ผู้เขียน
หัวข้อ: เรื่องในวงเล็บ(๕): สับเท้าวิ่ง
(...)
เรื่องในวงเล็บ(๕): สับเท้าวิ่ง
เมื่อ:
2007-02-05 18:09:23
สายลมต้องผิวหน้า
ความเย็นเยียบแห่งสนธยาบอกว่า ราตรีกำลังมาเยือน ข้าพเจ้าสับเท้าวิ่งอย่างแผ่วเบา ลงเท้าแต่ละหนคล้ายเกรงใจพื้นทางวิ่งบ่นว่า ข้าพเจ้ามิได้กลัวว่าพื้นผิวที่ข้าพเจ้าย่างผ่านไปจะเกิดอาการเจ็บ หากแต่ว่า ข้าพเจ้าเกรงว่าข้อเท้าข้าพเจ้าจะเจ็บ มากกว่า หัวใจสูบฉีดเลือดออกเป็นจังหวะคงที่ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อนาทีหรือวินาที แต่ก็ทำให้ข้าพเจ้าวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่รู้เหนื่อย
ข้าพเจ้ายังจำวันแรกๆที่ข้าพเจ้าเริ่มออกวิ่งได้ วันนั้นอากาศดีมาก ดีพอที่จะทำให้ใครบางคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน หยิบรองเท้าผ้าใบมาตบฝุ่นเสียบ้าง การวิ่งเป็นการออกกำลังกายวิธีเดียวที่ข้าพเจ้าพอจะนึกได้ ก่อนนี้สมัยยังเป็นนักเรียน ข้าพเจ้าเล่นกีฬาแทบทุกประเภท น่าแปลกเหมือนกันที่ว่า ยิ่งโตขึ้นแลร่ำเรียนมากขึ้น ความสามารถในทางการกีฬายิ่งลดน้อยลงทุกที การวิ่งจึงเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ให้พอนึกได้
มาลองคิดดูอีกทีการวิ่งนั้นก็เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดแม้ในความคิดของใครบางคนจะว่า ไม่สนุก เหมือนการเล่นกีฬาประเภทแข็งขันกันเอาแพ้ชนะ อาจบางทีข้าพเจ้าเองลืมเลือนไปแล้วก็เป็นได้ว่าการเอาแพ้เอาชนะนั้นความรู้สึกเป็นเช่นไร ชนะเป็นอย่างไร แพ้เป็นอย่างไร มันคือเกม มันคือบทเรียนที่เราต้องทำแบบทดสอบทั้งวินัยทางสภาพร่างกายและจริยธรรมทางด้านน้ำใจนักกีฬา วินัยทางร่างกายเกิดขึ้นเมื่อเราดูแลร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ กระทำจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ราวกับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจไม่กระทำหากลืมตาขึ้นมาคล้ายการแปรงฟันก่อนนอนแลตอนตื่นเช้า นั่นคือวินัยต่อสุขภาพร่างกาย เมื่อร่างกายพร้อมจิตใจก็ย่อมพร้อมตามมา ข้าพเจ้าเชื่อว่า ด้วยการมีวินัยข้างต้นย่อมส่งผลต่อกระบวนการความคิดและจิตใจ
ในช่วงวันแรก
ข้าพเจ้ายังกะระยะทางและความสามารถในการออกแรงข้าพเจ้าไม่ชัดเจนนัก จนทำให้ครั้งนั้นออกแรงมากเกินไป ลงเท้าแรงเกินไป ไม่เข้าใจจังหวะการถีบตัวไปข้างหน้าให้สัมพันธ์กับการเอนตัวโยกตัว ทั่วทั้งร่างกายเคลื่อนไหวติดขัดคล้ายไม่ไหลไปตามธรรมชาติของข้อเอ็นกล้ามเนื้อ การฝืนธรรมชาติครั้งนั้นทำให้ข้าพเจ้าเรียนรู้ขีดจำกัดของตัวเองในขณะนั้น
คนเราควรทราบขีดจำกัดที่แท้จริงในเบื้องต้น ขีดจำกัดคล้ายกับเกความร้อนและปริมาณน้ำมันเผาไหม้ในร่างกาย เครื่องยนต์ร้อนเกินไปทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วก่อนกาล เผาผลาญน้ำมันโดยเปล่าประโยคมักทำให้ไปไม่ถึงที่หมาย แม้ร่างกายคนเราจะไม่เหมือนรถยนต์แต่กระบวนการทำงานคล้ายกัน รถยนต์พังได้ คนก็ตายได้ถ้าใช้งานร่างกายเกินขีดจำกัด คนที่ไม่ทราบขีดจำกัดของตัวเองย่อมสร้างความเสียหายให้กับตัวเองอย่างไม่รู้ตัว กับประเทศชาติก็เช่นเดียวกัน ไม่ต่างอะไรกับร่างกายเลย
กับเด็กๆที่วิ่งเล่นได้ทั้งวันนั้นพวกเขารู้หรือไม่ว่าขีดจำกัดของร่างกายคืออะไร ข้าพเจ้าคิดว่าเขาไม่รู้ แต่เป็นเพราะเขาอาศัยความเป็นธรรมชาติภายในร่างกายเป็นตัวบอก ร่างกายจะบอกเขาเองว่าเมื่อไหร่ควรพอเมื่อไหร่ยังไหว แล้วผู้ใหญ่ละ ผู้ใหญ่ไม่มีธรรมชาติบอกเตือนเหมือนเด็กหรอกหรือ เอ่ยถึงตอนนี้ก็เข้ากับหลักที่ว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว จิตที่ถูกปรุงแต่งจึงไม่อาจมองเป็นธรรมชาติที่แท้ของร่างกาย เมื่อเข้าไม่ถึงธรรมชาติย่อมไม่อาจใช่ประโยชน์จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือสิ่งต่างๆรายรอบ
จิตที่แท้จึงสามารถมองสิ่งต่างๆรายรอบอย่างปรุโปร่งแลเข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้วจึงเข้าจัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างถูกต้องตรงตามกระบวนการที่เป็นไปของธรรมชาติ
สายลมพัดผ่านใบหูเกิดเสียง วือๆ
ถนนเส้นนี้สองข้างทางเขียวครึ้มไปด้วยทิวไม้ใหญ่ สนามหญ้าด้านข้างเด็กๆต่างวิ่งเล่นส่งเสียงสดใส ในถนนสายเดียวกันใครหลายคนที่ไม่รู้จักกัน สับเท้าไปข้างหน้าวนกลับมาเป็นรอบ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่แซงผ่านคนอีกหลายคนไป ไม่มีใครแข่งกับใคร ทุกคนอยู่กับการมองไปข้างหน้าสับเท้าไปบนแนวทางที่ไม่มีเส้นแบ่งแต่ทุกคนรู้ขอบเขตของตัวเอง ประคองร่างกายให้เคลื่อนไหวแทรกประสานไปกับธรรมชาติ โยกตัวตามจังหวะของใครของมัน เป็นจังหวะที่เฉพาะของตัวเอง
ข้าพเจ้าสับเท้าช้าลง ร่างกายข้าพเจ้าบอกให้ผ่อนความเร็วลงเสีย จากวิ่งเป็นอาการเหยาะย่าง ปรับเปลี่ยนเป็นก้าวเดิน หายใจเข้าสุดพ่นลมออกสุด เสื้อผ้าชุ่มเหงื่อ ข้าพเจ้าไม่ได้นับจำนวนรอบ หากแต่ว่าเท่าที่จำได้ ข้าพเจ้าวิ่งติดต่อกันได้นานขึ้นและดื่มน้ำน้อยลง
พระอาทิตย์ยามเย็นดวงโตและกลมแดง สีของมันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าพระอาทิตย์จะไม่เคยวิ่งแข่งกับใครแต่มันก็ยิ่งใหญ่และอบอุ่นเสมอ ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงมักเป็นเช่นนี้
เป็นผู้
ยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องร้องขอ
2007-02-05 18:09:23/(...)
ป้าโค
ความเห็นที่
1
ตอบโดย ป้าโค เมื่อ:
2007-02-05 20:05:59
ไม่รู้จักกับคำว่า "เล่นกีฬา"มานานหลายปี
เป็นเหมือนกัน เมื่อก่อนเล่นเกือบทุกชนิด
แต่พอโตขึ้น อ้างไอ้คำว่า "การเรียน" มาเป็นเหตุให้ห่างกับมัน
ทั้งๆที่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย นั่นคงเป็นเพราะ การเล่นกีฬาของป้า
จะต้องจบลงด้วยการนั่งสนทนา พูดคุย กับเพื่อนๆ จนเวลาล่วงเลย เสียเวล่ำเวลา
เป็นคนบริหารเวลาไม่ได้ เลยหักดิบ "ไม่ต้องไป"
ล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน รู้ทั้งรู้ว่าเป็นสิ่งควรทำ
แต่ก็ยังทลายความ "ขี้เกียจ"ของตัวเองไม่ได้ซักที
เฮ้อ!
ออกวิ่งเมื่อไหร่ ป้าคงต้องตัดคำนำหน้า เหลือแค่ "โคเคน" ก็พอ อิๆ
(...)
ความเห็นที่
2
ตอบโดย (...) เมื่อ:
2007-02-09 11:49:35
การวิ่งเพื่อสุขภาพเป็นการทำอะไรเสียสักอย่างให้กับตัวเองขอรับ ท่านป้า ข้าพเจ้าเองทำงานประจำแต่ละย่างก้าวต่อวันล้วนเป็นเรื่องของคนอื่นทั้งนั้น และก็ยิ่งทำให้ร่างกายเราเสื่อมลงไปทุกที
ข้าพเจ้าจึงต้องหันมาดูแลตัวเองเสียสักหน่อยนัยว่าจะได้มีแรงทำอะไรให้คนอื่นมากขึ้นขอรับท่านป้า
ขอให้ท่านป้าตัดคำนำหน้าเหลือแต่"โคเคน"โดยไว
ด้วยมิตราภาพขอรับ
ข้อความ :
สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
ชื่อ :
รูปภาพ :
ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
รหัส :
d73a9365
ใส่รหัส :
(กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)