-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
นาทีนี้ Sinners และ One Battle After Another กวาดรางวัลใหญ่
เมื่อปีก่อนผมรีวิวสองเรื่องนี้ ดีทั้งคู่ แต่ผมให้ One Battle After Another 10/10 และ Sinners 8.5/10
วันนี้ One Battle After Another ได้รับรางวัล Best Picture และ Best Director
ทั้งคู่ก็ได้รับรางวัลบทยอดเยี่ยม
ขอยกรีวิวเมื่อปีก่อนมาให้อ่านอีกรอบ
....................
(รีวิว One Battle After Another)
Paul Thomas Anderson เป็นนักสร้างหนังที่ไม่ได้ผลิตหนังในปริมาณมาก เมื่อเทียบกับระยะเวลาในโลกภาพยนตร์ เขาเป็นคนให้เรา Boogie Nights (1997), There Will Be Blood (2007) ฯลฯ
หนังของเขามีเอกลักษณ์และดูไม่ง่ายนัก เรื่องล่าสุดที่เพิ่งเข้าโรงคือ One Battle After Another
ผมตีตั๋วเข้าโรงโดยไม่รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องอะไร ไม่อยากรู้ แค่ดูชื่อผู้กำกับคนเดียวก็พอ
นี่เป็นหนังบ้าเรื่องหนึ่ง ยาว 2 ชั่วโมง 40 นาที หนังมีโทนเรื่องแบบ No Country for Old Men (2007) ของพี่น้องโคเอน บวก Civil War (2024) ของ อเล็กซ์ การ์แลนด์
นี่เป็นหนังสะท้อนและเสียดสีสังคม ความยุติธรรม ความฝันที่จะเปลี่ยนโลกที่ดีกว่าเดิม การดิ้นรนเพื่อไต่บันไดสถานะทางสังคม ความแตกต่างของชนชั้นระหว่างคนผิวขาว (white supremacy) กับแรงงานระดับล่างที่ลักลอบเข้าเมืองเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ทั้งหมดมายำรวมกันเป็นความโกลาหล
หากจัดตระกูลหนัง มันก็เป็นส่วนผสมของทริลเลอร์ ดรามา การเมือง การต่อสู้ แต่ละฉากที่ปรากฏไม่สามารถคาดเดาฉากต่อไปได้
และสิ่งที่ไม่นึกว่าจะเห็นในหนังตระกูลนี้คืออารมณ์ขันมืดที่แทรกเข้ามาเป็นระยะ ยกตัวอย่าง เช่น นักปฏิวัติที่ลืมรหัสสำคัญขององค์กรลับ
หนังเดินเรื่องเร็ว ฉับไว จังหวะดี กระชับ ดนตรีดี ในส่วนที่เป็นทริลเลอร์ เช่น ฉากไล่ล่าบนถนนบนเนินสูงต่ำทำได้ดี ระทึกใจ
หนังมีจุดตำหนิบ้าง บางฉากไม่มีความจำเป็นต้องมีอยู่ในเรื่อง บางฉากยืด แต่โดยรวมเป็นหนังทรงพลังเรื่องหนึ่ง แฟนหนัง Paul Thomas Anderson คงพึงใจ
10/10
26-9-25...................
(รีวิว Sinners)
ในปี 1983 ตอนที่ผมยังใช้ชีวิตที่อเมริกา มิวสิก วิดีโอ ชุดหนึ่งเกือบทำให้โลกแตก คือ Thriller ของ ไมเคิล แจ็คสัน กำกับโดย จอห์น แลนดิส (คนกำกับ An American Werewolf in London, Twilight Zone: The Movie)
จุดเด่นของ มิวสิก วิดีโอ นี้คือการใช้ธีมหนังสยองขวัญ นักร้องนักเต้นเป็นซอมบี้ ให้ภาพที่พิลึก เป็นส่วนผสมของดนตรีไพเราะกับภาพสยองขวัญ มีความสดใหม่
แล้วเราสามารถทำหนังที่โยงดนตรีเข้ากับองค์ประกอบสยองขวัญได้ไหม? คำตอบคือหนังเรื่อง Sinners ที่เพิ่งเข้าโรง
Sinners รวมดนตรีบลูของคนผิวสีเข้ากับเรื่องแวมไพร์ แต่ไปไกลกว่านั้นคือผูกเข้ากับเรื่องความเป็นพลเมืองชั้นสองของคนผิวสีในสหรัฐฯ ในยุคที่สถานสาธารณะทั้งหลายแบ่งเป็นส่วนคนผิวขาวกับคนผิวสี
ดังนั้นมองในมุมหนึ่ง Sinners เป็นหนังสยองขวัญ มองอีกมุมหนึ่ง มันเป็นหนังสะท้อนสังคม
หนังเต็มไปด้วยความรุนแรงและเลือดสาด ภาพสยองขวัญปรากฏเป็นระยะ แต่หากมองข้ามตรงนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือการอุปมา สะท้อนและเสียดสีสภาพสังคมอเมริกายุคนั้น ความย้อนแย้งของเสรีภาพในรัฐธรรมนูญกับการเหยียดสีผิว ความรุนแรงของกลุ่ม Ku Klux Klan กับความรุนแรงของแวมไพร์
นี่ก็คือความสดใหม่ของหนัง
หนังมีกลิ่นของ From Dusk till Dawn + Django Unchained + Get Out มันดีกว่าสองเรื่องแรก แต่สู้ Get Out ไม่ได้
และเป็นหนังที่เมื่อดูจบแล้ว เราอาจจำแวมไพร์ไม่ได้ เพราะในโลกของการเหยียดสีผิว มนุษย์นั้นร้ายกว่าแวมไพร์8.5/10
25-4-251- แชร์
- 22
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
(หมายเหตุ นี่คือผลงาน Creative writing ไม่ใช่บทความการเมือง)
......................
ผลรางวัลออสการ์ปีนี้จะประกาศในคืนวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมนี้ (คือพรุ่งนี้เช้า)
เราไม่รู้ว่าใครจะชนะรางวัลอะไร แต่เรารู้มาสิบกว่าวันแล้วว่า หนังเข้ารอบเรื่องใดมีบทบาทในสงครามอิหร่าน
ใช่ ชื่อหนังที่เข้ารอบออสการ์ปีนี้ เข้ากับสงครามอิหร่านเป๊ะ
เชิญอ่าน (ชื่อหนังใช้ตัวพิมพ์ใหญ่)
......................
สงครามอิหร่านปี 2026 เกิดจากพวก SINNERS วางแผนบุกอิหร่าน หลังจากเมื่อปีก่อนอิสราเอลถล่มอิหร่านมาหนึ่งรอบแล้ว
ความฝันของอิสราเอลคือขยายดินแดน เป็น TRAIN DREAMS ที่ไม่เคยหยุด
ปีนี้อิสราเอลใช้กองทัพสหรัฐฯเป็นอวตารรบแทนเช่นเคย AVATAR: FIRE AND ASH ก่อไฟสงคราม
สหรัฐฯกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นปิศาจ เป็น FRANKENSTEIN ที่ต้องกำจัด เพราะเชื่อว่าเป็นฝ่ายล่าปิศาจ KPOP DEMON HUNTERS
มันเริ่มต้นที่ซีไอเอและอิสราเอลส่ง THE SECRET AGENT ลงพื้นที่ ทำงานวางแผนเตรียมบุก
หลังจากนั้นก็ระดม WEAPONS เข้าไปจำนวนมากเข้าไปในตะวันออกกลาง ระดมสรรพสัตว์ป่าสงคราม ZOOTOPIA 2 ไปยังอ่าวเปอร์เซีย
อิหร่านบอกว่า IF I HAD LEGS I'D KICK YOU เพราะแผ่นดินอิหร่านบ้านเกิดเป็น SENTIMENTAL VALUE
ในวันแรกของสงคราม สหรัฐฯยิงขีปนาวุธถล่มโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งของอิหร่าน ฆ่าเด็กไป 168 คน มันคือ CHILDREN NO MORE: "WERE AND ARE GONE"
นี่ไม่ใช่การฆ่าเด็กครั้งแรก ก่อนหน้านั้นคือ THE VOICE OF HIND RAJAB ซึ่งเป็นรอยด่างของนักฆ่าเลือดเย็น BUTCHER'S STAIN
ทัพผู้รุกรานก็ยังสังหารผู้นำอิหร่าน แต่ภายหลังเชื่อกันว่าความตายของเขาเป็น RETIREMENT PLAN ที่วางแผนมาล่วงหน้าแล้ว
สหรัฐฯและอิสราเอลยุ่งกับการทิ้งระเบิดทุกวัน THE DEVIL IS BUSY ทิ้งระเบิดพลังสูง THE SMASHING MACHINE ซึ่งหมายเจาะลึกถึงชั้นใต้ดิน CUTTING THROUGH ROCKS แต่ไม่สำเร็จ
อิหร่านบอกว่า ระเบิดลงตึกว่างเปล่า ALL THE EMPTY ROOMS เพราะขนระเบิดออกไปก่อนแล้ว
ช่วงสงครามอิหร่าน ชาวโลกต่างเลิกสนใจสงครามยูเครนชั่วคราว และลืมเซเลนสกี MR. NOBODY AGAINST PUTIN
ยุทธศาสตร์ของอิหร่านคือถล่มประเทศเพื่อนบ้าน THE PERFECT NEIGHBOR ด้วยโดรนราคาถูก เครื่องบินสหรัฐฯถูกทำลายหลายลำ สหรัฐฯบอกว่า IT WAS JUST AN ACCIDENT
ประเทศตะวันตกออกมาประสานเสียงตอบรับลูกพี่ใหญ่ ราวกับ THE SINGERS ประณามอิหร่าน น้ำลายกระเซ็น TWO PEOPLE EXCHANGING SALIVA
แล้วทั้งโลกก็ปั่นป่วนเมื่อยักษ์ใหญ่สู้กัน มันคือ JURASSIC WORLD REBIRTH
ใช่ มันเป็น ONE BATTLE AFTER ANOTHER
วินทร์ เลียววาริณ
15-3-261- แชร์
- 20
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
สมัยก่อนเวลาเถ้าแก่ไปสู่ขอลูกสาวให้หนุ่มไหน พ่อแม่หญิงสาวจะถามไถ่เรื่องรายได้ของชายหนุ่มคนนั้นว่า มีเงินพอจะเลี้ยงดูลูกเมียไหม ความสามารถในการหาเงินเป็นมาตรวัดทางอ้อมว่าลูกสาวจะมีความสุขในชีวิตคู่
ความรักอย่างเดียวไม่ว่าจะดูดดื่มแค่ไหนก็ไม่พอ เงินก็สำคัญ
เคยได้ยินผู้หญิงพูดกันเล่น ๆ ไหมว่า “ฉันรักผู้ชายดี หลงผู้ชายเลว ชอบผู้ชายห่าม แต่ขอแต่งงานกับผู้ชายรวย!”
ในสเกลใหญ่ระดับประเทศ เราก็วัดความเจริญรุ่งเรืองของชาติที่รายได้เหมือนกัน มาตรนี้เรียกว่า GDP - Gross Domestic Product
จีดีพี หรือ จ.ด.พ. วัดความสำเร็จและความเจริญของชาติด้วยตัวเลขความเติบโตทางเศรษฐกิจโดยคำนวณจากมูลค่าตลาดของสินค้าและบริการที่ประเทศหนึ่ง ๆ ผลิตขึ้น เราใช้ จ.ด.พ. วัดมาตรฐานการครองชีพของประชากรในประเทศนั้น ๆ
ผู้นำประเทศต่าง ๆ มักบอกประชาชนให้เข้าใจโดยนัยว่า ค่า จ.ด.พ. ยิ่งสูง คุณภาพชีวิตยิ่งดี แต่ค่า จ.ด.พ. สูงไม่ได้มีความหมายอะไรนอกจากจะบอกว่าประเทศนั้นมีเงิน
ปัญหาคือ จ.ด.พ. ไม่สนใจว่าผลผลิตนั้นใช้ทรัพยากรของชาติใด ไม่แคร์ว่ากระบวนการได้ตัวเลขสูง ๆ ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ มันไม่ได้วัดว่าธรรมชาติเสื่อมโทรมลงเท่าไร ส่งผลกระทบต่อโลกในด้านลบแค่ไหน เช่น ปลดปล่อยธาตุคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้โลกร้อนมากน้อยเพียงใด หรือไก่ที่ยืนในกรงแคบ ๆ ตลอดชีวิตจะทนทุกข์ทรมานแค่ไหน
จ.ด.พ. จึงเป็นเพียงค่าทางตัวเงิน ไม่ใช่ค่าทางจิตใจ ไม่ใช่ค่าคุณภาพชีวิต มันไม่อาจวัดได้ว่าคนมีความสุขหรือไม่
ระบบเศรษฐกิจชอบผูกคำว่า ‘รายได้’ เข้ากับคำว่า ‘ความสุข’ เราจึงได้ยินแต่คนพูดเรื่องเศรษฐกิจและการสร้างหนี้เพื่อ ‘ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ’ กู้แล้วกู้อีก ใช้หมดแล้วก็กู้ใหม่ ประเทศเราไม่เคยว่างเว้นจากหนี้สิน และกู้กันหนักมือขึ้น มีคนคำนวณว่า เราต้องใช้เวลาห้าสิบปีในการ จ่ายหนี้ก้อนใหญ่ล่าสุดที่กู้มา
ว่าก็ว่าเถอะ เหล่านี้เป็นหนี้สินที่พอชำระคืนได้ แต่หนี้ที่สำคัญที่สุดซึ่งเราไม่มีปัญญาชดใช้คือความเสื่อมของธรรมชาติและความหมดสิ้นของทรัพยากร เราตัดป่าด้วยอัตราเร็วเหมือนว่าต้นไม้สามารถงอกคืนได้ภายในวันเดียว เราเอาของทุกอย่างมาจากธรรมชาติ ขุดน้ำมัน เหล็ก ทอง เพชร ฯลฯ แต่ไม่อาจชดใช้คืนให้ธรรมชาติ เพราะกระบวนการของธรรมชาติกินเวลานานกว่าอารยธรรมของมนุษยชาติ
มันก็คือการขโมยทรัพยากรจากลูกหลานของเรานั่นเอง ทุกครั้งที่ตัดป่าทำลายธรรมชาติ เปลี่ยนสภาพดินฟ้าอากาศให้วิปริต โลกอนาคตของลูกหลานเราก็หดแคบลง ลูกหลานเราเป็นคนที่รับกรรมจากการแข่งกันสร้าง GDP ของเราในวันนี้
และเมื่อน้ำมันหมดโลก ป่าเหี้ยนหายเมื่อไร จ.ด.พ. อาจย่อมาจาก ‘จนดีพี่’, ‘เจ๊งดีพี่’ และ ‘ เจ็บดีพี่’
GDP โดยตัวมันเองไม่ใช่เรื่องดีหรือเรื่องร้าย มันเป็นแค่ตัวเลข เหมือนตัวเลขในบัญชีธนาคารของเรา ตัวเลขเหล่านี้ไม่มีความหมายอะไรเลยจนกระทั่งเราเชื่อว่าต้องมีตัวเลขสูง ๆ จึงจะมีความสุข
คนที่มีรายได้สูงอาจสามารถจับจ่ายได้มากกว่า คล่องตัวกว่า แต่ไม่ได้แปลว่ามีความสุขมากกว่า
บางทีเราควรหันไปแข่งขันตัวเลขของความสุขหรือ จ.ด.พ. หัวใจมากกว่า
จ.ด.พ. = จิตดีพี่
จ.ด.พ. = เจริญ(ทางใจ)ดีพี่
จ.ด.พ. = แจ่มดีพี่
เพราะ จ.ด.พ. ทางเศรษฐกิจหรือจะสู้ จ.ด.พ. ของความสุข
ภูฏานน่าจะเป็นประเทศแรกที่ใช้หลัก ‘จิตดีพี่’ เป็นวาระแห่งชาติ เรียกว่า GDH - Gross Domestic Happiness
จ.ด.ฮ.
จิตดี-แฮปปี้
มันก็คืิอ GDP ของหัวใจนั่นเอง ตัวเลขยิ่งมาก คนยิ่งมีความสุข
นี่ไม่ใช่ความคิดใหม่ คนโบราณก็ทำอย่างนี้มานานแล้ว อยู่อย่างง่าย ๆ พอเพียง และมีความสุข
เมื่อผูกความพอเพียงเข้ากับเศรษฐกิจ มันก็กลายเป็นปรัชญา ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ปรัชญาการใช้ชีวิตของปู่ย่าตายายของเรา
พอเพียงก็คือวิถีแห่งพุทธ พอเพียงคือการปล่อยวาง พอเพียงคือรู้จักหยุด
พอเพียงเมื่อไรก็เย็น
เมื่อใช้หลักนี้ในทางโลกและวิถีชีวิต ก็จะได้ชีวิตที่ตัวเลข GDP ให้ไม่ได้ นั่นคือความสุขเย็น
วินทร์ เลียววาริณ
16-3-26อ่านฉบับเต็มได้จาก รอยยิ้มใต้สายฝน
35 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 5 บาทเศษ
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/139/รอยยิ้มใต้สายฝน1- แชร์
- 24
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ อย่าคุยเรื่องเครียดเลย มาคุยเรื่องสงครามอิหร่านดีกว่า
ไม่เครียด? คุยเรื่องสงคราม?
ใช่ สงครามเป็นเรื่องเครียด แต่มองให้ดี มันก็มีด้านที่ 'ขรรม'
ขรรม = ขำ + กรรม
เป็นกรรมที่น่าขำ หรือเป็นความขำของเวรกรรม
1 นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่สงครามยังเริ่มไม่ได้ จนกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องส้วมเรือรบตัน
2 เวลาเป็นสัมพัทธ์จริงตามที่ไอน์สไตน์บอก สามสิบปีก่อนเนทันยาฮูบอกชาวโลกว่า อิหร่านจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จในสองสัปดาห์ ผ่านไปหลายปี ก็พูดว่าอิหร่านจะทำอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จในสองสัปดาห์บ้าง หนึ่งอาทิตย์บ้าง สองวันบ้าง จนวันนี้ก็ยังพูดเหมือนเดิม ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดจริงๆ
3 หลังอิหร่านโดนถล่ม ผู้นำโลกตะวันตกแทบทั้งหมดออกมาประณามอิหร่านที่ตกเป็นเหยื่อ
4 สหรัฐฯมักปลดปล่อยคนในประเทศอื่นเป็นอิสระ โดยการทิ้งระเบิดใส่พวกเขา
5 ทรัมป์บอกว่าอิหร่านเป็นระบอบเผด็จการเลวร้าย แต่ถ้าให้เขาเป็นคนเลือกผู้นำใหม่ จะใช้ระบอบอะไรก็ได้ ไม่ว่ากัน
6 สหรัฐฯโวยวายว่ารัสเซียส่งข้อมูลจารกรรมให้อิหร่านถล่มตน ขณะที่สหรัฐฯส่งข้อมูลจารกรรมให้ยูเครนถล่มรัสเซีย
7 มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ชาวอเมริกันโชคดีมาก เพราะไม่ว่าจะไปปลดปล่อยประเทศไหนให้เป็นอิสระจากระบอบเผด็จการ ก็พบว่าประเทศนั้นมีน้ำมันเสมอ
8 ปูตินนอนอยู่เฉยๆ ก็มีลูกค้าน้ำมันเพิ่ม
9 สหรัฐฯเป็นประเทศเดียวในโลกที่ประกาศชัยชนะเกือบทุกวัน
10 อเมริกาเป็นประเทศแห่งความเสมอภาค 59 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสงคราม จ่ายภาษีไปใช้ทำสงครามเหมือนคนเห็นด้วย
11 93 เปอร์เซ็นต์ของคนอิสราเอลเห็นด้วยกับการก่อสงครามกับอิหร่าน แต่ทูตอิสราเอลในไทยบอกว่าคนอิสราเอล 4 แสนคน (5 เปอร์เซ็นต์ของประชากร) เลือกมาอยู่ในเมืองไทย เพราะรู้สึกปลอดภัย
12 เชื่อกันว่าสงครามเกิดขึ้นเพราะทรัมป์ต้องการปกปิด Epstein Files และเนทันยาฮูต้องการเลื่อน Corruption Files ของตน
13 สหรัฐฯขอให้พวกเคิร์ดช่วยรบกับอิหร่าน ทั้งที่ในอดีตหักหลังพวกเคิร์ดมาหลายครั้ง
14 ทรัมป์ขอให้จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ ช่วยไปเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้หน่อย ขณะที่จีนกำลังทำจารกรรมให้อิหร่าน เกาหลีใต้ถูกทรัมป์ลดอาวุธที่ป้องกันประเทศ และอังกฤษถูกทรัมป์ด่าว่ามาช่วยช้าไป
15 อินเดียกอดเนทันยาฮูนานไปหน่อย จนต้องซื้อน้ำมันแพง
16 ปลาไหลอินเดียลื่นจริงๆ สลัดรักอิหร่าน (BRICS) ไปจับมือกับอิสราเอล แต่เข้าออกช่องแคบฮอร์มุซได้
17 ชาวอิสราเอลที่โดนถล่มให้สัมภาษณ์ว่า ชีวิตเข้าๆ ออกๆ หลุมหลบภัยแบบนี้เหมือนลงนรก แต่เห็นด้วยกับการถล่มกาซาทุกวัน
18 สหรัฐฯอาจเป็นชาติเดียวในประวัติศาสตร์โลกที่ทำสงครามเพื่อความสนุก ทรัมป์บอกว่า จมเรืออิหร่านเพราะ "It's more fun to sink them" และอาจถล่มเกาะ Kharg ของอิหร่าน "just for fun"
19 ไม่มีใครกล้าแตะเนทันยาฮู ทำได้มากที่สุดคือใช้ AI เพิ่มนิ้วที่หกให้เขา
20 รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ สวมรองเท้าที่ทรัมป์มอบให้ แม้ว่ามันจะหลวมจนเดินไม่สะดวก
21 ผู้ก่อตั้งรางวัลโนเบลคือ อัลเฟรด โนเบล ร่ำรวยจากการค้าระเบิดไดนาไมต์ จนได้รับฉายาว่า 'พ่อค้าแห่งความตาย' เขารู้สึกผิด จึงก่อตั้งรางวัลโนเบลเพื่อสร้างสันติภาพ ส่วนผู้อยากได้รางวัลโนเบลสันติภาพและคนก่อตั้ง Board of Peace คือคนสั่งให้ระเบิดประเทศอื่น
ขรรม!
ขำของเขา กรรมของเรา
วินทร์ เลียววาริณ
15-3-261- แชร์
- 53
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
อาจารย์ เรียวคัง ไดกุ (1758-1831) เป็นพระเซนสายโซโต อาศัยอย่างเรียบง่ายสมถะในกระท่อมเล็ก ๆ ที่เชิงเขา ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อย่างฤาษี
คำว่า ไดกุ แปลว่า คนโง่ที่ยิ่งใหญ่ และท่านก็มักกระทำหลายเรื่องที่หลายคนคิดว่าโง่เขลา
คืนหนึ่งยามจันทร์กระจ่างฟ้า ขโมยคนหนึ่งแอบเข้าไปในกระท่อมของท่าน และพบว่าไม่มีอะไรให้ขโมย
เรียวคัง ไดกุ กลับมาถึงกระท่อมพอดีและจับขโมยได้ ท่านมองสารรูปยากไร้ของขโมยคนนั้น กล่าวว่า "เจ้าคงเดินทางมาไกลกว่าจะมาเยือนอาตมาถึงที่นี่ จึงไม่สมควรกลับไปมือเปล่า จงเอาเสื้อผ้าของอาตมาไปเป็นของขวัญเถอะ"
ว่าแล้วก็ถอดเสื้อผ้าของตนให้ขโมย
หลังจากขโมยไปแล้ว อาจารย์เซนก็นั่งลงตัวเปลือยเปล่า มองดูจันทร์นอกหน้าต่าง
"ช่างเป็นคนที่น่าสงสารเสียนี่กระไร!..." อาจารย์พึมพำ "...อาตมาอยากมอบพระจันทร์งามดวงนี้ให้เขาไปด้วย!"
.
เรียวคัง ไดกุ เกิดที่จังหวัดเอจิโกะ บ้านมีฐานะดี ฝึกเซนแต่เด็กในวัดโคโช ครั้งหนึ่งอาจารย์เซนนามว่า โคคุซัน มาเยือนวัด จึงขอสมัครเป็นศิษย์ของอาจารย์ผู้นี้ แล้วติดตามอาจารย์ไปพำนักที่วัดเอ็นซึแห่งทามาชิมา ที่นี่เองท่านบรรลุซาโตริ
เมื่ออาจารย์มณภาพ เรียวคัง ไดกุ ก็ลาจากวัดนั้นมา เดินทางไปตามที่ต่าง ๆ ในแผ่นดินนานห้าปี ก่อนกลับมาบ้านเกิดอีกครั้ง
เมื่ออายุราวสี่สิบ ท่านตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือเป็นฤาษี ไม่เคยใช้ชีวิตในวัดอีก ปลูกกระท่อมเล็ก ๆ ที่เชิงเขา ขอเศษอาหารจากชาวบ้านเพื่อประทังชีวิต
ท่านเป็นคนมีเมตตาสูง รักเด็ก รักธรรมชาติ เป็นคนถ่อมตัวมาก เปี่ยมอารมณ์ขัน เชี่ยวชาญการเขียนบทกวีและอักษร
ท่านเขียนบทกวีว่าด้วยวิถีชีวิตของท่านเองว่า
ข้าฯนั่งเงียบ ๆ ฟังเสียงใบไม้ร่วง
กระท่อมเงียบเหงา
ชีวิตของการสละละทิ้งทุกอย่างแน่นอน เรียวคัง ไดกุ ชอบชมจันทร์อย่างยิ่ง ท่านเขียนบทกวีชมจันทร์ไว้หลายบท เช่น
ราตรีหนาวยะเยือก
นั่งคนเดียวในห้องว่างเปล่าของข้าฯ
อวลด้วยควันธูป เบื้องนอกไผ่นับร้อยต้น
บนเตียงวางบทกวีหลายเล่ม
จันทร์ฉายแสงเหนือหน้าต่าง
ทั้งหมู่บ้านอึงอลด้วยเสียงแมลง
มองภาพนี้ ความรู้สึกไม่มีกรอบจำกัด
แต่ไร้คำพูดสักหนึ่งคำชีวิตของท่านผูกพันกับท้องฟ้า ภูเขา เมฆ ดอกไม้ ทุ่งนา ป่า แม่น้ำ สายธาร ป่าไผ่ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของมันทุกวัน ท่านชมชอบดูการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล มองใบไม้ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ในฤดูใบไม้ร่วง ฟังเสียงฝนร่วงหล่นขับกล่อมไพร และเขียนบทกวี อย่าได้กล่าวว่ากระท่อมของข้าฯไม่มีสิ่งใดที่จะมอบให้
จงมาเยือน แลข้าฯจะแบ่งปันแก่ท่าน
สายลมเย็นที่พัดสู่หน้าต่างข้าฯเพราะชีวิตแบบเซนก็เช่นการบรรเลงเพลง การไปถึงจุดจบของเพลงไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าการอาบความรู้สึกทุกท่อนเพลงอย่างทั่วถึง
............................
วินทร์ เลียววาริณ
15-3-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1- แชร์
- 26
