-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ไอน์สไตน์ได้รับเข็มทิศจากพ่อ และไวโอลินจากแม่
สองสิ่งนี้เปิดโลกของเขา
ไอน์สไตน์ล้มป่วยเมื่ออายุสี่ขวบ พ่อให้เข็มทิศอันหนึ่งแก่เขา เด็กน้อยหมกมุ่นกับเข็มทิศนั้นด้วยความพิศวง เพราะไม่ว่าหมุนไปทางไหน เข็มก็ชี้ไปในทางเดียวกันเสมอราวกับมีอำนาจลึกลับบางอย่างกำหนดทิศทางของมัน เขารู้สึกแปลกใจมาก เข็มทิศทำให้เขาคิดว่ามีบางสิ่งซ่อนเร้นลึกอยู่เบื้องหลัง เขาเริ่มสัมผัสธรรมชาติในมุมมองของวิทยาศาสตร์
เข็มทิศอันนั้นมิเพียงชี้ทิศบนโลกใบนี้ หากยังชี้ทางใหม่ให้ชีวิตของเขา ทางสายวิทยาศาสตร์
แต่วิทยาศาสตร์โดยตัวมันเองเป็นเพียงกระบวนการ ไม่ใช่จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ จุดหักเหอาจจะเกิดจากการที่แม่ของไอน์สไตน์แนะนำให้เขารู้จักดนตรี
เข็มทิศชี้ทางไปสู่การค้นหาความจริง เสียงไวโอลินเชื้อเชิญให้เขาเปิดหัวใจ
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ตลอดชีวิต ไอน์สไตน์พกพาไวโอลินไปตามที่ต่าง ๆ และเป็นนักเล่นไวโอลินที่มีฝีมือ
การศึกษาหาความลับของจักรวาลผ่านทฤษฎีทั้งหลายของเขา ทำให้เขาซาบซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและความกระจ้อยร่อยกระจิริดของมนุษย์ จักรวาลวิทยาทำให้พบเห็นว่ามนุษย์เรานั้นเป็นเพียงการประกอบรวมกันของธาตุ เราเป็นเพียงธุลีหนึ่งในจักรวาล
ไอน์สไตน์บอกว่า ยิ่งเรียนรู้ความลับของธรรมชาติจากเรื่องอะตอม แรงลึกลับทั้งหลาย ยิ่งทำให้มนุษย์เราต้องถ่อมตนและสันโดษ
ยิ่งแก่ตัวลงเขาก็ยิ่งปล่อยวางมากขึ้น ใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ต่างจากนักบวช คือไม่ได้สนใจในชื่อเสียงเงินตรา
ไอน์สไตน์เขียนในปี พ.ศ. 2477 ว่า “คุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ถูกกำหนดเบื้องแรกจากมาตรการและสำนึกในการปลดปล่อยตัวเอง การปลดปล่อยนี้ไม่ใช่เฉพาะอิสรภาพจากความหลงตัวเอง แต่จากเปลือกความเชื่อของศาสนาที่ห้ามโต้แย้ง”
มนุษย์เราทุกคนต้องการทั้งความรู้และความรัก ต้องการทั้งเข็มทิศกับไวโอลิน
ความรู้คือประตูเปิดโลก
ความรักคือหน้าต่างเปิดหัวใจ
วินทร์ เลียววาริณ
17-4-26........................
จาก ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์
สารคดีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของไอน์สไตน์ มุมมองต่อโลกและชีวิต + ปรัชญาต่างๆ บางบทความอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
https://www.winbookclub.com/store/detail/240/ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์โปรโมชั่นพิเศษไอน์สไตน์ + เล่มอื่น
https://shope.ee/6KgvYw47A4?share_channel_code=61- แชร์
- 6
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ไอน์สไตน์ได้รับเข็มทิศจากพ่อ และไวโอลินจากแม่
สองสิ่งนี้เปิดโลกของเขา
ไอน์สไตน์ล้มป่วยเมื่ออายุสี่ขวบ พ่อให้เข็มทิศอันหนึ่งแก่เขา เด็กน้อยหมกมุ่นกับเข็มทิศนั้นด้วยความพิศวง เพราะไม่ว่าหมุนไปทางไหน เข็มก็ชี้ไปในทางเดียวกันเสมอราวกับมีอำนาจลึกลับบางอย่างกำหนดทิศทางของมัน เขารู้สึกแปลกใจมาก เข็มทิศทำให้เขาคิดว่ามีบางสิ่งซ่อนเร้นลึกอยู่เบื้องหลัง เขาเริ่มสัมผัสธรรมชาติในมุมมองของวิทยาศาสตร์
เข็มทิศอันนั้นมิเพียงชี้ทิศบนโลกใบนี้ หากยังชี้ทางใหม่ให้ชีวิตของเขา ทางสายวิทยาศาสตร์
แต่วิทยาศาสตร์โดยตัวมันเองเป็นเพียงกระบวนการ ไม่ใช่จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ จุดหักเหอาจจะเกิดจากการที่แม่ของไอน์สไตน์แนะนำให้เขารู้จักดนตรี
เข็มทิศชี้ทางไปสู่การค้นหาความจริง เสียงไวโอลินเชื้อเชิญให้เขาเปิดหัวใจ
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ตลอดชีวิต ไอน์สไตน์พกพาไวโอลินไปตามที่ต่าง ๆ และเป็นนักเล่นไวโอลินที่มีฝีมือ
การศึกษาหาความลับของจักรวาลผ่านทฤษฎีทั้งหลายของเขา ทำให้เขาซาบซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและความกระจ้อยร่อยกระจิริดของมนุษย์ จักรวาลวิทยาทำให้พบเห็นว่ามนุษย์เรานั้นเป็นเพียงการประกอบรวมกันของธาตุ เราเป็นเพียงธุลีหนึ่งในจักรวาล
ไอน์สไตน์บอกว่า ยิ่งเรียนรู้ความลับของธรรมชาติจากเรื่องอะตอม แรงลึกลับทั้งหลาย ยิ่งทำให้มนุษย์เราต้องถ่อมตนและสันโดษ
ยิ่งแก่ตัวลงเขาก็ยิ่งปล่อยวางมากขึ้น ใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ต่างจากนักบวช คือไม่ได้สนใจในชื่อเสียงเงินตรา
ไอน์สไตน์เขียนในปี พ.ศ. 2477 ว่า “คุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ถูกกำหนดเบื้องแรกจากมาตรการและสำนึกในการปลดปล่อยตัวเอง การปลดปล่อยนี้ไม่ใช่เฉพาะอิสรภาพจากความหลงตัวเอง แต่จากเปลือกความเชื่อของศาสนาที่ห้ามโต้แย้ง”
มนุษย์เราทุกคนต้องการทั้งความรู้และความรัก ต้องการทั้งเข็มทิศกับไวโอลิน
ความรู้คือประตูเปิดโลก
ความรักคือหน้าต่างเปิดหัวใจ
วินทร์ เลียววาริณ
17-4-26........................
จาก ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์
สารคดีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของไอน์สไตน์ มุมมองต่อโลกและชีวิต + ปรัชญาต่างๆ บางบทความอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
https://www.winbookclub.com/store/detail/240/ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์โปรโมชั่นพิเศษไอน์สไตน์ + เล่มอื่น
https://shope.ee/6KgvYw47A4?share_channel_code=61- แชร์
- 3
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
เรื่องทรัมป์แค้นโอบามานี้ ผมเก็บความจากบทวิเคราะห์ต่างๆ ไม่ได้แต่งขึ้นเอง แต่ประเด็นคือ ไม่ว่าทรัมป์จะตัดสินใจสมัครเป็นประธานาธิบดีเพราะถูกโอบามาเหยียดหยามหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่มันน่าจะส่งผลต่อนโยบายของเขา เพราะทันทีที่เขาขึ้นสู่อำนาจ ก็พยายามล้มนโยบายต่างๆ ของโอบามา ทรัมป์ล้ม Obamacare ไม่สำเร็จ แต่ฉีก JCPOA สำเร็จ
ก็มาถึงเรื่อง JCPOA ที่สัญญาว่าจะขยายความ
อะไรคือ JCPOA?
ต้องเล่าย้อนไปไกล...
เราต้องรู้ก่อนว่า อิหร่านเคยเป็นรัฐประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ในปี 1951 โมฮัมหมัด โมซาดเดกห์ (Mohammad Mosaddegh) ผ่านการเลือกตั้งขึ้นเป็นนายกฯ แต่ไปขัดผลประโยชน์พวกตะวันตกเรื่องน้ำมัน ซีไอเอและ MI6 จึงรวมหัวกันก่อรัฐประหารโค่นโมซาดเดกห์ลง แล้วให้ ชาห์ ปาห์ลาวี ขึ้นปกครอง เป็นรัฐตำรวจ (ก็คือเผด็จการนั่นแหละ)
ชาห์ ปาห์ลาวี ครองอำนาจ 26 ปี เอื้อประโยชน์ให้ตะวันตกเต็มที่ จนถึงปี 1979 ชาวอิหร่านนำโดยโครไมนี ลุกฮือปฏิวัติล้มระบอบชาห์ ชาห์ ปาห์ลาวี หนีไปลี้ภัยที่สหรัฐฯ อิหร่านกลายเป็นสาธารณรัฐอิสลาม (ลูกชายของชาห์ ปาห์ลาวี ที่สหรัฐฯ ก็ยังหวังเป็นผู้นำอิหร่าน หากสหรัฐฯล้มรัฐบาลสำเร็จ)
การที่สหรัฐฯให้ที่พักพิงชาห์ ปาห์ลาวี ทำให้ชาวอิหร่านจำนวนหนึ่งประท้วงโดยบุกสถานทูตสหรัฐฯที่เตหะราน จับชาวอเมริกัน 66 คนเป็นตัวประกัน รัฐบาล จิมมี คาร์เตอร์ ส่งหน่วยพิเศษไปช่วย เรียกว่าปฏิบัติการ Eagle Claw แต่ไม่สำเร็จ ทหารที่ไปช่วยตายหลายคน
(นอกจากนี้ยังมีตัวประกันอเมริกันหกคนติดอยู่ที่บ้านพักสถานทูตแคนาดา สหรัฐฯส่งคนไปช่วยออกมาสำเร็จด้วยวิธีพิสดาร เคยสร้างเป็นหนังเรื่อง Argo)
นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ จิมมี คาร์เตอร์ แพ้การเลือกตั้งครั้งที่สอง ตรงนี้มีเกร็ดเล่าว่า เรแกนส่งคนไปเจรจากับพวกอิหร่านให้ปล่อยตัวประกัน ฝ่ายเรแกนปฏิเสธเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง แต่น่าคิดว่าเพียงไม่กี่นาทีหลังจากเรแกนสาบานตนเป็นประธานาธิบดี ก็อิหร่านปล่อยตัวประกันหลังจากขังไว้นาน 444 วัน
ผลของการที่สหรัฐฯเสียผลประโยชน์น้ำมันในอิหร่าน บวกกับชาวอเมริกันถูกจับเป็นตัวประกัน ทำให้เกิดความแค้นฝังหุ่น อิหร่านกลายเป็นผู้ร้ายมานับจากนั้น และถูกแซงชั่นมาจนทุกวันนี้ นับได้ 47 ปี
นอกจากนี้การที่อิษราเอรมองว่าอิหร่านเป็นภัยต่อการสร้างมหาอาณาจักร 'เดอะ เกรทเตอร์ อิษราเอร' ของตน ก็พยายามยุให้สหรัฐฯบุกอิหร่านมาตลอด แต่ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนยอมทำ เพราะในทางการเมืองโลก อิหร่านยังไม่ใช่ภัยของสหรัฐฯ
ครั้นถึงยุคโอบามา มีการเจรจากันอยู่นาน 20 เดือน ได้ผลลัพธ์คือสนธิสัญญา JCPOA (The Joint Comprehensive Plan of Action) ประเทศหลักๆ ให้การสนับสนุน ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และเยอรมนี รวมทั้งอียู และรับรองโดยสหประชาชาติ
สาระของ JCPOA คืออิหร่านยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ยอมให้สหรัฐฯและ International Atomic Energy Agency (IAEA) เข้าไปตรวจสอบได้ว่าไม่ได้สร้างอาวุธนิวเคลียร์จริง แลกกับการเลิกแซงชั่น
โลกเย็นลงหลายองศาเมื่อมีการเซ็นสัญญาฉบับนี้
แต่เจ้าคุุณหนีถันยาใคร (medicine who) ต่อต้านสนธิสัญญาฉบับนี้เต็มที่ เขาถ่อไปพูดที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ เพื่อล้มมัน แต่ไม่สำเร็จ
เจ้าคุุณหนีถันฯมาทำสำเร็จหลังจากทรัมป์ขึ้นมาเป็นใหญ่ ทรัมป์เห็นว่า JCPOA ก็คือ Obama’s deal อะไรที่มีคำว่าโอบามา ก็ต้องลบทิ้งให้หมด ทรัมป์ฉีก JCPOA สมใจเจ้าคุุณหนีถันฯ
ทรัมป์อ้างว่าโอบามาเข้าข้างพวกอิหร่าน ทำให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้โอบามายังขนเงิน 400 ล้านดอลลาร์ขึ้นเครื่องบินไปให้อิหร่าน
โอบามาส่งเงินให้อิหร่านจริง แต่ทรัมป์ตั้งใจบิดเบือน เพราะเงินที่โอบามาส่งไปให้อิหร่านเป็นเงินของอิหร่านเอง มันถูกแช่แข็งตอนที่เกิดความขัดแย้ง
(ตัวเลขเงินของอิหร่านที่ถูกแช่แข็งในประเทศตะวันตกสะสมกันจนถึงวันนี้ ประเมินว่าราวแสนล้านดอลลาร์)
เมื่อสัญญา JCPOA ถูกฉีก อิหร่านก็หมดพันธะเรื่องนิวเคลียร์ เชื่อว่าน่าจะเริ่มโครงการปรมาณูขึ้นมาใหม่ตอนนั้น
หลังจากนั้นก็ปรากฏข่าวทั้งซีไอเอและ มอส splash (แปลเอาเอง) ลอบฆ่านายทหาร นักวิทยาศาสตร์อิหร่านตลอดเวลา จนเมื่อทรัมป์ขึ้นมารอบสอง ก็ก่อสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ ทั้งที่ IAEA ยืนยันว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น Tuisi Gabbard (ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรองแห่งชาติ) และ Joe Kent (National Counterterrorism Center) ที่เพิ่งลาออก ก็ให้การว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
แต่สงครามครั้งใหม่นี้ไม่เป็นไปตามแผนที่คิดว่าจะจบเร็วแบบบุกเวเนซุเอลา อิหร่านฮึดสู้ ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ อิษราเอร รวมทั้งประเทศกลุ่ม GCC ซึ่งเป็นพันธมิตรสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนใกล้พัง
ตอนนี้ทรัมป์สัมผัสความร้อนระอุของเก้าอี้ที่ทำเนียบขาว ขู่โน่นขู่นี่ไปเรื่อย แต่ท้ายที่สุดก็คงต้องยอมเจรจา
และมันก็คงเป็นเรื่องตลก เพราะหากการเจรจารอบนี้สำเร็จ สิ่งที่ทรัมป์ได้ในตอนนี้อาจจะน้อยกว่าสิ่งที่อยู่ในสัญญา JCPOA ที่เขาฉีกทิ้ง
แกนโลกเปลี่ยนไปแล้ว
วินทร์ เลียววาริณ
16-4-26หมายเหตุ เช่นเคย การสะกดชื่อผิดเป็นความตั้งใจ เพื่อลดความเสี่ยงของการถูกลงโทษ
1- แชร์
- 26
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
นานปีมาแล้ว ผมทดลองทำงานเขียนชิ้นหนึ่งนอกเส้นทางที่ถนัด มีคนหวังดีบอกว่า “คุณทำอย่างเดิมที่คุณถนัดดีกว่า นี่ไม่ใช่พื้นที่ของคุณ”
รู้ว่าเป็นคำแนะนำที่หวังดี และเข้าใจว่าเขาไม่ต้องการให้ผมเสียหน้า ทำงานที่ออกมาไม่ดี
ที่แปลกก็คือในรอบสี่สิบกว่าปีที่เขียนหนังสือ ผมได้ยินคำแนะนำแบบนี้หลายครั้ง
“คุณเขียนเรื่องแบบนี้ไม่ดี” “นี่ไม่ใช่แนวคุณ” ฯลฯ
นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก มันเป็นเพียงกรอบคิดอย่างหนึ่ง
คนทำข้าวหมูแดงที่อร่อยมากไม่น่าจะไปลองทำข้าวมันไก่ คนทำข้าวมันไก่ที่อร่อยมากไม่น่าออกนอกพื้นที่ไปทำข้าวหน้าเป็ด ดังนี้เป็นต้น
พูดง่าย ๆ คือคนเราควรเป็นมืออาชีพด้านใดด้านหนึ่ง
ตรรกะนี้ก็มีเหตุผล เท่าที่เห็นคนจับปลาหลายมือมักไม่เก่งสักอย่าง
แต่บางครั้งคนเราก็อยากทำอะไรที่ต่างออกไปบ้าง
และบางครั้งการออกนอก ‘comfort zone’ ก็เป็นสิ่งที่ควรลองทำ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในวงการสร้างสรรค์ เช่น ผู้กำกับหนังบู๊มาลองทำหนังรัก (เช่น เจมส์ คาเมรอน) ผู้กำกับหนังไซไฟมาลองทำหนังตลก (ก็ เจมส์ คาเมรอน อีกนั่นแหละ)
โชคดีที่ผมไม่คิดจะเป็นมือโปร.ในด้านใดด้านหนึ่ง ผมเขียนหนังสือเพราะความสนุก ไม่งั้นก็คงยังทำงานพาณิชย์ศิลป์สายอื่นซึ่งทำเงินได้มากกว่าหลายเท่าต่อไป
เมื่อเขียนหนังสือเพราะความสนุก ก็จะไม่สนใจว่าคนอ่านอยากอ่านงานอะไร เขียนสิ่งที่อยากเขียนก่อน ถ้าบังเอิญคนอ่านชอบด้วย ก็โชคดีไป
บางครั้งผมก็ทำงานที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ทำเงินแน่ แต่ทำเพราะอยากทำ
งานออกมาดีหรือไม่ดีก็ว่ากันไป
ชีวิตสั้น อยากทำอะไรก็ทำ
อย่ารอจนใกล้ตายแล้วบอกว่า “เสียดายจังที่ตอนนั้นไม่ลองทำ...”
วินทร์ เลียววาริณ
16-4-26จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm1- แชร์
- 25
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
ตลอดหลายสิบปีนี้ อิษราเอลยุให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯทุกคนลงมือกับอิหร่าน แต่ไม่มีใครทำ จนกระทั่งถึงทรัมป์
ตามหลัก cause-effect ทุกผลมาจากเหตุ ทุกเหตุมาจากเหตุก่อน
หากทรัมป์ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ก็คงไม่สามารถก่อสงครามนี้ได้
เช่นกัน หากโอบามาไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ทรัมป์ก็คงไม่ได้เป็นประธานาธิบดี
เอ๊ะ! ยังไง?
มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า เหตุผลที่นักธุรกิจอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ อยากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯเกิดขึ้นเพราะประธานาธิบดีโอบามา
เหตุการณ์นั้นคืองานเลี้ยง White House Correspondents' Dinner ปี 2011
ในงานเลี้ยงนั้น โอบามากล่าวปาฐกถา เนื้อหาส่วนหนึ่งล้อเลียนทรัมป์ขำๆ เป็นเรื่องตลก เรียกเสียงหัวเราะไปทั่วห้อง
แต่ทรัมป์ไม่ขำ เจ็บจนจุก
โอบามาปราศรัยกลางแขกเหรื่อหลายร้อยคนรวมทั้งทรัมป์ที่ไปร่วมงานว่า ทรัมป์ควรจะไปโฟกัสเรื่องที่สำคัญกว่าสูติบัตรของโอบามา เช่น สหรัฐฯไปเหยียบดวงจันทร์จริงไหม
แล้วประชดประชันว่า ทรัมป์อาจจะมาสร้างความเปลี่ยนให้ทำเนียบขาวได้นะ ว่าแล้วฉายสไลด์แสดงภาพประกอบทำเนียบขาวเป็นกาสิโน มีผู้หญิงในอ่างอาบน้ำ เรียกเสียงฮาไปทั่วห้อง
ตลอดเวลาตลกร้ายนั้น ทรัมป์เงียบ สีหน้าไม่เปลี่ยน
เชื่อกันว่านาทีนั้นนั้นทรัมป์บรรลุซาโตริ คิดเป็นประธานาธิบดี
ทรัมป์อาจเคยฝันอยากเป็นประธานาธิบดีมานานก่อนหน้านั้นแล้วก็ได้ แต่เหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้เขาตัดสินใจได้ว่า กูเอาแน่
ดังนั้นเมื่อเขาขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขาล้มทุกโครงการของโอบามา
รวมทั้งสนธิสัญญาสันติภาพกับอิหร่านที่เรียกว่า JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action)
สาระในสนธิสัญญาฉบับนั้นก็คือสิ่งที่สหรัฐฯต้องการที่สุดในตอนนี้ นั่นคืออิหร่านยอมแทบทุกอย่าง
แต่มันถูกทรัมป์ฉีกทิ้งทันทีที่ขึ้นสู่อำนาจ เพราะมันคือ "Obama’s deal"
โอบามาคงไม่มีทางคาดคิดว่า มุขตลกของตนเปลี่ยนโลกจริงๆ
คิดเล่นๆ ว่า หากคืนนั้นโอบามาไม่เล่นงานทรัมป์ ทรัมป์อาจจะไม่คิดลงสมัครเป็นประธานาธิบดี หรือหากเป็นประธานาธิบดีจริง ก็อาจไม่ล้มสนธิสัญญาสันติภาพ JCPOA และสงครามอิหร่านก็อาจไม่เกิด
วินทร์ เลียววาริณ
15-4-26ป.ล. ค่อยขยายความเรื่อง JCPOA ในโอกาสต่อไป
ดูคลิปตลกโอมาบาในคืนนั้น https://www.youtube.com/watch?v=HHckZCxdRkA
1- แชร์
- 32
