 |
นิทานสามจุด : เทวดาขี้เกียจ (๑) เมื่อ:
2009-10-04 21:32:32 |
เรื่องมันมีอยู่ว่า ในค่ำคืนอากาศดีพอประมาณ ไม่มากมายแต่ก็เพียงพอให้คุณอาและคุณหลานออกมานั่งนับดาวเล่น คุณอาคะ? ทำไมเราต้องมานั่งนับดาวด้วยละคะ มันประหยัดพลังงานดีครับคุณหลาน เหรอคะ แล้ว
ถ้าเรานับกันจนหมดแล้วเราจะทำยังไงต่อดีละคะ? อืมม์
นั่นสินะ เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยคิดกันอีกที ในขณะที่คุณหลานนั่งนับดาว และ คุณอานั่งฮำเพลงสบายอารมณ์ ดาวดวงเล็ก ๆ หนึ่งดวงก็ดันเกิดขี้เกียจจะลอยอยู่บนฟ้า หลานสาวเห็นเช่นนั้นจึงร้องบอกคุณอาว่า อา ๆ ดาวตก ๆ อธิษฐานเร็ว เธอรีบหลับตาอธิษฐานบางอย่างจากดวงดาว คุณอาก็ต้องทำตามเธอเช่นกัน หลังเสร็จสิ้นการอธิษฐาน เธอหันมามองคุณอา คุณอาขออะไรเหรอ? เป็นคำถามที่ตอบยากสำหรับคุณอา บางครั้งเขาก็ทำ ๆ ตาม ๆ หลานไปอย่างนั้น อยากรู้? อาถามกลับ ก็พอสมควร เธอตอบ และ สายตาบ่งบอกว่า - อยากรู้พอสมควรจริง ๆ ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน อาว่าอย่างนั้น พร้อมหยิบหนังสือนิทานเล่มโปรดออกมาวางตรงหน้า วันนี้หนูอ่านนิทานให้อาฟังหนึ่งเรื่อง คุณหลานพยักหน้าแทนคำตอบ รับหนังสือนิทานไป ใช้มือน้อย ๆ อวบ ๆ ของเธอกรีดหน้าหนังสือผ่านไปทีละหน้า สองหน้า จนพบเรื่องที่คุณอาคั้นเอาไว้ อมยิ้มและก้มหน้าค่อย ๆ สะกดคำต่าง ๆ มากมายในนั้น เป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่คุณอาเคยได้ยิน - I - กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว โลกที่คนและเทวดาอาศัยร่วมกัน ไม่ว่าที่แห่งใดก็ตาม เราสามารถพบเห็นมนุษย์และเทวดายืนคุยกันได้ เทวดามากมายให้พรแก่มนุษย์ เพื่อให้สมหวังและตัวเทวดาเองก็ได้พลังจากความสมหวังของมนุษย์เหล่านั้นเป็นพลังชีวิต เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เทวดาต้องการพลังมากๆ พวกเขาก็จะลอยสูงขึ้นสูงขึ้น คนที่มอขอพรก็จะมีเครื่องบรรณาการตามแต่ที่เทวดาแต่ละตนจะเรียกหา พรที่ใหญ่โตหรือยากมาก เครื่องบรรณาการก็จะมากขึ้นตามลำดับ คนที่ไม่มีกินก็หมดหวังที่จะได้พรยิ่งใหญ่และยากเย็น ซึ่งมันก็เป็นความสมเหตุสมผลแล้วสำหรับโลกที่ ผลประโยชน์คือการแลกเปลี่ยน มีคนให้ มีคนสนองตอบ ด้วยความพึงใจทั้งสองฝ่าย อะไรๆก็ง่ายดายเพราะมีสิ่งของแลกเปลี่ยน - II - กาลต่อมาอีกนานเหมือนกัน เทวดาตนหนึ่ง - บังเอิญว่าเป็นเทวดาแสนขี้เกียจ เทวดาตนอื่นๆก็มักว่าอย่างนั้น เทวดาขี้เกียจตนนั้น ค่อยตกต่ำลงเรื่อง เขาไม่ค่อยจะให้พรที่มีคนขอสมหวังเท่าไรนัก บางครั้งเขากลับแกล้งในคนที่มาขอพรประสพกับเรื่องราวไม่คาดฝัน ก็พวกมันขี้เกียจ-เรื่องแค่นี้ก็ทำกันเองไม่ได้ เทวดาจอมขี้เกียจชอบพูดอย่างนั้น และนั้นเป็นเหตุให้เขาตกต่ำลงไปเรื่อย ไม่มีใครมาขอพรกับเขา และไม่มีใครเลยที่สนใจเขา จากที่เป็นเทวดาในเมืองใหญ่ เขาถูกลดชั้นไปเรื่อยๆ เมฆน้อยๆ พออยู่พออาศัยของเขาก็ค่อย ๆ พาเขาลอยไปที่ดินแดนอันห่างไกลความเจริญ ที่แห่งนั้นมีแต่ความยากไร้ ผู้คนแทบไม่มีกิน ไม่รู้หนังสือ และทำมาหากินไปวันๆ วันที่เทวดาจอมขี้เกียจลอยเรื่อย ๆ มาถึงเมืองแห่งนี้ ชาวบ้านต่างรู้สึกไม่ค่อยดีกับเขา เพราะคิดว่าเทวดาตนนี้ คงจะมาทำความเดือดร้อนพวกเขาแน่ๆ ก็จะมิให้ชาวบ้านคิดแบบนั้นได้ยังไงเล่า เพราะคนส่วนใหญ่ที่ในเมืองมักขอพรให้ตัวเองมั่งมี ร่ำรวย และเทวดาก็ดลบันดาลสิ่งต่างๆมากมายให้พวกเขา และกลับกลายเป็นว่าสิ่งต่างๆที่เหล่าเทวดาได้เสกให้พวกเขานั้น คือการดึงเอาส่วนของชาวบ้านมันให้ชาวเมือง เทวดาขี้เกียจรู้สึกสบายใจเหมือนกันที่ไม่มีใครมากวนใจ ในแต่ละวันเขาจะลอยไปลอยมา เฝ้ามองชาวบ้านทำโน่นทำนี่ และก็ลอยไปเรื่อยในหลายเมือง เห็นสิ่งต่างๆมากมาย ดูไปแล้ว เขาไม่รู้สึกเบื่อเลยที่ตัวเขาเองไม่รู้ว่าหน้าที่ของการเป็นเทวดา แต่ก็เป็นอยู่อย่างนั้นไม่นาน เจ้าเทวดาเริ่มรู้ตัวเองว่า หากไม่มีใครมาขอพรต่อเขา พลังของเขาก็จะเสื่อมถอยไปเรื่อยๆ จนมีวันหนึ่งเจ้าเทวดาจอมขี้เกียจจึงป่าวประกาศว่าเขาจะให้พรโดยใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นไม่นานนัก ปรากฏว่ามีคนสามคนที่อยากจะขอพรต่อเขา ชายคนที่หนึ่ง เอ่ยขอพรที่ว่า เขาเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือแต่เด็ก โตมาโดยไม่รู้หนังสือ เขาจึงอยากที่จะอ่านหนังสืออกและเขียนหนังสือได้ด้วย เทวดาจอมขี้เกียจฟังแล้วก็เบ้ปากบอกกับชายคนนั้นว่า งั้นเจ้าเดินทางไปยังเมืองตะวันออก มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่กลางเมืองมีดอกไม้สีแดงปลูกไว้เยอะแยะ เจ้าไปเด็ดมาให้ข้าหนึ่งดอก ชายคนนั้นรับฟังแล้วก็เดินจากไปยังทิศตะวันตก แค่ดอกไม้ดอกเดียวทำให้เขาอ่านหนังสืออก คุ้มเสียไม่มี - เขาคิด ส่วนชายคนที่สอง เป็นคนดูผอมบาง อ่อนแอ และเขาอยากมีร่างกายที่แข็งแรง และแข็งแรงที่สุดในเมืองด้วย คราวนี้เจ้าเทวดามองชายคนนั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะบอกว่า งั้นเจ้าเดินไปทางทิศตะวันตก มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ในเมืองนั้นมีปลาประหลาดตัวหนึ่ง เนื้อมันอร่อยข้าชอบ เจ้าไปเอามาให้ข้าสักตัวสิ ชายคนนั้นรีบวิ่งไปทางทิศตะวันออก เขาอยากได้ปลาตัวนั้นมาไวๆ เพื่อที่เขาจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงที่สุดในแผ่นดิน แค่ปลาตัวเดียว คุ้มซะไม่มี และชายคนที่สาม เขาอยากเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินทรัพย์สินทุกอย่างต้องเป็นของเขา คราวนี้เจ้าเทวดาถึงกับหัวร่อออกมา ง่ายนิดเดียว เจ้าไม่ต้องเอาอะไรให้ข้าเลย - เจ้าแค่หลับตาแล้วเดินไปทางทิศใต้ เมื่อลืมตาขึ้นมา เจ้าจะได้ครอบครองทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ ชายคนนั้นดีใจจนแทบร้องไห้ เขาหลับตาแล้วเดินไปทางทิศใต้ จากนั้นภาพของคนทั้งสามค่อยๆลับหายไปจากสายตาเจ้าเทวดาขี้เกียจ เขายังคงนอนสบายใจลอยไปลอยมาเหมือนเดิม
- III - เวลาล่วงผ่านไปแล้วสามวัน คนทั้งสามยังไม่มีใครกลับมาสักคนเดียว และ จากนั้นไม่นาน เทวดาจอมขี้เกียจก็ได้พลังมากมาย เมฆของเขาใหญ่ขึ้น และลอยสูงขึ้น สูงขึ้น เหล่าเทวดาที่รู้จักเขาต่างประหลาดใจ ทำไม? เจ้าเทวดาจอมขี้เกียจถึงได้พลังงานมากมายถึงเพียงนั้น
. อ้าว - ทำไมถึงเป็นอย่านั้นละครับ คุณอาถามคุณหลานด้วยความสงสัย คุณอาอยากรู้เหรอ? ก็อยากรู้ คุณอาตอบคุณหลาน มากมั้ย? คุณหลานถามคุณอา คุณอายิ้ม ตอบว่า ก็พอสมควร ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คุณหลานว่าอย่างนั้น พร้อมกับส่งหนังสือให้คุณอา  - to be continue - อ่านนิทานเรื่องก่อน ๆ (๗)- นิทานสามจุด : แผ่นไม้และตะปู (๖)- นิทานสามจุด : เจ้าหนูนิทรา (๕)- นิทานสามจุด : แมวดำบนโลกใบขาว (๔)- นิทานสามจุด : คนเก็บดาว (๓)- นิทานสามจุด : แก้วก็คือแก้ว (๒)- นิทานสามจุด : ขอดาว (๑)- นิทานสามจุด : เจ้าชายกับรากไม้
ปล. วันนี้มีสองตอน - ยาวหน่อยนะ :) |