ผู้เขียน  หัวข้อ: เรื่องในวงเล็บ(๔) : space bar
(...)

เรื่องในวงเล็บ(๔) : space bar
 เมื่อ: 2006-12-22 17:33:29 


เคยหรือเปล่าอ่านหนังสือเล่มใหญ่ๆ ตัวหนังสือติดๆกันเป็นแถบๆ กว่าจะผ่านไปได้แต่ละหน้าเล่นเอามึนเหมือนกัน อ่านจนหมดเล่ม บางทีก็ต้องย้อนไปอ่านอีกเพราะมัวแต่มึน เลยจำเรื่องราวไม่ได้ เรื่องราวดีๆ แน่นไปไม่มีช่องว่าง ก็ทำเอามึนเหมือนกัน




เคยอ่านเรื่องบางเรื่อง เรื่องง่ายๆ สั่นๆ ไม่ยาว

ไม่ซับซ้อน อ่านแล้วสบายตา เก็บไปคิดอะไร

มากต่อมากได้





ปุ่ม spacebar บนคีย์ ไม่มีไว้สร้างตัวอักษร

แต่มีไว้สร้างที่ว่างระหว่างอักษร

เป็นปุ่มเดียวที่ไม่มีรูปบนปุ่ม ไม่มีอักษร ...





ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน ต้องมีที่ว่างเสียบ้าง
จะได้อ่านง่าย



สบายตา




...

2006-12-22 17:33:29/(...)

 


ทรงทอม
ความเห็นที่ 1

 
  ตอบโดย ทรงทอม   เมื่อ: 2006-12-22 17:45:49
ชอบครับ เข้าใจเปรียบเปรย

แถมช่างสังเกตอีกต่างหาก





ด้วยมิตรภาพครับ
 


(...)
ความเห็นที่ 2

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2006-12-22 18:09:17


สวัสดีปีใหม่ขอรับ

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงานของข้าพเจ้าแล้ว...(มีคนตาลุกเป็นไฟแล้วแหงมๆ)
จากนี้ไปก็หยุดยาวแล้วขอรับ

ถือโอกาส สวัสดีปีใหม่ทุกท่านเลยขอรับ
ขอให้มีความสุขตลอดศกจนจบปีนี้
แล้วพบเจอสิ่งดีๆที่จะพบเจอปีหน้าเลยขอรับ

ใครที่ยังทำงานอยู่ก็ขอให้สู้ๆ สู้จนเฮือกสุดท้ายขอรับ เดี้ยวก็ได้หยุดแล้ว

ส่วนข้าพเจ้าเย็นยามนี้


สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าขอรับ (^0^)/

...
 


คิทชา
ความเห็นที่ 3

 
  ตอบโดย คิทชา   เมื่อ: 2006-12-22 18:36:54
อืม...

ชวนคิด

อืม...

กลับไปคิดต่อ

อืม...

คิดไม่ออก

อืม...



กด Enter ก็เว้นว่างลงมา 2 บรรทัด

ป.ล. ผมคนหนึ่งที่ตาลุกวาว สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเช่นกัน
 


ส้มลิ้ม
ความเห็นที่ 4

 
  ตอบโดย ส้มลิ้ม   เมื่อ: 2006-12-22 21:08:37
อืม...
...เข้าใจคิดนะ...

อ่านแล้วกลับไปคิดต่อ...

ได้ไอเดียใหม่...

ก่อนนอน

ลืมจดไว้ข้างหมอน...

ตื่นมา...

...ลืม !!!...


แฮะๆๆ...

 


คาใจ the last piece
ความเห็นที่ 5

 
  ตอบโดย คาใจ the last piece   เมื่อ: 2006-12-22 21:20:03
ถึงว่าง ก็ยังอยู่แบบเบียดกัน

เพราะเรารู้จักกัน

ถึงเบียดกัน ก็ยังว่าง

เพราะเราไม่รู้จักกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ข้างบนไม่ว่าง
แต่กลับเบียดเสียดกันต่างหาก
เพราะตอนนี้ที่นี่ ฉันรู้จักกับคุณทุกคน
 


saranya_nok.worm
ความเห็นที่ 6

 
  ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2006-12-22 21:44:01
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเช่นกันค่า...****\O/****

อิจฉาจริง ๆ ด้วย วันสุดท้ายของฉันก็วันที่ 29 นั่นแหละค่ะ หลังจากนั้นก็จะเคาะ space bar ใส่ให้กับชีวิต ไปอีก 4 วันเคาะ :)

เฝ้ารอช่วงเวลาช่องว่างของชีวิต 4 วันนั้นแล้วค่า...
 


ยางมะตอยสีชมพู
ความเห็นที่ 7

 
  ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2006-12-22 21:55:48
ชีวิตผมนี่อยากมี space bar เยอะๆ จังฮะ...

โหยได้หยุดยาวตั้งแต่วันนี้เลยหรือ น่าอิจฉาจริงๆด้วย

ของผมกว่าจะได้หยุดก้โน่น อาทิตย์หน้า เผลอๆ วันหยุดชดเชยอาจอดอีกต่างหาก

^_^
 


nena
ความเห็นที่ 8

 
  ตอบโดย nena   เมื่อ: 2006-12-22 23:25:58
(...)

ไม่เห็นว่างเลยคะ เห็นแต่จุดในวงเล็บ

ล้อเล่นนะคะ ขอบคุณ แทน ความว่าง ของ นิ้วโป้ง นะคะ

สุขสันต์ปีใหม่เจ้าค่ะ
 


aod
ความเห็นที่ 9

 
  ตอบโดย aod   เมื่อ: 2006-12-23 08:46:33
i very envy you ,i have to work util next friday,thans for your greeting!
 


Goodman
ความเห็นที่ 10

 
  ตอบโดย Goodman    เมื่อ: 2006-12-23 12:49:33

.


.


.


.


.


-*-*-*-*-*-*-*-*- 'h a p p y - n e w - y e a r - ๒ ๐ ๐ ๗' -*-*-*-*-*-*-*-*-


.


.


.


.


.



:)
 


9 cl
ความเห็นที่ 11

 
  ตอบโดย 9 cl   เมื่อ: 2010-01-28 15:03:06

 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 



 

 

เรื่องจากปก

โดย (…)

(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)(ทดสอบ)


ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

ภายในโถงเรือ

มิเพียงมีแต่ผู้คนที่เรียกตนว่าใต้เท้า เถ้าแก่ผู้มั่งมีก็เดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้เช่นกัน บ่าวไพร่ติดตามผู้เป็นนายราวกับเป็นอาภรณ์ประดับบารมีผู้คน

ผู้คนย่อมกินดื่ม และเฝ้าอวดโอ้ความมั่งมีของตน บ้างสวมใส่อาภรณ์สีสันประหลาดทับซ้อนไปหลายชั้น อีกทั้งมากมายด้วยเครื่องประดับ หรือตำแหน่งยศที่พอจะสามารถประดับไว้ให้ใครต่อใครแลเห็น มองไปคล้ายคนเสียสติ แต่ก็ยังมีผู้คนคอยยกย่องรอบข้าง คนเหล่านี้มักมีสภาพไม่แตกต่างกัน ย่อมนับรวมได้ว่าเป็นผู้คนจำพวกเดียวกัน

แต่นางหาก็ได้เหลือบแล สายตาของนางกวาดไปรอบอย่างเชื่องช้า มั่นคงราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ผิดกัน บัณฑิตธนูทองกลับชมชอบที่จะเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนเหล่านี้ มันกลับมีแววตาที่แตกต่างไปจากนาง ดวงตาของมันมีประกายฉายแววแห่งการสงสัยใคร่รู้ เป็นได้ว่ามันเพียงต้องการศึกษาเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดพิเศษเหล่านี้

 





 


home room : แมวเก้าชีวิต
ความเห็นที่ 12

 
  ตอบโดย home room : แมวเก้าชีวิต   เมื่อ: 2010-01-28 15:41:11

หัวข้อที่ 4 : อุ้ย...หนาว
เรื่อง : แมวเก้าชีวิต

โดย กีรติ

ท่ามกลางแดดที่แผดจ้า บนถนนคอนกรีตในชุมชนเล็กๆ มีลูกแมวบอบบางตัวหนึ่งนอนสั่นระริกอยู่ข้างๆชายรูปร่างผอมมอมแมม มันไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากนอน เพียงเท่านี้เศษเงินจำนวนไม่น้อยจากผู้คนที่เดินทางผ่านได้เวียนกันลงกระป๋องอย่างไม่รู้จักเต็ม ทั้งๆที่มันเพียงแค่นอนสั่นกลางแดดเท่านั้น

“ไม่สงสารมันบ้างหรือไง มันก็ตัวเล็กแค่นี้ เอามันมานอนตากแดดทุกวันๆ บาปนะ” ทันทีที่เสียงวิจารณ์จากแม่ค้าขายมาลัยหน้าทางเข้าวัดดังขึ้น เขาก็ลุกปรี่เข้าไปหา

“มันจะอะไรนักหนา ฉันไม่ได้ไปควักเอาเงินพวกเขามานะ พวกเขาก็แค่โยนเศษเงินเหลือกินเหลือใช้มาให้ก็เท่านั้น มันไม่บาปหรอก ฉันต่างหากที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำบุญทำกุศล ให้พวกเขาได้ทำทาน ดูสิทั้งวันได้ตั้งร้อย เงินพวกนี้ก็เงินบุญของพวกเขาทั้งนั้น ป้าอย่ามายุ่งดีกว่า เงียบปากไปเถอะ” เขาคว้าลูกแมวเข้ากับเอวและฉวยกระป๋องเงินเทลงย่ามผ้าสีมอมไม่แพ้เนื้อตัวของเขา เดินเข้าวัดอย่างฉุนเฉียว

“เออ สักวันจะรู้สึก ทรมานสัตว์มันบาป แปลกคนจริงๆ มือตีนมีดีๆไม่รู้จักทำงาน มาขอทานเค้ากินไม่มีศักดิ์ศรีเลย”

“ก็ทำอยู่นี่ไง หรือจะให้ขโมยเขากินดีไหมล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะได้เป็นโจรไปเลย” เขาตะโกนลั่นก่อนหายเข้าไปยังหลังวัด ที่ที่เขาใช้เป็นที่กิน ที่นอน


ขนลูกแมวสีดำร่วงติดมือเขา เขามองเส้นขนเล็กๆเหล่านั้นแล้วถอนหายใจ

“เมื่อไหร่นะ มันถึงจะหาย เมื่อไหร่กัน” เขาลูบหัวลูกแมวเบาๆ วางมันลงในกล่องที่ปูด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่ง เขาแกะห่อข้าวที่ได้จากพระลูกวัด แบ่งส่วนหนึ่งใส่ขันพลาสติก และก้มกินส่วนที่เหลือจนหมดถุง

“กินซะสิ มีให้กินก็ดีแล้ว คนจนไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกนะไอ้แมว” เขาเขย่าหัวลูกแมว กดลงในขันพลาสติกที่มีข้าวคลุกกับเศษปลาพอคาว มันขยับปากและเลียจมูก มีข้าวบางส่วนเข้าปาก แต่ดูเหมือนว่า อาการสั่นสะท้านจะทำให้ร่างกายเล็กๆบอบบางนั้นน่าเวทนาหนักกว่าเดิม

“กินสิ” เขายังพยายามให้ลูกแมวกินข้าว แต่ไม่เป็นผล “ไม่กินเดี๋ยวก็ตายตามไอ้ดำไปหรอก” เขาตวาดใส่ และเหมือนกับว่าภาษาคนถูกแปลความหมายให้ลูกแมวเข้าใจ มันร้องตามประสาหนึ่งครั้งก่อนจะแน่นิ่งหลับใหล

เขาหันไปนั่งนับเงินที่รวบรวมมาได้จากการขอทาน มันรวมใส่ถุงพลาสติกจำนวนมันละร้อยเพื่อเอาไปแลกเป็นธนบัตรจากแม่ค้าร้านชำ เขาทำเช่นนี้เป็นประจำตั้งแต่ครั้งที่ขอทานตัวคนเดียว เรื่อยมาจนถึงการขอทานคู่กับแมวดำจนเป็นเอกลักษณ์ เขาว่า เขากับแมวมีอะไรที่คล้ายกัน แมวดำที่เขาพาไปนอนขอทานด้วยนั้นไม่ต่างอะไรกับเขา ครั้งหนึ่งเขาเคยเอ่ยกับพระในวัดที่ปรามการกระทำของเขาว่า แมวดำที่ไม่มีใครอยากเอาไปเลี้ยง เขานี่เองที่จะอาสาเป็นผู้หาเลี้ยงมันเอง เพราะใครๆต่างรังเกียจแมวดำที่เหมือนสื่อแห่งความอับโชค แม้ว่าในสายตาบางคนมองว่านี่คือการทรมานสัตว์ แต่เขากล้าพูดได้เต็มปากว่านี่คือการทำกุศล

“จะรอดตายไหมวะ” เขาเขย่าหัวลูกแมวอีกครั้ง นานนับชั่วโมงที่มันนอนนิ่งไม่สั่นไหว เขาเอามือวางที่ลำตัวที่แข็งเย็นแล้วถอนหายใจ

“ตายไปอีกหนึ่ง” เขาเอ่ยเบาๆ

ลูกแมวสีดำ รูปร่างบอบบางนอนตัวแข็งรูปเดียวกับที่มันสั่นครั้งสุดท้าย เขานำร่างของมันใส่ถุงพลาสติกที่บุด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกชั้นหนึ่ง มัดปากถุงจนแน่นใส่ถังขยะหลังวัดไม่ห่างจากที่เขานอนสักเท่าไร

“ตัวสุดท้ายแล้วนะ...เหลืออีกตัวเดียวเท่านั้น ครบเก้าตัวแล้ว หมดนี่จะไปหาแมวดำที่ไหนอีกล่ะทีนี้” ใต้ถุนกุฏิยังมีลูกแมวสีดำปลอดนอนหลับอยู่ มันสั่นระริกเพราะพิษไข้ ลูกแมวที่เกิดมาพร้อมกันแปดตัวถูกเขาทยอยนำออกไปขอทานตั้งแต่วันที่เขาจับแม่ของพวกมันไปไว้อีกที่ จนนี่คือตัวสุดท้าย พวกมันตายทีละตัว ทีละตัว ด้วยความที่มันมีสีดำปลอดเหมือนกันทั้งหมด ไม่มีใครเคยสงสัยเขาสักครั้งว่าแมวแต่ละตัวที่ถูกนำมานอนขอทานร่วมกับเขานั้นเป็นตัวเดียวกันหรือไม่

“มาออกมา..นอนอยู่นี่ก็ไม่เกิดประโยชน์หรอกไอ้ดำ” เขาคว้าลูกแมวออกจากที่นอน หัวของมันคลอนและดูมีสุขภาพแย่กว่าตัวอื่นๆ “น่าสงสารจริงๆเลย ไปขอเงินคนเขามาซื้อข้าวกินกันเถอะนะ”

ช่วงเย็นคนพลุกพล่าน เขาจับจองที่นั่งหมอบ และวางลูกแมวดำตัวสุดท้ายไว้ข้างกัน ขนของมันแหว่งวิ่นไปมากกว่าตัวก่อน คนเดินตลาดหน้าวัดเห็นแมวก็อดสงสารไม่ได้ เขาได้รับเงินอีกครั้ง

“แหมถ้ารู้ว่าเอาไอ้ตัวหัวแหว่งนี่มาแล้วมันเรียกเงินได้ดีขนาดนี้ เอามันมานานแล้ว” เขากระซิบเบาๆ พอให้ลูกแมวส่งเสียงตอบรับเล็กน้อย มันสั่นระริกเพราะความหนาว แต่กลับเรียกคะแนนความเห็นใจได้ดีหนักกว่าเก่า

ยังไม่ทันที่ตะวันจะตกขอบถนน ลูกแมวสีดำหัวแหว่งก็สิ้นใจ มันไม่สั่นแสดงอาการป่วยไข้อีกแล้ว เขามองดูอาการมันก็เข้าใจดี

“รอให้ตลาดวายเสียก่อนเถอะ รอให้คนไปหมดก่อนเถอะ ไอ้ดำ” เขากัดฟันพูด สายตาสอดส่ายหาผู้คนที่พอจะเดินผ่านมาทางเขา การหมอบกราบทำได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นคือ เขาจะหาแมวที่ไหนมาทดแทนแมวตัวที่ตายไป

“พาแมวมาทุกวันๆ ให้แมวมันเลี้ยงไปจนตายเลยหรือไง” แม่ค้าขายพวงมาลัยยังคงพูดเสียดสีเขา

“ฉันไม่เลี้ยงแมวแล้วก็ได้ ให้มันอดตายไปเลย ถ้ามันตายถือว่ามันเป็นความผิดของป้าก็แล้วกัน”

“อย่ามาโทษกันเลยวะ แมววัดต่อให้ไม่มีใครเลี้ยงพระท่านก็ให้มันกิน ไอ้คนบาป” เขาไม่สนใจเสียงดุกล่าวของใครทั้งนั้น เพราะนี่คือครั้งสุดท้ายแล้วที่แมวคอกนี้จะทำหน้าที่ขอทานร่วมกับเขา

ท้องฟ้าสีส้มปนม่วงครามห่มทึบ ประกายสายฟ้าแลบเป็นทางยาว ตลาดถูกเก็บอย่างเร่งร้อน เมื่อช่วงกลางวันอันร้อนระอุผ่านพ้นไป ยังผลให้สายฝนพรำจนเย็นทั่ว ไม่เว้นแต่ที่นอนของเขาที่เพิ่งเลิกผ้าคลุมออกในช่วงเช้า


ไม่ทันเวลาเสียแล้ว กองผ้าซับน้ำจนอิ่มแปล้ คืนนี้งานหนักของเขาคือการวิดน้ำออกจากที่นอน หลังจากที่นำซากลูกแมวตัวสุดท้ายไปทิ้ง เขาก็ไม่มีเวลาสนใจอะไรอีกนอกจากที่นอนของตัวเอง

“อะไรมันจะซวยแบบนี้วะ” เขาบ่นไปจนตลอดคืนที่หนาวเหน็บ ร่างผอมของเขาเกิดคลื่นสั่นระริก ไม่มีที่อบอุ่นส่วนไหนว่างเว้นให้เขาเลย

“ไปนอนในศาลาไหม”

“ขอบคุณครับหลวงพี่” พระลูกวัดชวนเขาอาศัยศาลาของวัดเป็นที่นอนหลบความชื้นและหนาวเย็น ที่นั่นมีคนจรหลายคนเอนตัวล้มนอนหันหัวคนละทิศทาง

เขาจับจองได้ที่เหมาะและนอนอย่างมีความหวัง

ในอ้อมกอดของเขา มีลูกหมาสีดำตัวหนึ่งสั่นระริกไปด้วยตลอดทั้งคืน.

 


(...)
ความเห็นที่ 13

 
  ตอบโดย (...)   เมื่อ: 2010-01-28 15:45:15











หัวข้อที่ 4 : อุ้ย...หนาว
เรื่อง : แมวเก้าชีวิต

โดย กีรติ

ท่ามกลางแดดที่แผดจ้า บนถนนคอนกรีตในชุมชนเล็กๆ มีลูกแมวบอบบางตัวหนึ่งนอนสั่นระริกอยู่ข้างๆชายรูปร่างผอมมอมแมม มันไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากนอน เพียงเท่านี้เศษเงินจำนวนไม่น้อยจากผู้คนที่เดินทางผ่านได้เวียนกันลงกระป๋องอย่างไม่รู้จักเต็ม ทั้งๆที่มันเพียงแค่นอนสั่นกลางแดดเท่านั้น

“ไม่สงสารมันบ้างหรือไง มันก็ตัวเล็กแค่นี้ เอามันมานอนตากแดดทุกวันๆ บาปนะ” ทันทีที่เสียงวิจารณ์จากแม่ค้าขายมาลัยหน้าทางเข้าวัดดังขึ้น เขาก็ลุกปรี่เข้าไปหา

“มันจะอะไรนักหนา ฉันไม่ได้ไปควักเอาเงินพวกเขามานะ พวกเขาก็แค่โยนเศษเงินเหลือกินเหลือใช้มาให้ก็เท่านั้น มันไม่บาปหรอก ฉันต่างหากที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำบุญทำกุศล ให้พวกเขาได้ทำทาน ดูสิทั้งวันได้ตั้งร้อย เงินพวกนี้ก็เงินบุญของพวกเขาทั้งนั้น ป้าอย่ามายุ่งดีกว่า เงียบปากไปเถอะ” เขาคว้าลูกแมวเข้ากับเอวและฉวยกระป๋องเงินเทลงย่ามผ้าสีมอมไม่แพ้เนื้อตัวของเขา เดินเข้าวัดอย่างฉุนเฉียว

“เออ สักวันจะรู้สึก ทรมานสัตว์มันบาป แปลกคนจริงๆ มือตีนมีดีๆไม่รู้จักทำงาน มาขอทานเค้ากินไม่มีศักดิ์ศรีเลย”

“ก็ทำอยู่นี่ไง หรือจะให้ขโมยเขากินดีไหมล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะได้เป็นโจรไปเลย” เขาตะโกนลั่นก่อนหายเข้าไปยังหลังวัด ที่ที่เขาใช้เป็นที่กิน ที่นอน

ขนลูกแมวสีดำร่วงติดมือเขา เขามองเส้นขนเล็กๆเหล่านั้นแล้วถอนหายใจ

“เมื่อไหร่นะ มันถึงจะหาย เมื่อไหร่กัน” เขาลูบหัวลูกแมวเบาๆ วางมันลงในกล่องที่ปูด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่ง เขาแกะห่อข้าวที่ได้จากพระลูกวัด แบ่งส่วนหนึ่งใส่ขันพลาสติก และก้มกินส่วนที่เหลือจนหมดถุง

“กินซะสิ มีให้กินก็ดีแล้ว คนจนไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกนะไอ้แมว” เขาเขย่าหัวลูกแมว กดลงในขันพลาสติกที่มีข้าวคลุกกับเศษปลาพอคาว มันขยับปากและเลียจมูก มีข้าวบางส่วนเข้าปาก แต่ดูเหมือนว่า อาการสั่นสะท้านจะทำให้ร่างกายเล็กๆบอบบางนั้นน่าเวทนาหนักกว่าเดิม

“กินสิ” เขายังพยายามให้ลูกแมวกินข้าว แต่ไม่เป็นผล “ไม่กินเดี๋ยวก็ตายตามไอ้ดำไปหรอก” เขาตวาดใส่ และเหมือนกับว่าภาษาคนถูกแปลความหมายให้ลูกแมวเข้าใจ มันร้องตามประสาหนึ่งครั้งก่อนจะแน่นิ่งหลับใหล

เขาหันไปนั่งนับเงินที่รวบรวมมาได้จากการขอทาน มันรวมใส่ถุงพลาสติกจำนวนมันละร้อยเพื่อเอาไปแลกเป็นธนบัตรจากแม่ค้าร้านชำ เขาทำเช่นนี้เป็นประจำตั้งแต่ครั้งที่ขอทานตัวคนเดียว เรื่อยมาจนถึงการขอทานคู่กับแมวดำจนเป็นเอกลักษณ์ เขาว่า เขากับแมวมีอะไรที่คล้ายกัน แมวดำที่เขาพาไปนอนขอทานด้วยนั้นไม่ต่างอะไรกับเขา

ครั้งหนึ่งเขาเคยเอ่ยกับพระในวัดที่ปรามการกระทำของเขาว่า แมวดำที่ไม่มีใครอยากเอาไปเลี้ยง เขานี่เองที่จะอาสาเป็นผู้หาเลี้ยงมันเอง เพราะใครๆต่างรังเกียจแมวดำที่เหมือนสื่อแห่งความอับโชค แม้ว่าในสายตาบางคนมองว่านี่คือการทรมานสัตว์ แต่เขากล้าพูดได้เต็มปากว่านี่คือการทำกุศล

“จะรอดตายไหมวะ” เขาเขย่าหัวลูกแมวอีกครั้ง นานนับชั่วโมงที่มันนอนนิ่งไม่สั่นไหว เขาเอามือวางที่ลำตัวที่แข็งเย็นแล้วถอนหายใจ

“ตายไปอีกหนึ่ง” เขาเอ่ยเบาๆ

ลูกแมวสีดำ รูปร่างบอบบางนอนตัวแข็งรูปเดียวกับที่มันสั่นครั้งสุดท้าย เขานำร่างของมันใส่ถุงพลาสติกที่บุด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกชั้นหนึ่ง มัดปากถุงจนแน่นใส่ถังขยะหลังวัดไม่ห่างจากที่เขานอนสักเท่าไร

“ตัวสุดท้ายแล้วนะ...เหลืออีกตัวเดียวเท่านั้น ครบเก้าตัวแล้ว หมดนี่จะไปหาแมวดำที่ไหนอีกล่ะทีนี้” ใต้ถุนกุฏิยังมีลูกแมวสีดำปลอดนอนหลับอยู่ มันสั่นระริกเพราะพิษไข้ ลูกแมวที่เกิดมาพร้อมกันแปดตัวถูกเขาทยอยนำออกไปขอทานตั้งแต่วันที่เขาจับแม่ของพวกมันไปไว้อีกที่

จนนี่คือตัวสุดท้าย พวกมันตายทีละตัว ทีละตัว ด้วยความที่มันมีสีดำปลอดเหมือนกันทั้งหมด ไม่มีใครเคยสงสัยเขาสักครั้งว่าแมวแต่ละตัวที่ถูกนำมานอนขอทานร่วมกับเขานั้นเป็นตัวเดียวกันหรือไม่

“มาออกมา..นอนอยู่นี่ก็ไม่เกิดประโยชน์หรอกไอ้ดำ” เขาคว้าลูกแมวออกจากที่นอน หัวของมันคลอนและดูมีสุขภาพแย่กว่าตัวอื่นๆ “น่าสงสารจริงๆเลย ไปขอเงินคนเขามาซื้อข้าวกินกันเถอะนะ”

ช่วงเย็นคนพลุกพล่าน เขาจับจองที่นั่งหมอบ และวางลูกแมวดำตัวสุดท้ายไว้ข้างกัน ขนของมันแหว่งวิ่นไปมากกว่าตัวก่อน คนเดินตลาดหน้าวัดเห็นแมวก็อดสงสารไม่ได้ เขาได้รับเงินอีกครั้ง

“แหมถ้ารู้ว่าเอาไอ้ตัวหัวแหว่งนี่มาแล้วมันเรียกเงินได้ดีขนาดนี้ เอามันมานานแล้ว” เขากระซิบเบาๆ พอให้ลูกแมวส่งเสียงตอบรับเล็กน้อย มันสั่นระริกเพราะความหนาว แต่กลับเรียกคะแนนความเห็นใจได้ดีหนักกว่าเก่า

ยังไม่ทันที่ตะวันจะตกขอบถนน ลูกแมวสีดำหัวแหว่งก็สิ้นใจ มันไม่สั่นแสดงอาการป่วยไข้อีกแล้ว เขามองดูอาการมันก็เข้าใจดี

“รอให้ตลาดวายเสียก่อนเถอะ รอให้คนไปหมดก่อนเถอะ ไอ้ดำ” เขากัดฟันพูด สายตาสอดส่ายหาผู้คนที่พอจะเดินผ่านมาทางเขา การหมอบกราบทำได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นคือ เขาจะหาแมวที่ไหนมาทดแทนแมวตัวที่ตายไป

“พาแมวมาทุกวันๆ ให้แมวมันเลี้ยงไปจนตายเลยหรือไง” แม่ค้าขายพวงมาลัยยังคงพูดเสียดสีเขา

“ฉันไม่เลี้ยงแมวแล้วก็ได้ ให้มันอดตายไปเลย ถ้ามันตายถือว่ามันเป็นความผิดของป้าก็แล้วกัน”

“อย่ามาโทษกันเลยวะ แมววัดต่อให้ไม่มีใครเลี้ยงพระท่านก็ให้มันกิน ไอ้คนบาป” เขาไม่สนใจเสียงดุกล่าวของใครทั้งนั้น เพราะนี่คือครั้งสุดท้ายแล้วที่แมวคอกนี้จะทำหน้าที่ขอทานร่วมกับเขา

ท้องฟ้าสีส้มปนม่วงครามห่มทึบ ประกายสายฟ้าแลบเป็นทางยาว ตลาดถูกเก็บอย่างเร่งร้อน เมื่อช่วงกลางวันอันร้อนระอุผ่านพ้นไป ยังผลให้สายฝนพรำจนเย็นทั่ว ไม่เว้นแต่ที่นอนของเขาที่เพิ่งเลิกผ้าคลุมออกในช่วงเช้า

ไม่ทันเวลาเสียแล้ว กองผ้าซับน้ำจนอิ่มแปล้ คืนนี้งานหนักของเขาคือการวิดน้ำออกจากที่นอน หลังจากที่นำซากลูกแมวตัวสุดท้ายไปทิ้ง เขาก็ไม่มีเวลาสนใจอะไรอีกนอกจากที่นอนของตัวเอง

“อะไรมันจะซวยแบบนี้วะ” เขาบ่นไปจนตลอดคืนที่หนาวเหน็บ ร่างผอมของเขาเกิดคลื่นสั่นระริก ไม่มีที่อบอุ่นส่วนไหนว่างเว้นให้เขาเลย

“ไปนอนในศาลาไหม”

“ขอบคุณครับหลวงพี่” พระลูกวัดชวนเขาอาศัยศาลาของวัดเป็นที่นอนหลบความชื้นและหนาวเย็น ที่นั่นมีคนจรหลายคนเอนตัวล้มนอนหันหัวคนละทิศทาง

เขาจับจองได้ที่เหมาะและนอนอย่างมีความหวัง

ในอ้อมกอดของเขา มีลูกหมาสีดำตัวหนึ่งสั่นระริกไปด้วยตลอดทั้งคืน.

 




ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :  
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :   dc7fa61e
ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)