-
วินทร์ เลียววาริณ0 วันที่ผ่านมา
วันหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน ผมนึกอย่างไรไม่รู้ แปลงหนังสือเซนที่เขียนเป็นฉบับย่อความ เขียนแบบไม่ซีเรียส ใส่การ์ตูนเข้าไป ตั้งใจทำมาแจกมากกว่าคิดจะขาย
ผมชอบอ่านงานปรัชญามานานแล้ว แต่หนังสือทั้งหมดที่อ่านมานั้นล้วนเครียด อ่านยาก เพราะต้องปีนบันไดไปอ่าน
หลังจากเขียนมาหลายเรื่องหลายเล่ม กระจัดกระจายไปตามเล่มต่างๆ ก็คิดว่าจะลองเขียนปรัชญาต่างๆ เป็นฉบับย่อยง่ายๆ เล่าแบบง่ายที่สุด
เป็นที่มาของหนังสือ Mini Zen
ตามมาด้วย Mini Tao
ปรากฏว่ามีคนอ่านเหมือนกัน
จึงเข็นเล่ม 3 เล่ม 4 ออกมาคือ Mini Stoic (ปรัชญากรีก) ต่อด้วย Mini Wabi-sabi (ปรัชญาญี่ปุ่น)
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็เข็นออกมาอีกสองเล่ม แต่ยังไม่ได้ตีพิมพ์
เล่ม 5 คือ Mini Exist คือเล่าปรัชญา Existentialism เข้าใจค่อนข้างยาก แต่พยายามทำให้อ่านโดยไม่ต้องใช้บันได
และเล่ม 6 Mini Matrix เล่าปรัชญาทั้งโบราณสมัยเพลโต เดคาร์ต จวงจื่อ ฯลฯ มาจนถึงสมัยใหม่ โดยใช้หนังเรื่อง The Matrix เป็นแกนกลาง
ผมไม่รู้หรอกว่าคนอ่านสนใจไหม หรือกลัวคำว่าปรัชญาแค่ไหน แต่โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่าปรัชญาทั้งหลายเป็นเรื่องที่ควรอ่าน เพราะมันเปิดโลกทัศน์ของการมองชีวิตได้ดี
และหากจะมีสักประโยคเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเราให้ดีขึ้น ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
วินทร์ เลียววาริณ
8-6-261- แชร์
- 20
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ครั้งหนึ่งหมอบอกคนไข้ผู้เป็นญาติห่าง ๆ คนหนึ่งของผมว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อยากกินอะไร ก็กินไปเถอะนะ”
เท่านั้นเอง คนไข้รายนี้ก็กินอะไรไม่ลง เพราะมันมีนัยว่ามีแต่คนใกล้ตายเท่านั้นที่หมอมักอนุญาตให้กินตามสบาย
ความจริงหมอไม่ได้หมายความอย่างที่คนไข้คิด คนไข้แม้จะมีโรคประจำตัว แต่ก็ไม่มีความผิดปกติร้ายแรงที่ทำให้กินอะไรไม่ได้ เพียงแต่คำพูดของหมอเปิดช่องให้ตีความและคิดไปทางอื่นได้ และโดยสัญชาตญาณ คนไข้ส่วนใหญ่ก็มักคิดไปในทางลบ
เคยไหมที่คุณแน่ใจเหลือเกินว่าเรื่องที่คุณเจอต้องเป็นอย่างหนึ่ง แต่พบว่าความจริงกลับเป็นอีกอย่างที่คาดไม่ถึงจริง ๆ มันมิเพียงสวนทางกับเหตุผลของคุณ แต่เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากกว่าด้วย
ครั้งหนึ่งผมมีอาการชาที่ปลายนิ้ว วูบหนึ่งก็คิดไปไกลว่าอาจเป็นอาการขั้นแรกของอัมพาต หรือพาร์กินสัน หรือใครจะรู้? - มะเร็งสมอง! เมื่อไปให้หมอตรวจก็พบว่าเกิดจากนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไปจนเส้นสายที่คอตึง ส่งผลให้เกิดการชาที่นิ้ว บิดตัวสองสามที อาการชาก็หายไป
ชาวบ้านที่ไหนเล่าจะไปรู้ว่าอาการชาที่ปลายนิ้วเป็นผลมาจากต้นคอ ไกลกันตั้งโยชน์!
อีกครั้งหนึ่งเมื่อเป็นหวัด ผมไปหาหมอขอยาลดน้ำมูกเพื่อแก้ความรำคาญ บอกหมอด้วยความมั่นใจว่าไม่เอายาปฏิชีวนะ เพราะ “เดี๋ยวจะไปออกกำลังกายให้เหงื่อออก พิษจะได้ออกมากับเหงื่อ”
หมอบอกเรียบ ๆ ว่า “คุณจะบ้าหรือ? ออกกำลังกายตอนเป็นหวัด เชื้อไวรัสเข้าหัวใจได้นะ”
อ้าว! เหรอ! มันสวนทางกับสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง ใครจะไปนึกว่ามีตัวแปรอีกอย่างคือไวรัสเข้าหัวใจ!
หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงถือคติว่า อย่าสรุปเอาเองในเรื่องที่ตัวเองไม่ใช่มืออาชีพ ในเรื่องสุขภาพ อะไรที่ไม่รู้จริง ก็ถามหมอ เงินเต็มบ้าน แบ่งให้โรงพยาบาลบ้าง!
วินทร์ เลียววาริณ
8-6-26บางท่อนจาก ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
36 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 175 บาท = บทความละ 4.86 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/110/ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน1- แชร์
- 19
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ช่วงที่กำลังพักฟื้นนี้ หมอสั่งห้ามทำงานหนัก
แต่กลับไม่ฟังคำหมอ ทำงานหนักตลอด
อ๋อ! เปล่าทำงานแบกหามของหนัก หรือออกแรงอะไร นั่งสบายๆ ในห้องแอร์นี่แหละ
แต่งนิยายนักสืบสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อ
เป็นงานหนัก (หัว) มาก
โครงเรื่องมันยาก นอกจากต้องแต่งเรื่องใครฆ่าใคร-ที่ไหน-ทำไมแล้ว ยังต้องเสียบรีเสิร์ชประวัติศาสตร์ยุคนั้นเข้าไปด้วย
วางโครงคร่าวๆ ว่า น่าจะต้องใช้สิบกว่าตอนจึงเล่าครบเหตุการณ์สำคัญในยุคนั้น
ตอนนี้เขียนไปถึงตอนที่ 3
ยังอีกยาว
คอนเส็ปต์งานชุดนี้ก็ประมาณ พุ่มรัก พานสิงห์ (ย้อนยุค) ผสม ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน บวก ประวัติศาสตร์ที่เราลืม
เดินเรื่องเป็นปีๆ แบบ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เขียนด้วยภาษาเก่าที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน
ต้องศึกษาภาษางานพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 กับ สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
อีกสักปีคงเสร็จมั้ง
ตอนนี้งานยังเขียนไม่ถึงครึ่ง แต่ทำปกเสร็จแล้ว ถ้าเขียนไม่เสร็จก่อนตาย ก็คงขายปกอย่างเดียว
วินทร์ เลียววาริณ
7-6-261- แชร์
- 27
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
เซียงเหยียนจี้เสียนเคยเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ไป่จ้างหวยไห่ ได้ชื่อว่าเป็นคนฉลาดเฉลียวและหัวไวอย่างยิ่ง เขาสามารถวิเคราะห์เรื่องราวได้ดี เมื่ออาจารย์ไป่จ้างหวยไห่มรณภาพ เขาก็มาเป็นศิษย์ของเหวยซานหลิงยิ่ว
เหวยซานหลิงยิ่วบอกเขาว่า "อาตมาได้ยินว่าเมื่อเจ้าอยู่กับอาจารย์ไป่จ้างหวยไห่นั้น เจ้าสามารถให้คำตอบถึงสิบทางต่อคำถามเดียว นี่แสดงว่าเจ้ามีสติปัญญาสูงส่งโดยแท้ คำถามเรื่องการเกิดการตายนั้นเป็นคำถามพื้นฐานของเซน ลองบอกอาตมาว่าอะไรคือสถานะของเจ้าก่อนที่เจ้าเกิดจากพ่อแม่ของเจ้า"
คำถามนี้ทำให้เซียงเหยียนจี้เสียนงงไปนาน เหมือนตกในหมอกหนา เขาพยายามค้นหาคำตอบจากพระสูตรต่าง ๆ แต่ไม่สามารถพบอะไร
เขาให้คำตอบอาจารย์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งอาจารย์ก็สั่นหัว เขาขอให้อาจารย์เฉลยคำตอบแก่เขา แต่อาจารย์ปฏิเสธ บอกว่า "สิ่งที่อาตมาพูดเป็นความเข้าใจของอาตมาเอง มันไม่ช่วยอะไรเจ้าแต่อย่างไร"
เซียงเหยียนจี้เสียนคิดนานก็หาคำตอบไม่พบ ในที่สุดก็ยอมแพ้ ถอนหายใจ บอกตัวเองว่า "เราไม่สามารถท้องอิ่มได้จากการดูภาพอาหาร"
เซียงเหยียนจี้เสียนลาจากอาจารย์ไป ท่องไปทั่ว เขากลายเป็นพระพเนจร เดินทางจากวัดหนึ่งไปอีกวัดหนึ่ง
เขาเดินทางไปถึงวัดของปรมาจารย์ฮุ่ยเหนิง ที่นี่เขาพำนักชั่วคราว และทำหน้าที่กวาดพื้นลานและตัดหญ้า
วันหนึ่งขณะกวาดพื้น เขาพบเศษกระเบื้องชิ้นหนึ่ง จึงหยิบมันเหวี่ยงทิ้งไป มันลอยไปกระทบต้นไผ่เป็นเสียงกังวานใส
เขาหยุดนิ่ง เสียงของไผ่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยตัวมันเอง และไม่ใช่ไผ่ทุกลำเกิดเสียงได้ เสียงใสของลำไผ่เกิดจากการกระทบกันของสองสิ่ง ราวกับเป็นเสียงร้องของต้นไผ่เมื่อมีอะไรมากระทบ เสียงนั้นทำให้เขาลืมทุกสิ่งที่เขารู้มา
พลันเขาก็ตื่นรู้ เข้าใจความหมายของตัวตนที่แท้ของเขาที่ไม่ได้กำเนิดมาจากการเกิดของเขา
............................
วินทร์ เลียววาริณ
7-6-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1- แชร์
- 29
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
เล่าเรื่องวัยเด็กต่อ
หากสนามฟุตบอลเป็นหญิงสาว โฉมหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา บางครั้งโรยรา บางคราก็มีการดึงหน้าให้กระชับสวย
มีอยู่ปีหนึ่งการทางรถไฟฯปรับปรุงพื้นที่สนามฟุตบอลเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม ดูดีทีเดียว มีชาวเมืองไปเดินเล่นและดื่มกิน
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา มีสวนสาธารณะติดบ้านด้วย
ถนนคั่นสนามฟุตบอลกับสถานีรถไฟ ในตอนเย็นมีรถเข็นเรียงเป็นแถว ขายก๋วยจั๊บ เครื่องดื่ม ขนม ขนมโค แต่ที่โด่งดังที่สุดคือมันเดือย
ชื่อมันเดือยก็บอกแล้วว่ามีมันกับเดือย แต่ความจริงมีมากกว่านั้น ประกอบด้วยมัน ลูกเดือย ถั่วแดง สับปะรด ฯลฯ ใส่น้ำแข็ง แล้วราดด้วยน้ำกะทิสด เสิร์ฟในแก้ว
สมัยผมเป็นเด็ก มันเดือยหาดใหญ่ใหญ่สมชื่อ เสิร์ฟในแก้วใหญ่ จัดเต็ม กินแล้วอิ่มเลย แก้วละ 50 สตางค์ แล้วต่อมาขึ้นเป็น 1 บาท
ตอนนั้นใคร ๆ ทั้งเมืองก็รู้จักร้านมันเดือยหน้าสถานีรถไฟ
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา มีร้านมันเดือยใกล้บ้านด้วย
นอกจากมันเดือยแล้ว ริมสนามฟุตบอลก็ยังเป็นแหล่ง ‘เดือยมัน’ อีกด้วย!
ใช่ ไม่ไกลจากรถเข็นมันเดือย เป็นสำนักโคมเขียว
โคมเขียวหรือ green lantern นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับซูเปอร์ฮีโร Green Lantern อีกทั้งมีมานานก่อนหน้านี้
เมืองไทยมีโคมเขียวใช้กันมากว่าร้อยปีแล้ว ในสมัยโบราณซ่องโสเภณีส่วนมากแขวนโคมสีเขียวที่หน้าซ่อง เป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัว
ที่สำนักโคมเขียวแห่งนี้ แขกที่ไปใช้บริการต้องหิ้วกระโถนและขวดน้ำไปขึ้นห้องด้วย ตอนเด็กก็ไม่รู้ว่าหิ้วไปทำไม
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา แถวบ้านมีโคมเขียวใช้ด้วย
ปัญหาคือพวกเดือยจรหมอนหมิ่นชอบบุกมาถึงหลังบ้านผม
ใช่ นอกจากเดือยโคมเขียวแล้ว ยังมีเดือยจรยากจน ไม่ยอมเช่าโรงแรม ไม่รู้จะประหยัดไปถึงไหน
บางเช้าเมื่อผมตื่นมา เดินไปที่หลังบ้านริมสนามฟุตบอล จะพบถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งบนพื้น
ใจคอคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงจะไม่ยอมเช่าห้องหรือไร ไม่รู้หรือว่าทำอย่างนี้ เศรษฐกิจหาดใหญ่อาจล่มจมได้
เฮ้อ! เวรกรรมจริง ๆ โต๊ะเก้าอี้ที่ผมใช้อ่านหนังสือ เตรียมสอบ และเล่นหมากฮอส กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ให้พวกเดือยจรใช้
ดีนะที่ตอนนั้นผมใจดี ไม่โรยหมามุ่ยบนโต๊ะเก้าอี้
นี่มิได้กีดกันหวงพื้นที่หรอกนะ แต่เป็นห่วง เพราะถ้าเกิดมืด ๆ ค่ำ ๆ เหยียบถูกงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตายตรงสนามฟุตบอลแล้วจะทำอย่างไร
แน่ละ ในประวัติศาสตร์ของสนามฟุตบอลแห่งนี้ ไม่มีใครตายเพราะถูกงูฉกในสนามฟุตบอล แต่มีคนตายที่นั่นจริง ๆ
ครั้งหนึ่งมีคนร้ายลักขโมย ถูกตำรวจวิสามัญฯ นอนตายริมสนามฟุตบอล
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา บ้านถูกใช้เป็นฉากการยิงกันด้วย
หากสนามฟุตบอลเป็นหญิงสาว โฉมหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา หลังจากผ่านการดึงหน้าไม่กี่ปี สวนสาธารณะก็หายไป
ตามมาด้วยสนามฟุตบอลที่กลายเป็นศูนย์การค้า
แต่มันเดือยหาดใหญ่ยังอยู่
ส่วนเดือยมันยังอยู่หรือเปล่า ไม่รู้จริง ๆ จ้ะ
วินทร์ เลียววาริณ
6-6-26.........................
บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต
เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น สั่งได้จากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี
1- แชร์
- 20
