ดูเหมือนว่าเครื่องบินลำใหญ่จะใหญ่เกินไปที่จะลงจอดบนเกาะหรือกลางทะเล

มันบินวนอยู่ครู่หนึ่งจึงทิ้งบางสิ่งบางอย่างลงมา เป็นกล่องไม้สองกล่อง กระแสลมพัดพาให้กล่องทั้งสองไปตกลงบนเกาะละหนึ่งกล่อง  คนทั้งสองรีบวิ่งไปที่กล่องที่ตกลงมา

กล่องใบหนึ่งถูกเปิดออก ภายในมีเครื่องมือช่างสำหรับใช้งานทั่วไป ชายผู้เปิดกล่องเริ่มเห็นทางรอดของตัวเอง มองจากเครื่องไม้เครื่องมือและสิ่งของที่มีอยู่ เขาน่าจะสามารถสร้างเรือได้หนึ่งลำ ไม่สิ มันคงมีรูปร่างคล้ายแพมากกว่า จะอะไรก็ตาม เขาคิดว่า มันน่าจะพาเขาลอยกลับฝั่งได้

เอาล่ะ!! เขาสรุปเป้าหมายอย่างเงียบๆภายในใจ ฝันหวานแม้จะยังไม่นอนก็ตามที เขาค่อยๆลากกล่องไม้หลบมุมใดมุมหนึ่งเพื่อที่จะใช้เวลา เวลาที่จะสร้างบางสิ่งบางอย่างที่พาเขาออกจากเกาะแห่งนี้

“เฮ่ -นี่คุณ กล่องของคุณมีอะไรงั้นเหรอ?” เสียงชายอีกอยู่อีกเกาะตะโกนมาแต่ไกล ชายที่กำลังนั่งครุ่นคิดวิธีใช้เครื่องมือที่ได้จากกล่องไม่ได้หันกลับไปมอง เขาตะโกนกลับไปว่า

“กล่องเปล่า!! บ้าจริง คุณล่ะ?” เขาโกหกและถามกลับ

“แย่จริงผมได้อะไรมาก็ไม่รู้? ผมเปิดมันไม่ออก เหมือนไม่มีอะไรอยู่ข้างใน” เขาตอบกลับมา ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับหลังจากนั้น

-๐๐-

ชายคนนั้นยังวุ่นวายอยู่กับความคิด เขาค่อยๆสร้างภาพร่างๆของบางสิ่งที่ใช้แผ่นไม้ที่ได้จากกล่อง

ภาพที่นึกได้ค่อยๆชัดมากขึ้น และเขาก็ลงมือทำอย่างไม่รอช้า วันคืนผ่านไป เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของท้องอีกแล้ว เป้าหมายภายหน้าทำให้เขาลืนสิ้นทุกอย่าง ลืมไปแม้แต่ความหิว มันเป็นเช่นนั้นเสมอเมื่อมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อยู่ตรงหน้า และมันเป็นสิ่งที่เขาค่อยๆสร้างขึ้นมาด้วยมือสองข้าง ด้วยแรงกายของเขา

และภาพหวังที่วางไว้ต้องหยุดค้างตรงหน้า สิ่งที่ได้มายังไม่สามารถประกอบสิ่งที่เขาคิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ “บ้าจริง” เขาคร่ำครวญ ไม้กับตะปูที่เขามีอยู่ไม่พอ มันทำให้เขาคิดต่อว่าจะเอาอะไรมาใช้แทนได้ มองไปรอบๆไม่เห็นมีอะไรเลยที่สามารถใช้แทนในสิ่งที่เขาต้องการได้

และเขาก็นึกออก - แน่นอน กล่องอีกใบในขนาดเดียวกันย่อมมีสิ่งที่เขาต้องการ และเขาจะทำยังไงดีละ ถ้าเขาออกปากขอกล่องไม้จากชายคนนั้น เขาจะถามกลับมาหรือเปล่าว่า เอากล่องไปทำไม? เขาอาจคิดว่าเราต้องการเอากล่องไปทำอะไรแน่ๆ และเขาอาจนึกได้ว่า ตัวเขากำลังทำบางสิ่งบางอย่าง และถ้าเกิดเขาเกิดคิดได้ขึ้นมาล่ะว่าเรากำลังสร้างเรือ - ไม่สิ เขาบอกตัวเองว่าอาจคิดมากไป บางทีมันอาจไม่มีอะไรก็ได้ ว่างเปล่าทั้งสิ้น ก็แค่ลองถามเขาว่า “เฮ่ กล่องใบนั้นนะ นายใช้อะไรมั้ย?” และเขาตอบกลับว่า “เอาไปสิ ผมไม่ได้ใช้อะไรมันแล้ว”

ง่ายดายขนาดนั้นเชียวเหรอ? เขาคิด และคิดหนักมากๆ เขาต้องรอบคอบ ต้องคิดให้ละเอียดทุกๆแง่มุม มันมีผลต่อเป้าหมายของเขา หรือว่าเขาอาจจะบอกความจริงไป ชายคนนั้นอาจจะให้กล่องเขาแต่โดยดี และเขาทั้งสองก็ช่วยกันสร้างสิ่งนี้ให้เสร็จสมบูรณ์

ไม่ดีกว่า - เขายับยั้งความคิดไว้เพียงเท่านั้น ไม้ที่ได้มาเพียงพอสำหรับคนเพียงคนเดียวเท่านั้น จากการที่เขาคิดคำนวณไว้ บ้าจริงๆ เขาพลาดเรื่องแบบนี้ไปได้ ภาพฝันค่อยๆจางลง ความหิวกลับมาเคี่ยวกรำเขาอีกครั้ง

“เราจะมาจบแค่ตรงนี้งั้นรึ?” เขาคิด รู้สึกอึดอัดกระสับกระส่ายภายใน คล้ายกับว่าร่างกายของเขาบรรจุเอาความปั่นป่วนของคลื่นทะเลไว้ทั้งหมดทั้งมวล เขากัดฟันกรอด ฟ้าค่อยๆมืดลง มันเหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา แต่คร่าวนี้กลับมีความหมายแตกต่างสำหรับเขา

เขาค่อยๆคลานออกมาจากมุมอับ ใช้สายตามองไปยังเกาะตรงข้าม เขาเห็นชายอีกคนนอนอยู่ ข้างๆตัวเขามีกล่องไม้ กล่องไม้ใบนั้นเอง ใบที่เขาต้องการ ขอเพียงแผ่นไม้ไม่กี่แผ่นและตะปูจากกล่องนั่น เพียงเท่านั้น เขาก็สามารถสร้างสิ่งที่เขาหวังเอาไว้ได้

ชายคนนั้นกำลังหลับ - เขาบอกตัวเอง และเขาค่อยคลานลงน้ำไป น้ำเย็นแต่หัวใจเขาร้อน “ใช่ นอนหลับไปเถอะ” เขาบ่นพึมพำเหมือนคนเสียสติ แต่เขาก็สามารถว่ายน้ำไปถึงเกาะอีกเกาะได้ เขาค่อยคลานขึ้นไป ค่อยหยิบกล่องเคลื่อนมาชิดร่าง กอดมันไว้อย่างหวงแหน

กล่องหนักมาก และเขาดึงเอาสิ่งที่อยู่ภายในออกไปไว้ด้านข้างมันอาจทำให้เขาจมน้ำได้หากนำไปด้วย ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ท่ามกลางเสียงครืมครามของเกลียวคลืน ชายที่หลับอยู่แทบไม่รู้สึกได้เลยว่า กล่องไม้ของเขาได้ถูกนำออกไปจากเกาะแล้ว

-๐-

อรุณใหม่คล้ายเหมือนกันทุกวัน สำหรับกลางทะเล มันแทบไม่แตกต่างกันตรงไหนเลย ชายที่นอนหลับเมื่อค่ำคืน ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงครืดๆ เหมือนเสียงแมลงกลางคืน เขาตื่นขึ้นมา มองหาต้นเสียง

เดินตามเสียงไปเรื่อยจึงพบว่าเสียงนั้นส่งออกมาจากกล่องสีดำใบนั้น มีแสงไฟทีแดงและเขียววูบวาบสลับกันไป เขาค่อยเอาหูไปแนบฟังเสียงใกล้ๆ

“ทราบแล้วเปลี่ยน? ได้ยินมั้ย ได้ยินแล้วตอบด้วย”

เขาตกใจเสียงพูดนั้น หยิบกล่องขึ้นมาเขย่า และเหลือบไปเห็นว่ามีปุ่มกดสามสี่ปุ่ม เขากดมันทุกอัน “ได้ยินๆ ตอบแล้วๆ” เขาพูดสั่นรัว

“ผมได้ยินคุณแล้ว ดีมาก ใจเย็นๆ เรากำลังเดินทางไปรับพวกคุณ รออีกไม่นาน เรารู้ตำแหน่งของคุณแล้ว” สัญญาณเสียงขาดหาย

ชายคนนั้นถือกล่องวิ่งไปข้างหน้า ด้วยความดีใจ เขาตะโกนบอกชายที่อยู่เกาะตรงข้ามกับเขาว่า

“โชคดีจริงๆ พวกเขากำลังมารับเราแล้ว”

และเขาพยายามมองไปทั่ว ร้องเรียกชายคนนั้น แต่ไม่ว่าจะร้องเรียกอย่างไร ก็ไม่มีเสียงของใครที่ตอบกลับมาเลย…

- - -


เด็กหญิงนิ่งเงียบทำตากลม คิ้วขมวดเข้าหากัน อาเห็นว่าหลานยังไม่หลับ จึงถามว่า

“อ้าว? ทำไมวันนี้ไม่เห็นหลับไปก่อนนะ?”

“ก็หนูรอฟังว่าเขาจะเอากล่องไม้ไปทำอะไรนะสิ?”

“อืมม์… หนังสือไม่ได้เขียนไว้นะ” คุณอากวาดตามองในหนังสืออีกรอบ ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“แง… แล้วหนูจะนอนหลับได้ยังไงล่ะ มันคาใจนะคะ?”

คุณอายิ้ม เปิดหนังสือพลิกไปมาแล้วเริ่มอ่านต่อ


คนหนึ่งคนอยู่บนเกาะหนึ่งเกาะ และคนอีกหนึ่งคนอยู่บนเกาะอีกหนึ่งเกาะ และบนเกาะมีเพียงคนหนึ่งคน ส่วนอีกหนึ่งคนก็อยู่อีกเกาะ

เกาะเกาะหนึ่งอยู่กลางทะเล และอีกเกาะหนึ่งก็อยู่กลางทะเล นั่นแสดงว่า ในทะเลตรงกลาง มีเกาะสองเกาะ และในกลางทะเลอีกเช่นกัน มีคนสองคน คนทั้งสองอยู่บนเกาะคนละเกาะ


เด็กหญิงซุกใบหน้าใต้ผ้าห่ม บ่นฮึมฮัม “จ้าๆ หนูหลับแล้วค่า”




ปล. คุณอาก็จะหลับเหมือนกัน :) ฝันดีทุกท่านครับ (พรุ่งนี้ตอบจม.ขอรับ)

2009-09-28 00:41:51/(...)

 


พีพี
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย พีพี   เมื่อ: 2009-09-28 09:56:16
หนูเมาทะเลค่ะ ^_^

เยี่ยม!
 


ชริ
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-09-28 13:11:38
คนหนึ่งคนอยู่บนเกาะหนึ่งเกาะ และคนอีกหนึ่งคนอยู่บนเกาะอีกหนึ่งเกาะ และบนเกาะมีเพียงคนหนึ่งคน ส่วนอีกหนึ่งคนก็อยู่อีกเกาะ

เกาะเกาะหนึ่งอยู่กลางทะเล และอีกเกาะหนึ่งก็อยู่กลางทะเล นั่นแสดงว่า ในทะเลตรงกลาง มีเกาะสองเกาะ และในกลางทะเลอีกเช่นกัน มีคนสองคน คนทั้งสองอยู่บนเกาะคนละเกาะ



คนเขียนสุดยอด....ไม่น่าเชื่อเราจะได้อ่านเรื่องสั้นแนวนี้ด้วย
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-09-28 13:35:01
ยาวมั่ก.. เดี๋ยวคืนนี้มาอ่านค่ะ...
 


นางงามมิตรภาพ^_^
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย นางงามมิตรภาพ^_^   เมื่อ: 2009-09-28 20:25:43
555
คุณพี่อา อาพี่ค่ะ หนูน้อง น้องหนู นอนไม่หลับค่ะ

เพราะอ่านจบแล้ว แต่สงสัยเหมือนคุณหลานนะค่ะ มันค้างงงงงงงงงงงง

ด้วยมิตรภาพ
 


กีรติ
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2009-09-28 21:21:05
พี่หมี พี่ทำไรไม่เป็นมั่งคะ อยากรู้จริงๆ
 


(...)
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2009-09-28 22:09:40
ขอตอบ จม. ครั้งที่แล้วก่อนครับ :)

สายลม : วันนี้ผมลองเล่านิทานเรื่อง"แมวดำ" ให้เพื่อนร่วมงานท่านหนึ่งฟัง เขาหัวร่อแล้วบอกว่า นี่มันนิทานตรงไหนเนี้ย (ผมหัวร่อ - เออ นั่นสิ)

จะว่าไป ผมลองอ่านทวนที่เขียนไปอีกรอบ ยิ่งอ่านวนอีกรอบยิ่งรู้สึกแตกต่างไปจากตอนแรก แน่นอน ยิ่งไม่เหมือนกับตอนเขียนเลย ตอนเขียนเรื่องนี้จบ ไม่รู้สิ ผมชอบมากกว่าสองเรื่องหลังนะ ไม่รู้ว่าจะเขียนแบบเรื่องแมวดำได้อีกเมื่อไหร่

นางงามมิตรภาพ^_^ : ผมเวลากลับบ้านก็ชอบที่จะเอาหนังสือมาอ่านให้หลานฟังครับ หนังสือบางเล่มเป็นนิทานสั้นๆ และแม่เขาเองหรือพ่อกับแม่ผมก็เคยอ่านให้เขาฟัง แต่พอผมอ่าน ผมก็ชอบแปลงเรื่องราวข้างในให้ไปอีกทาง

เจ้าหลานสาวก็ใช่ย่อย จำได้อีกแนะว่าคุณอามั่วอ่านเพี้ยนไปคนละเรื่องราว ตีมือใหญ่เลย บอกให้เราอ่านให้ถูกๆหน่อย นึกแล้วก็ยังอมยิ้ม :)

หัวใจสีส้ม : จะบอกให้ครับน้องหมอนอิง หลานสาวพี่นะ มีชั้นหนังสือส่วนตัวแล้วนะ หนังสือเต็มตู้เลย หยิมเล่มไหนให้เธออ่านเธออ่านได้หมด (จะว่าไปเหมือนเธอเล่าด้วยเสียงฮึมฮำมากกว่า) ตุลานี้ก็ ห้าขวบแล้วล่ะ :)

พี่จินนี่ : ผมกำลังคิดว่าเรื่องต่อไปจะเขียนเจ้าหญิงในตะเกียงวิเศษเหมือนกันครับพี่ ฮ่าๆ

nena : น้าน่าครับ วันก่อน(จริงเมื่อวาน) ดูหนังเรื่อง CITY OF GOD แล้ว รู้สึกว่า บ้านเมืองเราน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย

นิทานคนโต - จะว่าไป เมื่อวานนี้นี้ได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือนิทานของ เอนเดอร์เสน (ANDERSEN's Fairy Tales) อ่านๆไปสามสี่เรื่อง โอ่- นี่มันอ่านได้ทั้งเด็กโตเด็กเล็กเลยนะเนี้ย สงสัยผมต้องฝึกฝนอีกนานเลย กว่าจะสามารถทำได้อย่างนั้น :)

พี่นก : ผมอ่านอีกรอบผมก็ฮาครับ "เจ้าหญิงขี้ม้าขาว" เจอประโยคนี้ผมฮาขี้แตกเลยละครับ(เขียนขี่เป็นขี้ได้ไงฟระ) เขียนด้วยอารมณ์แบบเด็กๆนี่ยากนะ (จริงๆ) แต่วรรณกรรมในดวงใจที่ผมชอบที่สุดคือ 'พูห์' นะ ไม่รู้สิ ผมว่าอ่านแล้ว เรื่องราวทิ้งพื้นที่ว่างให้เราคิดต่อยอดได้เยอะจริงๆ

ก็เคยลองคิดเหมือนกันครับว่า วรรณกรรมจริงๆแล้ว ควรให้คำตอบหรือสร้างเพียงคำถาม ลองตอบเล่นๆ คิดว่าไม่น่าจะมีคำตอบถูกทีสุด

เรื่องหลาน- อืมม์คันมืออยากเล่า จริงๆ เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า :)

วนิดา(นามปากกา) : "ไอ้หนูหมัดเมา" นั่นประไร น่าสนนะเนี้ย ถ้ามีโอกาสจะลองดูครับ :)

auGustMooN : ขอบคุณครับ อันใดขาดตกไปในเนื้อหา ช่วยเสริมก็ได้นะครับ :)

พีพี : จะว่าไปแล้วผมคนหนึ่งละ ที่ไม่เคยมีใครเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน จะมีก็แต่ "แม่นกกาเหว่าเอย....." แล้วก็หลับก่อนเพลงจบทุ๊กทีสิน่า :)

น๊อต :

"เราไม่มีวันรู้เข้าใจอะไรต่อมิอะไร
เรา(อาจจะ)เข้าใจก็ต่อเมื่อเข้าไปทำความรู้จักแก่นมัน"

ขอเอาไปแปะหลังเล่มได้มั้ยเนี้ย :)

จะว่าไปแล้ว การที่เราเข้าใจอะไรได้เร็วเกินไป มันทำให้เราไม่รู้อะไรเลยเหมือนกัน(งงมั้ย)

ขอบคุณสำหรับคำคมเสมอครับ :)


 


(...)
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2009-09-28 22:18:14
พีพี : แหม่- คราวนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คนเขียนก็เมาหวัดเหมือนกันครับ :)

ชริ : ก็กำลังคิดอยู่ว่า นับวันมันจะเหมือนเรื่องสั้นแนวทดลองไปทุกที(ฮาๆ) คราวหน้าจะพยายามดึงอายุกลับมายังตอนเด็กๆให้ได้ครับ :)

พี่นก : ยาวเหรอ ฮึ้ย!! เรื่อง "แมวดำ" ยาวกว่านะผมว่า

นางงามมิตรภาพ^_^ : ปลายเปิดนะครับ ลองคิดต่อกันเอาเองว่าเขาเอาแผ่นไม้ไปทำอะไร ถึงออกจากเกาะได้ :)

กีรติ : ก็ว่าปีหน้าจะออกเทปนะครับน้อง ^o^

 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-09-29 00:23:47
หวัดดีครับหมี

เออ... อ่านจริง ๆ แล้วไม่ยาว


อ่านแล้วทำให้คิดว่าอยากจะปริ๊นท์ออกมา แล้วเริ่มละนะ...


ชักชวนหลานสาวตัวดีหาอุปกรณ์กันดีกว่า...

ตุ๊กตาหุ่นมือ 2 ตัว , หมอน 2 ใบวางไว้บนโต๊ะ , กล่องไม้เล็ก ๆ ที่บ้านมีอยู่ และเครื่องบินที่อาม่าเพิ่งซื้อให้หลาน

ได้เวลาเราก็จะเล่นละครเวทีหุ่นมือกันละ

คิดว่าจะใช้เล่านิทานเรื่องนี้ให้หลานวัย 1 ขวบ 8 เดือนเข้าใจได้ดีนะ



ส่วน... คนหนึ่งคนอยู่บนเกาะหนึ่งเกาะ และคนอีกหนึ่งคนอยู่บนเกาะอีกหนึ่งเกาะ และบนเกาะมีเพียงคนหนึ่งคน ส่วนอีกหนึ่งคนก็อยู่อีกเกาะ

เกาะเกาะหนึ่งอยู่กลางทะเล และอีกเกาะหนึ่งก็อยู่กลางทะเล นั่นแสดงว่า ในทะเลตรงกลาง มีเกาะสองเกาะ และในกลางทะเลอีกเช่นกัน มีคนสองคน คนทั้งสองอยู่บนเกาะคนละเกาะ


อันนี้อี๊อ่านเอง... ชอบ... (คิดได้ไง ทำให้นึกถึงเพลง อย่า อยู่ อย่าง อยาก ของ พีทูวอร์ชิพ นึกได้ไงว-ะ เหมือนกัน -_-')



ขอบคุณนิทานดี ๆ นะ อย่าลืมรวมเล่มล่ะ แบบอ่านได้ถึงโตความจริงก็ดีเหมือนกัน อืม ๆ สู้! สู้!
 


arada
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย arada   เมื่อ: 2009-09-29 11:21:04
พี่หมีคะ มาอ่านช้า (ดีกว่าไม่มา)

ชอบมั่กๆ

พี่เป็นคุณอาที่เจ๋งมากเลย

งั้นหนูเป็นหลานพี่ด้วยคนนะ

อิอิ
 


AuguSt mOoN
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย AuguSt mOoN   เมื่อ: 2009-09-29 21:36:54
ชอบมากเลยค่ะ
อ่ายแล้วรู้สึกถึงความอ่อนโยนบางอย่าง
บอกไม่ถูก
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-09-30 12:20:03
จะมาอ่านรอบบ่ายนะคะ
แอบอ่านช่วง ตอบ จม. ก่อนเลย ขอบอก 555++
 


ชริ
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-09-30 14:44:47
ชริ : ก็กำลังคิดอยู่ว่า นับวันมันจะเหมือนเรื่องสั้นแนวทดลองไปทุกที(ฮาๆ) คราวหน้าจะพยายามดึงอายุกลับมายังตอนเด็กๆให้ได้ครับ :)

ตอบ.......เคยเขียนเรื่องสั้นในลักษณะนี้เหมือนกันค่ะ แต่เขียนไปเขียนมาทำให้เรารู้ว่าตัวเราไม่เหมาะสำหรับเรื่องสั้นและงานประเภทนี้ค่ะ

เมื่อได้อ่านของท่านสามจุดก็ชอบ และชอบมากเพราะเขียนดำเนินเรื่องได้กระชับกว่า ดีกว่า อยากอ่านแนวนี้อีกค่ะ ขอบคุณค่ะ
 


น็อต
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-10-02 00:31:34
อา-หลานคู่นี้น่ารักจริงๆ

ขอตัวเอาผ้าห่มคลุมโปง หลับล่ะ ^_^

 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   549c1dd
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)