ผู้เขียน  หัวข้อ: นิทานสามจุด : เทวดาขี้เกียจ (๑)
(...)

นิทานสามจุด : เทวดาขี้เกียจ (๑)
 เมื่อ: 2009-10-04 21:32:32 

 

07-03


เรื่องมันมีอยู่ว่า ในค่ำคืนอากาศดีพอประมาณ ไม่มากมายแต่ก็เพียงพอให้คุณอาและคุณหลานออกมานั่งนับดาวเล่น

“คุณอาคะ? ทำไมเราต้องมานั่งนับดาวด้วยละคะ”

“มันประหยัดพลังงานดีครับคุณหลาน”

“เหรอคะ – แล้ว… ถ้าเรานับกันจนหมดแล้วเราจะทำยังไงต่อดีละคะ?”

“อืมม์… นั่นสินะ เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยคิดกันอีกที”

ในขณะที่คุณหลานนั่งนับดาว และ คุณอานั่งฮำเพลงสบายอารมณ์ ดาวดวงเล็ก ๆ หนึ่งดวงก็ดันเกิดขี้เกียจจะลอยอยู่บนฟ้า หลานสาวเห็นเช่นนั้นจึงร้องบอกคุณอาว่า

“อา ๆ ดาวตก ๆ อธิษฐานเร็ว” เธอรีบหลับตาอธิษฐานบางอย่างจากดวงดาว คุณอาก็ต้องทำตามเธอเช่นกัน

หลังเสร็จสิ้นการอธิษฐาน เธอหันมามองคุณอา “คุณอาขออะไรเหรอ?” เป็นคำถามที่ตอบยากสำหรับคุณอา บางครั้งเขาก็ทำ ๆ ตาม ๆ หลานไปอย่างนั้น

“อยากรู้?” อาถามกลับ

“ก็พอสมควร” เธอตอบ และ สายตาบ่งบอกว่า - อยากรู้พอสมควรจริง ๆ

“ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” อาว่าอย่างนั้น พร้อมหยิบหนังสือนิทานเล่มโปรดออกมาวางตรงหน้า

“วันนี้หนูอ่านนิทานให้อาฟังหนึ่งเรื่อง”

คุณหลานพยักหน้าแทนคำตอบ รับหนังสือนิทานไป ใช้มือน้อย ๆ อวบ ๆ ของเธอกรีดหน้าหนังสือผ่านไปทีละหน้า สองหน้า จนพบเรื่องที่คุณอาคั้นเอาไว้ อมยิ้มและก้มหน้าค่อย ๆ สะกดคำต่าง ๆ มากมายในนั้น

เป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่คุณอาเคยได้ยิน


- I -

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

โลกที่คนและเทวดาอาศัยร่วมกัน ไม่ว่าที่แห่งใดก็ตาม เราสามารถพบเห็นมนุษย์และเทวดายืนคุยกันได้  เทวดามากมายให้พรแก่มนุษย์ เพื่อให้สมหวังและตัวเทวดาเองก็ได้พลังจากความสมหวังของมนุษย์เหล่านั้นเป็นพลังชีวิต

เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เทวดาต้องการพลังมากๆ พวกเขาก็จะลอยสูงขึ้นสูงขึ้น คนที่มอขอพรก็จะมีเครื่องบรรณาการตามแต่ที่เทวดาแต่ละตนจะเรียกหา พรที่ใหญ่โตหรือยากมาก เครื่องบรรณาการก็จะมากขึ้นตามลำดับ

คนที่ไม่มีกินก็หมดหวังที่จะได้พรยิ่งใหญ่และยากเย็น ซึ่งมันก็เป็นความสมเหตุสมผลแล้วสำหรับโลกที่ ผลประโยชน์คือการแลกเปลี่ยน มีคนให้ มีคนสนองตอบ ด้วยความพึงใจทั้งสองฝ่าย อะไรๆก็ง่ายดายเพราะมีสิ่งของแลกเปลี่ยน

 

07-02 

- II -

กาลต่อมาอีกนานเหมือนกัน

เทวดาตนหนึ่ง - บังเอิญว่าเป็นเทวดาแสนขี้เกียจ เทวดาตนอื่นๆก็มักว่าอย่างนั้น เทวดาขี้เกียจตนนั้น ค่อยตกต่ำลงเรื่อง เขาไม่ค่อยจะให้พรที่มีคนขอสมหวังเท่าไรนัก บางครั้งเขากลับแกล้งในคนที่มาขอพรประสพกับเรื่องราวไม่คาดฝัน

“ก็พวกมันขี้เกียจ-เรื่องแค่นี้ก็ทำกันเองไม่ได้” เทวดาจอมขี้เกียจชอบพูดอย่างนั้น และนั้นเป็นเหตุให้เขาตกต่ำลงไปเรื่อย ไม่มีใครมาขอพรกับเขา และไม่มีใครเลยที่สนใจเขา

จากที่เป็นเทวดาในเมืองใหญ่ เขาถูกลดชั้นไปเรื่อยๆ เมฆน้อยๆ พออยู่พออาศัยของเขาก็ค่อย ๆ พาเขาลอยไปที่ดินแดนอันห่างไกลความเจริญ

ที่แห่งนั้นมีแต่ความยากไร้ ผู้คนแทบไม่มีกิน ไม่รู้หนังสือ และทำมาหากินไปวันๆ วันที่เทวดาจอมขี้เกียจลอยเรื่อย ๆ มาถึงเมืองแห่งนี้ ชาวบ้านต่างรู้สึกไม่ค่อยดีกับเขา เพราะคิดว่าเทวดาตนนี้ คงจะมาทำความเดือดร้อนพวกเขาแน่ๆ

ก็จะมิให้ชาวบ้านคิดแบบนั้นได้ยังไงเล่า เพราะคนส่วนใหญ่ที่ในเมืองมักขอพรให้ตัวเองมั่งมี ร่ำรวย และเทวดาก็ดลบันดาลสิ่งต่างๆมากมายให้พวกเขา และกลับกลายเป็นว่าสิ่งต่างๆที่เหล่าเทวดาได้เสกให้พวกเขานั้น คือการดึงเอาส่วนของชาวบ้านมันให้ชาวเมือง

เทวดาขี้เกียจรู้สึกสบายใจเหมือนกันที่ไม่มีใครมากวนใจ ในแต่ละวันเขาจะลอยไปลอยมา เฝ้ามองชาวบ้านทำโน่นทำนี่ และก็ลอยไปเรื่อยในหลายเมือง เห็นสิ่งต่างๆมากมาย ดูไปแล้ว เขาไม่รู้สึกเบื่อเลยที่ตัวเขาเองไม่รู้ว่าหน้าที่ของการเป็นเทวดา

แต่ก็เป็นอยู่อย่างนั้นไม่นาน  เจ้าเทวดาเริ่มรู้ตัวเองว่า หากไม่มีใครมาขอพรต่อเขา พลังของเขาก็จะเสื่อมถอยไปเรื่อยๆ  จนมีวันหนึ่งเจ้าเทวดาจอมขี้เกียจจึงป่าวประกาศว่าเขาจะให้พรโดยใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้นไม่นานนัก ปรากฏว่ามีคนสามคนที่อยากจะขอพรต่อเขา

ชายคนที่หนึ่ง เอ่ยขอพรที่ว่า เขาเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือแต่เด็ก โตมาโดยไม่รู้หนังสือ เขาจึงอยากที่จะอ่านหนังสืออกและเขียนหนังสือได้ด้วย

เทวดาจอมขี้เกียจฟังแล้วก็เบ้ปากบอกกับชายคนนั้นว่า “งั้นเจ้าเดินทางไปยังเมืองตะวันออก มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่กลางเมืองมีดอกไม้สีแดงปลูกไว้เยอะแยะ เจ้าไปเด็ดมาให้ข้าหนึ่งดอก”

ชายคนนั้นรับฟังแล้วก็เดินจากไปยังทิศตะวันตก แค่ดอกไม้ดอกเดียวทำให้เขาอ่านหนังสืออก คุ้มเสียไม่มี - เขาคิด

ส่วนชายคนที่สอง เป็นคนดูผอมบาง อ่อนแอ และเขาอยากมีร่างกายที่แข็งแรง และแข็งแรงที่สุดในเมืองด้วย

คราวนี้เจ้าเทวดามองชายคนนั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะบอกว่า “งั้นเจ้าเดินไปทางทิศตะวันตก มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ในเมืองนั้นมีปลาประหลาดตัวหนึ่ง เนื้อมันอร่อยข้าชอบ เจ้าไปเอามาให้ข้าสักตัวสิ”

ชายคนนั้นรีบวิ่งไปทางทิศตะวันออก เขาอยากได้ปลาตัวนั้นมาไวๆ เพื่อที่เขาจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงที่สุดในแผ่นดิน แค่ปลาตัวเดียว คุ้มซะไม่มี

และชายคนที่สาม เขาอยากเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินทรัพย์สินทุกอย่างต้องเป็นของเขา

คราวนี้เจ้าเทวดาถึงกับหัวร่อออกมา “ง่ายนิดเดียว เจ้าไม่ต้องเอาอะไรให้ข้าเลย - เจ้าแค่หลับตาแล้วเดินไปทางทิศใต้ เมื่อลืมตาขึ้นมา เจ้าจะได้ครอบครองทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ”

ชายคนนั้นดีใจจนแทบร้องไห้ เขาหลับตาแล้วเดินไปทางทิศใต้ จากนั้นภาพของคนทั้งสามค่อยๆลับหายไปจากสายตาเจ้าเทวดาขี้เกียจ

เขายังคงนอนสบายใจลอยไปลอยมาเหมือนเดิม…

07-04

- III -

เวลาล่วงผ่านไปแล้วสามวัน

คนทั้งสามยังไม่มีใครกลับมาสักคนเดียว และ จากนั้นไม่นาน เทวดาจอมขี้เกียจก็ได้พลังมากมาย เมฆของเขาใหญ่ขึ้น และลอยสูงขึ้น สูงขึ้น

เหล่าเทวดาที่รู้จักเขาต่างประหลาดใจ

ทำไม? เจ้าเทวดาจอมขี้เกียจถึงได้พลังงานมากมายถึงเพียงนั้น

….


“อ้าว - ทำไมถึงเป็นอย่านั้นละครับ” คุณอาถามคุณหลานด้วยความสงสัย

“คุณอาอยากรู้เหรอ?”

“ก็อยากรู้” คุณอาตอบคุณหลาน

“มากมั้ย?” คุณหลานถามคุณอา

คุณอายิ้ม ตอบว่า “ก็พอสมควร”

“ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”  คุณหลานว่าอย่างนั้น พร้อมกับส่งหนังสือให้คุณอา


07-01

 - to be continue -

 


อ่านนิทานเรื่องก่อน ๆ

(๗)- นิทานสามจุด : แผ่นไม้และตะปู
(๖)- นิทานสามจุด : เจ้าหนูนิทรา
(๕)- นิทานสามจุด : แมวดำบนโลกใบขาว
(๔)- นิทานสามจุด : คนเก็บดาว
(๓)- นิทานสามจุด : แก้วก็คือแก้ว
(๒)- นิทานสามจุด : ขอดาว
(๑)- นิทานสามจุด : เจ้าชายกับรากไม้




ปล. วันนี้มีสองตอน - ยาวหน่อยนะ :)

2009-10-04 21:32:32/(...)

 


นางงามมิตรภาพ^_^
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย นางงามมิตรภาพ^_^   เมื่อ: 2009-10-04 21:52:56
เอาอีกๆๆ
คุณอาขี้โกง กำลังเคลิ้มเชียว
.............................................
อ่านไปอ่านมา
เริ่มมึนไม่มาก แต่ก็พอใช้
ภาษาที่เขียนก็ดี ไม่เลว
ถ้าอ่านนาน นานมาก นานปานกลาง หรือนานมากเกินไป
อาจทำให้สับสนในตัวเอง

ด้วยมิตรภาพ
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-10-04 22:04:13
เอ้า! กะจะเข้ามาอ่านนิทานเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องนี้นะ ทำไมเป็นเทวดาขี้เกียจจริง ๆ ด้วย


ท่านชายอุมา (นางเกย์แห่งปราสาทมืด) คราวหน้าต้องเล่าให้หลานฟังบ้างล่ะนะ คราวนี้หลานเล่าน่ารัก สนุกสนานเชียว ฝากบอกหลานด้วยว่า ชอบ...บ ^_^



ปล.คะแนนหมี ในบ้านหนอนอะวอร์ด เวลารวมคะแนนโค-ตะ-ระงงเลยว-ะ ช่วยให้ความกระจ่างหน่อยสิคะ ท่านชายนางเกย์เอก (เค้ามีพระเอกกับนางเอกแล้วไง) อิ อิ
 


(...)
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2009-10-04 22:13:41
นางงามมิตรภาพ^_^ : เอาไว้สัปดาห์หน้าค่อยจบครับ วันนี้ดัชนีสิ้นแรงเลี้ยว ^_^

พี่นก : เล่นซะผมสะอึกเลย (เห็นเราเป็น อะมิบ้า ซะงั้น) คราวหน้าคุณอาเล่าสงสัยจะดราม่านะท่านพี่ อิอิ

จดหมายกระทู้ที่แล้งขอยกยอดไว้พรุ่งนี้ครับ วันนี้ นั่งหน้าคอมตาแฉะแล้วละ :)
 


สิญจน์ สวรรค์เสก
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย สิญจน์ สวรรค์เสก   เมื่อ: 2009-10-05 04:40:20

อ่ะฮ้า กำลังหนุกเลย

ว้า จบตอนซะแระ

เจ้าหลานคนนี้ ทำไหมถึงได้แกล้งคนแก่ที่ชอบฟังนิทานแบบนี้หนอ ฮึ
 


ชายชมพระจันทร์
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย ชายชมพระจันทร์   เมื่อ: 2009-10-05 10:12:11
ฝีมือยอดเยี่ยมมากๆ เฮียสามเรา ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด
และการเขียน

สุดยอด

 


สายลม
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย สายลม   เมื่อ: 2009-10-05 11:30:59
เซ็งเลย

ใจจะขาดรอนๆ

อาทิตย์หน้ามาวันศุกร์ อย่างช้าก็วันเสาร์นะ -p-l-e-a-s-e-
 


arada
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย arada   เมื่อ: 2009-10-05 11:59:17
อยากรู้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ขอย้ำว่ามิใช่แค่ "พอประมาณ"
 


(...)
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2009-10-05 23:36:58


ตอบ จม. จากกระทู้ที่แล้วก่อนน่า

พี่นก : น่าสนใจมากเคบครับพี่ สำหรับการเอาอุปกรณ์ต่างรอบๆตัวมาใช้ในการเล่านิทาน จะว่าไปแล้ว เวลาเราเขียน หรือคนที่เขาเขียนนิทาน หากเขานึกถึงตรงนี้ไว้บ้าง มันก็ดีนะ ทำให้เห็นภาพของนิทานมายิ่งขึ้นเลย :)

อารดา : เป็นหลานพี่นี่ - พี่ไม่แก่ขนาดนั้นนะเว้ย :p

AuguSt mOoN : เรื่องเรื่องนี้ จะว่าไปแล้วสามารถมองได้สองมุมนะ เกี่ยวกับความมุ่งมั่นและความเห็นแก่ตัว ส่วนเนื้อหาระหว่าง อาและหลาน

นั่นทำให้เรื่องราวดูผ่อนคลายขึ้นมากเลย ผมเลยแอบติดบทสนทนาระหว่างหลานและอาไว้เสมอ ขอบคุณที่ตามอ่านเสมอครับ :)

หนูอิง : อ่านจบแล้วบอกพี่ด้วยนะจ๊ะ :)

ชริ : ทำให้ผมนึกถึงเรื่องๆหนึ่ง ถือว่าเก็บมาฝากเพื่อนนักอ่านและนักอยากเขียนก็แล้วกันครับ เป็นบทสนทนาเล็ก ๆ ในนิทานเรื่อง พุ่มดอกเอลเดอร์

ชายชราบอก "ฉันควรจะเล่านิทานให้เจ้าฟังสักเรื่อง แต่ฉันไม่มีเรื่องจะเล่าแล้ว"

"แต่งขึ้นสักเรื่องสิครับ"เด็กชายบอก "แม่บอกว่า ทุกอย่างที่คุณเห็นเป็นนิทานได้ คุณแต่งเรื่องได้จากของทุกอย่าง"

"ก็ใช่ แต่มันไม่สนุก เรื่องเหมาะ ๆ มันต้องเกิดของมันเอง มันมาเคาะที่หน้าผากฉันแล้วบอกว่า ' พวกเราอยู่นี่แล้ว' "

น๊อต : อากาศร้อนครับ คลุมโปงนี่ มันต้องหน้าหนาว อิอิ
 


(...)
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2009-10-05 23:55:20


จม. สัปดาห์นี้ครับ

พี่สอง : รอวันอาทิตย์ขอรับท่านพี่ จบจิง เจ็บจริงขอรับ :)

ท่านชาย : กระผมก็ติดตามภาพถ่ายของท่านเหมือนกัลล์ ชอบดูบ้านเมืองคนอื่นนะครับ เห็นอะไรได้กว้างไกลดีในอีกมุม :)

สายลม : ท่าจะยากขอรับวันศุกร์และเสาร์ คิวแน่นมากๆ วันอาทิตย์ละกันเนอะ :)

อารดา : ยิ่งอยากรู้ ยิ่งอยากอำจังเลย อิอิ :)

ปล. อากาศร้อนเหน็บรูปเย็นๆมาให้ชมกันครับผม :)
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-10-06 13:02:54
โห...หมี

หมีถ่ายภาพได้น่าสนใจมาก ๆ เลยนะ

ทำให้พี่หลงเสน่ห์การถ่ายภาพขึ้นมาอีกแล้ว

แต่ก็นั่นล่ะ ขาดปัจจัยห้า , หก , เจ็ด ฯลฯ อย่างแรง!!!



เหอะ ถ่ายเท่าที่ทำได้ไปก่อนละกัน โอ๊ย...ยยยย โหยหา...
 


หัวใจสีส้ม
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย หัวใจสีส้ม   เมื่อ: 2009-10-07 11:25:28
อ๋อยยย...สารภาพตามตรงเลยค่ะ อ่านจบแล้วสนุกมากๆ แต่ไม่มีเวลาไปคอมเม้นท์เลย
งานรัดตัว กระดิกกระเดี้ยวทีก็แทบแย่แน่ะ 55

แต่สำหรับเรื่องนี้ ชอบมากลย
ชอบประโยคที่ว่า "ก็พอประมาณ" อิอิ

นิทานเรื่องนี้ ทำไมคุ๊น คุ้น ก็ไม่ทราบค่ะ

นี่ถ้าตอนจบ เฉลยในแบบที่อิงคิดนะ รับรองว่าใช่เรื่องเดียวกันแหงม
อิอิ 55++

คุณหลานช่างจำนรรจาขนาดนี้
มีหวังได้ของขวัญเป็นนิทานดีๆอีกเพียบกระบุงแหใเลย
กับงานสัปดาห์หนังสือคราวนี้

^_^
 


ชริ
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย ชริ   เมื่อ: 2009-10-07 11:58:45
อ้าว......ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ.......เทวดาทำเรื่อง......อย่าขี้เกียจ....รีบโพลต์ตอนต่อไปเลยนะ
 


น็อต
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-10-07 22:25:51
สนุกครับ
ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่มีการแลกเปลี่ยน...

ตอนจบ (คงต้องแลกมาด้วย คิดแล้วคิดเล่า คิดอีก คิดใหม่...)
^_^
รออ่านครับพี่สาม
 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   7117f6e7
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)