-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ช่วงที่กำลังพักฟื้นนี้ หมอสั่งห้ามทำงานหนัก
แต่กลับไม่ฟังคำหมอ ทำงานหนักตลอด
อ๋อ! เปล่าทำงานแบกหามของหนัก หรือออกแรงอะไร นั่งสบายๆ ในห้องแอร์นี่แหละ
แต่งนิยายนักสืบสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อ
เป็นงานหนัก (หัว) มาก
โครงเรื่องมันยาก นอกจากต้องแต่งเรื่องใครฆ่าใคร-ที่ไหน-ทำไมแล้ว ยังต้องเสียบรีเสิร์ชประวัติศาสตร์ยุคนั้นเข้าไปด้วย
วางโครงคร่าวๆ ว่า น่าจะต้องใช้สิบกว่าตอนจึงเล่าครบเหตุการณ์สำคัญในยุคนั้น
ตอนนี้เขียนไปถึงตอนที่ 3
ยังอีกยาว
คอนเส็ปต์งานชุดนี้ก็ประมาณ พุ่มรัก พานสิงห์ (ย้อนยุค) ผสม ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน บวก ประวัติศาสตร์ที่เราลืม
เดินเรื่องเป็นปีๆ แบบ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เขียนด้วยภาษาเก่าที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน
ต้องศึกษาภาษางานพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 กับ สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
อีกสักปีคงเสร็จมั้ง
ตอนนี้งานยังเขียนไม่ถึงครึ่ง แต่ทำปกเสร็จแล้ว ถ้าเขียนไม่เสร็จก่อนตาย ก็คงขายปกอย่างเดียว
วินทร์ เลียววาริณ
7-6-261- แชร์
- 20
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
เซียงเหยียนจี้เสียนเคยเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ไป่จ้างหวยไห่ ได้ชื่อว่าเป็นคนฉลาดเฉลียวและหัวไวอย่างยิ่ง เขาสามารถวิเคราะห์เรื่องราวได้ดี เมื่ออาจารย์ไป่จ้างหวยไห่มรณภาพ เขาก็มาเป็นศิษย์ของเหวยซานหลิงยิ่ว
เหวยซานหลิงยิ่วบอกเขาว่า "อาตมาได้ยินว่าเมื่อเจ้าอยู่กับอาจารย์ไป่จ้างหวยไห่นั้น เจ้าสามารถให้คำตอบถึงสิบทางต่อคำถามเดียว นี่แสดงว่าเจ้ามีสติปัญญาสูงส่งโดยแท้ คำถามเรื่องการเกิดการตายนั้นเป็นคำถามพื้นฐานของเซน ลองบอกอาตมาว่าอะไรคือสถานะของเจ้าก่อนที่เจ้าเกิดจากพ่อแม่ของเจ้า"
คำถามนี้ทำให้เซียงเหยียนจี้เสียนงงไปนาน เหมือนตกในหมอกหนา เขาพยายามค้นหาคำตอบจากพระสูตรต่าง ๆ แต่ไม่สามารถพบอะไร
เขาให้คำตอบอาจารย์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งอาจารย์ก็สั่นหัว เขาขอให้อาจารย์เฉลยคำตอบแก่เขา แต่อาจารย์ปฏิเสธ บอกว่า "สิ่งที่อาตมาพูดเป็นความเข้าใจของอาตมาเอง มันไม่ช่วยอะไรเจ้าแต่อย่างไร"
เซียงเหยียนจี้เสียนคิดนานก็หาคำตอบไม่พบ ในที่สุดก็ยอมแพ้ ถอนหายใจ บอกตัวเองว่า "เราไม่สามารถท้องอิ่มได้จากการดูภาพอาหาร"
เซียงเหยียนจี้เสียนลาจากอาจารย์ไป ท่องไปทั่ว เขากลายเป็นพระพเนจร เดินทางจากวัดหนึ่งไปอีกวัดหนึ่ง
เขาเดินทางไปถึงวัดของปรมาจารย์ฮุ่ยเหนิง ที่นี่เขาพำนักชั่วคราว และทำหน้าที่กวาดพื้นลานและตัดหญ้า
วันหนึ่งขณะกวาดพื้น เขาพบเศษกระเบื้องชิ้นหนึ่ง จึงหยิบมันเหวี่ยงทิ้งไป มันลอยไปกระทบต้นไผ่เป็นเสียงกังวานใส
เขาหยุดนิ่ง เสียงของไผ่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยตัวมันเอง และไม่ใช่ไผ่ทุกลำเกิดเสียงได้ เสียงใสของลำไผ่เกิดจากการกระทบกันของสองสิ่ง ราวกับเป็นเสียงร้องของต้นไผ่เมื่อมีอะไรมากระทบ เสียงนั้นทำให้เขาลืมทุกสิ่งที่เขารู้มา
พลันเขาก็ตื่นรู้ เข้าใจความหมายของตัวตนที่แท้ของเขาที่ไม่ได้กำเนิดมาจากการเกิดของเขา
............................
วินทร์ เลียววาริณ
7-6-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1- แชร์
- 20
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
เล่าเรื่องวัยเด็กต่อ
หากสนามฟุตบอลเป็นหญิงสาว โฉมหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา บางครั้งโรยรา บางคราก็มีการดึงหน้าให้กระชับสวย
มีอยู่ปีหนึ่งการทางรถไฟฯปรับปรุงพื้นที่สนามฟุตบอลเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม ดูดีทีเดียว มีชาวเมืองไปเดินเล่นและดื่มกิน
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา มีสวนสาธารณะติดบ้านด้วย
ถนนคั่นสนามฟุตบอลกับสถานีรถไฟ ในตอนเย็นมีรถเข็นเรียงเป็นแถว ขายก๋วยจั๊บ เครื่องดื่ม ขนม ขนมโค แต่ที่โด่งดังที่สุดคือมันเดือย
ชื่อมันเดือยก็บอกแล้วว่ามีมันกับเดือย แต่ความจริงมีมากกว่านั้น ประกอบด้วยมัน ลูกเดือย ถั่วแดง สับปะรด ฯลฯ ใส่น้ำแข็ง แล้วราดด้วยน้ำกะทิสด เสิร์ฟในแก้ว
สมัยผมเป็นเด็ก มันเดือยหาดใหญ่ใหญ่สมชื่อ เสิร์ฟในแก้วใหญ่ จัดเต็ม กินแล้วอิ่มเลย แก้วละ 50 สตางค์ แล้วต่อมาขึ้นเป็น 1 บาท
ตอนนั้นใคร ๆ ทั้งเมืองก็รู้จักร้านมันเดือยหน้าสถานีรถไฟ
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา มีร้านมันเดือยใกล้บ้านด้วย
นอกจากมันเดือยแล้ว ริมสนามฟุตบอลก็ยังเป็นแหล่ง ‘เดือยมัน’ อีกด้วย!
ใช่ ไม่ไกลจากรถเข็นมันเดือย เป็นสำนักโคมเขียว
โคมเขียวหรือ green lantern นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับซูเปอร์ฮีโร Green Lantern อีกทั้งมีมานานก่อนหน้านี้
เมืองไทยมีโคมเขียวใช้กันมากว่าร้อยปีแล้ว ในสมัยโบราณซ่องโสเภณีส่วนมากแขวนโคมสีเขียวที่หน้าซ่อง เป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัว
ที่สำนักโคมเขียวแห่งนี้ แขกที่ไปใช้บริการต้องหิ้วกระโถนและขวดน้ำไปขึ้นห้องด้วย ตอนเด็กก็ไม่รู้ว่าหิ้วไปทำไม
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา แถวบ้านมีโคมเขียวใช้ด้วย
ปัญหาคือพวกเดือยจรหมอนหมิ่นชอบบุกมาถึงหลังบ้านผม
ใช่ นอกจากเดือยโคมเขียวแล้ว ยังมีเดือยจรยากจน ไม่ยอมเช่าโรงแรม ไม่รู้จะประหยัดไปถึงไหน
บางเช้าเมื่อผมตื่นมา เดินไปที่หลังบ้านริมสนามฟุตบอล จะพบถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งบนพื้น
ใจคอคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงจะไม่ยอมเช่าห้องหรือไร ไม่รู้หรือว่าทำอย่างนี้ เศรษฐกิจหาดใหญ่อาจล่มจมได้
เฮ้อ! เวรกรรมจริง ๆ โต๊ะเก้าอี้ที่ผมใช้อ่านหนังสือ เตรียมสอบ และเล่นหมากฮอส กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ให้พวกเดือยจรใช้
ดีนะที่ตอนนั้นผมใจดี ไม่โรยหมามุ่ยบนโต๊ะเก้าอี้
นี่มิได้กีดกันหวงพื้นที่หรอกนะ แต่เป็นห่วง เพราะถ้าเกิดมืด ๆ ค่ำ ๆ เหยียบถูกงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตายตรงสนามฟุตบอลแล้วจะทำอย่างไร
แน่ละ ในประวัติศาสตร์ของสนามฟุตบอลแห่งนี้ ไม่มีใครตายเพราะถูกงูฉกในสนามฟุตบอล แต่มีคนตายที่นั่นจริง ๆ
ครั้งหนึ่งมีคนร้ายลักขโมย ถูกตำรวจวิสามัญฯ นอนตายริมสนามฟุตบอล
เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา บ้านถูกใช้เป็นฉากการยิงกันด้วย
หากสนามฟุตบอลเป็นหญิงสาว โฉมหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา หลังจากผ่านการดึงหน้าไม่กี่ปี สวนสาธารณะก็หายไป
ตามมาด้วยสนามฟุตบอลที่กลายเป็นศูนย์การค้า
แต่มันเดือยหาดใหญ่ยังอยู่
ส่วนเดือยมันยังอยู่หรือเปล่า ไม่รู้จริง ๆ จ้ะ
วินทร์ เลียววาริณ
6-6-26.........................
บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต
เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น สั่งได้จากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี
1- แชร์
- 17
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ
เฟอร์รารีเพิ่งเปิดตัวรถยนต์คันใหม่ชื่อ Luce คนทั่วโลกรุมด่าอย่างรุนแรง ทำไมมีแต่คนด่าแบบรถยนต์ใหม่ที่ Jony Ive ออกแบบ
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6a212e4ef89cdc9f874b37d9
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1- แชร์
- 24
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
(หมายเหตุ ผมดูหนังเรื่องนี้ตอนปลายโปรแกรม เพราะช่วงที่หนังเข้าโรง ผมยังนอนในโรงพยาบาล จึงรีวิวช้าไปหน่อย แต่มาช้าดีกว่าไม่มา ใช่ไหม?)
เมื่อแรกที่ จอร์จ ลูคัส สร้างหนัง Star Wars เขาอาจไม่ได้คาดฝันว่า เขาได้สร้างจักรวาล Star Wars กว้างใหญ่ไพศาลกว่าหนังเรื่องใดๆ
Star Wars สามารถแตกหน่อแตกแขนงได้เป็นหนังอีกล้านเรื่องสบายๆ
นี่คงเป็นเหตุผลที่ดิสนีย์ยอมควักเงินสี่พันล้านดอลลาร์ซื้อลิขสิทธิ์ Star Wars ทั้งหมดจากลูคัส และคืนทุนในเวลาอันสั้น
หลังจากนั้นก็รีบปั่นเรื่องสร้างหนังหาเงิน
บางเรื่องไปได้ดี หลายเรื่องลงเหว แต่ส่วนมากโดนด่า
หนึ่งในเรื่องแตกหน่อที่เป็นหนังซีรีส์เมื่อหลายปีก่อนคือ The Mandalorian ตัวเอกคือ Din Djarin สวมหน้ากากเหล็กตลอด
Din Djarin มาจากดาวเคราะห์ Mandalore จึงเรียกพวกนี้ว่า Mandalorian
ซีรีส์ The Mandalorian เดินเรื่องห้าปีหลังจากเรื่อง Return of the Jedi
Din Djarin พบเด็กน้อยตระกูลโยดา ชื่อ Grogu หรือ Baby Yoda หน้าตาน่ารัก
Din Djarin เกิดความผูกพันกับ Grogu ผจญภัยไปด้วยกันสามซีซั่น ซีรีส์ประสบความสำเร็จ สนุกมากมาย เจ้าของสตูดิโอก็บอกว่า ไปเล่นที่จอใหญ่ดีกว่า
ก็เป็นที่มาของหนังโรง The Mandalorian and Grogu ที่กำลังฉาย
คนสร้างหนังก็ยังเป็นเจ้าเดิมคือ Jon Favreau คนทำ Iron Man ที่ทำให้ Robert Downey Jr. ได้กลับคืนสู่วงการอีกครั้ง
มองจากมุมของนายทุน The Mandalorian and Grogu ตอบโจทย์ทุกอย่าง หนังให้ความบันเทิงสูง สนุกสนาน คุ้มค่าตั๋ว
แต่มองจากมุมของคนทำหนังที่ลึกกว่ารายได้ The Mandalorian and Grogu เป็นเพียงหนังที่ขายเรื่อง "ใครทำอะไรที่ไหน" เท่านั้น ไม่มีแก่นเรื่อง
พูดง่ายๆ คือ หนังเต็มไปด้วยพล็อตมากมาย แต่ไม่มีคอนเส็ปต์ บางฉากเหมือนกำลังดู Blade Runner หลายฉากก็เหมือนรีเมกของเก่า
มันเป็นหนัง play safe ของนายทุน
มาถึงบรรทัดนี้ย่อมมีคนถามว่า แล้วจำเป็นหรือ?
คำตอบคือไม่จำเป็น แต่หากต้องการให้หนังเรื่องหนึ่งเป็นที่จดจำนานกว่าสองชั่วโมงในโรง ก็ควรมีคอนเส็ปต์
หมายความว่าทุกๆ พล็อตที่ใส่เข้ามามีความหมายของการดำรงอยู่ เพื่อนำเสนอไอเดียบางอย่าง
ขณะที่ The Mandalorian ฉบับซีรีส์ทำได้ดี ฉบับหนังโรงกลับดูแบน ไม่มีอะไรสดใหม่ เราดูหนังแนวนี้มามากแล้ว ตัวละครผจญภัยไปเรื่อยๆ แล้วจบ
ในบรรดาหนัง spinoff ของแฟรนไชส์ Star Wars เรื่องที่แข็งแรงที่สุดเท่าที่ผมดูน่าจะเป็น Rogue One คือมีคอนเส็ปต์ มีแก่นเรื่องน่าสนใจ
แต่นี่เป็นเรื่องนานาจิตตัง และรสนิยมการดูหนังของแต่ละคนย่อมต่างกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต
นักอ่านที่ติดตามการรีวิวหนังของผม ย่อมรู้ว่าผมไม่ได้ให้คะแนนที่ความสนุก แต่ให้ที่ความสดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์
ดังนั้นแม้ The Mandalorian and Grogu ให้ความสนุกที่ระดับ 9/10 แต่คุณภาพหนังใน คหสต. ได้แค่ 7.7/10
แต่ก็แนะนำให้ไปดูนะ Grogu น่ารักตลอดเรื่อง
(ฉายทางโรงภาพยนตร์)
วินทร์ เลียววาริณ
4-6-26วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
1- แชร์
- 20
