ผู้เขียน  หัวข้อ: ก้าว...รอ...ก้าว : บ้านหนอนออนไลน์แมกกาซีน -ก้าวฯที่๑๑.-


ก้าว...รอ...ก้าว : บ้านหนอนออนไลน์แมกกาซีน -ก้าวฯที่๑๑.-
 เมื่อ: 2007-05-15 01:21:27 

ก้าวฯที่๑๑.


Cover by : ยางมะตอยสีชมพู

ก้าว..รอ..ก้าว
หนอนสนทนา :

www.winbookclub.com
http://kaawrowkaw.wordpress.com/
kaawrowkaw@hotmail.com

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /










มีอะไรในเล่ม :



  • หน้า ๑. คมคำ-คมความ

  • หน้า ๒. บทบรรณาธิการ

  • หน้า ๓. สืบศิลป์ : [กีรติ] อุโบสถชั้นสองสมัยโบราณ

  • หน้า ๔. ฟากฟ้า...ทะเลฝัน : [โจนาธาน] วันหนึ่งที่มิใช่วันสุดท้ายของวันที่เหลือฯ

  • --------------------Coffee Brake--------------------


  • หน้า ๕. DekAd. : [Black&Pink] ดูดเพื่อสุขภาพ

  • หน้า ๖. หอมกลิ่นป๊อบคอร์น : [จี-รา] LIFE IS BEAUTIFUL

  • ------------------------ ก้าวกวี ------------------------


  • หน้า ๗. อิสระวิถี : [ต้นน้ำ บัวไร] ไม้ขีดไฟที่ไร้ทานตะวัน

  • หน้า ๘. ๑๐๐ วิธีใช้ชีวิตฉบับอัมโปะ : [อัมโปะ]
  • วิธีที่ ๒๑ และ ๒๒

    ------------------------ ก้าวกวี ------------------------


  • หน้า ๙. เรื่องสั้น : [ภีมะ ภุมรา] ผมไม่อยากเป็นนักเขียน

  • หน้า ๑๐. ก้าวต่อก้าว : [สารากร] มวนต่อมวลความคิด กับ saranya_nok.worm










  • ๑. คมคำ-คมความ



    "...พี่เขียนหนังสือวันนี้ด้วยความต้องการสิ่งเดียว ให้ตัวตายแต่หนังสือยังอยู่ พี่พยายามต่อสู้เพื่อให้เห็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ของนักประพันธ์ของเรา..."


    ยาขอบ






    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๒. บทบรรณาธิการ




    สิงห์อมวันหลายคนกล่าวประชดประชันว่า หากอยากให้เลิกสูบบุหรี่ รัฐจงปิดโรงงานยาสูบและห้ามมีการจำหน่ายบุหรี่เสีย...

    พิจารณาแล้วนั่นอาจเป็นปลายเหตุ หรือเพียงข้อกล่าวอ้างของคนกลุ่มนั้น เป็นการมองจากอีกฟากฝั่งหนึ่ง แน่ละ ฟากนั้นเป็นฝ่ายหัวเราะเยาะหยัน การจะเลิกสูบบุหรี่นั้นไม่จำเป็นต้องเริ่มหรือปิดโรงงานซึ่งเป็นแหล่งที่มาของรายได้อันดับต้น ๆ

    จริงอยู่หากคิดเช่นนั้น และก็จริงอยู่ที่เหตุผลของนักสูบนั้นก็น่ารับฟัง...

    เป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่งกับการกระทำอันขัดแย้งของรัฐบริหารประเทศนี้

    ภาคสาธารณสุขรณรงค์ให้ ลด-ละ-เลิก การสูบ แต่อีกภาคหนึ่งซึ่งเป็นภาคการผลิตและเก็บอากรต่างไม่แยแส เรียกว่า ต่างคนต่างทำ และ กระทำบนความขัดแย้ง

    รัฐผลิต, รัฐเรียกร้องให้เลิก สุดท้ายรัฐก็เลือกไม่เลิก ไม่เลิกเพราะนั่นคือแหล่งที่มาของรายได้อันดับสูง

    เรามองไม่เห็นหนทางใดเลยว่า จะรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้-- มองมิเห็นหนทาง

    บุหรี่เป็นสิ่งเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย มองและหันหน้าไปทางไหนล้วนเห็นคนสูบบุหรี่ซึ่งมีให้เห็นทั้งหญิงและชาย... เป็นสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมที่จะกระทำของแต่ละบุคคล

    แต่ละปีมีการรณรงค์ให้เห็นถึงผลเสีย เห็นโทษของการสูบบุหรี่ ทว่าจำนวนคนสูบมิได้ลดลงกลับมีแต่เพิ่มมากขึ้น, คนเพิ่มเป็นคนหน้าใหม่ คนเลิกเป็นคนหน้าเก่าที่เลิกเพราะสิ้นชีพ เลิกเพราะหมดแรงกำลังจะสูบ

    เราไม่เชื่อด้วยปราศจากความหวังว่าการรณรงค์ให้ ลด-ละ-เลิก การสูบบุหรี่นั้นจะสำเร็จลงได้ ด้วยเพราะบุหรี่ยังมี บุหรี่ไม่เป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย และด้วยหลักการความต้องการสัมพันธ์กับการผลิตยังดำรงอยู่ในระบบทุน-- ระบบเศรษฐกิจของมนุษยชาติ...

    สมควรที่จะปรับเปลี่ยนจุดมุ่งหมายของการรณรงค์ พุ่งเป้าไปที่ ‘ทำร้ายตนเองแต่อย่าทำร้ายคนอื่น’ เน้นการงดสูบในที่สาธารณะ

    เช่นนั้นเป็นการผิด ผิดข้อกำหนด ผิดกฎหมาย เพราะเป็นการทำร้ายคนรอบข้างทางอ้อม เยี่ยงนั้นไม่เป็นสิทธิอันชอบธรรม แต่เป็น ไม่มีสิทธิที่จะกระทำ

    ตระหนักความจริงเถิดว่า ไม่สามารถกระทำการให้ลดจำนวนบุหรี่ หรือเลิกผลิตบุหรี่

    บอกพวกสิงห์อมควันเถอะว่า “ทำร้ายตนเอง แต่อย่าทำร้ายคนอื่น”

    จึงเป็นทางออกที่พวกเขาจึงควรต้องรับฟัง!



    ด้วยมิตรภาพ
    พ.ค.๕๐






    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๓. สืบศิลป์ : กีรติ


    อุโบสถชั้นสองสมัยโบราณ



    พุทธศิลป์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป วัดวาอาราม หรือแม้แต่ลวดลายประดับ นอกจากจะให้ความงดงามและรับใช้พระพุทธศาสนาแล้วยังพบว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้แฝงความหมายที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาในแง่ของวัฒนธรรมด้วย โดยมีลักษณะในรูปแบบของสัญลักษณ์ หรือที่เรียกว่า ประติมาณวิทยา ดังจะพบเสมอ ๆ ในภาพเล่าเรื่องไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม หรือแม้แต่การประดับตกแต่งสถาปัตยกรรม

    ระบบสัญลักษณ์เข้ามามีบทบาทในการแทนค่าความหมายของงานศิลปะมาตั้งแต่ครั้งยังไม่มีอักษรในการสื่อสาร ภาษาที่ใช้จึงเป็นการแสดงภาพมากกว่า อย่างเช่นการประดับลวดลายสถาปัตยกรรมด้วยปูนปั้น ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติหรือชาดกต่าง ๆ นับว่าเป็นการถ่ายทอดผ่านงานช่างโดยแฝงไว้ด้วยความหมายนอกเหนือไปจากประโยชน์ใช้สอย

    ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจได้แก่ การศึกษาถึงที่มาของโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ในพุทธสถาน ซึ่งอาคารต่าง ๆ เหล่านั้นล้วนแต่มีความหมายของเรือนฐานันดรทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าเป็นสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า หรือพระสาวก หรืออาจมีความหมายถึงที่ประทับของเทพบนสวรรค์

    อย่างเช่นพระอุโบสถ พบว่าในส่วนของหลังคานั้นจะมีความพิเศษแตกต่างไปจากเคหสถานทั่วไป คือจะมีการซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ของแผ่นหลังคา จากขนาดใหญ่จนถึงขนาดย่อมลงไป สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้มีความหมายถึงเรือนที่มีชั้นเท่าจำนวนเท่าหลังคาที่ซ้อนทับกัน ยิ่งทับซ้อนกันมากเท่าไรยิ่งมีความหมาย ว่าเป็นอาคารฐานันดรสูงมากตามเท่านั้น (ลักษณะดังกล่าวมานี้ได้ปรากฏกับพระราชวังด้วยเช่นกัน)


    ถึงแม้ว่าอุโบสถในระยะหลังนั้น ๆ จะมีเพียงชั้นเดียวก็ตามแต่ก็ได้สะท้อนความเป็นเรือนเครื่องสูงไว้บนการซ้อนชั้นของหลังคาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    นอกจากนี้ยังพบว่าความนิยมในการทำช่องแสงในสมัยก่อนได้สะท้อนสัญลักษณ์ของเรือนเครื่องสูงในลักษณะเช่นนี้ด้วยเช่นกัน จะขอยกตัวอย่างวัดเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยาที่ยังรักษาคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไว้ได้เป็นอย่างดี นั่นคือ วัดบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร

    ภายในวัดแห่งนี้มีอุโบสถฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ตัวอาคารก่อด้วยอิฐถือปูนมีหน้าบันที่ประดับด้วยเทพพนมตรงกลางลายก้านขด คันทวยเป็นไม้แกะสลัก ใบเสมารอบอุโบสถทำด้วยศิลาทรายสีแดง ภายในอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังภาพเทพชุมนุมและภาพทศชาติชาดกฝีมือคงแป๊ะ (วาดในคราวบูรณะวัดในสมัยรัชกาลที่ ๓) พระประธานในอุโบสถเป็นพระศิลาทรายปางสมาธิสมัยอยุธยา

    การสื่อความหมายของเรือนฐานันดรปรากฏในส่วนของผนังใต้หน้าบันของพระอุโบสถ นั่นคือช่องแสงของอุโบสถโดยสร้างเป็นการจำลองอาคาร มีส่วนทางเข้าที่ทำเป็นประตูโดยใช้ไม้เป็นส่วนประกอบ ส่วนยอดของช่องเป็นการจำลองปราสาทยอด เจดีย์ย่อมุมประดับลวดลายปูนปั้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้เป็นรูปแบบที่พบมาตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

    สัญลักษณ์ดังกล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นการสะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการออกแบบให้มีความแตกต่างไปจากเรือนอาศัยของฆราวาส ทั้งไม่เป็นที่นิยมว่าจะให้มีสิ่งใดอยู่เหนือพระประธาน จึงสร้างพระอุโบสถที่มีชั้นเดียวแต่แสดงความเป็นเรือนอย่างปราสาทที่มีจำนวนชั้นมากนั้นด้วยจำนวนการซ้อนของแผ่นหลังคาซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง เราจึงพบอุโบสถที่มีสองชั้นอย่างอาคารสถานที่ต่าง ๆ นั่นเป็นเพราะว่า หน้าที่การใช้สอยของอุโบสถนั้นแตกต่างไปแล้ว •






    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๔. ฟากฟ้า..ทะเลฝัน : โจนาธาน


    วันหนึ่งที่มิใช่วันสุดท้ายของวันที่เหลือฯ



    เบื้องหน้าฉันเป็นหาดทรายขาวที่ถูกแต่งแต้มด้วยเศษถุงพลาสติก ซากใบมะพร้าว และเปลือกหอยที่แหลกเกือบละเอียด ไล่เรื่อยทอดยาวออกไปฟองคลื่นแล่นกระทบชายหาดอย่างแช่มช้า... ฉันไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาลมฝนที่พัดเข้ากระหน่ำชายฝั่งนั้นรุนแรงมากน้อยขนาดไหน

    ฉันไม่รับรู้เหตุการณ์ใด ๆ ทั้ง ๆ ที่ฉันเองก็มิได้ย่างกรายออกไปจากกระท่อมโกโรโกโสหลังนี้สักนิด... เพียงแต่สติของฉันขาดผึงไปเสียก่อน ขาดไปตั้งแต่คลื่นลมเริ่มปรวนแปร ข้างกายฉันมีบรั่นดีชั้นเลวคอยรับใช้อยู่เคียงข้างกาย

    ฉันกลายเป็นไอ้ขี้เมาประจำชายหาดนี้เสียแล้วเธอเอ๋ย... เด็กน้อยประจำชายหาดเรียกฉันว่า ‘ศิลปินขี้เมา’ เสียแล้ว

    หึ- ศิลปินขี้เมาละหรอกหรือ... ยกย่องกันไปหน่อยแล้วเจ้าเด็กน้อย อย่างฉันน่ะไม่สมควรบังอาจเป็นศิลปินอะไรกับเขาหรอก วันทั้งวันได้แต่เขียนเรื่องราวเพ้อเจ้อ เพ้อฝันให้คนเขาอ่านไปวัน ๆ เท่านั้นเอง

    มันก็แปลกที่เจ้าเด็กนั่นเกิดนิยมชมชอบฉันขึ้นมา- ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะหรือ?... ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเริ่มต้นขึ้นในห้วงยามไหน กระทั่งเมื่อเช้านี้เขาเดินมาหาฉันที่นี่ ปลุกฉันให้ตื่น หาน้ำหาท่าให้ฉันกิน เขาถามฉันว่า “พี่ชายเอาบรั่นดีอีกไหม” ดูสิ ดูเขากระทำต่ออย่างกับรู้ใจเสียเต็มประดางั้นละ

    แน่ละว่า ฉันไม่ปฏิเสธน้ำใจของเขา ฉันรับขวดเหล้าเลว ๆ ขึ้นจรดริมฝีปากแล้วเดินออกมานั่งที่ริมหาดด้วยหวังว่าการนั้นจะช่วยทำให้ฉันสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง

    แต่ก็เปล่าเลย... มันคงปรากฏในสิ่งที่ฉันได้บอกเธอไปตั้งแต่ต้น

    “เมื่อคืนฝนกระหน่ำทั้งคืน” เด็กน้อยบอกฉันขณะที่ทรุดลงนั่งข้าง ๆ

    เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง... ฉันรำพึงพลางโบยความรู้สึกของเขาด้วยหางตา

    เขาหัวเราะ “ฉันว่าพี่เมาก่อนพายุจะเข้า”

    หึ- เด็กบ้าอะไรฉลาดพูดเป็นกรด, ฉันล้วงบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ จุดสูบพ่นควันสีขาวเทาเป็นทางยาวโขมงพลันจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อต้องแรงลม

    “พี่ชายกินเหล้าสูบบุหรี่เป็นอาหารเช้ารึ”

    ดูสิ ดูเจ้าเด็กน้อยถาม... ยัง- เขายังไม่หยุดเพียงแค่นี้หรอก “พ่อบอกพวกศิลปินมักเคียงคู่กับเหล้า บุหรี่...”

    “กัญชาด้วยไอ้หนู” ฉันแทรกแทนก่อนที่เขาจะเอ่ยสิ่งนั้นขึ้นมา “แต่สำหรับฉันไม่หรอกนะ สิ่งนั้นมันไม่สามารถทำให้ฉันทำงานได้ดีขึ้นหรอก” พูดจบฉันก็รู้ตัวทันทีได้เลยว่า ‘พลาด’ ไปเสียแล้ว คำพูดของฉันเป็นสิ่งที่สานต่อความคิดของเขา

    “ไฮ้! แสดงว่าสองสิ่งนี้ทำให้พี่ชายทำงานได้งั้นหรอกหรือ?”

    ฉันสำลักควันทันทีทันใด “บ้า! ทำไมเธอถึงว่าอย่างนั้น ฉันยังไม่ได้บอกเธอเลยสักนิดเดียว”

    “ฉันอยากเป็นศิลปินเหมือนพี่ชายนะ”

    “แล้วเธออยากกินเหล้า สูบบุหรี่ไหมล่ะ?”

    หึ- เธอรู้มั้ยว่าเขาตอบว่าอย่างไร เปล่า... เขาไม่ได้ตอบอะไรออกมาเลย เขาเพียงแต่มองหน้าไอ้ขี้เมาอย่างฉันที่พล่ามถามอะไรเขาก็ไม่รู้ ถามอะไรที่เขาไม่เข้าใจ หึ- ก็ฉันตั้งใจที่กระทำต่อเขาเช่นนั้นนี่นา มันจะมีประโยชน์อันใดหรือที่ฉันจะบอกเขาว่า “อย่าเลยนะ เธออย่าริอ่านนกระทำเรื่องพวกนี้”

    เชอะ! เช่นนั้นมันจะมีประโยชน์อันใดกัน

    เช่นนั้นฉันก็บ้าน่ะซี่ บ้าอย่างหาสาระไม่ได้เลย อีกอย่างเด็กนั่นก็คงย้อนถามฉันกลับว่า “แล้วพี่ชายทำทำไม” นั่นละ มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ

    ฉันละเกลียดเสียจริง ๆ กับคำสอนจากพวกมักอ้างว่าตนเองทำได้เพราะอย่างนั้นอย่างนี้... หึ

    สุดท้ายน่ะนะ เด็กนั่นเขาก็ต้องเลือกทางเดินของเขาเองอยู่แล้ว พ่อเขา ลุงเขา พี่ชายเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากฉันหรอกจะบอกให้ และห้วงยามนี้เท่านั้นหรอกนะที่ฉันจะดำรงตนเป็นไอ้ขี้เมา...เมาหยำเปมันทุก ๆ วัน เพียงเพราะฉันทนตกอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้ มันหดหู่เกินไป หดหู่จนฉันไม่อาจยับยั้งความคิดถึงเธอได้เลยทุกขณะจิต

    ฉันตื่นนอนและออกมานั่งที่ตรงนี้มากี่วันคืนแล้วฉันไม่เคยเพียรนับสักครั้ง... หากจะนับก็คงต้องนับเอาจากขวดเหล้าเลว ๆ พวกนั้น โอ... ขวดเหล้าหรอกหรือ ตายจริงกองขวดเหล้าทำมันกระจัดกระจายเหมือนคนมารื้อมันเช่นนั้นละ

    “พี่ชายมองหาไอ้นี่ใช่ไหม?”

    เขาอีกแล้ว เด็กน้อยกลับมาป้วนเปี้ยนกับฉันอีกแล้ว

    “น้ำมันขึ้นเมื่อคืนน่ะพี่ชาย มันซัดออกมาข้างนอกนี่” เขาว่าพร้อมกับชูขวดเหล้าให้ฉัน

    ฉันกระดกเหล้าชั้นเลวอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นเดินไปยังชายหาดที่เมื่อเพ่งมองอีกครั้งมันกลับเกลื่อนไปด้วยขวดเหล้านับสิบขวด, ฉันก้มลงเก็บใส่ในอ้อมแขน บอกกับเด็กน้อยว่า “หากเธอคิดจะทำร้ายทำลายตัวเอง ก็จงอย่าทำร้ายสิ่งรอบข้าง เธอจะชั่วเลวยังไง เธอก็ไม่มีสิทธิ์ทำลายสิ่งที่อยู่รายล้อมรอบตัวของเธอ”

    หึ- ฉันว่าฉันพลาดอีกแล้วละ, เด็กน้อยเดินตามฉันเข้ามานั่ง ณ ที่เดิม เขานั่งมองดูฉันโยนขวดเหล้าเหล่านั้นลงถังอย่างไม่ไยดีว่ามันจะแตกแหลกสลายแต่อย่างใดไม่

    “กินข้าวด้วยกัน กินหรือยังล่ะ?” ฉันถามพร้อมโยนขวดเหล้าที่เหลือครึ่งค่อนลงถัง เสียงมันแตกดังเพล้ง! “เธออยากเขียนหนังสือบ้างไหม ถ้าอยากเดี๋ยวเรามานั่งเขียนกัน ดีไหม?...”

    เช้าวันนี้กระทั่งตกบ่ายเขาจึงอำลาจากฉันไป... ทิ้งฉันไว้ให้จมอยู่กับความนึกคิดคิดถึงเธออีกครั้ง

    ข้างเครื่องพิมพ์ยังมีเหล้าชั้นเลวเหลืออยู่อีกหนึ่งขวด...



    ด้วยความรักที่มีต่อเธอ
    โจนาธาน



    kaawss.jpg


    [มีอะไรในเล่มอีก]







    Coffee Brake




    "ศิลปะคือความพอดี คือไม่มากไม่น้อยเกินไป ผมคิดว่าไม่มีงานอะไรที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นภาพเขียนหรืออะไรที่พยายามให้คอมพิวเตอร์ทำ ผมว่ามันสมบูรณ์เกินไป ภาพเขียนต่างๆ ในโลกก็มีจุดบกพร่อง หรือมีหนังดีมากมายที่ผิดพลาด

    ผมอยากสรุปฝากหลักการเขียนไว้ คือ 'ข่าวดี คิดดี เขียนดี' นี่เป็นหลักทำหนังสือพิมพ์ ข่าวดี คือ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ จะเขียนหนังสือให้คนอ่านต้องมีเรื่องน่าสนใจ คิดดี คือ ต้องเป็นนักคิด ต้องวิเคราะห์ หนังสือพิมพ์จะมีแต่รายงานข่าวเพราะห้ามใส่ความคิดเห็นส่วนตัว ข่าวจึงขาดความรู้สึก ข้อมูลแห้งแล้ง ไม่มีชีวิต"


    อัศศิริ ธรรมโชติ
    งานเสวนา เรื่อง เขียนได้ เขียนดี เขียนให้มีชีวิต
    จัดโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ๒๕๕๐

    ที่มา

    จุดประกาย วรรณกรรม
    ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๖๖๘๐
    วันอาทิตย์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐



    kaawss.jpg


    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๕. DekAd : Black&Pink


    ดูดเพื่อสุขภาพ




    แค่ก ๆ อ่อก ๆ ๆ ๆ โอ๊ก...อ๊วก (เว่อร์ไป) นี่เป็นอาการของผมเมื่อหลายวันก่อนครับ อย่าเพิ่งคิดไปไกลนะครับ ว่านี่คืออาการแพ้ท้อง ต๊ายยยย บ้าไปแล้ว ไม่ใช่ฮะ ไม่ใช่ฮ้า...

    เออนะ นอกเรื่องตั้งแต่ย่อหน้าแรกเลยผม คืองี้ครับ เมื่อหลายวันก่อนผมได้มีเวลาไปสวนสาธารณะกับเขาบ้างเสียที ใจก็หวังว่าจะได้สูดอากาศบริสุทธ์ผุดผ่อง ได้ดูสาว ๆ ขาวนวลเป็นยองใย เด้ง ๆ ดึ๋ง ๆ หมวย ๆ แต่...ความฝันของผมก็ต้องมาพังทลายลงก็เพราะ**คนหนึ่งครับ...คนคนนั้นไม่ได้บ้าอย่างที่ผมกล่าวหาหรอกครับ กลับกันเขาน่าจะเป็นคนที่มีการศึกษาสูงพอสมควร ซึ่งผมพิจารณาจากการแต่งตัว โดยชายผู้นั้นใส่สูทผูกไทมาเลยแต่ไม่น่าเชื่อครับว่าคนที่มีการศึกษาสูง ๆ จะอ่านหนังสือไทยไม่ออก เอ๊...หรือว่าเขาไปเรียนเมืองนอกเมืองนามานานจนลืมภาษาไทยหมดแล้ว งั้นผมขอแนะนำครับว่า สวนสาธารณะน่าจะติดประกาศเป็นภาษาปาปัวนิวกินีไปเลยว่า เขาห้ามสูบบุหรี่ในสวนสาธารณะกันว้อยยยยย ว่าแล้วผมก็เลยโยงเข้างานโฆษณาที่รณรงค์ไม่ให้สูบบุหรี่ในสวนสาธารณะของสสส.เลยครับ ซึ่งก็คาดว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยดู ผมชอบนะครับ โฆษณาที่ทำให้คนดูคิดตามแบบนี้...ลองไปดูบทสนทนาตัวอย่างกันครับ









    ขึ้นเรื่องด้วยการถามหยั่งเชิงของหญิงสาว

    “อุ๊ย! รูปหล่อ เราเคยรู้จักกันหรือเปล่าเคอะ?”

    “มะ...ไม่นี่ครับ”

    “แล้วดิฉันเคยไปบึ้มบ้าน**ตอนไหนมิทราบคะ”

    “ก็...เปล่านี่ครับ สงสัยวันนั้นคุณไปบึ้มบ้านยายแม้นละมั้งครับ”

    ก่อนฝ่ายสาวเจ้าจะพูดประโยคโดนใจด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความอำมหิต

    “แล้วคุณมาทำร้ายฉานนนทามมมมายยยย”

    ได้ผล! ประโยคนี้ทำให้ชายหนุ่มรีบดับบุหรี่แทบไม่ทัน ก่อนที่จะมีผู้ประกาศ (ANNCR) ออกมาบอกอีกว่า

    “หยุดทำร้ายผู้อื่น หยุดสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ”

    อืม...ใครสูบบุหรี่เจอโฆษณานี้เข้าไปคงโดนไม่มากก็น้อยละครับ


    พูดถึงโฆษณารณรงค์งดสูบบุหรี่...ผมมีมาให้ดูอีกเพียบเลยครับ ดูแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ใครที่สูบอยู่จะยังสูบต่อไหม...ลองชมกันก่อนครับ







    ชิ้นแรกนี่ดูเผิน ๆ อาจจะดูว่าง่ายนะครับ...แต่ว่าบุหรี่ตัวเดียวนี้ก็มีนัยของมันแฝงอยู่นะครับ สังเกตได้จากมีที่คาบอยู่สองด้าน ซึ่งแต่ละด้านก็มีข้อความเขียนไว้ว่า “You Smoke” “We Smoke” – ถ้าคุณสูบก็เหมือนกับว่าเราสูบกับคุณไปด้วย ซึ่งผลของมันก็อยู่ที่โฆษณาชิ้นที่สองนี่ครับ ม้าที่เป็นพาหนะคู่ใจของคาวบอยเดี้ยงซะอย่างงั้น เพราะพี่แกสูบบุหรี่จัดนั่นเอง สมไหมล่ะ...





    ส่วนคุณผู้หญิงถ้าไม่อยากให้ปากสวย ๆได้รูปของคุณเป็นรูแบบนี้...ก็เลิกเสียเถิดครับ (เสียดายนะเนี่ย)





    หรืออยากจะเป็นแบบพี่คนนี้ล่ะครับ ดูดให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย อย่าลืมนะครับว่าพิษของบุหรี่มันจะกัดกินตัวคุณไปเรื่อย ๆ





    บุหรี่อาจทำให้คุณสายตาฝ้าฟางลงด้วยนะครับ อย่างในโฆษณาชิ้นนี้เป็นต้น จะเขี่ยขี้บุหรี่ยังไม่ลงในที่เขี่ยเลยครับ

    นอกจากนี้โรคสุดฮิตของผู้สูบบุหรี่จัด ๆ ก็คือโรคมะเร็งปอด ซึ่งตามสถิติพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดจำนวน ๒,๖๖๐ ราย ระหว่างพ.ศ.๒๕๑๔ - ๒๕๒๖ มีประวัติสูบบุหรี่ถึงร้อยละ ๙๖ ส่วนร้อยละ ๓๐ คือคนที่ไม่ได้สูบ แต่ถูกคนที่สูบพ่นควันใส่ เห็นไหมครับ ตัวเองซวยคนเดียวไม่พอยังจะพาคนอื่นเขาซวยไปด้วยอีก และพบอีกว่ามีผู้เสียชีวิตถึงชั่วโมงละ ๖ คน โดยสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่...เริ่มกลัวหรือยังล่ะครับ

    นอกจากนี้ยังพบอีกครับว่า กลุ่มผู้สูบบุหรี่จะมีโอกาสหรือความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง ๒.๔ เท่า โอ๊ย ๆ โรคเยอะจริง ๆ อะ กลัวแล้วอะดิครับ งั้นขอเสริมความน่ากลัวยิ่งขึ้นด้วยงานนี้





    อยากรู้นักถ้าพ่นควันออกมาแล้วเป็นรูปนี้ยังจะสูบต่ออีกหรือเปล่า...แต่ผมว่าไม่นะ ดีไม่ดีอาจจะเอาไปออกงานวัดหาเงินเข้ากระเป๋าได้อีก...คนไทยมักมองโลกในแง่ดีเสมอแหละครับ... หึหึ ดังนั้นถ้าไม่รู้สึกอะไรก็จงดูด...เพื่อสุขภาพแย่ ๆ ของคุณต่อไปเถิดครับ

    สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ดู Print Ad. สถาบันสุขภาพของโปรตุเกสที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสูบบุหรี่หรอกครับแต่ผมเห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพและก็น่าสนใจดี Art Direction ในตัว AD นั้น ดูน่ารัก ๆ เหมือนของเล่นเด็ก แต่ตัว Copy นี่ออกแนวซีเรียสไปเลย ที่ว่า “อย่าคิดว่าสุขภาพของคุณเป็นของเล่น...”







    แล้วคุณยังอยากจะเล่นกับสุขภาพของตัวคุณเองและของคนอื่นอีกไหมล่ะครับ



    หมายเหตุ : -

    คอลัมน์นี้มิใช่เป็นการยกตัวขึ้นเป็น**รูทางด้านงานโฆษณาแต่อย่างใดของผู้เขียน (เพราะผู้เขียนยังคงอ่อนด้อยในหนทางสายนี้ยิ่งนัก ทั้งงานเขียนและงานโฆษณา) แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวที่มาจากการหลงใหลในงานแขนงนี้เท่านั้น และขออภัยล่วงหน้าหากผู้เขียนเกิดทะลึ่งไปเหยียบตาปลาใครเข้า อยากบอกว่า "ผมมิได้ตั้งใจคร้าบ-บ-บ"



    แหล่งข้อมูลอ้างอิง
    - http://www.thaihealth.net/
    - http://www.thaihealth.or.th/ (สสส.)
    - http://www.kosanathai.com/
    - http://www.adintrend.com/






    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๖. หอมกลิ่นป๊อบคอร์น : จี-รา


    LIFE IS BEAUTIFUL



    ในช่วงเวลาแห่งมหาสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขณะที่กองทัพนาซีแห่งเยอรมันแผ่อำนาจเข้าครอบครองยุโรป ดูเหมือนว่าวิถีชีวิตของคนเชื้อชาติยิวจะเปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยนโยบายกวาดล้างเผ่าพันธุ์ยิวให้หมดไปจากโลกของฮิตเลอร์และมุสโสลินี ชาวยิวในอิตาลีก็หนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน

    ร้านค้าต่าง ๆ ของชาวยิวถูกรุกรังควาน ทหารเยอรมันบุกเข้าอาละวาดรื้อทำลายข้าวของ การข่มเหงรังแกทำร้ายร่างกายบนท้องถนนมีให้เห็นเป็นปกติแต่ในขณะที่ร้านบางร้านในอิตาลีมีป้ายติดไว้ว่า ‘ห้ามคนยิวเข้า’ กลับมีร้านหนังสือเล็ก ๆ ร้านหนึ่งเขียนข้อความแนวประชดประชันไว้ที่หน้าร้านว่า ‘ร้านคนยิว’

    ร้านแห่งนั้นเป็นของครอบครัวเล็ก ๆ น่ารักครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมี กุยโด- ชายอิตาเลียนเชื้อสายยิวผู้ซึ่งพยายามมองโลกอันเลวร้ายรอบตัวในมุมที่สนุกสนาน กุยโดเป็นผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยจินตนาการและมุกตลก เขามีพรสวรรค์ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการพูดคุยเล่าเรื่องของเขาก็ดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง กุยโดพบรักและแต่งงานกับ ดอร่า- หญิงสาวจากครอบครัวสูงศักดิ์ของเมืองและมีลูกชายวัยกำลังน่ารักคนหนึ่งชื่อ โจชัว



    เด็กชายโจชัวซึ่งกำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางบรรยากาศหม่นมัวมืดครึ้มแห่งสงครามและการกดขี่ทางเชื้อชาติมีคำถามมากมายกับสังคมรอบตัว และเป็นคุณพ่อกุยโดนั่นเองที่พยายามทั้งสอนและหลอกล่อด้วยมุกตลกให้เด็กน้อยมองเห็นในมุมที่สวยงามของชีวิต เสกสรรความโหดร้ายให้เป็นเรื่องสนุกสนาน ปั้นแต่งความสลดหดหู่ให้เป็นเรื่องตลก เพียงเพื่อไม่ให้โจชัวรับรู้ถึงความชั่วร้ายป่าเถื่อนของสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์



    แต่สุดท้ายเงามืดแห่งสงครามก็แผ่คลุมมาถึงครอบครัวของกุยโด..

    กุยโดและโจชัวถูกเกณฑ์ไปยังค่ายกักกันชาวยิวของนาซี ดอร่าซึ่งไม่มีเชื้อสายยิวได้รับการยกเว้นแต่เธอก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่โดยปราศจากสามีและลูกได้ ดอร่าตัดสินใจเดินทางไปกับรถไฟมรณะขบวนนั้นด้วยเช่นกัน

    ท่ามกลางความทุกข์ทรมานในค่ายกักกันชาย กุยโดกุเรื่องราวขึ้นมาหลอกโจชัวเพื่อไม่ให้หวั่นกลัวว่าคนที่ถูกเกณฑ์มายังค่ายแห่งนี้กำลังแข่งขันเกมแย่งชิงรถถัง ซึ่งมีกติกาว่าทุกคนจะต้องผ่านด่านต่าง ๆ มากมาย เช่นการทำงานหนัก การฝึกความอดทนต่อความลำบากในค่ายหรือกระทั่งการถูกเฆี่ยนตีทรมาน โดยจะมีทหารคอยจับตัวผู้ที่ยอมแพ้หรือทำผิดกติกาส่งกลับบ้าน แต่หากใครสามารถสะสมแต้มได้ถึงหนึ่งพันคะแนนเป็นคนแรกก็จะเป็นผู้ชนะและได้รถถังของจริงไปครอบครอง



    ในขณะที่ถูกแวดล้อมไปด้วยใบหน้าแห่งความเศร้าหม่นและสิ้นหวังของเชลยชาวยิว กุยโดยังคงสร้างรอยยิ้มและความสนุกตื่นเต้นให้กับโจชัวได้เสมอ ในความคิดของเด็กน้อยการที่ต้องกินอาหารเลว ๆ แต่งตัวสกปรกมอมแมม นอนในที่อึดอัดคับแคบและทำงานหนักในค่ายกักกันเป็นเพียงการทำคะแนนสะสมเพื่อแย่งชิงรถถังเท่านั้น กุยโดจำต้องแก้ไขสถานการณ์หลายครั้งเพื่อให้โจชัวยังคงสนุกและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ในค่ายกักกันที่เหมือนว่าจะเป็นจุดจบของเชลยชาวยิวทุกคน

    ชีวิตอันสิ้นหวังและไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่เห็นแม้เศษเสี้ยวแห่งความสวยงาม...

    จนเมื่อสงครามใกล้จะยุติ กองทัพนาซีซึ่งกำลังจะพ่ายแพ้สงครามได้ทำการกวาดล้างชาวยิวในค่ายกักกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ค่ายจะแตก ในคืนนั้นกุยโดซึ่งพอจะเดาเหตุการณ์ออกได้บอกกับโจชัวว่ากำลังจะชนะเกมรถถัง โดยคะแนนสุดท้ายจะได้มาหากโจชัวสามารถซ่อนตัวอยู่ในตู้ไม้เล็ก ๆ ตู้หนึ่งตลอดทั้งคืนและออกมาเมื่อไม่มีใครอยู่ข้างนอกแล้วเท่านั้น แน่นอนว่า นั่นเป็นอุบายที่จะทำให้โจชัวปลอดภัยที่สุดในคืนที่ทหารเยอรมันไล่ล่าสังหารหมู่ชาวยิวให้สิ้นซาก หลังจากที่พาลูกไปซ่อนในตู้ไม้แล้วกุยโดพยายามที่จะปีนเข้าไปในเขตค่ายกักกันหญิงเพื่อจะพบกับดอร่าเป็นครั้งสุดท้ายแต่เขาก็ถูกทหารเยอรมันจับตัวได้

    บางคนตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า ชีวิตเป็นสิ่งสวยงามจริงหรือ? ในเมื่อโลกรอบข้างเต็มไปด้วยความเอารัดเอาเปรียบ แก่งแย่งชิงดี ความเกลียดชัง เห็นแก่ตัวหรือกระทั่งสงครามที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะในช่วงเวลาอันเลวร้ายและสิ้นหวัง ความเศร้าหม่นที่ฉาบทาอยู่บนดวงตานั้นบดบังทุกสิ่งอย่าง ยังจะมีความสวยงามใดของชีวิตที่หลงเหลือให้มองเห็น?

    นั่นอาจเป็นเพราะเราคุ้นเคยกับความสวยงามจากสายตาของตนเอง เราเข้าใจว่าความสุขคือสิ่งที่ทำให้ตัวเราเองมีความสุข แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตหนึ่งจะสวยงามได้ก็ต่อเมื่อมันได้สร้างความสวยงามให้ปรากฏขึ้นในชีวิตของคนรอบข้างด้วย การเปิดให้ดวงตาคู่อื่น ๆ ได้มองเห็นความสวยงามของโลกใบนี้ไปด้วยกัน

    ในระหว่างที่ถูกนำตัวไปสังหาร ขณะกำลังเดินผ่านตู้ไม้ที่โจชัวซ่อนตัวอยู่ กุยโดยังคงแสร้งทำเป็นว่ากำลังเล่นอยู่ในเกมรถถัง แม้จะถูกปืนจ่ออยู่ข้างหลังแต่เขาก็ยังทำท่าตลกเดินเลียนแบบทหารและหันมายิ้มให้โจชัว...



    นั่นเป็นภาพสุดท้ายที่โจชัวได้เห็นพ่อ

    และนั่นเองคือสิ่งที่ทำให้ใครบางคนได้รับรู้ว่า ชีวิตช่างเป็นสิ่งสวยงามเสียนี่กระไร... •


    LIFE IS BEAUTIFUL (1997)

    “An unforgettable fable that proves love, family and imagination conquer all.”

    กำกับการแสดงโดย
  • ROBERTO BENIGNI

  • นำแสดงโดย
  • ROBERTO BENIGNI
  • NICOLTTA BRASCHI
  • GIORGIO CANTARINI

  • ภาพประกอบ
  • www.cinemac.net





  • [มีอะไรในเล่มอีก]






    ก้าวกวี


    Blue-Butterfly Day



    Robert Frost



      It is blue-butterfly day here in spring,
      And with these sky-flakes down in flurry on flurry
      There is more unmixed color on the wing
      Than flowers will show for days unless they hurry.

      But these are flowers that fly and all but sing:
      And now from having ridden out desire
      They lie closed over in the wind and cling
      Where wheels have freshly sliced the April mire.



    (ภาพประกอบจาก Yessy art gallery)


    วันแห่งผีเสื้อสีฟ้า



    โรเบิร์ต ฟรอสท์
    มาลิทัต พรหมทัตตเวที - แปล





        นี่คือวันแห่งผีเสื้อสีฟ้าในฤดูใบไม้ผลิ
        ปีกอันอ่อนนุ่มเหมือนเกล็ดหิมะที่กำลังกระพืออยู่
        แต่งแต้มด้วยสีสดใสหลายหลาก
        มากกว่ามวลดอกไม้นานาสีที่มิหาญประชันหากไม่เร่งเบ่งบาน
        ดอกไม้ที่โผบินได้เหล่านี้อาจนำแต่สิ่งเดียวคือขับขานเพลง
        และบัดนี้เมื่อได้ลอยล่องต้านกระแสแห่งความปรารถนาแล้ว
        มันก็ลู่ปีกกลางสายลมและโผลงเกาะแนบสนิท
        ตรงรอยล้อเกวียนที่เพิ่งประทับลงบนโคลนแห่งเดือนเมษายน



    kaawss.jpg


    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๗. อิสระวิถี : ต้นน้ำ บัวไร


    อิสระวิถี : ไม้ขีดไฟที่ไร้ทานตะวัน
    ต้นน้ำ บัวไร : หาเรื่อง





    คุณรู้สึกอย่างไรที่คนสมัยนี้หันมาใช้ไฟแช็กมากขึ้น
    - ธรรมดาครับ ยุคสมัยเปลี่ยนอะไร ๆ ก็มักจะเปลี่ยนตามไปด้วย นับวันมนุษย์ก็ยิ่งชอบความสบายมากขึ้นเรื่อย ๆ

    แล้วความสบายไม่ดีตรงไหน
    - ก็ทำให้เราคิดแก้ปัญหาน้อยลงซิ ยุคนี้เอาสบายเข้าว่า

    คุณกำลังน้อยใจที่ใคร ๆ ก็ใช้ไฟแช็ก
    - คุณเข้าใจผิดแล้ว ยังมีคนต้องการผมอีกมาก โดยเฉพาะตามชนบทที่ไฟฟ้ายังเข้าไปถึง คิดดูซิ ราคาก็ถูกว่าแถมไม่มีกลิ่นน้ำมันเหม็น ๆ อีก

    ไม้ขีดไฟอย่างพวกคุณถือกำเนิดมาได้อย่างไร
    - ย้อนไปในพ.ศ.๒๓๗๐ นักเคมีชาวอังกฤษชื่อ จอห์น วอล์คเกอร์ ทำไม้ขีดจากเศษไม้จุ่มปลายลงในส่วนผสมของ แอนติโมนีซัลไฟด์ โปตัสเซียมคลอเรต และกาวที่ทำจากยางไม้ (gumarabic) เมื่อเอาไม้ขีดไฟนี้ขีดลงบนกระดาษทราย แรงเสียดสีจะทำให้เกิดความร้อนที่ทำให้ไม้ขีดลุกเป็นไฟ ไม้ขีดแบบนี้เรียกกันว่า ลูซิเฟอร์ผู้ถือแสงสว่าง (ลูซิเฟอร์เป็นอีกชื่อหนึ่งของดาวพระศุกร์)

    แล้วในประเทศไทยล่ะ
    - ประเทศไทยเพิ่งจะผลิตไม้ขีดไฟเองได้ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๗ โดยหมิ่นแซจำกัด ซึ่งบริษัทนี้ก็ยังคงผลิตไม้ขีดไฟอยู่จนถึงปัจจุบัน

    คุณคิดยังไงกับคนที่สูบบุหรี่
    - ผมว่าคนที่สูบเขาก็รู้ตัวและรู้ดีว่า บุหรี่มีอันตรายร้ายแรงเพียงใด แต่อาจเป็นเพราะเขาติดมันเสียแล้วจึงยากแก่การเลิก การจะทำให้คนที่สูบบุหรี่เลิกบุหรี่ได้ ก็คงต้องใช้เวลากันอีกสักพัก ระหว่างนี้ก็ขอไว้อย่างเดียวว่าอย่าไปสูบระรานอากาศบริสุทธิ์ของคนอื่นก็แล้วกัน

    แต่คุณก็มีส่วนนะครับ
    - ของทุกอย่างมีดีมีโทษ อยู่ที่เราจะเลือกใช้ครับ อ้อ! อีกอย่างหนึ่ง คุณจะโทษผมคนเดียวไม่ได้ ไฟแช็กก็มีส่วนด้วยนะครับ

    คุณอยากฝากอะไรถึงผู้อ่านที่สูบบุหรี่
    - บุหรี่เป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคม แต่ถ้าคิดจะอม ต้องไม่เดือดร้อนผู้คนรอบข้าง

    kamkam_tonnam@hotmail.com
    http://tonnambuarai.exteen.com/



    kaawss.jpg


    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๘. อัมโปะ




    21. ได้ทำงานเบื้องหน้า ต้องพร้อมรับความเสี่ยง


    22. ได้ทำงานเบื้องหลัง ต้องพร้อมรับกับความอึดอัด







    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ก้าวกวี


    สัญญาใจ



    ผู้แต่ง – สมศรี พบพิพักตร์




          ให้สัญญาว่าใจจะไม่หวั่น
          จะไม่พรั่นพรึงกลัวภัยทั่วผอง
          จะตั้งมั่นดวงจิตน้อมแนบประคอง
          ความสงบตามครรลองพระศาสดา


          จะมองคนในแง่ดีมีมิตรจิตร
          ผูกสัมพันธ์ฉันทิชทุกทิศา
          จะอดกลั้นต่อทุกขเวทนา
          เพื่อปัญญาใสสว่างเห็นทางธรรม


          แน่วแน่ในความคิดมิผิดพลาด
          ทุกย่างก้าวไม่ประมาทพลาดถลำ
          ลงหุบเหวกิเลสทาสฝ่ายอธรรม์
          อันอาจนำความวิบัติมามัดกาย


          จะมองข้ามอดีตที่ผันผ่าน
          ล่วงเวลาเลยกาลไร้จุดหมาย
          อุทิศตนมุ่งมั่นไม่เสื่อมคลาย
          ปรับสติลดอบายสร้างมงคล


          ให้สัญญากับใจจะไม่หวั่น
          เอาชนะกิเลสมารทุกแห่งหน
          ลดทิฐิมานะละวางตน
          ขอเป็นคนมีน้ำใจใฝ่ดีงาม






    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๙. เรื่องสั้น


    ผมไม่อยากเป็นนักเขียน
    โดย ภีมะ ภุมรา



    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เดิมทีผมเป็นเพียงกวีรากหญ้าหาเช้ากินค่ำกับงานประจำซึ่งไม่มีหลักประกันความมั่นคงแต่อย่างใด และเป็นที่รู้กันดีว่าค่าครองชีพในเมืองหลวงสูงมากจนน่าตกใจ แต่ก็ช่างเถอะเมื่อสมัครใจแล้วจะไม่โทษใครอะไรทั้งนั้น

    สิบปีที่แล้ว ช่วงนั้นผมเพิ่งเป็นหนุ่มนมแตกพาน พอดีที่โรงเรียนมีงานรวมศิษย์เก่าขึ้น บังเอิญว่ามีศิษย์ผู้พี่ได้ขึ้นพูดในโอกาสกล่าวทักทายวิสาสะประสาพี่น้อง เป็นที่รู้กันดีว่าพี่ผู้นี้มีชื่อในงานเขียนบทกวีและเรื่องสั้นระดับประเทศ (ไม่เกินไปจริง ๆ ) ซึ่งพี่เขาก็พูดประสบการณ์พร้อมกับอ่านบทกวีเป็นแกล้มกับ เป็นลีลาบทกวีหวาน ๆ เศร้า ๆ ซึ้ง ๆ ทั้งเกี่ยวกับการจีบสาวและทะลึ่งตึงตัง พร้อมกันนั้นก็กล่าวถึงที่มาที่ไปของบทกวี คิดเอาเถิดว่าในช่วงวันหนุ่มน้อยเช่นนั้นรู้สึกว่ามีพลังภายในที่อัดแน่นอยู่อย่างไม่รู้ทางออก พอมีเรื่องมาสะกิดเกาหัวใจด้วยบทกวีเหงา ๆ เหล่านี้ทำให้รู้สึกว่ากวีนี้ยิ่งใหญ่นัก มีพลังอย่างน่าอัศจรรย์จนผมรู้สึกรู้สาว่าหวั่นไหวกับถ้อยคำจนเกิดแรงใจที่เขียนอะไรสักอย่าง ซึ่งบังเอิญอีกครั้งกับโรงเรียนมีการจัดประกวดกลอนในวาระต่าง ๆ แม้ว่าจะสับสนว่าอะไรคือกลอนอะไรคือบทกวี แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ไปกว่าการที่หนุ่มน้อยกำลังสนใจเพศตรงข้ามอย่างจริงจัง เหมือนการจีบสาวเป็นการแสดงความสามารถชายชาติอาชาไนย และการเขียนกลอนจีบสาวรู้สึกมันมีเสน่ห์อย่างเหลือร้าย ช่วงนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องล้าสมัยแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้เองผมจึงขวนขวายอ่านกลอนสุนทรภู่ตามห้องสมุด เห็นกลอนที่ไหนเป็นไม่ได้ต้องอ่านต้องศึกษา เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ศึกษากลวิธีการแต่งและท่องกลอนหวาน ๆ ไว้ประดับบารมีในความเป็นหนุ่มพอกระชุ่มกระชวย

    จากวันนั้นถึงวันนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผมได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถเขียนกลอนหรือบทกวีก็เรียก ซึ่งผมไม่ได้คิดว่ากลอนหรือบทกวีมันยิ่งใหญ่กว่ากันนักหรอกเพียงแต่คำว่ากวีบทกวีดูมันเท่ดี ผมเคยเขียนกลอนจีบสาวมามากมายเหลือคณา ทั้งที่จีบเพื่อหวังผลและไม่หวังผล ทั้งเพื่อตัวเองและผู้อื่น แต่ผลตอบรับกลับต่างกัน ต่างกันอย่างบัดซบเหลือแสน อย่างไรนั่นหรือ ก็ขณะที่ผมเขียนให้เพื่อนมันไปจีบสาว อย่างว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อทุกวันนี้มันลูกสองแล้วครับ ทั้งที่ผมก็ไม่ได้รับอานิสงส์อะไรจากมันทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ซึ่งได้แต่แสดงความยินดีกับมัน ผมยังจำชื่อกลอนที่เขียนให้มันได้เลย ชื่อ กุหลาบขาว อันที่จริงผมก็ไม่ได้เรียกร้องบุญคุณความดีอะไรหรอก เพียงแต่แอบภาวนาอยู่ลึก ๆ ว่าด้วยอานิสงส์ผลบุญนี้ขอให้สาวเขียนกลอนจีบผมบ้าง...เพราะอะไรละหรือ เพราะผมยังไม่ประสบความสำเร็จกับการเขียนกลอนจีบสาวแม้สักครึ่งคน ไม่รู้จะมีความเหงาความเศร้าอะไรหลงเหลือให้ผมได้เขียนอีก ทั้งยังไม่อยากเข้าใจอะไรอีกด้วย

    หนึ่งทศวรรษผ่านมา ผมการันตีความภาคภูมิใจได้บ้างเหมือนพอลืมตาอ้าปากได้ก็ว่า ด้วยเคยส่งบทกวีไปตามนิตยสาร ปรากฏว่าได้รับการตีพิมพ์บ้าง เงียบหายกับสายลมและแสงแดดเป็นส่วนใหญ่บ้างและบ้าง แต่อย่างว่านะครับผมไม่โทษใครอะไรทั้งหมด สิ่งที่ผมภูมิใจในการได้เขียนบทกวีมันมากมายจนทำให้ผมเกิดความสงบมีสมาธิอย่างไม่น่าเชื่อ บทกวีเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองก็ว่า ซึ่งบ้านหลังแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่แห่งหนตำบลใด แต่ทุกวันนี้เมื่อมองย้อนกลับก็อดจะภูมิใจกับการเขียนกลอนไม่ได้โดยเฉพาะการเขียนจีบสาวให้เพื่อน ผมสามารถช่วยให้สัตว์โลกเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยตามอัตภาพ

    ชีวิตผมไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงแค่นั้น ยังมีความท้าทายอีกมากรอผมอยู่ แม้ว่าจริง ๆ ผมจะไม่ชอบความท้าทายเพราะมันทำให้ผมสูญเสียความเป็นตัวเอง ในขณะที่พี่ ๆ เพื่อน ๆ ของผมกำลังทำในสิ่งท้าทายหลายหลาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันท้าทายสำหรับผมคือการเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยาย ซึ่งผมขอละนวนิยายไว้โดยขอลองเรื่องสั้นชิมรางไปก่อน แม้ว่าการเขียนเรื่องสั้นมันจะไม่ใช่งานที่การันตีปากท้องได้อย่างมั่นคง แต่บางขณะที่มีผลงานตีพิมพ์นั่นหมายถึงมีเม็ดเงินพอเป็นค่าขนมนมเนยหรือเครื่องดื่มเพิ่มดีกรี เหตุผลไม่มากหรอกเพียงแค่นี้มันก็ทำให้ผมไม่อาจหยุดอยู่เพียงแค่คำว่า กวีรุ่นใหม่ ผมเริ่มต้นอ่านเรื่องสั้นระดับรางวัล พยายามจับต้นชนปลาย แม้ว่ามากกว่ามากต้องบอกว่าไม่รู้เรื่อง ต้องเผลอรำพึงกับตัวเองบ่อย ๆ ว่า ช่างเขียนอะไรได้ลึกซึ้งนักหนา เข้าใจยากยิ่งกว่าอ่านพระไตรปิฎกเสียอีก อย่างไรก็ตามยังระลึกถึงถ้อยความอมตะ ความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามอยู่ที่นั่น ผมจึงอ่านหนังสืออย่างที่เรียกว่า บ้าหนังสือ ขณะเดียวกันก็พยายามหาพล็อตเรื่องสั้นที่จะลงมือเขียน และแล้วสวรรค์ก็ประทานแรงบันดาลใจให้ เรื่องสั้นเรื่องแรกต้องทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาล มันไม่ใช่เรื่องโคมลอย ไม่ใช่เรื่องเหนือจริง แต่มันเป็นเรื่องสั้นที่มีชีวิตเลือดเนื้อ ผมได้แง่มุมจากเพื่อนคนหนึ่ง ก่อนอื่นต้องบอกว่าที่จริงเพื่อนคนนี้มันก็ไม่ได้เลวระยำจนถึงกับไม่เหลือศีลสักข้อ มันก็เพียงกินเหล้าสูบบุหรี่ มันมีเมียอย่างเป็นทางการแล้ว ศีลข้ออื่นมันก็ไม่ล่อแหลมที่จะล่วงละเมิด

    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผมกับเพื่อนคนนี้ทำงานที่เดียวกันกลับบ้านเส้นทางเดียวกัน ผมเขียนบทกวี มันเขียนเรื่องสั้น มีเรื่องเกี่ยวกับหนังสือคุยกันอย่างออกรสทุกวัน ผมสามารถคุยเรื่องสั้นได้บ้างตามประสาคนอ่านมากแม้ว่าจะเขียนเรื่องสั้นมาเพียงน้อยนิดหากเทียบกับมัน แต่บทกวีมันไม่รู้เรื่องกับผมหรอก ใครต่อใครก็บอกว่าอ่านบทกวีไม่รู้เรื่อง

    ด้วยต้องกลับบ้านด้วยกันทุกวัน เมื่อมันได้รู้ปัญหาอะไรของใครที่เกี่ยวข้อง มันก็จะคุยให้ฟัง มีวันหนึ่งขณะจะขึ้นรถกลับแต่มีอันต้องแยกทางกันตั้งแต่ต้นสายมันบอกว่าวันนี้ต้องไปแก้ปัญหาให้เพื่อน...ก็เท่านั้น และก่อนหน้านี้มันก็มีอะไรที่ผมสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่มันคุยให้ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า แล้ววันดีคืนดีมันก็ต้องแยกทางกับผมตั้งแต่ต้นสายอีกและบอกว่าเดี๋ยวจะไปแก้ปัญหาซึ่งเป็นปัญหาของมันเอง ผมเองรู้อยู่แล้วว่ามันเริ่มมีปากเสียงกับเมีย ผมก็ไม่เข้าข้างมันหรือเมียของมันแต่อย่างใด เพียงแต่อนุมานเอาว่าดูท่ามันกับเมียคงมีวาสนาร่วมกันเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เท่านั้นเองผมจึงผุดพล็อตเรื่องสั้นฟอร์มใหญ่ว่า 'นักเขียนฆ่าตัวตาย’ โดยผมจะทำให้เพื่อนของผมเป็นคนเลวในลักษณะที่พยายามเขียนเรื่องสั้นอย่างหนักจนลืมเมีย แท้แล้วมีเหตุผลที่มันต้องการจะตีจากเมีย โดยสร้างเงื่อนไขเพียงว่าต้องการเป็นนักเขียน นักเขียนต้องการคำว่าอิสระ โดยที่จริงมันกำลังติดต่อสานสายสัมพันธ์กับนักอ่านสาวสวยที่หลงใหลงานเขียนของมัน

    แล้วผมก็เดินเรื่องไปต่าง ๆ นานา ผมเขียนในลักษณะดึงเรื่องไปเรื่อยๆ ค่อย ๆ เผยแง่มุมของเรื่อง อาจไม่ใช่เรื่องหักมุมตอนจบเหมือนตกร่องอุกกาบาต แต่ค่อย ๆ ไขเรื่องอย่างเนิบนุ่ม เรื่องนี้ค่อนข้างน่าหวาดกลัวในเรื่องศีลธรรม โดยตัวเอกของเรื่องจะเริ่มนัดพบนักอ่านสาวบ่อยขึ้น และหลังจากเมียหลับมันก็จะเล่นเอ็มกับนักอ่านสาวอยู่เสมอ ๆ ซึ่งปัญหาแห่งความแตกแยกก็ไม่มีอะไรมากเพียงเพราะคำว่าต้องการอิสระในการเขียนหนังสือ เพียงเพราะอาศัยคำว่านักเขียนทำให้มันต้องตัดสินใจที่จะอยู่อย่างเพียงลำพังและเป็นอิสระ แม้จะเป็นเหตุผลที่เชื่อได้และเชื่อไม่ได้ แต่ในเมื่อมันตัดสินใจจะไปแล้วช้างก็ฉุดไม่อยู่ซึ่งเมียก็ตัวเล็กกว่าช้างเป็นไหนๆ เมียมันต้องอึ้งแล้วอึ้งอีกกับการสูญเสียด้วยเหตุผลเพียงน้อยนิด แม้ว่าในชีวิตจริงจะเป็นอย่างไรผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก รู้เพียงแต่ว่ามันกับเมียมีความผิดที่อยู่ร่วมกันไม่ได้คือโทษฐานที่ไม่มีความโรแมนติคเอาเสียเลย

    เรื่องของเรื่องมีอยู่เพียงแค่นี้ แต่บังเอิญอีกครั้งที่ผมต้องไปพบปะเพื่อน ๆ พี่ ๆ และสาว ๆ ในการพบปะครั้งนี้สาว ๆ มากหน้าหลายตาจนตาลาย ผมคิดอยู่ลึก ๆ ว่าอาจจะได้ใช้งานกลอนจีบสาวแล้วล่ะคราวนี้ ซึ่งผมก็พอจะคุ้นเคยกับคุณเธอทั้งหลายอยู่บ้าง ที่จริงผมเขียนเรื่องสั้น ‘นักเขียนฆ่าตัวตาย’ จบแล้ว และถือมาด้วยเพื่อจะถกถามรายละเอียดกับเพื่อน ๆ จึงลองให้สาว ๆ ทั้งหลายอ่านซึ่งเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จึงขอให้ผมชี้แจงแถลงไขไปอย่างละเอียดยิบ เมื่อแถลงการณ์จบลง คุณเธอทั้งหลายถึงกับของขึ้น รู้สึกขยะแขยงเหมือนผมเป็นไส้เดือนอย่างนั้นแหละ ทั้งยังบอกน้อง ๆ ที่สบตากันอยู่ว่าระวังให้ดีอย่าริมีฟงมีแฟนเป็นนักเขียน ผมจึงรู้สึกสนุกสนานที่จะหักมุมเรื่องสั้นใหม่โดยบอกว่า ผมทำเป็นอยากเขียนเรื่องสั้นกับไอ้เพื่อนนักเขียนเจ้าของเรื่อง โดยที่มันเป็นคนทิ้งเมียไปหานักอ่านสาวสาย ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดแทนเมียมัน พยายามทุกวิถีทางที่จะปลอบประโลมขวัญเธอตามอัตภาพ โดยมีผมเป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้าไปเยียวยาแทนที่นักเขียนเจ้าของเรื่อง ผมจึงขออาสาสิทธิ์ที่จะรักษาแผลใจให้เธอเองเป็นลักษณะตีท้ายครัวอย่างลงตัว และแล้วคุณเธอทั้งหลายยิ่งของขึ้นหนักเข้าไปอีกเห็นผมเป็นไส้เดือนตัวใหญ่กว่าเดิม เหมือนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ความเป็นนักเขียนยิ่งนัก ผมจึงบอกทีเล่นทีจริงไปว่า **เป็นกวีอย่างเดียวก็ดีแล้ว ไม่น่าสะเออะหัดเป็นนักเขียนเลย

    จากค่ำคืนที่ผมเป็นไส้เดือนที่น่าขยะแขยงตัวใหญ่ ทำให้วูบความคิดหนึ่งว่าไม่น่าเลย** ไม่น่าอยากเป็นนักเขียนเลย แต่ทำไงได้ครับแม้ว่าผมเขียนเรื่องสั้นมาไม่มากก็เถอะยังไม่เคยตีพิมพ์เลยก็ตาม แต่ผมรู้สึกสนุกสนานกับงานท้าทายชิ้นนี้เข้าแล้ว

    แม้ว่าหญิงสาวที่กล่าวติงเรื่องราวล่อแหลมในเรื่องสั้นจะไม่ใช่นักเขียน แต่ก็เป็นเหมือนมุมสะท้อนที่บาดลึกสำหรับผม เหมือนเธอตั้งคำถามให้ว่า เอ็งพร้อมหรือยังสำหรับคำพิพากษาจากนักอ่าน เป็นอันว่าหากนักเขียนต้องเขียนเรื่องราวเลวร้ายล่อแหลมต่อจริยธรรมคุณธรรมสักเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ตาม นักเขียนมีสิทธิ์อย่างมากที่จะตกเป็นจำเลยโดยที่ไม่อาจแก้ตัวได้เลย

    เมื่องานเลี้ยงวันนั้นเลิกรา ผมกลับมานอนมือก่ายหน้าผากทบทวนคำถามนี้คำถามที่ไร้คำตอบในการเขียนเรื่องสั้น เหมือนมีมารมาทดสอบความมั่นคงในการเขียนหนังสือ หรืออย่างไร คืนนั้นผมหลับไปในขณะที่ความคิดยังวนเวียนอยู่กับดวงตาสะอิดสะเอียนคู่นั้น ฝันไปว่าผมกำลังถูกรุมด่าจากสาว ๆ อย่างไม่มีชิ้นดี ความหวังว่าจะใช้ดวงตาหวานซึ้งสบตาเธอเป็นอันพังทลาย คุณเธอว่ากล่าวผมว่า คนอย่างนี้(เลวระยำ)ไม่น่าเขียนเรื่องสั้นให้คนอ่านเลย ผมมีปากที่ไม่อาจพูด ตกเป็นจำเลยที่มีคำพิพากษาชี้ขาดอย่างเจ็บแสบโดยไม่อาจแก้ตัว ในห้วงฝันนั้นผมคิดไปว่า พอกันทีกับการเป็นนักเขียน ชื่อเสียงเงินทองพอกันที และสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนที่ผมจะร้องสบถถ้อยคำอะไรออกมา...

    ดวงตาผมเบิกโพลงในกลางดึก

    ผมไม่อยากเป็นนักเขียนไส้เดือนตัวใหญ่ และยังไม่รู้ว่า ความฝัน ความจริง และเรื่องแต่ง จะสามารถเดินทางร่วมกันได้หรือไม่ อย่างไร...

    บันไดขั้นที่สองของผมช่างลำบากลำบนอะไรมากมายป่านนี้ การหัดเป็นนักกลอนกวีไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย ไม่มีใครด่าว่า ไม่มีคนเข้าใจ หลายคนอ่านบทกวีไม่เข้าใจ ผมจึงบอกไปเพียงว่าบทกวีมันลึกซึ้ง นักอ่านทั้งหลายเขาก็ยอมรับอย่างมึนงงขณะที่ผมก็งงเหมือนกัน แต่เรื่องสั้นเล่า เพียงก้าวแรกก็มีเสียงโห่แล้ว

    ช่วยผมด้วย...






    [มีอะไรในเล่มอีก]






    ๑๐. ก้าวต่อก้าว : สารากร


    มวนต่อมวลความคิด กับ saranya_nok.worm



    สิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจและร่วมกันประคับประคองให้ดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น หรือเสียหายน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ สิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด คงหนีไม่พ้นมลพิษต่างๆที่เราต่างร่วมกันสร้างขึ้นมา หนึ่งในนั้นคือมลพิษทางอากาศ ไม่ว่าจะมาจากโรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคม และการประกอบกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย แต่อากาศพิษที่เราสามารถช่วยกันลดได้ง่ายๆนั่นคือ ควันพิษจากการสูบบุหรี่

    บุหรี่ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ที่สูบและคร่าชีวิตไปเป็นจำนวนที่น่าใจหาย หากแต่รวมไปถึงผู้ที่อยู่ใกล้ชิดด้วย พวกเขาเหล่านั้น อาจเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศก็เป็นได้ วันนี้เราจะร่วมคิดและร่วมคุยกับหนอนหนังสือท่านหนึ่งที่มีความตระหนักถึงเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เธอยังมีดีกรีเป็นนักวิทยาศาสตร์อีกด้วย เธอผู้นั้นคือ saranya_nok.worm ศรัญญา ผดุงเรืองกิจ ค่ะ ชื่อเล่น นก หรือที่ใคร ๆ มักเรียกเธอว่า ‘พี่นก’ ‘น้องนก’ ฯลฯ ซึ่งเธอผู้นี้มีประสบการณ์ทำงานในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ปัจจุบันทำงานในบริษัทเอกชนเกี่ยวกับด้าน Metrology เราอาจเคยอ่านความคิดของเธอมาบ้างแล้วในห้องหนอนสนทนา (www.winbookclub.com) ซึ่งเธอเองได้เข้ามาตั้งแต่กลางปี ๒๕๔๗ และวันนี้เธอจะมาร่วมสนทนากับก้าวรอก้าวในเรื่องราวใกล้ตัวที่น่าสนใจ--



    • โลกของเราทุกวันนี้มีปัญหามลพิษมากมาย ซึ่งล้วนมาจากฝีมือของคนเราด้วยกันแทบทั้งสิ้น คุณนกมีความคิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ที่พอจะมีแนวทางในการช่วยกันทำให้สถานการณ์สิ่งแวดล้อมดีขึ้นคะ

    พี่คิดว่าเราทุกคนควรจะมีจิตสำนึกในการรักสิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งแวดล้อมทุกอย่างล้วนเป็นของเราและคนรุ่นหลังเรา อย่างเช่นอากาศทุกทิศทาง ไม่ใช่สิ่งที่เราหายใจเข้าไปเพียงคนเดียว ฉะนั้นขณะที่เรากระทำสิ่งใดต่ออากาศอยู่ เราทุกคนก็ควรคำนึงถึงเพื่อนมนุษย์รอบ ๆ ตัว รู้จักตระหนักถึงสภาวะของสิ่งแวดล้อมของเราที่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของกันและกันด้วย และการปลูกจิตสำนึกคงต้องเริ่มจากตัวเราก่อนเลย จากนั้นก็ถ่ายทอดไปสู่เด็ก ๆ ลูกหลาน ทำให้เป็นธรรมดาสำหรับชีวิตประจำวันกันเลย พี่คิดว่าการรักสิ่งแวดล้อมจะทำให้เด็ก ๆ รู้จักดูแลตัวเอง ดูแลผู้อื่น ไปจนถึงรู้จักดูแลสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เพราะถ้าหากมันมีชีวิตอยู่ไม่ได้ นั่นหมายความว่า อีกหน่อยเราเองก็อาจจะอยู่ไม่ได้เช่นกัน

    • การปลูกต้นไม้ดูจะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวเลยทีเดียว ซึ่งคนปลูกก็ปลูกไม่ทันคนตัด อย่างนี้แล้วจะทำอย่างไรกันดีล่ะคะ

    ต้องยอมรับว่าปัจจุบันจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกวัน พื้นที่ป่าหรือพื้นที่ที่จะปลูกป่าก็น้อยลงทุกที บางทีตอนนี้เราคงต้องมองหาพื้นที่ใกล้ตัวที่สุดในการปลูกต้นไม้ เราอาจจะปลูกในบริเวณบ้าน ปลูกริมบาทวิถี เกาะกลางถนน หรือแม้แต่ริมหน้าต่างที่ทำงาน แต่สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือความพยายามปลูกให้มากที่สุดเท่าที่เราสามารถจะทำได้ค่ะ เพื่อที่ว่าต้นไม้จะได้มาช่วยดูดควันพิษที่บรรยากาศโลกอมไว้ โลกจะได้ไม่สำลักควันใส่เราอีกที ส่วนเรื่องมีคนตัดจนปลูกไม่ทันนั้นพี่คิดว่ามันก็มีวิธีหลีกเลี่ยงนะ เช่นพี่เคยอ่านเจอว่ามีงานวิจัยของกรมป่าไม้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหญ้าแฝกสามารถใช้ทดแทนไม้ได้ ถ้าเราร่วมมือกันใช้วัสดุแปรรูปแทนไม้จากต้นไม้ ต้นไม้คงจะยืนต้นคู่กับโลก คู่กันไปกับมนุษย์เราได้อีกนาน

    • แล้วคุณนกชอบปลูกต้นไม้ไหมคะ

    ชอบมากค่ะ การปลูกต้นไม้ทำให้เราใจเย็น รู้จักการทะนุถนอมชีวิตชีวิตหนึ่ง เมื่อเห็นการเจริญเติบโตของต้นไม้ ความสุขก็เติบโตไปด้วยในใจเรา

    • ปัจจุบันนี้ปัญหาเรื่องควันบุหรี่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำรงชีวิต เพราะส่งผลต่อสุขภาพ การจัดพื้นที่ในการสูบบุหรี่นั้น คุณนกคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดหรือไม่อย่างไร

    พี่คิดว่ามันก็ตรงจุดนะ คือตรงจุดที่มีคนสูบบุหรี่นั้นจริง ๆ ให้ไปสูบที่จุดอื่น แต่มันไม่ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น คนก็ยังคงสูบบุหรี่ได้อยู่ แต่ย้ายที่สูบ ก็เป็นข้อดีอยู่บ้างที่คนรอบข้างอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ตัวคนสูบเองคงหลีกไม่พ้นภัยต่อสุขภาพนั้น

    • ถามถึงปัญหาสุขภาพ เชื่อแน่ว่า มลพิษทางอากาศมีส่วนสำคัญที่ทำให้ร่างกายคนเราอ่อนแอลง ทางออกของปัญหาเหล่านี้คุณนกมีวิธีการจัดการอย่างไรคะ

    ทางหนึ่งคงจะเป็นการออกกฎหมายควบคุมปริมาณก๊าซพิษ ควันพิษ หรือฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่อาจถูกปล่อยออกมาทางอากาศ แต่ข้อนี้ก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จยากนะพี่ว่า ถ้าควบคุมกันได้จริงป่านนี้โลกคงไม่บาดเจ็บอย่างนี้ และสาเหตุที่ทำให้ควบคุมไม่ได้ก็เพราะการละเลยที่จะปฎิบัติตามกฎหมายเหล่านั้น ดังนั้นก็คงหนีไม่พ้นการต้องมีจิตสำนึกอยู่เสมอ อาจจะต้องมีการกระตุ้นเตือนกันอย่างสม่ำเสมอตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือตามโรงเรียนเป็นต้น เพื่อกันการหลงลืม หรือละเลยค่ะ และอีกอย่างการให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของมันก็จะช่วยให้คนเรารู้จักกลัวและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น

    • คุณนกคิดว่า ค่านิยมสูบบุหรี่เพื่อความเท่ หรือเป็นแบบอย่างที่น่าทำตามนั้นยังมีอยู่หรือไม่คะ

    พี่คิดว่ายังมีอยู่แน่ ๆ แต่อาจจะน้อยลงแล้วละค่ะ เพราะจริง ๆ เราก็รณรงค์เรื่องพิษภัยของบุหรี่มานานพอสมควรแล้ว และรณรงค์กันแรงเสียด้วย พวกที่ยังสูบอยู่พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาไม่เห็นรูปที่น่ากลัวบนซองบุหรี่นั้นหรือ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าการพ่นควันเหมือนท่อไอเสียนั้นมันเท่ตรงไหน พี่ว่าพวกเขาน่าจะลองเอาเวลาสูบบุหรี่ไปดูแลผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง แล้วหาข้อดีในการเป็นโรคนี้ให้ได้

    • เมื่ออ่านรายงานการวิจัยที่ระบุว่า อายุของผู้สูบบุหรี่อยู่ในช่วงอายุที่ลดลงเรื่อย ๆ นั่นหมายความว่า เยาวชนหันมาสูบบุหรี่กันมากขึ้นทั้งที่ก็ทราบแล้วว่าโทษของการสูบบุหรี่เป็นเช่นไร เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว คิดว่ามาตรการที่ควรจัดการกับเรื่องนี้ควรไปในทิศทางอย่างไรบ้างคะ ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้ปกครองเยาวชนเหล่านั้นค่ะ

    สิ่งแรกที่ควรทำก็คือเราเองซึ่งเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรสูบบุหรี่ให้เยาวชนรุ่นหลังได้เห็น ไม่ควรให้เขาได้คิดว่าท่าทางการพ่นควันนั้นเป็นท่าทางที่น่าชื่นชม ควรให้เขาใช้เวลาในการสูบบุหรี่ไปในการทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น บางคนที่สูบบุหรี่เพราะเครียด การผ่อนคลายความเครียดนั้นก็มีด้วยกันตั้งหลายทาง เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสืออ่านเล่น ฟังเพลง แต่ถ้าเป็นเพราะติดบุหรี่ ในฐานะที่เราเป็นผู้ปกครองเราควรหาวิธีพูดคุยบอกเล่าถึงพิษภัยของบุหรี่ ช่วยเปลี่ยนทัศนคติที่ถูกต้องให้กับเยาวชนของเรา หรือไม่ก็พาเยาวชนที่ดูแลอยู่ไปเข้าคอร์สเพื่อเลิกบุหรี่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ค่ะ

    • คุณนกมีวิธีการดูแลตนเองอย่างไรบ้างคะให้ปลอดภัยจากมลพิษเหล่านั้น

    เป็นโชคดีค่ะที่พี่และคนในครอบครัวไม่สูบบุหรี่ เพราะว่าพี่ได้เห็นตัวอย่างจากอากงซึ่งสูบบุหรี่จนเป็นโรคมะเร็งปอด สาเหตุนี้เองที่ทำให้พี่และอากงมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกันแต่เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเอง พี่อาจจะหลีกเลี่ยงจากการควันบุหรี่ที่ส่งตรงไปที่ปอดเลยได้ แต่ควันที่ลอยมาจากผู้อื่นบางทีก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงนะคะ พี่จะใช้วิธีเดินห่าง ๆ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็เอามือปิดจมูกเลย เพราะพี่คิดว่าจริง ๆ แล้วเขาเสียมารยาทกับเราก่อน

    • กับคนใกล้ชิด หากเขาสูบบุหรี่ เราควรจะแนะนำเขาอย่างไรคะ

    จริง ๆ พี่โชคดีนะที่คนใกล้ชิดทั้งในครอบครัว เพื่อนฝูง ไม่มีคนสูบบุหรี่เลย แต่ถ้ามีก็คงบอกกันตรง ๆ ว่าให้พยายามเลิกเถอะ เพื่อสุขภาพของตัวเขาเอง และเพื่อคนใกล้ชิดที่รักและห่วงใยเขาด้วย

    • เมื่อช่วงปลายปีก่อน มีมาตรการสำคัญของรัฐ ที่ห้ามการจำหน่ายบุหรี่ที่หน้าร้าน คือห้ามเสนอขายสินค้าด้วยการโฆษณา คุณนกมองมาตรการเหล่านี้อย่างไรบ้างคะ

    พี่คิดว่ามันก็น่าจะมีผลในการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้บ้างนะคะ เพราะมันลดการยั่วยุ บางครั้งคนเราถ้าไม่ได้เห็นก็ไม่เกิดกิเลส แต่ในคนที่ติดบุหรี่มาตรการเหล่านี้คงไม่มีผล เพราะก็ยังเห็นขายได้อยู่เลย บางทีเราอาจต้องค่อย ๆ หามาตรการอื่นเพิ่มเข้าไปเรื่อย ๆ จนกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะหมดไปก็ได้ค่ะ ให้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะเชิงรุกหนักอย่างที่แล้วมา แบบเปลี่ยนแนวอะไรอย่างนี้ เวลาช่วงยาว ๆ อาจทำให้ผู้สูบบุหรี่ได้พิจารณาถึงอนาคตไกล ๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้างก็ได้

    • ในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก คุณนกให้ความสำคัญในประเด็นนี้อย่างไรบ้างคะ

    ต้องบอกตามตรงว่าปกติแล้วไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวันนี้เท่าไหร่ เพราะถ้าไม่มีคนมาสูบบุหรี่ใกล้ ๆ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องไกลตัวทีเดียว แต่ถ้ามีคนมาสูบบุหรี่ใกล้ ๆ ในวันนี้ก็จะเป็นเรื่องใกล้ตัวขึ้นมา มันทำให้คิดขึ้นมาว่าอยากให้ทุกวันเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก อากาศบนโลกจะได้สดชื่นขึ้นมาอีกมากมาย จะได้หายใจสะดวกขึ้น ไม่รู้สึกหายใจไม่ออกทุกครั้งที่ได้กลิ่นบุหรี่

    • โลกของเราอมควันนานาชนิด ทั้งจากการอุตสาหกรรม การคมนาคม และการดำรงชีวิตอื่น ๆ สิ่งใดบ้างคะที่คุณนกอยากบอกเพื่อน ๆ หนอนในการช่วยกันดูแลโลก และสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ค่ะ

    ช่วยกันดูแลโลกของเราฟังดูเหมือนยิ่งใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ยากยิ่งอย่างที่คิดค่ะ ขอเพียงให้เรามีใจที่จะลงมือช่วยกันจริง ๆ ช่วยกันคนละนิดคนละน้อยเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้ก่อนค่ะ การดูแลบ้านกลม ๆ สี่น้ำเงินของเราก็เหมือนการดูแลบ้านเรา มันทำให้เราเกิดความสุขใจเมื่อได้ลงมือดูแลรักษาให้สะอาดบริสุทธิ์ เมื่อเราสุขใจแล้วเราก็แบ่งปันให้เด็ก ๆ ของเราได้สัมผัสความสุขใจเหล่านี้บ้าง เชื่อแน่ว่ามันคงไม่สนุกหากเรามีความสุขอยู่คนเดียวในบ้านกลม ๆ หลังใหญ่ใบนี้ค่ะ





    การที่เราอยู่ร่วมกันในสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงถึงกันนั้น การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ย่อมกระทบถึงผู้อื่นอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงในการอยู่ร่วมกันคือ ใจเขาใจเรา เรามาร่วมกัน ช่วยทำให้มวลความคิดของเราก่อเกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อตัวเราเองและคนที่เรารัก โดยอาจเริ่มจากการลดมวนบุหรี่เพื่อต่อมวลความคิดต่อสิ่งแวดล้อมกันนะคะ.



    สารากร






    [มีอะไรในเล่มอีก]









    kaawss.jpg
    ก้าว..รอ..ก้าว
    'บ้านหนอน' ออนไลน์แมกกาซีน สำนักหนอนสนทนา

    www.winbookclub.com
    http://kaawrowkaw.wordpress.com/
    kaawrowkaw@hotmail.com





    2007-05-15 01:21:27/

     


    ยางมะตอยสีชมพู
    ความเห็นที่ 1

     
      ตอบโดย ยางมะตอยสีชมพู   เมื่อ: 2007-05-15 02:01:08
    โฮะๆ เล่มนี้ออกไวทันใจดีจริงๆฮะ....

    ^ ^


    แสดงว่าคนโพสนี่วัยรุ่นแหงมๆ
     


    chanya
    ความเห็นที่ 2

     
      ตอบโดย chanya   เมื่อ: 2007-05-15 03:57:20
    ชอบอ่ะ มีอีกมั้ย เอาอีก... เอาอีก ขอตัวจริง หาได้ที่ไหน บอกที จะเอาไปอ่านในห้องน้ำ... หัวนอน... ในรถ... พกเป็นคัมภีร์ติดกระเป๋าสะพาย !!! ได้มั้ย ?
     


    เด็ก post
    ความเห็นที่ 3

     
      ตอบโดย เด็ก post   เมื่อ: 2007-05-15 12:13:28
    ไม่ได้วัยรุ่นหรอก ชรามากแล้ว
     


    กองบ.ก.
    ความเห็นที่ 4

     
      ตอบโดย กองบ.ก.   เมื่อ: 2007-05-15 12:40:21
    0 ย่างก้าวฉบับที่ ๑๑... นั้นหมายถึงเวลาล่วงเลยมากว่า ๕ เดือนแล้ว๕ เดือนนี้พวกเราออกเดินทางมาตั้งแต่ปีกลาย แน่นอน... อีกไม่นานก็ครึ่งปี

    เหลียวกลับไปมองอ่านผ่าน ๆ ในแต่ละฉบับที่ผ่านมา โดยเฉพาะฉบับแรกเมื่อกลางเดือนธันวาคมปีกลายเหมือนเพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่เพลา ไม่กี่วันเท่านั้นเอง

    จากความขลุกขลักเบื้องแรกเริ่มแปรเป็นความง่ายดาย ง่ายในการทำงานในสำนักงาน, มีนักเขียนเพิ่มขึ้น ทว่าก็มีนักเขียนหายหน้าขอเว้นวรรคไปสามท่าน ไล่เริ่มจากนายแนม พงษ์ปรัชญา และล่าสุด นารินทร์ ทองดี...

    ถึงวันนี้ยังไม่ได้รับข่าวจากทั้ง นายแนม และ นารินทร์ คงมีเพียงแต่ พงษ์ปรัชญา ที่กระซิบผ่านมาตามสายลมเหนือว่ากำลังซุ่มเขียนงานชิ้นใหม่ให้กับก้าวฯ ทั้งที่ความจริงเขายังมิได้ลาจากไปจากกองบัญชาการนี้ เขายังคงอยู่ช่วยเหลือซื้อข้าว ซื้อน้ำ ซื้อเบียร์ให้กับพวกเรา-- นายพงษ์ฯ นี้มันใช้ได้ HA!

    0 เช่นกันเมื่อเว้นวรรคไปเสีย ๓ คน เราก็ได้นักเขียนใหม่เข้ามาเสริมหนึ่งท่าน คือ Black & Pink กับคอลัมน์ Dek Ad และ

    ล่าสุด 'สารากร' กับ ก้าวต่อก้าว-- บทสัมภาษณ์แวดวงคน-หนอนหนังสือ... สารากรคือใครขอโปรดพลิกไปอ่านและทิ้งคำถามต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่ดังกล่าวโดยพลัน

    0 ถามหา 'ระเบียงใบไม้' ธุลีดินบอกกล่าวมาจากริมทะเลสาบว่ากำลังยุ่งกับปัญหาชีวิต อีกทั้งยังติดตัดเรื่องการส่งต้นฉบับ...

    อย่างไรก็ตามชาวกองบ.ก.ขอส่งใจช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตชีวิตในครั้งนี้ไปได้ด้วยดีโดยเร็ววัน และรักษาสุขภาพด้วยนะท่าน

    0 อีกไม่นานเกินรอ ก้าวฯอาจมีผู้ร่วมก้าวเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยขณะนี้ต้นฉบับได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาและรอนักเขียนส่งงานฉบับสมบูรณ์มา ขอโปรดรอไปอีกสักระยะ (สักระยะนี่มันเป็เวลานานเท่าใดโปรดอย่าใส่ใจคิด)

    กองบ.ก.ขอขอบคุณ

    -ภีมะ ภุมรา สำหรับเรื่องสั้น

    -คุณสมศรี พบพิพักตร์ สำหรับบทกวี

    -คุณศรันยา (นก) สำหรับทรรศนะที่มอบต่อ "ก้าวต่อก้าว"

    - ด้วยมิตรภาพ -


    หมายเหตุ :-

    กองบรรณาธิการนิตยสารออนไลน์ก้าว รอ ก้าว ยินดีรับงานเขียนประเภทความเรียง บทความ เรื่องสั้น บทกวี ฯลฯ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นงานที่รังสรรค์ขึ้นมาใหม่เพื่อพื้นที่นี้โดยเฉพาะ งานเก่านำมาปัดฝุ่นนั้นเราก็พร้อมยินดีรับด้วยความชื่นชม

    ส่งพร้อมระบุประเภทผลงานของท่านมาที่ kaawrowkaw@hotmail.com
     


    กีรติ
    ความเห็นที่ 5

     
      ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2007-05-15 16:30:10
    โอว..เล่มนี้ ซีเรียสนิดนึง เพื่อสุขภาพนะคะเนี่ย

    ดีใจที่พี่ chanya ชอบนะคะ เคยคิดเล่นๆว่าน่าจะพิมพ์เป็นเล่ม ออกเผยแพร่ แต่คิดว่าอนาคตอาจไม่แน่ อาจมี ถ้าระดมความคิดกับทางกองบรรณาธิการก่อนค่ะ

    ก็หวังว่าอ่านกันแล้ว จะลดการสูบบุหรี่ลงบ้งนะคะเพื่อนๆ นอกจากจะได้เงินเพิ่มแล้ว เวลาที่เราจะอยู่กับคนที่เรารักก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

    ด้วยรัก

    กีรติ
     


    หนุงหนิง
    ความเห็นที่ 6

     
      ตอบโดย หนุงหนิง   เมื่อ: 2007-05-15 21:02:57
    คนโพสท์เขาวัยรุ่น ...รุ่นๆ เดียวกับปู่ย่าตาทวดนี่แหละจ้ะ อิอิ
    ย้อเย่นค่ะคุณ Plin อย่าโกรธนะ

    ขอโฆษณาซ้ำอีกครั้งเจ้าค่ะ

    ใครมีบทกวีจะส่งมาร่วม ได้โปรดอย่าลังเล ขาดแคลนพอๆ กับโรงพยาบาลขาดเลือดเลยเจ้าค่ะ
     


    saranya_nok.worm
    ความเห็นที่ 7

     
      ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2007-05-16 00:10:10
    สร้างสรรค์สังคมดีค่ะ

    เข้ามาชื่นชมและให้กำลังใจนะคะ :)


     


    Plin, :-p
    ความเห็นที่ 8

     
      ตอบโดย Plin, :-p   เมื่อ: 2007-05-16 09:31:58
    ไม่โกรธหรอก คุณหนุงหนิง

    เฒ่าชแรแก่ชรา สังขารก็ไม่เที่ยง

    ข้าพเจ้าปีนี้ก็ใกล้จะเข้าโลงเต็มทีแล้วล่ะ ฮุ ฮุ

    ส่วน "ที่สำนักงาน" ข้าพเจ้าทำให้มี link ไปมาระหว่างหน้าบทความที่อยู่ในเล่มเดียวกัน และเพิ่มส่วนสารบัญคู่กับปกด้วย นอกจากนี้ยังขยายขนาด font ให้ขนาดโตขึ้น (ให้พอ ๆ กับที่นี่)

    ส่วนเรื่องทำเป็นเล่มที่ ที่จริงข้าพเจ้ามีโครงการทำเป็น ebook ล่ะ format isilo ว่าแต่ ที่นี่มีใครใช้ isiloบ้าง เป็น format ebook ที่ต้องมีโปรแกรม isilo สามารถเปิดได้ทั้งใน palm และ pocket PC

    ซึ่งการทำ isilo นั้น ง่ายมาก สามารถ convert จาก code ที่ทำที่ หน้านี้เป็น isilo ได้ทันที

    สามารถ link ไปมาระหว่างหน้าแบบที่นี่ได้ด้วย !!!

    ว่าแต่มีใครใช้ isilo บ้าง??
     


    Plin, :-p
    ความเห็นที่ 9

     
      ตอบโดย Plin, :-p   เมื่อ: 2007-05-16 09:38:16
    ถ้าจะทำเป็นเล่มจริง ก็คงให้กีรตินั้นแหละทำ
    เพราะกีรติมีประสบการณ์ทำหนังสือทำมือ แล้วก็เก่งงานกราฟิกดีไซน์นี่นา ฮา
     


    กีรติ
    ความเห็นที่ 10

     
      ตอบโดย กีรติ   เมื่อ: 2007-05-16 16:36:48
    ยินดีค่ะ
     


    Plin, :-p
    ความเห็นที่ 11

     
      ตอบโดย Plin, :-p   เมื่อ: 2007-05-16 18:25:09
    ทำ version isilo เสร็จแล้ว ขนาด file 2 mb สามารถเล่นใน palm และ pocket pc ได้

    สนใจ email มาขอได้ที่ rethinker@hotmail.com
     


    Plin, :-p
    ความเห็นที่ 12

     
      ตอบโดย Plin, :-p   เมื่อ: 2007-05-16 18:41:15
    อ้อ ลืมบอก ต้องมี isilo ในเครื่องpda ด้วยนะ
     




    ข้อความ :
    สามารถเคาะ Enter หาต้องต้องให้เว้นบรรทัด หรือใช้คำสั่ง <br>
    ชื่อ :
    รูปภาพ :  
    ขนาดไม่เกิน 50K และต้องมีนามสกุลเป็น gif และ jpg
    รหัส :   39cbb23
    ใส่รหัส :   (กรุณาใส่รหัสจากข้างบนนะครับ)