• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ไม่ได้ซักผ้า จึงพอมีเวลามาคุยเรื่องหนังต่อ

    คุยเรื่อง Past Lives ต่ออีกนิด 

    บางคนอาจงงว่าทำไมหนังที่มีเนื้อเรื่องน้อยนิดอย่างนี้ ได้คะแนน 10/10 มายังไง

    ก่อนอื่น วิธีการให้คะแนนต่างกัน ผมเน้นที่ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง

    ไม่เน้นฉากระเบิดหรือฉากเซ็กซ์

    อีกจุดหนึ่งคือผมให้คะแนนหนังสูง หากสามารถทำหนังออกมาเป็นงานศิลปะ ไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง

    มันก็เหมือนกับเราดื่มกาแฟที่ชงแบบกดปุ่ม กับกาแฟที่ชงแบบละเมียด คุมองศาน้ำร้อน คุมเวลา ทุกอย่างต้องเป๊ะ แล้วบรรจุในภาชนะที่เหมาะกับอารมณ์

    อย่างแรกคือกาแฟ อย่างหลังคือกาแฟในรูปศิลปะ

    อีกจุดหนึ่งที่หนัง Past Lives ต่างจากหนังรักอื่นๆ คือความเป็น Minimalism

    มันเหมือนเราได้รับเต้าหู้มาครึ่งก้อน กับผักอีกสองชิ้น โจทย์คือปรุงออกมาให้อร่อย

    การปรุงอาหารโดยใช้วัตถุดิบนิดเดียวให้อร่อยยากทีเดียว ขอบอก

    และทำให้สวยด้วย ก็ยากขึ้นไปอีก

    จากประสบการณ์การเขียนนิยาย ผมรู้สึกว่าเขียนเรื่องสั้นที่มีเนื้อเรื่องน้อย ยากกว่าเขียนนวนิยายที่มีรายละเอียดมาก (นักเขียนคนอื่นอาจไม่เห็นด้วย)

    ผมเรียนปรัชญา Less is more มาตั้งแต่เรียนสถาปัตย์ปีแรก พบว่าทำจริงๆ ยาก

    แต่มันก็เป็นหลักพื้นฐานของงานศิลปะทุกแขนง

    คุยแค่นี้นะ ถูกเรียกไปซักผ้าแล้ว

    วันนี้คงซักแบบ Minimalism น้ำเดียวพอ

    วินทร์ เลียววาริณ
    22-2-26

    1
    • 0 แชร์
    • 21
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    (เรื่องนี้ผมพลาด ไม่ได้ดูในโรงหนัง ตอนนี้มาฉายที่ Netflix จึงเพิ่งรีวิว)

    ผมเขียนในบทความ 'ทางที่ไม่ได้เดิน' เมื่อสิบปีก่อนว่า ถ้าผมไม่ได้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ปักหลักปักฐานที่หาดใหญ่ ผมคงเป็นช่างทำรองเท้าเหมือนพ่อ และเมื่อถึงเวลาแต่งงาน จะมีแม่สื่อนำรูปหญิงสาวที่หาดใหญ่สักหลายคนมาให้ผมเลือก เช่น นางสาวหลินไต้จากถนนสาย 2 นางสาวกิมจ๊อที่ถนนสาย 3 นางสาวหม่าหวูที่หาดใหญ่ใน นางสาวหมวยศรีที่ตลาดชีกิมหยง

    ถ้าผมชอบหน้าตานางสาวหมวยศรี ก็คงได้แต่งงานกับเธอ แล้วชีวิตผมก็เดินไปทางหนึ่ง

    แต่ถ้าผมแต่งงานกับนางสาวหลินไต้ ชีวิตผมก็คงเดินไปอีกทางหนึ่ง ดีขึ้นกว่าแต่งงานกับนางสาวหมวยศรีหรือไม่ ไม่มีทางรู้ เพราะคนเราเลือกได้เพียงเส้นทางเดียว ในช่วงเวลาหนึ่งๆ

    แนวคิดนี้เป็นแกนของภาพยนตร์เรื่อง Past Lives ตามคำจำกัดความ มันเป็นหนังรัก แต่ดูจากเนื้อหาแล้ว หนังเรื่องนี้มีความเป็นปรัชญามากกว่าหนังรัก

    เด็กชายเด็กหญิงเกาหลีคู่หนึ่งชื่อแฮซองกับนายัง เรียนหนังสือด้วยกันแต่เล็ก วันหนึ่งนายังต้องจากบ้านเกิดไปอยู่ที่แคนาดา เปลี่ยนชื่อเป็นนอรา เมื่อเธอเป็นสาวก็ปักหลักที่นิวยอร์ก ส่วนแฮซองยังคงอยู่ที่บ้านเกิด ผ่านไปสิบสองปี เมื่อทั้งสองโตเป็นหนุ่มสาว ในยุคโซเชียล เน็ตเวิร์ก ทั้งสองพบกันอีกครั้งผ่าน วิดีโอ คอลล์ และเมื่อนั้นทั้งสองก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ทั้งสองรักกันหรือไม่

    แต่ชะตาชีวิตไม่ได้เดินไปตามทางเดียว เส้นทางของแต่ละชีวิตประกอบด้วยทางแพร่ง และทางแยกย่อยซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์ใหม่ นอราพบกับชาวนิวยอร์กชื่ออาร์เธอร์

    ในที่สุดเมื่อแฮซองกับนายังมาพบกันต่อหน้าต่อตา โลกที่ทั้งสองคิดก็ดูเหมือนไม่เหมือนเดิม

    หนังถกเรื่องพรหมลิขิต ที่เรียกว่าอินยอน (인연) อินยอนกำหนดว่าคนสองคนจะแต่งงานกันได้ ต้องผ่านพบผูกพันกันมาหลายพันชาติ

    มองในมุมความเชื่อ มันก็คือเรื่องเหนือธรรมชาติ มองในมุมฟิสิกส์ ทุกชีวิตบนโลกก็คือส่วนผสมของ cause และ effect นับไม่ถ้วน ผ่านพบ กระทบ สืบทอด จนเกิดเป็นเหตุการณ์ในวันนี้ ขณะจิตนี้

    ถ้าเรายังอยู่ที่บ้านเกิดของเรา ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร จะพบใคร จะรักใคร จะแต่งงานกับใคร

    ถ้าเราเลือกเรียนคณะ ก. ไม่ใช่คณะ ข. เราจะเป็นอย่างไรในวันนี้

    ถ้าเราเลือกทำงานที่บริษัท ก. แทนที่จะเป็นบริษัท ข. ชีวิตของเราตอนนี้จะเป็นอย่างไร

    เราไม่มีทางรู้

    แต่เรารู้ว่าชีวิต ณ ขณะนี้กำลังสร้าง cause ใหม่ที่กำหนด effect ใหม่ และ effect ใหม่นั้นก็กระทบให้สร้าง cause ใหม่ที่สร้าง effect ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด

    Past Lives ตั้งคำถามว่า ถ้าหากนอราไม่ได้ไปโลกตะวันตก หรือเธอไปโลกตะวันตก แต่เปลี่ยนเมือง เธอคงไม่ได้พบกับอาร์เธอร์ เธออาจพบกับผู้ชายอีกคนที่ทำให้เธอรักเขาได้หรือผู้ชายที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าอาร์เธอร์ แต่จะดีกว่าหรือไม่ดีกว่า เราไม่รู้

    หากนอรายังอยู่ที่เกาหลี เธออาจแต่งงานกับแฮซอง หรืออาจจะไม่ ถ้าแต่งงานกับแฮซอง ชีวิตเธอจะดีกว่าอยู่กับคนอื่นหรือไม่ ไม่มีใครรู้เช่นกัน

    ปัจจัยในชีวิตเรามีมากเกินไปที่สามารถสร้างสูตรแห่งความสำเร็จของชีวิตคู่ มันมีตัวแปรมากมาย ทั้งคน สถานที่ เวลา และเหตุการณ์เบื้องนอกที่มากระทบ

    Past Lives จึงไม่ใช่หนังรักปกติ มันคือหนังเกี่ยวกับชีวิตที่ซ่อนในรูปหนังรัก

    หนังเรียบง่าย พล็อตเรียบง่าย แบบ minimalism ไม่มีส่วนเกิน แต่หลังจากดูจบแล้ว มันจะทำให้เราขบคิดต่อไปอีกนาน

    ในตอนท้ายเรื่อง แฮซองถามนอราว่า ชีวิตในชาติหน้าของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร นอราตอบว่าไม่รู้

    อินยอนไม่ใช่สิ่งที่เราจะล่วงรู้ได้

    แต่บางทีอินยอนอาจไม่มีจริง สรรพสิ่งและสรรพชีวิตในจักรวาลมันเป็นเช่นนั้นเอง

    10/10
    ฉายทาง Netflix

    วินทร์ เลียววาริณ 
    22-2-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 15
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    อาจารย์ฝะเหยี่ยนเหวินอี้ได้ยินพระทั้งสี่รูปถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดงเรื่องอัตวิสัยกับวัตถุวิสัย

    อาจารย์เอ่ยว่า "มีหินใหญ่ก้อนหนึ่ง พวกเจ้าคิดว่ามันอยู่ภายในหรือภายนอกจิตของพวกเจ้า?"

    พระรูปหนึ่งตอบว่า "ในมุมมองของชาวพุทธ ทุกสิ่งเกิดมาจากการที่จิตก่อให้เกิดเป็น 'วัตถุ' ขึ้นมา ดังนั้นอาตมาขอบอกว่า หินอยู่ภายในจิต"

    อาจารย์ฝะเหยี่ยนเหวินอี้กล่าวว่า "หัวของเจ้าคงรู้สึกหนักน่าดู ถ้าเจ้าแบกหินใหญ่ขนาดนั้นไว้ในใจ"

    .......................

    พระรูปหนึ่งถามอาจารย์ฝะเหยี่ยนเหวินอี้ "เราควรทำอย่างไรดีกับกระจกเงาที่สว่างใส?"

    "จงทำลายมันให้แตกเป็นพันเสี่ยง"

    ทำลายกระจกเงาให้แตกเป็นพันเสี่ยง แต่ละเสี่ยงก็ยังคงความเป็นกระจกเงา สะท้อนได้ เศษแต่ละชิ้นก็คือกระจกเงา สะท้อนสิ่งที่มันอยู่ใกล้

    กระจกเงาสะท้อนได้ทั้งจักรวาล!

    สามร้อยกว่าปีหลังจากนั้น อาจารย์โดเง็นก็พูดเรื่องเดียวกัน โดยเปรียบถึงหยดน้ำค้างบนใบหญ้าที่สามารถสะท้อนท้องฟ้าได้ทั้งมวล

    .......................

    หมายเหตุ อัตวิสัย (Subjectivity) การถือความคิดหรือความเข้าใจของตนเองเป็นหลัก ภววิสัย หรือ วัตถุวิสัย​ (Objectivity) การถือความคิดหรือความเข้าใจตามภาวะที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ โดยไม่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิดของตนเอง เป็นสภาพที่เป็นไปเช่นนั้นเอง โดยไม่อยู่ใต้จิตสำนึกหรือเจตนารมณ์ของผู้ใด

    ............................

    วินทร์ เลียววาริณ
    22-2-26

    จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
    มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6 

    สั่งจากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/213/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%202%20%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A1%202 

    Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุด-Mini-Zen-และ-Mini-Tao-ราคาปก-430.-พิเศษ-350.-พร้อมลายเซ็นนักเขียน- 

    1
    • 0 แชร์
    • 21
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เมื่อวานนี้ศาลสูงสหรัฐฯลงมติว่า คำสั่งขึ้นภาษี (tariffs) ทั้งหลายของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อชาวโลก ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

    พูดง่ายๆ คือประธานาธิบดีไม่มีอำนาจสั่งการเรื่องนี้ ต้องผ่านสภา (congress) เท่านั้น

    ชาวโลกก็ไม่ได้แปลกใจที่หลังจากนั้นท่านประธานาธิบดีออกมาอาละวาด ด่าศาลสูง

    แล้วบอกว่าจะหาช่องทางอื่นขึ้นภาษี

    ประเด็นของเหตุการณ์นี้อาจจะ (ย้ำ 'อาจจะ') ส่งผลถึงการก่อสงครามต่างๆ ของท่านประธานาธิบดี

    ตามรัฐธรรมนูญ ประธานาธิบดีไม่สามารถก่อสงครามเอง ต้องให้รัฐสภาลงมติอนุมัติก่อน จึงจะทำได้

    นี่ก็มาถึงเรื่องกระดิ่งผูกคอแมว

    ตลอดเวลาที่ทรัมป์ทำเรื่องโน่นเรื่องนี้เองโดยไม่ผ่านสภา นักการเมืองในสภาสหรัฐฯใบ้เหมือนไม่มีปาก ไม่มีใครกล้าแย้งสักคำ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของตนต้องแย้ง

    นาทีนี้ใครเล่าจะกล้าออกมาแย้งว่าก่อสงครามกับอิหร่านไม่ได้นะ ต้องผ่านรัฐสภาก่อน

    คำถามคือถ้าศาลสูงบอกว่าประธานาธิบดีก่อสงครามเองไม่ได้ ท่านทรัมป์ยังจะทำไหม

    คำตอบคือไม่รู้

    แต่อดนึกถึงประวัติศาสตร์โบราณท่อนหนึ่งไม่ได้ คือจักรพรรดิโรมัน กาลิกูลา (Caligula)

    กาลิกูลาปกครองโรมอยู่สี่ปี (เท่ากับประธานาธิบดีสหรัฐฯ) และอาจเป็นโชคดีของโรมที่เขาอยู่แค่นั้น เพราะกาลิกูลาเป็นจักรพรรดิบ้า ซาดิสต์ โหดร้าย ทารุณ วิปริตทางเพศ

    กาลิกูลาบอกทุกคนว่าเขาเป็นพระเจ้า

    เขาก่อกวนสภา แต่งตั้งม้าของเขาเป็นกงสุล

    หลังจากปกครองอาณาจักรโรมันสี่ปี หลายฝ่ายก็เห็นว่าสนุกพอแล้วนะ วันหนึ่งก็มีหน่วยสังหารบุกไปจิ้มมีดใส่กาลิกูลาจนหยุดหายใจ

    เรื่องกาลิกูลาเคยสร้างเป็นหนังใหญ่ชื่อ Caligula แสดงโดย Malcolm McDowell (คนเล่น A Clockwork Orange)

    ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องแปลก ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองที่ดีและเลว ก็บันทึกไว้เหมือนกัน

    วินทร์ เลียววาริณ
    21-2-26

    1
    • 0 แชร์
    • 21
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีสองคำถาม

    คำถาม 1 “คุณวินทร์ใช้สุภาษิตอะไรในการดำเนินชีวิตไหมครับ? และใช้สุภาษิตไหนเป็นหลัก หรือใช้บ่อยที่สุด”

    คำถาม 2 “อุปสรรค/สิ่งที่ยากที่สุดในการเป็นนักเขียนคืออะไรครับ”

    อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6998856862e67ec16aa22e49 

    ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    1
    • 0 แชร์
    • 25