-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
1- แชร์
- 6
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
ครั้งหนึ่งผมไปซื้อส้มที่ตลาดใหญ่แห่งหนึ่ง ถามคนขายว่า “หวานไหม?”
เธอตอบว่า “หวานมากค่ะ ก็เพราะมันดีจึงเอามาขายไงคะ”
กลับไปบ้าน กินส้มที่เธอบอกว่า “ก็เพราะมันดีจึงเอามาขายไงคะ” ปรากฏว่าเปรี้ยวจัด รสชาติเลวร้ายมาก กินไม่ได้ ต้องทิ้งทั้งหมด
การโกหกแบบบิดเบือนเท็จเป็นจริง หรือแก้ตัวเพื่อประโยชน์ของตัวเองอย่างนี้เรียกว่า hard lie หรือ lie
คนบ้านเราเคยชินกับคำพูดของพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป ที่บรรยายสรรพคุณสินค้าว่า “ดีมากค่ะ” “อร่อยมากครับ” “หวานค่ะ” โดยเราไม่ได้คาดหวังว่าพวกเขาจะพูดความจริง มันกลายเป็นค่านิยมของสังคมว่า คนขายสินค้าไม่ต้องพูดความจริงทั้งหมดก็ได้
ใช่ไหมว่านี่ทำให้เราเกิดภาพฝังใจว่า การโกหกในเรื่องเล็ก ๆ เป็นเรื่องธรรมดา? แปลกไหมที่เมื่อใครคนหนึ่งไม่พูดความจริงบ่อย ๆ เรากลับยอมรับตัวตนของเขาอย่างนั้น?
อย่างไรก็ตาม การโกหกก็มีหลายระดับและสเกลต่างกัน และบางเรื่องก็เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างการโกหกกับศิลปะการใช้ชีวิต
บางครั้งเราอาจอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกว่าพูดจริงแล้วไม่ทำให้โลกดีขึ้น กับพูดไม่ค่อยจริง แต่โลกดีขึ้นหรือไม่เลวลง มักเกิดขึ้นกับคนที่จิตอ่อนไหวง่าย รับคำติไม่ค่อยได้
ยกตัวอย่าง เช่น เพื่อนถามว่า “รูปที่ฉันวาดสวยไหม?”
ผู้ถูกถามแม้จะรู้สึกว่ามันไม่สวยเลย แต่อาจตอบกลาง ๆ ว่า “ฝีมือคุณพัฒนาขึ้นนะ” ซึ่งไม่ได้แปลว่า “รูปนี้สวย” แต่อย่างใด
เมื่อภรรยาถามว่า “ฉันอ้วนไหม?” ถ้าตอบตามความคิดจริง ๆ คือ “อ้วนมาก” มันก็ไม่ได้ทำให้ท้องฟ้าสดใสขึ้น แสงตะวันเจิดจรัส ฝูงนกไม่ได้ร้องเพลงขับขาน ตรงกันข้าม ภรรยาอาจจะงอนในเรื่องไม่เป็นเรื่อง และอากาศในบ้านวันนั้นอาจร้อนขึ้นสองสามองศา!
คำตอบกลาง ๆ เช่น “อย่างนี้ยังห่างไกลจากคำว่าอ้วนเยอะ” น่าจะดีสำหรับทั้งสองฝ่าย
การตอบอย่างนี้คือตอบแบบคนในวงการทูต (diplomatic answer) ย่อมไม่ตรงมาตรฐานศีลธรรมของหลายศาสนา แต่การทำเพื่อซื้อความสบายใจ ไม่อยากทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายอาจทำให้มันข้ามพ้นจากเรื่องมาตรฐานศีลธรรม สู่เรื่องศิลปะการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
ว่าก็ว่าเถอะ การอยู่ร่วมกันไม่ว่าประเทศกับประเทศ หรือคนกับคน ก็ไม่แตกต่างกัน
ข้อแตกต่างระหว่าง hard lie กับ white lie คือ hard lie ทำเพื่อปกป้องตัวเอง white lie ทำเพื่อปกป้องคนอื่น หรือไม่ทำร้ายจิตใจคนอื่น
หากวัดสเกลของการโกหกด้วยความยาวของจมูกพีนอคคีโอ เวลาพูด white lie จมูกอาจงอกยาวขึ้นมานิดหน่อย แต่หากเป็น hard lie จมูกก็งอกยาวมาก
การโกหกจึงอาจซับซ้อนกว่าคำสั่งห้ามโกหกในศีลห้า ข้อที่ 4
......................
อีกครั้งหนึ่งผมไปซื้อส้มในซูเปอร์มาร์เก็ต เห็นส้มยี่ห้อใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ราคาถูกกว่าส้มอื่น ๆ
ถามคนขายว่า “ส้มอะไร?”
เขาบอกชื่อส้ม “มาจากเมืองจีน”
“หวานไหม?”
เขาตอบว่า “ไม่หวานเลย เปรี้ยวมาก รสชาติก็ไม่เหมือนส้ม”
เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนขายบอกว่าสินค้าที่เขาขายไม่ดี!
อย่างไรก็ตาม ผมก็ซื้อส้มไปลองกินดู ปรากฏว่าเปรี้ยวจริง รสชาติแย่มาก ไม่เหมือนส้มเลย ตรงตามที่คนขายบอก
คนขายคนนี้ซื่อสัตย์จริง!
หากทำอย่างนี้บ่อย ๆ พนักงานขายคนนี้อาจถูกไล่ออกได้!
ทำให้เชื่อว่า บางทีการโกหกในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องโกหกเป็นแค่นิสัย! และหากคนเราสามารถสะสมคำโกหกในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องโกหกทุกเรื่องในชีวิตรวมกันที่ปลายจมูก จมูกของเขาอาจยาวเท่างวงช้าง!
วินทร์ เลียววาริณ
20-10-26บางท่อนจาก มากกว่าสามสิบสอง
49 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 250 บาท = บทความละ 5.10 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/195/มากกว่าสามสิบสอง
https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1q
โปรโมชั่นคอมโบ https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201Shopee https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1q
โปรโมชั่นคอมโบ https://s.shopee.co.th/8zpi6W2V3T2- แชร์
- 29
ดูความเห็น 1 รายการ ...Regnartsคนขายที่โกหกขายของ ผมจะซื้อแค่ครั้งเดียวและจะไม่ซื้อเจ้านั้นอีก แต่คนขายที่ไม่โกหกผมจะอุดหนุนอีก -
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
แจ้งข่าวให้ทราบว่า Shopee มีจำหน่ายหนังสือของ วินทร์ เลียววาริณ ทุกเล่มแล้ว (ยกเว้นปกที่ไม่มีของแล้ว)
ของแท้ต้องมีตรา "OFFICIAL STORE วินทร์ เลียววาริณ"
หรือตราการ์ตูน WinBook
หนังสือทุกเล่มมีลายเซ็นนักเขียน
2- แชร์
- 24
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
เหลืออีกสองอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม หายใจอีกสองสามเฮือกก็หมดปี
อาทิตย์นี้ยุ่งหน่อย เพราะกำลังเตรียมงานหนังสือที่จะเริ่มวันที่ 23 ตุลาคม
งานหนังสือรอบนี้อาจไม่ได้ไปงานวันละสองรอบเหมือนก่อน เพราะเหนื่อย ปีนี้เจอผ่าตัดใหญ่ บวกป่วยไข้เล็กๆ น้อยๆ ตัดกำลังไปเยอะ จึงจะยังไปงาน แต่ลดความถี่ลง
เดี๋ยวค่อยประกาศวันเวลาที่ผมจะไปให้ทราบ
ถ้าเจอกัน ก็ทักทาย คุยกัน
ถ้าไม่เจอกัน ก็ไม่เจอกัน ทำไงได้ล่ะ
ใครอยากพบปะ-สนทนากับนักเขียน ก็เชิญ เพราะจะจัดงานหนังสือได้สักอีกกี่ครั้ง ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม
ส่วนใครเดือดร้อนเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็มาขอได้ คนละล้านสองล้านจะเป็นไรไป เงินเรามีเยอะ ขอน้อยกว่าล้านถือว่าดูถูก!
สวัสดีวันจันทร์ ขอให้มีความสุขโดยถ้วนหน้า รักษาสุขภาพด้วย ฝนนี่ไม่ยอมเลิกเลยนะ
วินทร์ เลียววาริณ
19-10-262- แชร์
- 28
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
นักเขียนฝรั่งอีกคนหนึ่งที่เป็นนักเขียน outliner คือ เจมส์ แพตเตอร์สัน (James Patterson)
คนนี้ทำงานเป็นไฟ
แพตเตอร์สันคิดเร็ว ทำงานทุกวัน
นอกเหนือจากเขียนแบบบินเดี่ยวแล้ว เขายังทำงานร่วมกับนักเขียนคนอื่น (co-author) อีกน่าจะหลายสิบคน
เขาจะยื่น outline เรื่องให้อีกฝ่ายไปทำงาน เปลี่ยน outline ได้บ้างตามสมควร
แพตเตอร์สันมี outline หรือโครงเรื่องเป็นพัน ใส่ในชิ้นชัก ถ้าลงมือเขียนเองหมด ก็คงต้องใช้เวลาสักหมื่นปี จึงมีนักเขียนร่วมจำนวนมาก ทำให้สามารถผลิตงานออกมามากมายในแต่ละปี เช่น ชุดนักสืบ Alex Cross แตกตัวไปหลายสิบเล่ม โดยตนเองคิดโครง ให้นักเขียนร่วมไปเขียน,า
James Patterson บอกว่า "ถ้าคุณมีเรื่องดี คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักเขียนที่ดี"
เรื่องดีสำคัญที่สุด
แต่ไม่ทุกคนเห็นด้วยกับการสร้างแบรนด์นักเขียนมาให้ใครก็ได้เขียน เพราะมันดูเหมือนการหาเงินมากกว่าการสร้างสรรค์งานศิลปะ
เสียงต้านดังที่สุดน่าจะเป็นของ สตีเฟน คิง (ขายหนังสือได้ 400 ล้านเล่ม) คิงบอกว่าแพตเตอร์สัน "เป็นนักเขียนห่วยแตก แต่ประสบความสำเร็จ"
แพตเตอร์สันบอกว่า "ไอ้เวรนี่จิกกูมาหลายปีแล้ว แต่ไม่มีปัญหา"
ไม่ถือสา เพราะเสียเวลานับเงิน
ห่วยแตกหรือไม่ห่วยไม่รู้ รู้แต่ว่าแพตเตอร์สันขายหนังสือไปแล้ว 425 ล้านเล่ม เป็นนักเขียนคนแรกที่ขายอีบุ๊คได้หนึ่งล้านเล่ม รายได้รวมประมาณ 700 ล้านเหรียญ
ใครบอกว่านักเขียนไส้แห้ง
วินทร์ เลียววาริณ
18-10-26ป.ล. ตอนนี้ พุ่มรัก พานสิงห์ หมายเลข 11 กำลังเดินหน้าช้าๆ เพราะอยู่ในช่วงทำ outline
ว่าจะจ้าง co-author สัก 20 คนมาช่วย แต่ไม่มีเงินจ้าง
2- แชร์
- 29
