-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ช่วงนี้ได้ยินแต่คนคุยเรื่องน้ำมัน
ขึ้นราคาบ้าง หาซื้อไม่ได้บ้าง คนกักตุนบ้าง
มาฟังคนบ่นคนแรกก่อน
เมื่อวานนี้ท่านตั้มบ่นผ่าน Truth Social
แปลให้อ่านกันดังนี้
"ถ้าไม่มีสหรัฐฯ NATO ก็เป็นแค่เสือกระดาษ พวกเขาไม่ต้องการร่วมสู้เพื่อหยุดนิวเคลียร์อิหร่าน ตอนนี้เราชนะศึกทางทหารเรียบร้อยแล้ว โดยแทบไม่มีอันตรายต่อพวกเขา พวกเขาเอาแต่บ่นเรื่องน้ำมันแพงที่พวกเขาถูกบังคับให้จ่าย แต่ไม่ต้องการช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ งานทางทหารง่ายๆ ที่เป็นต้นเหตุของราคาน้ำมันสูง งานง่ายมากสำหรับพวกเขา มีความเสี่ยงน้อยมาก ไอ้พวกขี้ขลาด เราจะจำไว้"
อ่านระหว่างบรรทัด ท่านตั้มกำลังกลุ้มใจกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เพราะหากมันเป็น 'งานทางทหารง่ายๆ' และ 'มีความเสี่ยงน้อยมาก' สหรัฐฯคงลงมือทำไปนานแล้ว
บ้านเราก็มีข่าวคนกักตุนน้ำมัน ข่าวบอกว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว
จำได้ว่าสมัยผมเป็นเด็ก เคยได้ยินเรื่องเล่าว่า เมื่อญี่ปุ่นบุกไทย คนไทยขโมยน้ำมันญี่ปุ่น ทหารญี่ปุ่นก็บังคับให้ขโมยดื่มน้ำมันจนตาย
สมัยเด็กอีกเช่นกัน เคยอ่านขำขันเรื่องหนึ่งในนิตยสารชัยพฤกษ์ เรื่องเป็นอย่างนี้
นาย ก. "น้ำมันขาดแคลน ทำยังไงเราจึงจะได้น้ำมัน"
นาย ข. "ก็เปลี่ยนชื่อ 'น้ำมัน' เป็น 'น้ำเรา' ซี"
มุขนี้ก็เหมือนทำยังไงให้อีสานเขียว
ก็ทาสีบ้านทุกหลังเป็นสีเขียวซี!
คนไทยนี่ตลกได้ทุกเรื่อง
กลับมาที่เรื่องน้ำมัน
อะไรคือ worst case scenario ของสถานการณ์น้ำมัน? (worst case scenario คือสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นได้)
น่าจะเป็นแหล่งผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางถูกทำลาย ต่างฝ่ายต่างบอมบ์อีกฝ่าย ไม่มีน้ำมันสู่ตลาดโลกอีกหลายปี
worst case scenario นี้น่าจะเกิดขึ้นยาก เพราะเท่ากับฆ่าตัวตายทุกฝ่าย
นี่อาจเป็นเหตุผลที่สองวันนี้ ทั้งสองฝ่ายส่งเสียงทำนองว่า เอ็งไม่บอมบ์โรงน้ำมันของข้า ข้าก็ไม่บอมบ์โรงน้ำมันของเอ็ง
แต่ใครจะรู้ว่า scenario นี้จะไม่เกิดขึ้น ตอนนี้อะไรก็เป็นไปได้
เมื่อวานนี้มีข่าวหลายชาติอาหรับนัดประชุมกันที่ซาอุดิอาระเบีย คุยว่าจะเอายังไงดี เพราะตอนนี้แต่ละประเทศก็พังไปแล้วครึ่งตัว
ต่อให้สงบศึกได้ในวันนี้ กว่าจะซ่อมโรงน้ำมันที่เสียหาย แล้วเดินหน้าสู่สภาวะปกติ ก็คงต้องใช้เวลานับสิบปี
สงครามอิหร่านทำให้นึกถึงคำบอกเล่าของคนรุ่นพ่อแม่ที่ว่า ชีวิตช่วงสงครามโลกครั้งที่สองลำบากอย่างไร
อาหารขาดแคลน ยาขาดแคลน
จบงานนี้สหรัฐฯอาจต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะบุกที่ไหน จะบุกสุ่มสี่สุ่มห้าแบบอังเคิลไม่ได้แล้วละ
ส่วนประเทศอื่นๆ ก็ต้องคิดว่า จะพึ่งสหรัฐฯในเรื่องความมั่นคงของประเทศได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม GCC คงต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพราะเมื่อเจอพิบัติ สหรัฐฯก็หายศีรษะไป เมื่อใครไม่ทำงานที่ขอ ก็ถูกเรียกว่า "ไอ้พวกขี้ขลาด"
แต่ละชาติต้องเรียนรู้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
และเล่นหมากรุกการเมืองให้เป็น
วินทร์ เลียววาริณ
21-3-261- แชร์
- 17
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีสามคำถาม
คำถาม 1 "รักแท้คืออะไร หาอย่างไร"
คำถาม 2 "เลือกที่อยู่อาศัยอย่างไรที่ดีต่อสุขภาพ"
คำถาม 3 “อะไรทำให้ชีวิตคู่ร้าวง่ายที่สุด”
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69bac8eec0399baccbef17b7
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1- แชร์
- 15
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
สงครามอิหร่านตอนนี้มาถึงบท 'ซัดกันคนละหมัด'
เอ็งซัดโรงน้ำมันของข้า ข้าก็ซัดโรงน้ำมันของเอ็ง
ท่านตั้มอาจไม่แคร์ว่าโรงน้ำมันใครพัง แต่หากราคาน้ำมันพุ่งกระฉูดกว่านี้ อาจจะถึง 200-300 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เรือหายแน่
เพราะถึงตอนนั้นคนอเมริกันนั่นแหละจะเดินถนนไล่ท่านตั้ม เพราะตอนนี้โพลบอกว่าชาวอเมริกัน 59 เปอร์เซ็นต์ไม่เห็นด้วยกับสงครามนี้
นอกจากอาจหลุดจากตำแหน่งแล้ว อาจเข้าคุกได้ด้วย
คิดดังนั้นแล้ว ท่านตั้มก็โทร.หาสหายเนทัน บอกว่า "อย่าทำ"
เช้านี้จึงมีข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่า เนทันประกาศว่า สหรัฐฯไม่ได้รู้เรื่องการโจมตีคลังน้ำมันของอิหร่าน อิฐเอนทำเองคนเดียว ('acted alone')
และสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำอีก
แต่สองคนนี้โกหกรายวันจนไม่มีใครเชื่อแล้ว
วันก่อนขณะที่บ้านเราเถียงกันเรื่องค่าอาหาร ส.ส. ท่านตั้มขอเงินจากรัฐสภา 200 พันล้านดอลลาร์ไปรบต่อ
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมมิสเตอร์แหกเสร็จบอกว่า "It takes money to kill bad guys."
เฮ้อ! ทำไมไม่ส่ง เจสัน บอร์น ไปฆ่านะ ถูกกว่าเยอะ
รัฐมนตรีแหกเสร็จยังเล่าให้สื่อฟังว่า เขาบอกลูกชายวัยสิบสามของเขาว่า เราส่งทหารของเราไปทำสงครามกับอิหร่าน ทหารของเราตาย "เพื่อที่รุ่นของลูกจะไม่ต้องเจอกับนิวเคลียร์ของอิหร่านไง"
โชคดีลูกไม่ได้ถามต่อว่า แล้วทำไมเตี่ยไม่จัดการเกาหลีเหนือด้วย "เพื่อที่รุ่นของลูกจะไม่ต้องเจอกับนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือไง"
200 พันล้านนี้มาจากภาษีชาวอเมริกัน
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านบอกว่า 200 พันล้าน (billion) ที่ขอนี่ เป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง
ถ้ารบต่อ มันจะบานปลายเป็น trillion ดอลลาร์
จนถึงวันนี้ผมก็ยังงงว่า อิฐเอนเปิดสงครามใหม่ทำไมในเมื่อยังไม่พร้อมรับแรงถล่ม
สงคราม 12 วันเมื่อปีที่แล้ว อิฐเอนโดนจัดหนักจนต้องขอให้ทรัมป์เจรจาสงบศึก ตั้มก็ถล่มจุดที่ว่ากันว่าเป็นที่ตั้งของศูนย์นิวเคลียร์ของอิหร่าน แล้วบอกว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายสิ้นซากไปแล้ว อิหร่านก็ถล่มฐานทัพอเมริกากลับพอเป็นพิธี ก่อนถล่มก็บอกให้อเมริกาถอนคนออกไปก่อน รวมทั้งหมาแมวด้วย เพราะมันเป็นสงครามสัญลักษณ์
ก็จบแค่นั้น
ผมเดาว่าถ้าขงเบ้งเป็นเนทัน ในช่วงเวลา 7-8 เดือนต่อมา แกคงจะปรับปรุง Iron Dome จนสมบูรณ์ จึงกล้าลงมือก่อสงครามในรอบนี้
ปรากฏว่าไม่ใช่ Iron Dome ก็ยังคงไม่ทำงาน
ผลของสงครามทำให้เมืองต่างๆ ของอิฐเอนถูกถล่มหนักกว่าสงคราม 12 วัน และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด บ้านเรือนพัง เศรษฐกิจล้ม ก็คงกลับไปไถเงินตั้มอีก
นี่แสดงว่าท่านตั้มกับสหายเนทันไม่เคยอ่านนิยายจีนกำลังภายใน ถ้าบทที่ 1 พ่อ แม่ พี่ น้อง ภรรยา ลูก หลาน ของพระเอกถูกฆ่า บทที่ 4 จะฝึกวิชาหลังพลัดตกเขา ถึงบทที่ 20 พระเอกจะแก้แค้นฆ่าล้างบางคนร้าย ไม่มีทางเจรจาด้วย
ในอดีตกาล อาณาจักรควาเรซเมียน (Khwarazmian) ถูก เจ็งกิส ข่าน ทำลายสิ้นซากเพราะชาห์ มูฮัมเหม็ด ที่ 2 ฆ่าพ่อค้าและทูตชาวมองโกล ก่อนอาณาจักรสิ้นลม ชาห์ มูฮัมเหม็ด ส่งคนไปเจรจา
เจ็งกิส ข่าน ฆ่าหมด เอ่ย "ทู เลท เด้อ มาย เฟรนด์"
เมื่อชาวนิชาปุระฆ่าพี่เขยของโตลุย บุตรชาย เจ็งกิส ข่าน กองทัพมองโกลก็ถล่มเมืองนิชาปุระและเมิร์ฟจนราบคาบ สังหารหมู่คนทั้งสองเมือง
หลักการ 'ตาต่อตา ฟันต่อฟัน' นี้ใช้มาตั้งแต่กษัตริย์ฮัมมูราบีแห่งบาบิโลน นานก่อนคริสตกาล
ตามหลักพิชัยสงคราม ไม่ว่าของซุนหวู่หรือ เจ็งกิส ข่าน หรือ Carl von Clausewitz ถ้าไม่มั่นใจว่าจะชนะสัก 8 ส่วน 9 ส่วน ก็ไม่ก่อสงคราม
ฉะนั้นสงครามครั้งนี้ไม่มีทางจบตามทางเลือกของท่านตั้มและสหาย เพราะบทที่ 1 กำหนดทิศของพล็อตอย่างนั้น
สงครามอิหร่านน่าจะถูกใช้เป็นตำราเรียนของทหารในอนาคตว่า การทำสงครามโดยอารมณ์ชั่ววูบ ไร้แผนการ ส่งผลอย่างไร
และการประกาศชื่อคนที่อิฐเอนฆ่ารายวัน ยิ่งทำให้ศัตรูไม่มีทางยอมแพ้
ตอนนี้ท่านตั้มก็คงตกกระไดพลอยโจน รบต่อไป แล้วบอกประชาชนว่า "Make America great again." ขณะที่ชาวอเมริกันก้มหน้าก้มตาทำงานหาเช้ากินค่ำ เพื่อส่งเงินส่งลูกหลานไปทำสงครามให้เนทันเพื่อนรัก
แต่ไม่ต้องห่วงอเมริกาหรืออิฐเอนหรอก เพจนี้ต่างหากที่น่าเป็นห่วงกว่าว่าจะโดนปิดมั้ย เคี้ยกเคี้ยก
วินทร์ เลียววาริณ
20-3-26(ขอบคุณภาพจาก AP)
1- แชร์
- 42
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
นักเล่นหุ้นมีคำศัพท์ ‘ติดดอย’ หมายถึงหุ้นที่ลงทุนไว้ค้างคาอยู่ ราคาตกจนอยากเอาหัวชนฝาตาย จะขายก็ทำใจไม่ได้
จึง(ไร้รา)คาอยู่บนดอย!
ชีวิตเราทุกคนมีช่วงเวลาของการ ‘ติดดอย’ วาดฝันไว้อย่างสวยงาม แต่เจออุปสรรคจนก้าวต่อไม่ถูก ทำงานหนักแทบตาย กลับได้ผลติดลบ เหนื่อยกายว่าเหนื่อยแล้ว เหนื่อยใจยิ่งเหนื่อยกว่า
คนระดับผู้บริหาร เมื่อติดดอย อาการอาจหนักกว่าพนักงานระดับล่าง เมื่อตกงานก็ไม่สามารถยอมรับงานที่ค่าตอบแทนน้อยกว่าเดิม หรือตำแหน่งที่ลดความสำคัญลงจากเดิม เพราะติดบนดอยสูง จมไม่ลง คาอยู่บนดอยแห่งชีวิต
นี่เพราะไม่เข้าใจสัจธรรมความเปลี่ยนแปลงของชีวิตว่า ขึ้นดอยได้ก็ติดดอยได้ และติดดอยได้ ก็ขึ้นดอยใหม่ได้
แม้แต่ในเรื่องรักก็มีการ ‘ติดดอย’ หรือ ‘น้ำลง’ ยามรักหวานซึ้งตรึงตราแนบแน่นหัวใจ ยามหน่ายก็บ่ายหน้าลาจาก ทิ้งหัวใจอับเฉาอยู่ติดดอย
ทว่าทั้งชีวิตและความรักก็เหมือนหุ้น มีขึ้นก็มีลง มีลงก็มีขึ้น เหมือนท้องฟ้าสว่างได้ก็มืดได้ น้ำขึ้นได้และก็ลงได้ ฝนตกแล้วก็หยุดได้ มีฤดูใบไม้ร่วง ก็มีฤดูใบไม้ผลิ
เราก็รู้ดีอยู่ แต่เมื่อติดดอย ก็สติแตก จำไม่ได้ว่าชีวิตคือการขึ้นและลง
แต่ถ้าดำรงสติมั่น ก็จะเข้าใจและยอมรับน้ำขึ้นน้ำลงแห่งชีวิต
วันนี้อยู่คาดอย แต่พรุ่งนี้ชีวิตอาจดีกว่าวันนี้ วันนี้ความรักน่าเบื่อหน่าย วันพรุ่งนี้อาจแจ่มใสขึ้น หรืออาจพบรักใหม่ที่สดใสกว่าเดิม
สิ่งที่ดีกว่าหุ้นก็คือ ชีวิตและความรักนั้นปั่นได้
ใช้ความขยัน อดทน ความเข้าใจเข้าช่วย
และการปั่นหุ้นชีวิตแบบนี้ไม่ผิดกฎหมาย!
วินทร์ เลียววาริณ
20-3-26อ่านฉบับเต็มได้จาก บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเอง
90 บทความกำลังใจสั้นๆ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 2 บาท+ (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/147/บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเองทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395
1- แชร์
- 22
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
ฝรั่งมีสแลงเรียกคนบัดซบว่า asshole ภาษาไทยที่ใกล้เคียงน่าจะเป็น 'ไอ้เหี้ย' หรือหากใช้ภาษาสแลงยุคนี้คือ 'ไอ้สัส'
บางทีสัส (SAS) อาจจะย่อมาจาก Super ASshole
เอาละ เราจะสร้างหนังสักเรื่องโดยให้ตัวเอกเป็น asshole ได้ไหม เพราะไม่มีคนดูไหนชอบคนนิสัยแย่แบบนี้ สตูดิโอใหญ่ๆ ที่ทำหนังตามกระแสคงไม่เอาด้วย ชอบพระเอกแบบ hero ไม่เอา anti-hero
ก็คงเหลือแต่ A24
A24 เป็นบริษัททำหนังที่รวมนักสร้างหนังอินดี้และหนังแปลกๆ หลายเรื่องทำเงินและได้รับรางวัลชั้นสูง เช่น Moonlight (2016), Lady Bird (2017), Uncut Gems (2019), Everything Everywhere All at Once (2022), Past Lives (2023), The Brutalist (2024), Civil War (2024) ฯลฯ
และล่าสุด Marty Supreme
คนทำหนังเรื่องนี้คือ Josh Safdie ผู้มักทำงานร่วมกับพี่ชายของเขา Benny Safdie รู้จักกันในวงการว่า Safdie brothers เช่น Good Time (2017), Uncut Gems (2019) (เคยรีวิว Good Time นานมาแล้ว)
หลังจากนั้นสองพี่น้องก็แยกกันบินเดี่ยว นี่เป็นหนังบินเดี่ยวเรื่องแรกของ Josh Safdie
ส่วนคนพี่ Benny Safdie หลายคนคงไม่คุ้นชื่อ แต่นอกจากเป็นผู้กำกับหนังแล้ว เขายังถูก คริสโตเฟอร์ โนแลน จับไปเล่นเป็น Edward Teller บิดาแห่งระเบิดไฮโดรเจนในเรื่อง Oppenheimer
Marty Supreme เป็นหนังดรามาที่มีองค์ประกอบสำคัญคือกีฬาปิงปอง ใช้ฉากหลังสงครามโลกครั้งที่สองไม่นาน คือปี 1952 ตัวเอกเป็น anti-hero พฤติกรรมน่ารังเกียจ หรือ asshole
นักแสดง Timothée Chalamet รับบทตัวละครคนนี้ได้ดี เขาแสดงได้ดีจนเราเกลียดตัวละครที่เขาสวมบท
มาร์ตีเป็นคนที่เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เห็นแก่ตัว ไม่รับผิดชอบ
ตัวละครแบบนี้ยากที่คนดูจะรัก ดังนั้นการดูหนังเรื่องนี้จึงต้องดูแบบมองในมุมของพระเจ้าคือ เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใจนิ่งๆ ดูพัฒนาการของตัวละครไปเรื่อยๆ
ยากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้สนุกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือหนังนำองค์ประกอบที่ประหลาดหลายอย่างมารวมกันเป็นยำรสแปลก บางฉากแปลก แต่น่าสนใจ เช่น ฉากน้ำผึ้ง
หนังแทรกซับพล็อตมากมาย ซึ่งบางเรื่องก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับแกนหลักเท่าไร (หมายความว่าหากตัดทิ้งไป ไม่ทำให้เรื่องเสีย) และมีความบังเอิญมาผสม แต่โดยรวม Marty Supreme เป็นหนังดึงความสนใจเราได้ตลอด
หนังยาวมากสำหรับงานแบบนี้ ดูแล้วเหนื่อย แต่ก็รู้สึกดีในตอนจบ
นี่ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน แต่คอหนังตัวจริงไม่น่าพลาด
ในตอนท้าย ตัวละคร asshole มองโลกอย่างเข้าใจดีขึ้น เมื่อเขาต้องเจอ asshole คนอื่นๆ
ฉากสุดท้ายหลอมความคิดทั้งหลายเข้าด้วยกันในฉากเดียว คล้ายชี้ว่า asshole ก็เปลี่ยนได้เมื่อความคิดตกผลึก
ส่วน asshole หลายตัวที่ก่อสงครามในตะวันออกกลางตอนนี้ ฆ่าเด็กบริสุทธิ์ตายโดยไม่มีคำขอโทษ คงเกินเยียวยา
9/10
ฉายในโรงภาพยนตร์วินทร์ เลียววาริณ
19-3-26วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
1- แชร์
- 34
