-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ด้วยอานิสงส์จากหนังเรื่อง Disclosure Day ช่วงนี้มีคนคุยกันเรื่องมนุษย์ต่างดาวมาก ร้อยละ 99 เป็น speculation
speculation คือการคุยแบบคาดเดาเอาเอง ไม่มีหลักฐานประกอบ
เช่น มนุษย์ต่างดาวมาที่โลกเรายังไง ซ่อนในมิติอื่น ฯลฯ
speculation ไม่มีพิษภัยอะไรตราบที่เรารู้ว่าเรากำลังคุยเล่นโดยไม่มีหลักฐาน มันช่วยเรื่องจินตนาการ และทำให้เราคิดกว้าง หาทางเลือกใหม่ๆ
แต่หากยึดมั่น speculation เป็นของจริงเมื่อไร สมองก็ฝ่อเมื่อนั้น
ว่างๆ จะคุยเรื่องนี้ แต่วันนี้ขอเคลียร์เรื่องที่มาของจานบินตามสัญญาก่อน
ผมรู้จักจานบินมาตั้งแต่เด็ก นิตยสารสมัยนั้นลงรูปจานบินบ่อยๆ และเราก็ได้รับการปลูกฝังผ่านสื่อภาพยนตร์ว่า จานบินคือยานพาหนะของมนุษย์ต่างดาว
ตอนนั้นยังเป็นเด็ก ยังไม่รู้ว่าการเดินทางข้ามดาราจักรไปเยี่ยมโลกอื่นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก หรืออาจเป็นไปไมได้ด้วยซ้ำ เพราะขนาดของจักรวาล
ยังไม่ต้องเอ่ยถึงจานบินเรียบๆ ธรรมดา จะข้ามดาราจักรได้อย่างไร
หลายคนคงไม่รู้ว่าดาราจักรหนึ่งกว้างใหญ่ขนาดไหน และมีกี่ดาราจักรในจักรวาล (จุดนี้ค่อยว่ากันวันหลัง ติดไว้ก่อน)
แต่ทำไมทุกสื่อในโลกจึงเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวโดยสารจานบิน ทรงกลมๆ แบนๆ
คำตอบคือทุกคนถูกสื่ออเมริกาสะกดจิตมาตั้งแต่ปี 1947
เกิดอะไรขึ้นในปีนั้น?
คาร์ล เซเกน อธิบายในหนังสือ The Demon-Haunted World ว่าคำว่า ในวันที่ 24 มิถุนายน 1947 นักบินพลเรือน เคนเนธ อาร์โนลด์ บินผ่านภูเขาเรนเนียร์ รัฐวอชิงตัน เขาเห็นบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล จึงรายงานการพบวัตถุประหลาดเก้าชิ้นซึ่งมีวิถีบินที่ประหลาดมาก
หนังสือพิมพ์รายงานข่าวนี้ทันทีว่ามีการพบจานบินจากต่างดาวเป็นครั้งแรก
สามปีต่อมา ในวันที่ 7 เมษายน 1950 นักข่าวซีบีเอสชื่อ เอ็ดเวิร์ด เมอร์โรว์ สัมภาษณ์นักบิน เคนเนธ อาร์โนลด์ คนนี้
เคนเนธ อาร์โนลด์ อธิบายว่า เรื่องทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิดกันอย่างมโหฬาร เขาบอกว่า ในวันนั้นเขาแจ้งทางหนังสือพิมพ์ว่า วัตถุประหลาดเก้าชิ้นที่เขาพบในวันนั้นดูเหมือน "เรือที่แล่นบนน้ำอย่างรุนแรงมาก"
เขาเปรียบเทียบว่า "พวกมันบินเหมือนเราขว้างจานร่อน (saucer) ข้ามน้ำ"
หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวว่า "ยานจากต่างดาวนั้นมีรูปทรงเหมือนจานบิน (flying saucer)"
สรุปเสร็จสรรพว่าเป็นยานต่างดาว และมีรูปทรงเหมือนจานร่อน
นี่เป็นการอ้างคำพูดที่ผิดครั้งมโหฬารที่สุดในโลก ที่น่าตลกคือไม่มีใครสนใจในการแก้ข่าว หรือเจตนาไม่แก้ข่าว ราวกับว่าไม่มีใครอยากรู้ความจริง
ยานอวกาศจากต่างดาวที่พบกันตั้งแต่นั้นก็มีรูปร่างเป็นจานบินไปดังฉะนี้
สรุปก็คือจานบินเป็นอุปมา แต่ชาวโลกเชื่อว่าเป็นความจริง ดังนั้นมันจึงกลายเป็น 'ความจริง'
นี่คือเหตุผลที่บอกว่า ทำไมอ่านแต่ speculation ไม่สนใจหาหลักฐาน สมองจึงฝ่อ
วินทร์ เลียววาริณ
14-6-261- แชร์
- 16
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
อาจารย์โฮชินอาศัยในเมืองจีนหลายปี แล้วจึงกลับไปญี่ปุ่นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลูกศิษย์มากมาย ในบั้นปลายชีวิต ท่านเล่าเรื่องหนึ่งให้ศิษย์ฟัง เป็นเรื่องที่ท่านได้ยินมาจากเมืองจีน เรื่องมีอยู่ว่า
"มีอยู่ปีหนึ่ง ในวันที่ 25 ธันวาคม อาจารย์โทคุฟุอายุมากแล้ว บอกศิษย์ว่า "อาตมาจะไม่มีชีวิตอยู่อีกในปีหน้า" เย้าว่า "ดังนั้นพวกเจ้าควรดูแลอาตมาให้ดีในไม่กี่วันที่เหลืออยู่ในปีนี้"
ศิษย์คิดว่าอาจารย์ล้อเล่น แต่เนื่องจากท่านเป็นอาจารย์ที่ดีมาก และมีเมตตาสูง ศิษย์ก็ดูแลท่านอย่างดี
คืนสุดท้ายของปีนั้น โทคุฟุบอกศิษย์ว่า "พวกเจ้าดูแลอาตมาอย่างดี อาตมาจะจากพวกเจ้าไปตอนบ่ายของวันพรุ่งนี้ เมื่อหิมะหยุดตก"
ศิษย์พากันหัวเราะ คิดว่าท่านชรามากแล้ว และพูดจาเลอะเลือน อีกประการคืนนั้นฟ้าใสไร้วี่แววของหิมะ
เที่ยงคืนนั้น หิมะเริ่มโปรยลงมา บ่ายวันรุ่งขึ้น พวกเขาพบว่าอาจารย์ชราจากโลกไปแล้ว"
.......................
อาจารย์โฮชินเล่าจบแล้วก็บอกศิษย์ของตนว่า "ไม่จำเป็นที่อาจารย์เซนจะทำนายวันตายของตัวเอง แต่หากอยากจะทำ ย่อมทำได้"
ศิษย์คนหนึ่งถาม "แล้วอาจารย์ทำได้หรือไม่?"
"ได้..." อาจารย์โฮชินตอบ "...อาตมาจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นอีกเจ็ดวันข้างหน้า"
ศิษย์พากันหัวเราะ และไม่เชื่อ ไม่กี่วันก็ลืมเรื่องนี้สนิท
ครั้นผ่านไปเจ็ดวัน อาจารย์โฮชินก็ชุมนุมศิษย์อีกครั้ง
"เจ็ดวันก่อน อาตมาบอกว่าจะจากพวกเจ้าไป เป็นธรรมเนียมที่จะเขียนบทกวีอำลา แต่อาตมาไม่ใช่ทั้งกวีและจิตรกรคัดลายมือ ใครสักคนช่วยเขียนคำพูดสุดท้ายของอาตมาเถิด"
ท่านมองศิษย์ทั้งหลายอย่างเปี่ยมเมตตา "พร้อมแล้วหรือไม่?"
"พร้อมแล้ว" ศิษย์ตอบ
ดังนั้นอาจารย์จึงกล่าวขึ้น
"อาตมามาจากความสุกใส
และกลับคืนสู่ความสุกใส
นี่คืออะไร"ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า "อาจารย์... กวีบทนี้ขาดไปหนึ่งบาท"
อาจารย์โฮชินตะโกนด้วยเสียงดังดั่งราชสีห์ "ก้า!" แล้วจากโลกไป
ขยายความ : ในบทกวีห้าระดับ (Verses of the Five Ranks) ของต้งซานเหลียงเจี้ย การเปล่งเสียง "ก้า!" เป็นระดับที่หนึ่งในห้าระดับของการบรรลุธรรม เป็นประสบการณ์ของการพบความตายที่ยิ่งใหญ่ พบว่าสิ่งปรุงแต่งทั้งหลายเป็นเพียงมายา การรู้แจ้งนั้นไร้ตัวตน วัฏสงสารนั้นไร้ต้วตน นิพพานนั้นไม่มีตัวตน เฉกเช่นท้องฟ้าที่ก้อนเมฆทั้งหลายถูกกวาดทิ้งไปสิ้น
............................
วินทร์ เลียววาริณ
14-6-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1- แชร์
- 18
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
สปิลเบิร์กสร้างหนังเกี่ยวมนุษย์ต่างดาวเรื่องแรกเมื่อ 50 ปีก่อน คือ Close Encounter of the Third Kind
รู้ไหมว่าชื่อนี้แปลว่าอะไร?
Close Encounter เป็นศัพท์ที่ตั้งโดยนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน J. Allen Hynek หมายถึงการพบกันระหว่างมนุษย์เรากับสิ่งทรงภูมิปัญญาต่างดาว
เราจัดรูปแบบการพบกับสิ่งทรงภูมิปัญญาจากต่างดาวไว้สามแบบคือ
1 Close Encounter of the First Kind เป็นการพบแบบห่าง ๆ เช่น เห็นจานบินบนท้องฟ้า
2 Close Encounter of the Second Kind เป็นการพบแบบใกล้เข้ามาในระยะใกล้ เช่น เห็นจานบินจากต่างดาวลงมาจอดตรงหน้า
3 Close Encounter of the Third Kind เป็นการพบกับมนุษย์ต่างดาวแบบตัวต่อตัว มนุษย์ต่างดาวลงมาทักทายหรือขอยืมเงินจากคนบนโลก
บางครั้งก็เพิ่มอีกสองชนิด คือ Close Encounter of the Forth Kind เป็นการติดต่อกับอารยธรรมต่างดาว และ Close Encounter of the Fifth Kind การถูก 'มนุษย์ต่างดาว' ลักพา
อเมริกาน่าจะเป็นต้นกำเนิดของข่าว UFO มนุษย์ต่างดาว และจานบิน
น่าจะเริ่มจากข่าวเรื่อง Area 51
Area 51 หรือพื้นที่ 51 อยู่ในรัฐเนวาดา สหรัฐฯ เป็นฐานทัพอากาศของอเมริกาใกล้ทะเลสาบกรูม ดราย เนวาดา ฐานทัพแห่งนี้ใช้เป็นที่ทดสอบเครื่องบิน SR 71 และสเตลธ์ แต่คนทั่วไปรู้จักมันในฐานะที่มันเป็นที่ที่มนุษย์ต่างดาวมาเยือนมากกว่า ฝ่ายทหารออกมาชี้แจงหลายครั้งหลายหนว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดก็มิได้ลบความสงสัยของผู้คน
Area 51 ปรากฏในภาพยนตร์จำนวนมาก ไปจนถึงเกมคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งรายการ 60 Minutes ก็ยังเล่นกับเรื่องนี้
ชาวยูเอฟโอเชื่อกันว่ายานของมนุษย์ต่างดาวตกที่ Area 51 ในปี ค.ศ. 1947 หลักฐานที่เป็นที่ฮือฮามากคือฟิล์มภาพยนตร์มัว ๆ ที่ถ่ายการผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวที่มีหกนิ้ว ตาโต หัวโต ถูกนำมาอ้างอิงนับครั้งไม่ถ้วน
ในทศวรรษ 1950 และ 1960 พวกฝรั่งคลั่งไคล้เรื่องการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาวด้วยจานบิน ที่เรียกกันว่า ยูเอฟโอ (Unidentified Flying Objects - UFO)
มีรายงานการพบยูเอฟโอหลายหมื่นราย หลายคนอ้างว่าเป็นการพบแบบ Close Encounter of the Third Kind
หลังจากนั้นเรื่องมนุษย์ต่างดาวก็แพร่หลาย เขียนหนังสือจนรวยกันไปมากมาย
เรื่องที่นำมาเล่าก็มี
1 มนุษย์ต่างดาวจับคนไปผ่าตัดเพื่อศึกษาสรีระของคน
2 มนุษย์ต่างดาวทำยานตกบนโลก แล้วถูกคนจับไปผ่าเพื่อศึกษาสรีระของมนุษย์ต่างดาว
3 มนุษย์ต่างดาวผสมพันธุ์กับคน
4 มนุษย์ต่างดาวโดยสารด้วยจานบิน
เล่าซ้ำไปซ้ำมา
ที่น่าคิดคือ ข่าวเกี่ยวกับ UFO และมนุษย์ต่างดาว 99 เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ และประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ราวกับว่ามนุษย์ต่างดาวฟังออกเฉพาะภาษาอังกฤษ
แปลก ทำไมไม่มาเยือนอีสานถิ่นเฮาบ้าง มนุษย์ต่างดาวเว้าอีสานน่าจะเป็นจุดขายการท่องเที่ยวได้
คำถามคือแล้วเรื่องพวกนี้มีมูลความจริงไหม?
คำตอบคือตอบไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน มีแต่การเคลม
ผ่านมาเกือบ 80 ปีหลังเหตุการณ์ Area 51 ก็ยังคงมีแต่การเล่า แต่ไม่มีใครเอาหลักฐานมาแสดง
นักวิทยาศาสตร์บอกว่าขอแค่หลักฐานวัตถุที่มีไอโซโทปที่ไม่พบในโลกนี้ แค่ชิ้นเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่มีใครสามารถนำมาให้ดู
ทฤษฎีสมคบคิดในโลกนี้เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ยิ่งซับซ้อนยิ่งไม่มีมูลความจริง
เพราะคนเราชอบเรื่องซับซ้อนที่ไม่ต้องจริงก็ได้
ป.ล. พรุ่งนี้จะเล่าที่มาว่า ทำไมมนุษย์ต่างดาวจึงโดยสารจานบินเสมอ
วินทร์ เลียววาริณ
13-6-261- แชร์
- 20
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ
1 คุณวินทร์เลิกเขียนนิยายวิทยาศาสตร์แล้วหรือครับ?
2 คุณวินทร์เรียนจบสถาปัตย์ฯ ทำไมไม่ทำงานสายนี้ครับ?
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6a2bc6efe9ff9a87a61f53d6
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
2- แชร์
- 15
ดูความเห็น 1 รายการ ...Preechaเป็น FC ตั้งแต่ปี 2007 ประมาณเดือนธค . เพิ่งเริ่มทำงานตั้งแต่เรียนจบได้ 3-4ปี ชีวิตเรียน กับทำงานมัน คนละแบบกันอย่างชัดเจน ....... เลยหาหนังสือ อ่าน มาเจอ หนังสือ A Days (ตอนนั้นยังมีขายอยู่ บังเอิญไปเจอ คอลัมน์ที่อา เขียน เหมือนเป็นเชิงทดลอง น่าจะเป็น ภาพรถเข็นผลไม้ และใสเรื่องราวนิดๆหน่อย ....หลังจากนั้นก็หาอ่าน ลากยาวมาถึงปี 2026 ) ตอนนั้นต้องการหนังสือแนวๆ ให้กำลังใจซึ่งดีมากๆ ....มาปรับใช้ชีวิต และการทำงานได้เยอะเลย อ่านบางเรื่อง เกี่ยวกับการไม่ยอมแพ้..,มีแรงทำงานต่อสู้ไปครับ>>>>>. ขอให้อาสุขภาพแข็งแรงครับ ปล ผมอ่านทุกแนวของคุณอาครับ มีเป็นหนังด้วยนะครับ ฝนตกขึ้นฟ้า และปืนใหญ่โจรสลัด -
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
สตีเวน สปิลเบิร์ก คือพ่อมดแห่งภาพยนตร์ เดวิด โคพพ์ คือมือเขียนบทแถวหน้าของฮอลลีวูด เมื่อสองคนนี้มารวมหัวกันทำหนังไซไฟสักเรื่อง ย่อมเป็นเหตุการณ์ที่ผู้คนติดตาม
นี่คือเรื่อง Disclosure Day หนังแนวไซไฟ-มนุษย์ต่างดาว
สปิลเบิร์กลุ่มหลงเรื่องแนวมนุษย์ต่างดาวมาอย่างน้อยก็ห้าสิบปีแล้ว เริ่มที่เรื่อง Close Encounters of the Third Kind (1977) มนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก มนุษย์ต่างดาวมีหน้าตาแบบคน สองแขนสองขาลีบ หัวโต ตาโต
ตามมาด้วย E.T. the Extra-Terrestrial (1982) มนุษย์ต่างดาวก็มีหน้าตาแบบคน สองแขนสองขาลีบ หัวโต ตาโตเหมือนเดิม
ในวงการวิทยาศาสตร์ โอกาสที่สิ่งมีชีวิตต่างดาวหน้าตาเหมือนคน หรือเป็นพวก humanoid นั้นเป็นเรื่องยาก แต่เอาเถอะ นี่เป็นหนัง ยอมหลับตาข้างหนึ่ง ดูซิว่าหนังจะนำเสนออะไรใหม่ๆ บ้าง
(มีสปอยเลอร์)
คำตอบคือมันเป็นหนังเซมเซม คนกลุ่มหนึ่งขโมยความลับของทางการเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว หนีการตามล่าทั้งเรื่อง แล้วจบที่เผยแพร่ความลับนั้น
หนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการแต่งเรื่องให้ซับซ้อน มีองค์ประกอบมากมาย แต่เมื่อนำมารวมกันกลับเลอะ
ความจริงหนังมีองค์ประกอบบางอย่างที่น่าสนใจ เช่น การ 'ถอดร่าง' แต่เมื่อใส่ในโครงเรื่องหลักที่เซมเซม มันก็เป็นเพียงผงชูรสที่ไม่ทำให้หนังไปรอด
หนังเรื่องนี้ชี้ว่าผู้สร้างยังจมในกรอบคิดเดิม ยังยึดมั่นถือมั่นกับมนุษย์ต่างดาวสองแขนสองขาหัวโต ยังไม่สามารถเสนอประเด็นใหม่ในประเด็นเก่าอย่างมนุษย์ต่างดาวที่รอสเวล
ยังคงใช้โครงเรื่องเดิมคือมนุษย์ต่างดาวที่มีความสามารถเดินทางข้ามดาราจักร แต่ทำยานตกบนโลก ตกระกำลำบากบนโลก ปล่อยให้มนุษย์ทำการผ่าตัด
หนังขาดเหตุผล โดยเฉพาะฉากจบที่เมื่อเผยแพร่คลิปลับ ไม่มีสื่อใดสักสื่อในโลกทำการตรวจสอบ ไม่มีใครสักคนในโลกสักคนที่สงสัยว่ามันจริงหรือไม่จริง ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกเฟกนิวส์ทุกวี่ทุกวันเชื่อมันหมด
นี่เป็นงานเสียของ เป็นหนังน่าผิดหวังที่สุดเรื่องหนึ่งของสปิลเบิร์ก
Disappointment Day
5/10
(ฉายทางโรงภาพยนตร์)วินทร์ เลียววาริณ
12-6-26วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
1- แชร์
- 29
