• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    การทำงานทุกวงการ ความเป็นมืออาชีพสำคัญอย่างยิ่ง ต้องใช้เวลาสั่งสมความเชื่อถือ ช่างตัดผมต้องไม่ถามลูกค้าเป็นอันขาดว่า “เอาไงต่อดี เพ่?”

    ทนายความต้องไม่ถามลูกค้าเป็นอันขาดว่า “คุณว่าเราจะชนะคดีมั้ยเนี่ย?”

    หมอต้องไม่ถามคนไข้เป็นอันขาดว่า “ผมผ่าไตถูกข้างมั้ย?”

    พยาบาลต้องไม่ถามคนไข้ว่า “เข็มที่ใช้เมื่อกี้นี้เป็นเข็มใหม่หรือเปล่าคะ?”

    ช่างก่อสร้างต้องไม่ถามลูกค้าเป็นอันขาดว่า “คุณว่าผมใส่เหล็กที่ฐานรากพอรึเปล่า?” ฯลฯ

    คำถามแบบนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของความเป็นมืออาชีพลดลง และทุกวงการ ความเชื่อถือสำคัญไม่แพ้ฝีมือ มันสะท้อนว่าใครคนนั้นไม่รู้งานที่ทำ และหากไม่รู้งาน ไหนเลยจะทำงานนั้นได้ดี

    ฝรั่งเรียกคนทำงานฝีมือระดับฝึกหัดที่จับงานมืออาชีพว่า on the job training (แปลว่า ฝึกด้วยงานจริง) หมายถึงฝีมือไม่ถึงหรือไม่มีฝีมือ แต่ได้ทำงานจริง

    มองไปทั่วโลก เราพบคนแบบ on the job training มากมาย โดยเฉพาะในธุรกิจครอบครัว ลูกของเจ้าของกิจการรับงานต่อจากพ่อ โดยไม่เคยผ่านการฝึกหัดอะไร พอเรียนจบก็รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทเลย บ้างก้าวขึ้นเป็นใหญ่เป็นโตทางการเมืองทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ใด ๆ แต่เป็นเพื่อสืบสานตำแหน่งของพ่อหรืออำนาจของตระกูล ใช้งานจริงเป็นหนูทดลอง ใช้้บริษัทเป็นสนามเด็กเล่น ใช้ประเทศเป็นแบบฝึกหัด

    น้อยครั้งเราจะเห็นตัวอย่างของเจ้าของบริษัทบางคนที่ยืนยันให้ลูกทำงานในบริษัทของตนโดยเร่ิมจากตำแหน่งต่ำสุดก่อน แล้วค่อยไต่เต้าขึ้นมาที่ระดับบน ทำให้ลูกรู้จักงานในแต่ละขั้น เข้าใจความลำบากของลูกจ้าง และซาบซึ้งต่อรสชาติของชีวิต เมื่อวันหนึ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด ก็จะนำพาบริษัทไปสู่ความเจริญได้ง่ายขึ้น เพราะเข้าใจสรีระขององค์กรนั้น ๆ อย่างถ่องแท้

    สัจธรรมของฝีมือคือการสั่งสมต่อเนื่อง ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจถึงแก่น ฝึกฝนจนช่ำชอง เพราะการทำงานแต่ละสายมีลำดับพัฒนาการของมัน

    การก้าวขึ้นมาจากมือสมัครเล่นเป็นมืออาชีพต้องสั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาด ขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา ต้องอาศัยทั้งความขยันและอดทน บางคนทำงานสายหนึ่ง ๆ มาทั้งชีวิต ก็ยังเป็นแค่ช่างฝึกหัด ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ไม่รู้จักงานที่ทำ บ้างมีฝีมือแต่ไม่มีความคิด จึงไม่เคยก้าวพ้นจากระดับมือสมัครเล่น

    เราทุกคนน่าจะเคยเห็นแม่ครัวเก่ง ๆ ทำอาหารอร่อยเสร็จในนาทีเดียว ช่างฝีมือเย็บผ้าเสร็จในเวลาไม่กี่นาที ช่างปั้นหม้อดินทั้งใบในเวลาสั้น ๆ คนแกะสลักประติมากรรมน้ำแข็งเสร็จสวยงามในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ทำให้หลายคนคิดว่างานที่ทำได้เร็วอย่างนี้ย่อมไม่ยาก

    ทว่าความสามารถทำงานเสร็จในเวลาสั้น ๆ ขนาดนี้มาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานหลายสิบปี จนคนกลายเป็นงาน งานกลายเป็นคน เชื่อมเป็นหนึ่งเดียว

    ผมบอกนักอยากเขียนหลายคนเสมอว่า อยากเป็นนักเขียนคุณภาพ ก็เผื่อเวลาไว้สัก 10-30 ปี ถ้ารีบร้อน ก็เป็นได้แค่นักเขี่ย

    หลายคนถอดใจ หลายคนไม่เชื่อ เพราะเห็นตัวอย่างนักเขียนเบสต์เซลเลอร์มากมายที่อายุยังน้อยนิด แต่หากพิจารณาให้ละเอียดจะพบว่า กว่าจะเขียนหนังสือได้ดี ต้องผ่านการอ่านมาเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ เล่ม เพื่อเรียนรู้ ซึมซับรสอักษร จนสามารถแยกแยะออกระหว่างหนังสือดีกับไม่ดี ต้องผ่านการฝึกฝนภาษา การเดินเรื่อง การลำดับความ ฯลฯ กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่อาจกินเวลาสั้น ๆ ได้

    นักเขียนชั้นครูจึงบอกต่อกันมาว่า ยิ่งรีบ ยิ่งเลอะ ยิ่งใจร้อน ยิ่งหลงทาง

    วินทร์ เลียววาริณ
    6-5-26

    .........................................

    บางท่อนจาก ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
    36 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 175 บาท = บทความละ 4.86 บาท  (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/110/ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน 

    ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395 

    1
    • 0 แชร์
    • 9
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    มนุษย์เรามีนิสัยชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก

    คิดมากไป ซับซ้อนไป จนลืมไปว่าบางเรื่องทำง่าย ๆ ก็ได้

    จะทำเรื่องง่าย ๆ หนึ่งเรื่องต้องประชุมหลายรอบ

    คิดซับคิดซ้อน ทั้งที่แก้ปัญหาง่าย  ๆ ได้

    ครูบาอาจารย์ฝรั่งใช้คำคำหนึ่งเตือนสตินักเรียน

    KISS

    ย่อมาจาก Keep It Simple, Stupid.

    แปลว่า ทำให้ง่าย ๆ หน่อยเจ้าศิษย์โง่

    หลักการก็คล้าย ๆ อาจารย์เซนสอนศิษย์โง่

    ต่างกันที่อาจารย์ฝรั่งด่าเฉย  ๆ ส่วนอาจารย์เซนใช้ไม้เคาะหัวศิษย์ด้วย

    นัยว่าการย้ำด้วยไม้ช่วยทำให้จดจำดีขึ้น

    ดังนั้นเวลาแฟนบอกว่า “คิสหน่อย” ถามให้แน่ก่อนว่า เธอหมายถึงจูบหรือ Keep It Simple, Stupid.

    วินทร์ เลียววาริณ
    5-5-26

    1
    • 0 แชร์
    • 45
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ผมเข้าศึกษาที่โรงเรียนแสงทองวิทยาในปีการศึกษา 2509 เลขประจำตัวนักเรียน 3882 ถูกจัดให้เรียนห้อง ป. 4 ค. ครูประจำชั้นชื่อ ประดับ คณะทอง ครูใหญ่คือนายสวน บุปผะโพธิ์

    แสงทองวิทยาเป็นโรงเรียนคาทอลิก คณะซาเลเซียน บาทหลวงหลายคนมาจากประเทศอิตาลี รู้ภาษาอังกฤษดีมาก ทำให้โรงเรียนนี้มีชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ นักเรียนที่เก่งภาษาอังกฤษคนหนึ่งชื่อ สุทธิชัย หยุ่น เก่งระดับต่อมาเปิดหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ

    โรงเรียนแสงทองวิทยามีแต่นักเรียนชาย อยู่คู่กับโรงเรียนธิดานุเคราะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิง

    ชีวิตของผมในปีการศึกษา 2509 นี้ ผมขาดเรียนไป 12 วันส่วนใหญ่ก็คือป่วย ผมเป็นเด็กขี้โรค ป่วยบ่อย

    ผมจำรายละเอียดของชีวิตชั้น ป. 4 ไม่ค่อยได้ แต่จำได้แม่นอย่างเดียวคือผลสอบ

    งั้นเรามาคุยเรื่องการเรียนกัน

    ใช้คำว่า ‘คุย’ เพราะเป็นปีที่คุยได้โดยไม่อายใคร ส่วนปีที่น่าอายว่ากันทีหลัง

    ในชั้น ป. 4 ค. ผมสอบได้ที่ 1 ทุกภาคเรียน ทั้งสอบเล็กสอบใหญ่รวมห้าครั้ง ท้ายปีจบด้วยที่ 1 ได้คะแนน 85 เปอร์เซ็นต์

    ความเห็นของครูประจำชั้นในภาคปลายคือ “ตั้งใจเรียนและขยันดี ทำงานเรียบร้อยดี ความประพฤติเรียบร้อย สติปัญญาฉลาด อุปนิสัยเยือกเย็น รักสงบ”

    พ่อผมคงงงที่ผมสอบได้ที่ 1 ตลอดปี

    ..........................

    ขึ้นชั้น ป. 5 ผมเลื่อนไปเรียนห้อง ก. ครูประจำชั้น ป. 4 คนเดิมก็ตามมาด้วย ปีนี้ผมขาดเรียนไป 16 วัน แน่ละ ก็ต้องป่วย 13 วัน (และลาตรุษจีน 3 วัน) ไม่โรคหวัดก็เป็นโรคหวัด เพราะเป็นอยู่โรคเดียว

    แต่กระนั้นผมก็ทำคะแนนดี สอบได้ที่ 1 ตลอดเช่นกัน จบ ป. 5 ด้วยคะแนน 81.90 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่ 1 ของห้อง

    ครูประจำชั้นเขียนในสมุดพกภาคต้นว่า “ตั้งใจเรียนดีมาก ขยันทำการงานและเรียบร้อย ความประพฤติเรียบร้อย สติปัญญาปานกลาง อุปนิสัยเยือกเย็น รักสงบ ขอทางบ้านส่งเสริมด้วย เด็กของท่านจะดียิ่ง ๆ ขึ้น”

    และภาคกลาง : “ขยันเรียนดีมาก ทำงานมีระเบียบเรียบร้อย สติปัญญาติดข้างฉลาด ถือระเบียบและเชื่อฟังผู้ใหญ่ดี พยายามส่งเสริม ต่อไปอนาคตจะรุ่งเรืองดี”

    นึกดีใจวูบ เพราะต่างกันภาคเดียว สติปัญญาของผมยกระดับจาก ‘ปานกลาง’ เป็น ‘ติดข้างฉลาด’

    นั่นคือยุคทองของชีวิตวัยเรียนของผม หลังจากสอบได้ที่ 1 ในชั้น ป. 4 กับ ป. 5 คะแนนของผมก็ร่วงลงมาเหมือนนกปีกหัก จนถึงจุดตกต่ำที่สุดในชั้น ป. 7 เพราะเหตุผลเดียว

    เสือกติดนิยาย!

    .............................

    จุดหักเหของการเรียนเริ่มในชั้น ป. 5 วันหนึ่งครูประจำชั้นบอกนักเรียนว่า “วันนี้ครูจะพาไปรู้จักห้องสมุด”

    เพิ่งรู้ว่าโรงเรียนของเราก็มีห้องสมุด

    ครูให้เด็กทุกคนทำบัตรประจำตัวห้องสมุด เพื่อที่จะยืมหนังสือเมื่อไรก็ได้ ในวันแรกนั้น ผมก็ยืมหนังสือนิทานหนึ่งเล่ม กลับถึงบ้านก็เริ่มอ่าน และติดใจรสอักษรทันที

    นับจากนั้นผมก็เป็นขาประจำห้องสมุดโรงเรียน ยืมหนังสือนิทานเรื่องอื่น ๆ ต่อไป แล้วไล่อ่านหนังสือในห้องสมุด

    ผมอ่านหนังสือหลากหลายมาแต่เด็ก อ่านทั้งนิทาน นิยาย และสารคดี ครั้งหนึ่งผมยืมเรื่อง ของดีในอินเดีย ของหลวงวิจิตรวาทการมาอ่าน เพื่อน ๆ เห็นเข้าก็พากันหัวเราะ ผมคงคบแต่เพื่อนทะลึ่ง!

    ขึ้นชั้น ป. 6 ปีการศึกษา 2511 ผมอยู่ห้อง ก. ครูประจำชั้นชื่อ เชื้อ สนธิกุล ปีนี้ผมหยุดเรียนถึง 21 วัน ในการสอบไล่ปลายปี ผมได้ที่ 6 คะแนน 88.10 เปอร์เซ็นต์

    ผมไม่เคยได้ที่ 1 อีกเลยในชีวิต

    วินทร์ เลียววาริณ
    6-5-26

    ..........................

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น

    ชีวิตที่ดีเล่มเดี่ยว https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    https://s.shopee.co.th/8AGEoezG49 

    โปรโมชั่น https://s.shopee.co.th/8zpLoQYlsc 

    1
    • 0 แชร์
    • 15
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ขึ้น ป. 2 ผมอยู่ห้อง ก. ครูประจำชั้นชื่อนางสาวเทียม หนูประเสริฐ

    เป็นปีการศึกษา 2507 ทั้งปีผมขาดเรียนไปสองวัน

    มาสำรวจคะแนนปลายปีวิชาภาษาไทยดู

    อ่านออกเสียง-ท่องจำ 45/50
    อ่านเอาเรื่อง 92/100
    เขียน-คัด 86/100
    แต่งความ 91/100

    สิ้นปีผมสอบได้ที่ 3 จากนักเรียน 36 คน คะแนน 88.1 เปอร์เซ็นต์

    ความเห็นและข้อเสนอแนะของครู :

    ภาคต้น : การเขียนหนังสือและการทำงานเรียบร้อยดีมาก แต่บางครั้งมักจะขาดความรอบคอบในการทำงาน ฉะนั้นขอให้แก้ไขเสีย ก็จะดีมาก

    ภาคกลาง : การเรียน การทำงาน และความเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนดีมาก ขอให้พยายามทำดีให้ตลอดไป ก็จะดียิ่งขึ้น

    ภาคปลาย : การเรียนดี ทำงานด้วยความเรียบร้อยและรอบคอบดีมาก แต่รู้สึกว่าภาคนี้ซุกซนมากขึ้น

    ประโยคสุดท้ายนี้มนุษย์ต่างดาวจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด เป็นไปได้ว่าครูจำผิดคนแน่เลย เพราะผมเป็นเด็กเรียบร้อยจะตายไป!

    .........................

    ขึ้น ป. 3 ครูประจำชั้นคือนางสาวนิภา บริบูรณ์ ปีนี้เรียนครบ ไม่มีขาดเรียนเลยสักวัน

    ความเห็นครูประจำชั้นภาคต้น :

    “ตั้งใจเรียนดี และการทำงานเรียบร้อยพอใช้ รักสนุก คุยเก่ง ชอบพูดคุยในเวลาเรียนเป็นบางเวลา วิชาที่เรียนพอไปได้ แต่ถ้าพยายามสนใจการเรียนให้มากกว่านี้แล้ว อาจจะทำให้มีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้นกว่าเดิมมาก”

    ผมน่ะหรือชอบพูดคุยในเวลาเรียน? ครูน่าจะจำผิดคนแล้วมั้ง!

    อย่างไรก็ตาม คะแนนสอบของผมดีขึ้นกว่าปีก่อน ในการสอบระหว่างปี ผมได้เลขตัวเดียวตลอด คือได้ที่ 5, 1, 2, 1, 1 และปลายปีสอบได้ที่ 2 จากนักเรียน 41 คน คะแนน 85.3 เปอร์เซ็นต์

    ผมจำชีวิตช่วง ป. 2-3 ไม่ค่อยได้ แต่จำได้ว่าช่วงหนึ่งครูให้นักเรียนคัดลายมือต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเดือน หลังจากนั้นก็คัดเลือกนักเรียนลายมือดีที่สุดสามคน ให้รางวัลนิดหน่อย ผมเป็นหนึ่งในเด็กลายมือดี จำไม่ได้ว่ารางวัลเป็นอะไร น่าจะเป็นดินสอ ยางลบ หรือไม้บรรทัดอะไรพวกนั้น แต่สำหรับเด็กวัยราวสิบขวบ ก็รู้สึกดีใจที่ได้รางวัล

    ช่วงหลายปีในห้องเรียนหลังจากนั้น ลายมือผมดีสม่ำเสมอ การบ้านของผมสะอาดมาก หากเขียนไม่สวย ผมจะฉีกหน้านั้นทิ้ง แล้วคัดใหม่

    นี่เป็นนิสัยแปลก ๆ ที่ติดมาจนโต นั่นคือหากเจองานไม่ดี ไม่เรียบร้อย จะหงุดหงิด

    แต่ลายมือของผมในวัยนี้เลวร้ายกว่าไก่เขี่ย น่าจะเพราะปลงตก หรือไม่ก็เพราะไม่เหลือเวลามาบรรจงอะไรอีก

    เมื่อเรียนจบชั้น ป. 3 พ่อแม่ก็พาผมไปสอบเข้าโรงเรียนแสงทองวิทยา

    อยู่ดี ๆ เปลี่ยนโรงเรียนทำไม? มนุษย์ต่างดาวก็ไม่รู้

    รู้แต่ว่าชีวิตเปลี่ยนทิศ

    วินทร์ เลียววาริณ
    5-5-26

    ..........................

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น

    ชีวิตที่ดีเล่มเดี่ยว https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    https://s.shopee.co.th/8AGEoezG49 

    โปรโมชั่น https://s.shopee.co.th/8zpLoQYlsc 

    0
    • 0 แชร์
    • 0
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ผมเกิดที่บ้านเลขที่ 113 ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เวลาหกโมงเช้า วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2499 ก่อนขึ้นกึ่งพุทธกาลหนึ่งปี ในยุคนั้นหมอตำแยเป็นผู้ทำคลอดที่บ้าน ไม่ค่อยมีใครเกิดที่โรงพยาบาล

    หลังจากผมอายุสิบวัน พ่อจึงไปแจ้งเกิดที่อำเภอ ดังนั้นวันเกิดของผมในทะเบียนราษฎร์คือ 3 เมษายน 2499

    ชื่อเกิดของผมคือ สมชัย เลี้ยววาริณ ผมมีชื่อจีนด้วยคือ 廖志豪 (เลี่ยวจื้อหาว)

    廖 (เลี่ยว) เป็นแซ่

    志 (จื้อ) แปลว่าปณิธาน เจตจำนง ความมุ่งมั่น

    豪 (หาว) แปลว่ากล้าหาญ

    พ่อน่าจะต้องการให้หมายถึง ถ้ามีเจตจำนงมุ่งมั่นย่อมประสบผลสำเร็จ (有志者事竟成.)

    ไม่น่าแปลก เพราะชีวิตพ่อคือการต่อสู้ ทำงานหนัก ใช้สองมือสร้างตัวขึ้นมาด้วยเจตจำนงมุ่งมั่นล้วน ๆ โดยไม่พึ่งโชคชะตา

    ผมใช้ชื่อสมชัยอยู่ไม่ถึงสามสิบปี ก็เปลี่ยนเป็น ‘วินทร์’

    สมัยนั้นเด็กจีนที่เกิดในไทยแทบทั้งหมดมีชื่อจีนและชื่อไทย ใครใช้แซ่อยู่ ก็รู้สึกว่ายังไม่ทันสมัย ต้องเปลี่ยนเป็นนามสกุล วิธีเปลี่ยนก็คือเติมคำต่อจากแซ่นั่นแหละ ร้านค้าส่วนมากมีชื่ออักษรไทยกับจีน

    ผมเป็นลูกคนที่ 7 ในบรรดาพี่น้องสิบคน และเป็นลูกชายคนที่สอง ก่อนหน้าผมมีพี่สาวห้าคน รวด พ่อดีใจที่ได้ลูกชาย จึงซื้อพัดลม KDK ตัวหนึ่งเป็นการฉลอง มันยังอยู่ในสภาพดีจนทุกวันนี้

    ผมจำชีวิตวัยก่อนเจ็ดขวบไม่ค่อยได้ มันรางเลือนเหมือนเซลล์สมองยังไม่ทำงาน แม่เล่าว่าผมเป็นเด็กที่กินนมจุ กินนมผงยี่ห้อแล็คโตเย่นเป็นว่าเล่น กินจนโต สิ้นเปลืองมาก ผมจะดูดจากขวดนมประจำตัวเท่านั้น วันหนึ่งจุกนมถูกหนูแทะขาด แม่จึงเปลี่ยนขวดนมใหม่ให้ แต่ผมก็ไม่ยอม เพราะติดขวดนมขวดเดิม จึงเลิกกินนมตั้งแต่นั้น

    ผมจำได้ราง ๆ ว่า ตอนเด็กผมมองไปรอบตัวผมอย่างงง ๆ สงสัยว่าทำไมโลกภายนอกเป็นอย่างนั้น ทำไมมีแสงอาทิตย์ ทำไมมีสายลม ฯลฯ ความรู้สึกคล้าย ๆ มนุษย์ต่างดาวในหนังเรื่อง Starman มาเยือนโลกโดยอยู่ในเปลือกของร่างกายมนุษย์ มองไปรอบตัว รู้สึกงง ๆ ถามตัวเองว่า “ที่นี่ที่ไหนวะ?” และ “กูมาทำอะไรที่นี่วะ?”

    อาจเพราะเกิดมาเป็นเด็กช่างสงสัย ผมมองโลกด้วยสายตาแปลก ๆ อย่างนี้ แต่ไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวเขาหาว่าผมบ้า ผมเพียงแต่สังเกตและเฝ้ามอง แล้วเก็บทุกอย่างไว้ในใจ

    เมื่ออายุ 6 ขวบ พ่อแม่ส่งผมไปเรียนชั้น ป. 1 ที่โรงเรียนวิริยะเธียรวิทยา เวลานั้นไม่มีใครเรียนชั้นอนุบาล เท่าที่จำได้ เวลานั้นยังไม่มีโรงเรียนไหนมีชั้นอนุบาล หรือถ้ามี ก็ขายยาก เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่ทำงานหาเช้ากินค่ำ การส่งเด็กไปโรงเรียนคือเงิน และการเรียนชั้นอนุบาลดูเหมือนการเล่นมากกว่าเรียน

    ตัด ‘ออร์เดิร์ฟ’ ชั้นอนุบาล ทิ้ง เข้า ‘เมน คอร์ส’ ป. 1 เลย

    วันเปิดเรียน ป. 1 แม่ก็จูงมือพาไปปล่อยที่โรงเรียน

    ผมจดจำชีวิตในโรงเรียนได้ราง ๆ จำได้ว่ามีลานหน้าตึกเรียน  เวลานั้นโรงเรียนนี้มีถึงชั้น ป. 7 เท่านั้น มีนักเรียนราวสี่ร้อยคน

    จบชั้น ป. 1 ครูประจำชั้นบอกพ่อแม่ผมว่า น่าจะเรียนซ้ำอีกปีนะ (ทั้งที่ผมสอบผ่าน) รากฐานจะได้แน่น เมื่อเป็นความเห็นของครูประจำชั้น ก็เอาตามที่ครูว่า ผลก็คือผมเรียน ป. 1 สองรอบ

    การเรียนในสมัยก่อนในต่างจังหวัดไม่ค่อยซีเรียสเหมือนสมัยนี้ ครูบอกอะไร พ่อแม่ก็เชื่อ เรียนสองรอบก็สองรอบ

    สมัยนี้ถ้าให้เด็กเรียนซ้ำชั้น อาจมีเรื่อง เพราะเราถือปรัชญา ‘จ่ายครบจบแน่’ มาพักใหญ่แล้ว

    แต่ในสมัยนั้นเรียนช้าไปปีสองปี ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พ่อแม่ในต่างจังหวัดส่วนมากก็ไม่ค่อยคาดว่าลูกต้องจบชั้นมหาวิทยาลัย จบ ป. 7 ถือว่าใช้ได้ จบ ม.ศ. 3 ถือว่าโก้แล้ว จบแล้วก็มาช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน

    เลขประจำตัวของผมคือ 1088 ครูประจำชั้น ป. 1 ชื่อนางสาวสุเทพ เข้มขัน ครูใหญ่ชื่อนางอุดม ไชยพฤกษ์กุล ณ วันที่ 28 ก.ค. 2506 ผมสูง 122 ซม. น้ำหนัก 22 กก.

    สมุดพกชั้น ป. 1 บันทึกรายงานผลการศึกษาในด้านภาษาของผมดังนี้

    .....................
    ภาษาไทย

    อ่าน-พูด-ท่องจำ คะแนนรวมทั้งปี 50 ผมได้ 45
    อ่านเอาเรื่อง คะแนนรวมทั้งปี 100 ได้ 87
    แต่งความ คะแนนรวมทั้งปี 100 ได้ 89

    .....................
    ภาษาอังกฤษ

    อ่าน-ฟัง-พูด คะแนนรวมทั้งปี 20 คะแนน ผมได้ 18
    คัด คะแนนรวมทั้งปี 20 ได้ 17
    เขียน คะแนนรวมทั้งปี 40 ได้ 38
    แปล คะแนนรวมทั้งปี 20 ได้ 16
    รวมคือภาษาอังกฤษได้ 89/100

    ครั้นถึงปลายปี ผมสอบได้ที่ 7 จากจำนวนนักเรียน 44 คน

    นี่คือก้าวแรกของชีวิตนอกบ้าน ขณะที่ ‘มนุษย์ต่างดาว’ ยังไม่รู้เลยว่ามาทำอะไรบนโลกใบนี้ อย่าว่าแต่เรียนไปทำไม

    วินทร์ เลียววาริณ
    4-5-26

    ..........................

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น

    ชีวิตที่ดีเล่มเดี่ยว https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    https://s.shopee.co.th/8AGEoezG49 

    โปรโมชั่น https://s.shopee.co.th/8zpLoQYlsc 

    1
    • 1 แชร์
    • 48