• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    "เยอรมนี ไปมั้ย?"

    "ไม่ครับ"

    "ฝรั่งเศส ไปมั้ย?"

    "ไม่ดีกว่าครับ"

    "อังกฤษ?"

    "ไม่เหมือนกันครับ"

    "เกาหลีใต้?"

    "ไม่"

    "ไม่ไป?"

    "ไม่ว่างไปครับ กำลังถ่ายซีรีส์ใหม่"

    "ก็คือไม่ไป?"

    "ใช่ก็ได้ครับ"

    "จีนล่ะ ไปมั้ย?"

    "เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ"

    "ยากอะ แปลเป็นอังกฤษได้มั้ย?"

    "Eat auntie no communication."

    "ตกลงไปไม่ไป?"

    "มิเห็นโลงมิหลั่งน้ำตา No see coffin no tears."

    "อืม! very deep indeed. แปลว่าไม่อยากรบ?"

    "ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง"

    "ยากอะ แปลเป็นอังกฤษได้มั้ย?"

    "Suffering sea is limitless, return heart is shore."

    "ญี่ปุ่น?"

    "ไปค่ะ"

    "ดีมาก"

    "ญี่ปุ่นเดินตามหลักเซนค่ะ ไปคือไม่ไป ไม่ไปคือไป"

    "เสียเวลากูจริงๆ ถามคนไทยดีกว่า ไปรบกันมั้ย?"

    "อยากไปนะ แต่เรามีแต่เรือประมง"

    วินทร์ เลียววาริณ
    17-3-26

    1
    • 0 แชร์
    • 25
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เวลาคุณไปซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง เมื่อคนขายบอกว่าขายมันไปแล้ว คุณมักจะรู้สึกว่าสินค้าชิ้นนั้นมีค่าสูงกว่าเดิม

    เมื่อคนที่คุณหมายปองไปรักคนอื่น คุณรู้สึกว่าเขาหรือเธอมีคุณค่าสูงขึ้นกว่าเดิม และอดรู้สึกเสียดายมิได้ ทั้งที่เดิมทีคุณไม่ได้มองใครคนนั้นพิเศษกว่าคนอื่น

    เพื่อนคนหนึ่งของผมไม่เคยสนใจหญิงสาวที่แสดงท่าทีว่าชอบเขา ทว่าเมื่อเธอไปคบกับชายอื่น เขาก็เกิดอาการ ‘เสียดายของ’ อย่างแรง จนถึงขั้นอกหัก

    เขาบอกว่า เพิ่งรู้ตัวว่ารักเธอคนนั้น ขณะที่ผมเชื่อว่า หากผู้หญิงคนนั้นไม่ไปควงคนอื่น เขาคงรู้สึกเฉย ๆ

    อาการ 'เสียดายของ' เป็นเรื่องแปลก เป็นส่วนผสมระหว่างความชอบ ความอิจฉา และความเห็นแก่ตัว

    คนจำนวนมากตกในกับดักของความเสียดาย สะท้อนออกมาด้วยคำพูดว่า "รู้อย่างนี้ ตอนนั้นทำอย่างนั้นไปแล้ว"

    เสียดายที่ตอนนั้นไม่เรียนให้จบ ไม่เช่นนั้นตอนนี้ก็เป็นหัวหน้าไปแล้ว

    เสียดายที่ตอนนั้นไม่ออกไปเปิดกิจการเอง ไม่เช่นนั้นตอนนี้ก็ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว

    เสียดายที่ตอนนั้นไม่แต่งงานกับเขา ไม่เช่นนั้นตอนนี้ก็รวยแล้ว

    และอีกหลาย ๆ 'เสียดายที่' กับ 'ไม่เช่นนั้นตอนนี้ก็...'

    'เสียดายที่' หลายอย่างเกิดจากการขาดปัญญาหรือมองโลกแคบไป เช่น เรียนไม่จบ คบคนไม่ดี ความเสียดายแบบนี้อาจแก้ได้โดยการเรียนและสังเกตมากขึ้น

    'เสียดายที่' หลายอย่างเกิดจากความไม่กล้า เช่น ไม่กล้าเปลี่ยนงาน ไม่กล้าลาออกไปตั้งกิจการใหม่ ไม่กล้าจีบสาว ไม่กล้าแย้งพ่อแม่ ไม่กล้าปฏิเสธเพื่อนไม่ดี ฯลฯ

    ในความจริง มีหลาย ๆ 'เสียดายที่' ที่เราไม่อาจคาดการณ์ได้ หรือเกินการคาดการณ์ จึงไม่ควรนำพากับความเสียดายแบบนี้

    แต่ยังมีอีกหลาย ๆ 'เสียดายที่' ที่เราอาจคุมหรือเปลี่ยนได้ในวันนี้ ยกตัวอย่างเช่น การเลิกเรียนเพราะขี้เกียจ การไม่คิดใฝ่หาความรู้ทักษะเพิ่มเติม การไม่ดูแลสุขภาพของตัวเอง การผ่านเวลาไปกับอบายมุข ฯลฯ

    นี่เป็น 'เสียดายที่' ซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ ขอเพียงเปิดโลกทัศน์ มีเมตตาเปิดใจกว้าง ใช้สมองเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น

    เมื่อนั้น 'เสียดายที่' ก็จะเปลี่ยนเป็น 'ดีจังที่ทำ'

    วินทร์ เลียววาริณ
    17-3-26

    จาก สองแขนที่กอดโลก
    49 บทความกำลังใจ
    ได้รับคัดเลือกเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
    ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 3.8 บาท
    https://www.winbookclub.com/store/detail/86/สองแขนที่กอดโลก 

    1
    • 0 แชร์
    • 20
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    นาทีนี้ Sinners และ One Battle After Another กวาดรางวัลใหญ่

    เมื่อปีก่อนผมรีวิวสองเรื่องนี้ ดีทั้งคู่ แต่ผมให้ One Battle After Another 10/10 และ Sinners 8.5/10

    วันนี้ One Battle After Another ได้รับรางวัล Best Picture และ Best Director

    ทั้งคู่ก็ได้รับรางวัลบทยอดเยี่ยม

    ขอยกรีวิวเมื่อปีก่อนมาให้อ่านอีกรอบ

    ....................

    (รีวิว One Battle After Another)

    Paul Thomas Anderson เป็นนักสร้างหนังที่ไม่ได้ผลิตหนังในปริมาณมาก เมื่อเทียบกับระยะเวลาในโลกภาพยนตร์ เขาเป็นคนให้เรา Boogie Nights (1997), There Will Be Blood (2007) ฯลฯ

    หนังของเขามีเอกลักษณ์และดูไม่ง่ายนัก เรื่องล่าสุดที่เพิ่งเข้าโรงคือ One Battle After Another

    ผมตีตั๋วเข้าโรงโดยไม่รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องอะไร ไม่อยากรู้ แค่ดูชื่อผู้กำกับคนเดียวก็พอ

    นี่เป็นหนังบ้าเรื่องหนึ่ง ยาว 2 ชั่วโมง 40 นาที หนังมีโทนเรื่องแบบ No Country for Old Men (2007) ของพี่น้องโคเอน บวก Civil War (2024) ของ อเล็กซ์ การ์แลนด์

    นี่เป็นหนังสะท้อนและเสียดสีสังคม ความยุติธรรม ความฝันที่จะเปลี่ยนโลกที่ดีกว่าเดิม การดิ้นรนเพื่อไต่บันไดสถานะทางสังคม ความแตกต่างของชนชั้นระหว่างคนผิวขาว (white supremacy) กับแรงงานระดับล่างที่ลักลอบเข้าเมืองเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ทั้งหมดมายำรวมกันเป็นความโกลาหล

    หากจัดตระกูลหนัง มันก็เป็นส่วนผสมของทริลเลอร์ ดรามา การเมือง การต่อสู้ แต่ละฉากที่ปรากฏไม่สามารถคาดเดาฉากต่อไปได้

    และสิ่งที่ไม่นึกว่าจะเห็นในหนังตระกูลนี้คืออารมณ์ขันมืดที่แทรกเข้ามาเป็นระยะ ยกตัวอย่าง เช่น นักปฏิวัติที่ลืมรหัสสำคัญขององค์กรลับ

    หนังเดินเรื่องเร็ว ฉับไว จังหวะดี กระชับ ดนตรีดี ในส่วนที่เป็นทริลเลอร์ เช่น ฉากไล่ล่าบนถนนบนเนินสูงต่ำทำได้ดี ระทึกใจ

    หนังมีจุดตำหนิบ้าง บางฉากไม่มีความจำเป็นต้องมีอยู่ในเรื่อง บางฉากยืด แต่โดยรวมเป็นหนังทรงพลังเรื่องหนึ่ง แฟนหนัง Paul Thomas Anderson คงพึงใจ

    10/10
    26-9-25

    ...................

    (รีวิว Sinners)

    ในปี 1983 ตอนที่ผมยังใช้ชีวิตที่อเมริกา มิวสิก วิดีโอ ชุดหนึ่งเกือบทำให้โลกแตก คือ Thriller ของ ไมเคิล แจ็คสัน กำกับโดย จอห์น แลนดิส (คนกำกับ An American Werewolf in London, Twilight Zone: The Movie)

    จุดเด่นของ มิวสิก วิดีโอ นี้คือการใช้ธีมหนังสยองขวัญ นักร้องนักเต้นเป็นซอมบี้ ให้ภาพที่พิลึก เป็นส่วนผสมของดนตรีไพเราะกับภาพสยองขวัญ มีความสดใหม่

    แล้วเราสามารถทำหนังที่โยงดนตรีเข้ากับองค์ประกอบสยองขวัญได้ไหม? คำตอบคือหนังเรื่อง Sinners ที่เพิ่งเข้าโรง

    Sinners รวมดนตรีบลูของคนผิวสีเข้ากับเรื่องแวมไพร์ แต่ไปไกลกว่านั้นคือผูกเข้ากับเรื่องความเป็นพลเมืองชั้นสองของคนผิวสีในสหรัฐฯ ในยุคที่สถานสาธารณะทั้งหลายแบ่งเป็นส่วนคนผิวขาวกับคนผิวสี

    ดังนั้นมองในมุมหนึ่ง Sinners เป็นหนังสยองขวัญ มองอีกมุมหนึ่ง มันเป็นหนังสะท้อนสังคม

    หนังเต็มไปด้วยความรุนแรงและเลือดสาด ภาพสยองขวัญปรากฏเป็นระยะ แต่หากมองข้ามตรงนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือการอุปมา สะท้อนและเสียดสีสภาพสังคมอเมริกายุคนั้น ความย้อนแย้งของเสรีภาพในรัฐธรรมนูญกับการเหยียดสีผิว ความรุนแรงของกลุ่ม Ku Klux Klan กับความรุนแรงของแวมไพร์

    นี่ก็คือความสดใหม่ของหนัง

    หนังมีกลิ่นของ From Dusk till Dawn + Django Unchained + Get Out มันดีกว่าสองเรื่องแรก แต่สู้ Get Out ไม่ได้

    และเป็นหนังที่เมื่อดูจบแล้ว เราอาจจำแวมไพร์ไม่ได้ เพราะในโลกของการเหยียดสีผิว มนุษย์นั้นร้ายกว่าแวมไพร์

    8.5/10
    25-4-25

    1
    • 0 แชร์
    • 31
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    (หมายเหตุ นี่คือผลงาน Creative writing ไม่ใช่บทความการเมือง)

    ......................

    ผลรางวัลออสการ์ปีนี้จะประกาศในคืนวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมนี้ (คือพรุ่งนี้เช้า)

    เราไม่รู้ว่าใครจะชนะรางวัลอะไร แต่เรารู้มาสิบกว่าวันแล้วว่า หนังเข้ารอบเรื่องใดมีบทบาทในสงครามอิหร่าน

    ใช่ ชื่อหนังที่เข้ารอบออสการ์ปีนี้ เข้ากับสงครามอิหร่านเป๊ะ

    เชิญอ่าน (ชื่อหนังใช้ตัวพิมพ์ใหญ่)

    ......................

    สงครามอิหร่านปี 2026 เกิดจากพวก SINNERS วางแผนบุกอิหร่าน หลังจากเมื่อปีก่อนอิสราเอลถล่มอิหร่านมาหนึ่งรอบแล้ว

    ความฝันของอิสราเอลคือขยายดินแดน เป็น TRAIN DREAMS ที่ไม่เคยหยุด

    ปีนี้อิสราเอลใช้กองทัพสหรัฐฯเป็นอวตารรบแทนเช่นเคย AVATAR: FIRE AND ASH ก่อไฟสงคราม

    สหรัฐฯกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นปิศาจ เป็น FRANKENSTEIN ที่ต้องกำจัด เพราะเชื่อว่าเป็นฝ่ายล่าปิศาจ KPOP DEMON HUNTERS

    มันเริ่มต้นที่ซีไอเอและอิสราเอลส่ง THE SECRET AGENT ลงพื้นที่ ทำงานวางแผนเตรียมบุก

    หลังจากนั้นก็ระดม WEAPONS เข้าไปจำนวนมากเข้าไปในตะวันออกกลาง ระดมสรรพสัตว์ป่าสงคราม ZOOTOPIA 2 ไปยังอ่าวเปอร์เซีย

    อิหร่านบอกว่า IF I HAD LEGS I'D KICK YOU เพราะแผ่นดินอิหร่านบ้านเกิดเป็น SENTIMENTAL VALUE

    ในวันแรกของสงคราม สหรัฐฯยิงขีปนาวุธถล่มโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งของอิหร่าน ฆ่าเด็กไป 168 คน มันคือ CHILDREN NO MORE: "WERE AND ARE GONE"

    นี่ไม่ใช่การฆ่าเด็กครั้งแรก ก่อนหน้านั้นคือ THE VOICE OF HIND RAJAB ซึ่งเป็นรอยด่างของนักฆ่าเลือดเย็น BUTCHER'S STAIN

    ทัพผู้รุกรานก็ยังสังหารผู้นำอิหร่าน แต่ภายหลังเชื่อกันว่าความตายของเขาเป็น RETIREMENT PLAN ที่วางแผนมาล่วงหน้าแล้ว

    สหรัฐฯและอิสราเอลยุ่งกับการทิ้งระเบิดทุกวัน THE DEVIL IS BUSY ทิ้งระเบิดพลังสูง THE SMASHING MACHINE ซึ่งหมายเจาะลึกถึงชั้นใต้ดิน CUTTING THROUGH ROCKS แต่ไม่สำเร็จ

    อิหร่านบอกว่า ระเบิดลงตึกว่างเปล่า ALL THE EMPTY ROOMS เพราะขนระเบิดออกไปก่อนแล้ว

    ช่วงสงครามอิหร่าน ชาวโลกต่างเลิกสนใจสงครามยูเครนชั่วคราว และลืมเซเลนสกี MR. NOBODY AGAINST PUTIN

    ยุทธศาสตร์ของอิหร่านคือถล่มประเทศเพื่อนบ้าน THE PERFECT NEIGHBOR ด้วยโดรนราคาถูก เครื่องบินสหรัฐฯถูกทำลายหลายลำ สหรัฐฯบอกว่า IT WAS JUST AN ACCIDENT

    ประเทศตะวันตกออกมาประสานเสียงตอบรับลูกพี่ใหญ่ ราวกับ THE SINGERS ประณามอิหร่าน น้ำลายกระเซ็น TWO PEOPLE EXCHANGING SALIVA

    แล้วทั้งโลกก็ปั่นป่วนเมื่อยักษ์ใหญ่สู้กัน มันคือ JURASSIC WORLD REBIRTH

    ใช่ มันเป็น ONE BATTLE AFTER ANOTHER

    วินทร์ เลียววาริณ
    15-3-26

    1
    • 0 แชร์
    • 24
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    สมัยก่อนเวลาเถ้าแก่ไปสู่ขอลูกสาวให้หนุ่มไหน พ่อแม่หญิงสาวจะถามไถ่เรื่องรายได้ของชายหนุ่มคนนั้นว่า มีเงินพอจะเลี้ยงดูลูกเมียไหม ความสามารถในการหาเงินเป็นมาตรวัดทางอ้อมว่าลูกสาวจะมีความสุขในชีวิตคู่

    ความรักอย่างเดียวไม่ว่าจะดูดดื่มแค่ไหนก็ไม่พอ เงินก็สำคัญ

    เคยได้ยินผู้หญิงพูดกันเล่น ๆ ไหมว่า “ฉันรักผู้ชายดี หลงผู้ชายเลว ชอบผู้ชายห่าม แต่ขอแต่งงานกับผู้ชายรวย!”

    ในสเกลใหญ่ระดับประเทศ เราก็วัดความเจริญรุ่งเรืองของชาติที่รายได้เหมือนกัน มาตรนี้เรียกว่า GDP - Gross Domestic Product

    จีดีพี หรือ จ.ด.พ. วัดความสำเร็จและความเจริญของชาติด้วยตัวเลขความเติบโตทางเศรษฐกิจโดยคำนวณจากมูลค่าตลาดของสินค้าและบริการที่ประเทศหนึ่ง ๆ ผลิตขึ้น เราใช้ จ.ด.พ. วัดมาตรฐานการครองชีพของประชากรในประเทศนั้น ๆ

    ผู้นำประเทศต่าง ๆ มักบอกประชาชนให้เข้าใจโดยนัยว่า ค่า จ.ด.พ. ยิ่งสูง คุณภาพชีวิตยิ่งดี แต่ค่า จ.ด.พ. สูงไม่ได้มีความหมายอะไรนอกจากจะบอกว่าประเทศนั้นมีเงิน

    ปัญหาคือ จ.ด.พ. ไม่สนใจว่าผลผลิตนั้นใช้ทรัพยากรของชาติใด ไม่แคร์ว่ากระบวนการได้ตัวเลขสูง  ๆ ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ มันไม่ได้วัดว่าธรรมชาติเสื่อมโทรมลงเท่าไร ส่งผลกระทบต่อโลกในด้านลบแค่ไหน เช่น ปลดปล่อยธาตุคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศจนทำให้โลกร้อนมากน้อยเพียงใด หรือไก่ที่ยืนในกรงแคบ ๆ ตลอดชีวิตจะทนทุกข์ทรมานแค่ไหน

    จ.ด.พ. จึงเป็นเพียงค่าทางตัวเงิน ไม่ใช่ค่าทางจิตใจ ไม่ใช่ค่าคุณภาพชีวิต มันไม่อาจวัดได้ว่าคนมีความสุขหรือไม่

    ระบบเศรษฐกิจชอบผูกคำว่า ‘รายได้’ เข้ากับคำว่า ‘ความสุข’ เราจึงได้ยินแต่คนพูดเรื่องเศรษฐกิจและการสร้างหนี้เพื่อ ‘ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ’ กู้แล้วกู้อีก ใช้หมดแล้วก็กู้ใหม่ ประเทศเราไม่เคยว่างเว้นจากหนี้สิน และกู้กันหนักมือขึ้น มีคนคำนวณว่า เราต้องใช้เวลาห้าสิบปีในการ จ่ายหนี้ก้อนใหญ่ล่าสุดที่กู้มา

    ว่าก็ว่าเถอะ เหล่านี้เป็นหนี้สินที่พอชำระคืนได้ แต่หนี้ที่สำคัญที่สุดซึ่งเราไม่มีปัญญาชดใช้คือความเสื่อมของธรรมชาติและความหมดสิ้นของทรัพยากร เราตัดป่าด้วยอัตราเร็วเหมือนว่าต้นไม้สามารถงอกคืนได้ภายในวันเดียว เราเอาของทุกอย่างมาจากธรรมชาติ ขุดน้ำมัน เหล็ก ทอง เพชร ฯลฯ แต่ไม่อาจชดใช้คืนให้ธรรมชาติ เพราะกระบวนการของธรรมชาติกินเวลานานกว่าอารยธรรมของมนุษยชาติ

    มันก็คือการขโมยทรัพยากรจากลูกหลานของเรานั่นเอง ทุกครั้งที่ตัดป่าทำลายธรรมชาติ เปลี่ยนสภาพดินฟ้าอากาศให้วิปริต โลกอนาคตของลูกหลานเราก็หดแคบลง ลูกหลานเราเป็นคนที่รับกรรมจากการแข่งกันสร้าง GDP ของเราในวันนี้

    และเมื่อน้ำมันหมดโลก ป่าเหี้ยนหายเมื่อไร จ.ด.พ. อาจย่อมาจาก ‘จนดีพี่’, ‘เจ๊งดีพี่’ และ ‘ เจ็บดีพี่’

    GDP โดยตัวมันเองไม่ใช่เรื่องดีหรือเรื่องร้าย มันเป็นแค่ตัวเลข เหมือนตัวเลขในบัญชีธนาคารของเรา ตัวเลขเหล่านี้ไม่มีความหมายอะไรเลยจนกระทั่งเราเชื่อว่าต้องมีตัวเลขสูง ๆ จึงจะมีความสุข

    คนที่มีรายได้สูงอาจสามารถจับจ่ายได้มากกว่า คล่องตัวกว่า แต่ไม่ได้แปลว่ามีความสุขมากกว่า

    บางทีเราควรหันไปแข่งขันตัวเลขของความสุขหรือ จ.ด.พ. หัวใจมากกว่า

    จ.ด.พ. =  จิตดีพี่

    จ.ด.พ. =  เจริญ(ทางใจ)ดีพี่

    จ.ด.พ. =  แจ่มดีพี่

    เพราะ จ.ด.พ. ทางเศรษฐกิจหรือจะสู้ จ.ด.พ.  ของความสุข

    ภูฏานน่าจะเป็นประเทศแรกที่ใช้หลัก ‘จิตดีพี่’ เป็นวาระแห่งชาติ เรียกว่า GDH - Gross Domestic Happiness

    จ.ด.ฮ.

    จิตดี-แฮปปี้

    มันก็คืิอ GDP ของหัวใจนั่นเอง ตัวเลขยิ่งมาก คนยิ่งมีความสุข

    นี่ไม่ใช่ความคิดใหม่ คนโบราณก็ทำอย่างนี้มานานแล้ว อยู่อย่างง่าย ๆ พอเพียง และมีความสุข

    เมื่อผูกความพอเพียงเข้ากับเศรษฐกิจ มันก็กลายเป็นปรัชญา ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ปรัชญาการใช้ชีวิตของปู่ย่าตายายของเรา

    พอเพียงก็คือวิถีแห่งพุทธ พอเพียงคือการปล่อยวาง พอเพียงคือรู้จักหยุด

    พอเพียงเมื่อไรก็เย็น

    เมื่อใช้หลักนี้ในทางโลกและวิถีชีวิต ก็จะได้ชีวิตที่ตัวเลข GDP ให้ไม่ได้ นั่นคือความสุขเย็น

    วินทร์ เลียววาริณ
    16-3-26

    อ่านฉบับเต็มได้จาก รอยยิ้มใต้สายฝน
    35 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 5 บาทเศษ
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/139/รอยยิ้มใต้สายฝน 

    https://s.shopee.co.th/8Ke0htOJcm 

    โปรโมชั่นชุด https://www.winbookclub.com/store/detail/234/R3%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%203 

    https://s.shopee.co.th/8Ke0htOJcm 

    1
    • 0 แชร์
    • 34