• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หลังจากไอน์สไตน์มีชื่อเสียงจากทฤษฎีของเขา ทุก ๆ ปีเขาต้องไปพูดปาฐกถา เล็กเชอร์ตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ปีละหลายสิบครั้ง ไอน์สไตน์เป็นนักคิด ไม่ใช่คนชอบพูดมาก ดังนั้นบ่อยครั้งเขาก็เบื่อ เขาอยากทำงานเงียบ ๆ มากกว่า แต่ก็ต้องไปตามหน้าที่...

    วันหนึ่งไอน์สไตน์นั่งรถเพื่อไปพูดที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และบ่นกับคนขับรถว่า Wผมเบื่อพูดเล็กเชอร์แล้ว"

    คนขับรถก็พูดว่า "งั้นทำไมไม่ให้ผมขึ้นพูดแทนล่ะครับ?"

    ไอน์สไตน์แปลกใจ เอ่ยว่า "คุณน่ะหรือ?"

    "ใช่ครับ หน้าตาผมก็คล้ายท่าน ใส่หนวดสวมวิกผมฟู ๆ ก็เหมือนแล้ว"

    ไอน์สไตน์ถาม "แล้วคุณจะพูดเรื่องฟิสิกส์ได้หรือ?"

    คนขับตอบว่า "ทำไมจะไม่ได้? ผมฟังท่านเล็กเชอร์มาหลายสิบหนแล้ว ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ความเร็วแสง การบิดเบี้ยวของ space-time"

    "แล้วคนฟังจะเชื่อหรือ?"

    คนขับว่า "โธ่! ท่านพูดแต่ละเรื่อง ก็ไม่มีใครเข้าใจหรอก แต่พวกเขาก็ปรบมือให้ทุกที"

    ไอน์สไตน์บอกว่า "เป็นความคิดที่ดี ผมจะได้พักบ้าง"

    ทั้งสองไปหาซื้อหนวดและวิก เปลี่ยนชุดกัน แล้วเดินทางไปสถานที่เล็กเชอร์ คนขับรถขึ้นไปพูดแทนเจ้านาย ขณะที่ไอน์สไตน์หลบอยู่ในที่นั่งแถวท้ายห้องประชุม

    คนขับรถพูดเหมือนไอน์สไตน์ทุกประการ คนฟังปรบมือเป็นระยะโดยไม่รู้ว่าคนพูดเป็นไอน์สไตน์ตัวปลอม เมื่อจบเล็กเชอร์ นักฟิสิกส์คนหนึ่งก็ยกมือถาม เป็นคำถามยาก ไอน์สไตน์ตกใจ ความคงจะแตกคราวนี้แน่

    คนขับรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ตอบว่า "คำถามนี้มันง่ายเสียจนใคร ๆ ก็น่าจะตอบได้ ผมจะให้คนขับรถของผมที่นั่งอยู่ด้านท้ายห้องตอบก็แล้วกัน”

    วินทร์ เลียววาริณ
    26-8-26

    .........................

    จากนวนิยาย เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี ศจีรมย์ สมถวิล จินตหรา พารัก ปักเสน่ห์ เรวดี ศรีสกาว (ใช่ นิยายชื่อยาวๆ กวนตีนอย่างนี้แหละ Who will why)
    นี่เป็นนวนิยายแนวใหม่ที่นำขำขันตลกๆ ระดับ ‘ขำกลิ้ง’ 400 เรื่องมายำเป็นนวนิยาย
    ค่าคลายเครียดแค่ 330 บาท เฉลี่ยขำละ 80 สตางค์ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    https://www.winbookclub.com/store/detail/188/เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี%20ศจีรมย์%20สมถวิล%20จินตหรา%20พารัก%2520ปักเสน่ห์%20เรวดี%20ศรีสกาว 

    โปรโมชั่น https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201 

    Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/1VjWGyXzed 

    https://s.shopee.co.th/9A8xPCjmLp 

    ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com  มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน

    1
    • 0 แชร์
    • 11
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    รุกฆาต + Mini Exist งานสองเล่มใหม่ของ วินทร์ เลียววาริณ พร้อมให้ pre-order แล้ว

    - pre-order พร้อมกันสองเล่ม เพื่อที่จะได้รู้ว่ายอดจองพอจะพิมพ์ทั้งสองเล่มหรือไม่

    - ถ้าได้พิมพ์ทั้งสองเล่ม เล่มแยกจะจำหน่ายหลังจบ pre-order

    - ราคารวม 2 เล่ม ลดพิเศษเฉพาะช่วง pre-order เหลือ 585.- จากราคาปกรวม 635.-

    - แถมหนังสือ 1 เล่ม เส้นสมมุติ วรรณกรรมคุณภาพ บางเรื่องได้รับรางวัล PEN มูลค่า 200.- (ไม่สามารถเลือกเล่มแถมได้ และหากหนังสือหมด จะเลือกเล่มอื่นให้)

    - ทุกเล่มมีลายเซ็นนักเขียน (ยกเว้นหนังสือแถม)

    - เปิด pre-order เฉพาะ 25 สิงหาคม - 9 กันยายน หลังจากนั้นจะขายราคาเต็ม ไม่มีของแถม และอาจต้องคิดค่าจัดส่งด้วย

    - หากยอดจองไม่พอ จะคืนเงินให้

    .......................

    รายละเอียดหนังสือ
    (1) รุกฆาต

    เป็นงานเรื่องสั้นหักมุมจบชุดที่ 5 ต่อจาก สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง, ร้อยคม, แมงโกง, ฮานอย ฮิลตัน เป็นงานบันเทิง ให้ความพึงใจในตอนจบซึ่งเป็นคุณลักษณ์ของงานเขียนตระกูลนี้

    รุกฆาต เป็นงานสะท้อนสภาพสังคม นำเสนอในรูปของเรื่องสั้นตื่นเต้น แต่ละเรื่องสร้างความบันเทิง และสะท้อนสังคม

    หนา 216 หน้า ขนาดประมาณ 14.5 x 21 ซม.
    จำนวนเรื่องสั้น 22 เรื่อง
    ราคาปก 345 บาท

    ....................

    (2) Mini Exist

    เป็นเล่มที่ 5 ของชุด Mini ปรัชญา ต่อจาก Mini Zen, Mini Tao, Mini Stoic, Mini Wabi-sabi

    หนังสือเล่มนี้อธิบายปรัชญา Existentialism Nihilism และ Absurdism แบบง่ายๆ ผสมรูปการ์ตูน เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย อธิบายความหมายและความไร้ความหมายของชีวิต

    หนา 144 หน้า ขนาดประมาณ 14.5 x 21 ซม.
    ราคาปก 290 บาท
    ..........................

    สั่งผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/261/%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%86%E0%B8%B2%E0%B8%95%20+%20Mini%20Exist 

    ***สำคัญ*** ผู้ซื้อต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน คือชื่อ / ที่อยู่จัดส่ง / โทร. / อีเมล 
    แล้วแนบหลักฐานการโอนไปที่ namol113@gmail.com มิฉะนั้นเราจะไม่รู้ว่าเป็นลูกค้าคนไหน และอาจส่งผลให้ไม่ได้จัดส่ง
    ...................

    0
    • 0 แชร์
    • 34
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ตอนนี้ชาวโลกกำลังดูมวยรุ่นเฮฟวีเวทของคู่นี้

    ฝ่ายแดงคือทรัมป์ลูกแยงกี้ ฝ่ายน้ำเงินคือคาร์นีย์ลูกเมเปิล

    ทรัมป์ลูกแยงกี้เป็นนักมวยหมาบ้า ชกไปทั่ว ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู ชกหมด ชาวบู๊ลิ้มเชื่อว่าเพราะไปกินบัวหิมะพันปีเข้าไป แรงดีไม่มีถอย

    แต่หมอฮัวโต๋เชื่อว่าทรัมป์ลูกแยงกี้น่าจะกินบัวผิดประเภท เผลอไปกินกลีบบัวของเทพธิิดาคาลิปโซใน The Odyssey กินแล้วความจำเสื่อม จำไม่ได้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ไปท้าชกกับพันธมิตรดั้งเดิม

    สำหรับคาร์นีย์เป็นนักมวยใหม่ แต่ไม่เคยเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ใครชกมา กูชกกลับ เชื่อว่าน่าจะเพิ่งไปดู กังฟูซอคเกอร์ ของโจวซิงฉือ อะดรีนาลีนยังพลุ่งพล่าน เห็นหน้าทรัมป์ลูกแยงกี้เป็นลูกฟุตบอล

    ในยกล่าสุดทรัมป์ลูกแยงกี้กล่าวว่า “ขอล่วงเกิน”

    คาร์นีย์ลูกเมเปิลตอบกลับ “ลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามมิได้”

    ทรัมป์ลูกแยงกี้กล่าว “อย่าหาว่าข้าฯมิเกรงใจ”

    "มิเกรงใจเช่นไร?"

    "ก็ขึ้นภาษีไง"

    แต่กระบวนท่าโต้กลับของคาร์นีย์คือ dollar-for-dollar

    นั่นคือหากทรัมป์ชกด้วยหมัด tariff คาร์นีย์ก็จะสวนด้วย tariff เข้าไปตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

    คาร์นีย์ลูกเมเปิลบอกว่า ทรัมป์ลูกแยงกี้ "ขอมากไป ให้นิดเดียว" (asked too much, offered too little)

    เป็นอันว่าการเจรจาการค้าล้ม

    คนดูคาดไม่ถูกว่ายกต่อไป จะชกกันยังไง

    คาร์นีย์ลูกเมเปิลบอกว่า "มารดามันเถอะ ถ้าทรัมป์ลูกแยงกี้ยังชกใต้เข็มขัดอย่างนี้ ข้าฯขอออกจากเวทีนี้ ไปหาคู่ค้าคนใหม่ดีกว่า"

    หมายถึงจีน

    ฝั่งทรัมป์ลูกแยงกี้บอกว่า "อย่าเพิ่งไปหาจีน อยู่ชกให้จบก่อน"

    ความจริงนักมวยสองค่ายนี้เป็นพันธมิตรมานาน การเปิดเวทีชกกันจึงเป็นเรื่องที่ชาวบู๊ลิ้มคาดไม่ถึง แต่มิตรภาพเป็นภาพลวงตา และตรงตามสัจธรรมแห่งบู๊ลิ้มที่ว่า มิมีงานเลี้ยงใดมิเลิกรา

    อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็หวังว่านักมวยสองคนนี้จะหันมาปรองดองกัน หวังว่าทรัมป์ลูกแยงกี้จะกลับตัวกลับใจ ตามสำนวนยุทธจักรที่ว่า “ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง”

    ทรัมป์ลูกแยงกี้คงฟังไม่เข้าใจ ใครสักคนช่วยบอกเขาหน่อยว่าแปลว่าอะไร

    แต่อย่าแปลว่า Suffering sea is limitless, return heart is shore. ความหมายผิดไปไกล

    เคี้ยกเคี้ยก

    วินทร์ เลียววาริณ
    24-8-26

    1
    • 0 แชร์
    • 36
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    เคยไหมที่คุณมอบของขวัญให้ญาติพี่น้องหรือมิตรสนิท เมื่อได้รับแล้ว เขาหรือเธอบอกว่า “ซื้อมาทำไม ของแพงอย่างนี้”

    ก็รู้ว่าเขาหรือเธอเกรงใจหรือเป็นห่วงว่าเราใช้เงินมากเกินไปในเรื่องที่ไม่น่าจำเป็น แต่ประโยคนี้อาจทำให้ผู้ให้ของขวัญสะดุดกึก

    สำหรับผู้รับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นไร้ประโยชน์ที่จะตอกย้ำซ้ำเติม

    เรื่องการซื้อของแพงโดยไม่จำเป็น หรือตนเองไม่ชอบของแพง ให้หาโอกาสอื่นคุยกันอีกรอบ ปีหน้าเขาจะได้ไม่ซื้อของแพงมาให้อีก

    แต่ในชั่วขณะที่ได้รับของขวัญ ให้กล่าวว่า “ขอบคุณ”

    เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด แม้จะหวังดีเพียงใด

    เรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูด ไม่ว่าจะคันปากแค่ไหน

    เวลาพบหน้ากัน บางคนทักเพื่อนว่า “ไม่ได้เจอกันนาน ทำไมอ้วนจัง”

    ในยุคนี้ มีโอกาสสูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ว่าคนฟังไม่ชอบวลี “ทำไมอ้วนจัง”

    มันอาจเป็นปมด้อยของคนฟัง เขาหรือเธออาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพสืบเนื่องจากความอ้วน อาจกำลังพยายามลดน้ำหนักแต่ไม่สำเร็จ เมื่อใครย้ำเตือนเรื่องนี้ ก็อาจทุกข์ใจ

    ดังนั้นเวลาพบหน้าเพื่อนที่เห็นชัดว่าอ้วนเกินไป ก็แค่ทักว่า “ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีหรือ?” เท่านี้ก็พอ

    ส่วนวิธีการลดความอ้วนหรือรักษาสุขภาพ ให้หาโอกาสและวิธีที่เหมาะสมบอกเขาหรือเธอ

    เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด เวลาเจอเพื่อนที่แต่งงานมาแล้วสามปี บางคนทักถามว่า “ทำไมยังไม่มีลูก?” หรือ “เมื่อไหร่จะมีลูก?”

    บางคนไปไกลถึงขนาดว่า “ทำเป็นรึเปล่า?”

    ทักถามด้วยความปรารถนาดี แต่มันอาจทำร้ายจิตใจคนฟังโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะเขาหรือเธออาจอยากมีลูกมาก แต่มีไม่ได้ พยายามแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ด้วยข้อจำกัดทางสรีระ

    แค่ทักว่า “สบายดีหรือ?” ก็พอ

    เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด

    ในแวดวงคนทำงานศิลปะและวรรณกรรม ก็มีเรื่อง ‘ทำไปแล้วไม่เกิดประโยชน์’

    บางคนวาดรูปเสร็จแล้ว ยังไม่ยอมจบ แต่งแต้มสีตรงนั้นตรงนี้ แต้มไปแต้มมาอาจพบว่าภาพรกขึ้นจนไม่สวย

    คนทำหนังมากมายเสียดายฟุตเตจที่ถ่ายมา หาทางใส่เข้าไปให้หมด กลายเป็นส่วนเกินของหนัง และที่ร้ายคือทำให้หนังแย่ลง

    นักเขียนก็เช่นกัน รีเสิร์ชข้อมูลมามาก เกิดความเสียดายข้อมูลบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ ก็หาทางยัดเข้าไป ผลก็คือเรื่องรุงรัง และอาจทำให้เรื่องรวมแย่ลง

    นักเขียนที่เก่งจึงเป็นคนที่รู้จักทิ้งส่วนเกิน รู้จักหยุด เมื่อพอก็พอ เมื่อจบก็จบ

    งานศิลปะที่มีส่วนเกินคงไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ในการใช้ชีวิต ส่วนเกินอาจทำร้ายจิตใจคนอื่น

    ชีวิตนั้นสั้น อย่าเสียเวลาไปกับเรื่องที่ทำไปแล้ว ไม่เกิดอะไรขึ้นมา อย่าใช้ชีวิตแบบไม่รู้จักจบเรื่อง

    เวลาคุยกัน อย่าเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืด จบก็จบ

    เรื่องบางเรื่องเป็นส่วนเกิน ก็ไม่ต้องลากต่อ

    เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด

    วินทร์ เลียววาริณ
    25-8-26

    จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
    56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 
    Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm 

    1
    • 0 แชร์
    • 17
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    หนังสือบางเล่มเปลี่ยนวิถีชีวิตคน ทั้งปัจเจกและสังคม โดยเฉพาะในด้านการเมือง เช่น The Communist Manifesto ของ คาร์ล มาร์กซ และ ฟรีดดริค เองเกลส์, Mein Kampf ของฮิตเลอร์ เป็นต้น

    สำหรับหนังสือที่ส่งผลกระทบทางสังคมในวงกว้าง ย่อมต้องรวมนวนิยายเรื่อง A Fugitive Crosses His Tracks หรือ En  Flyktning Krysser Sitt Spor (1933) เขียนโดย Aksel Sandemose นักเขียนชาวเดนมาร์ก-นอร์เวย์

    นวนิยายเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของชนชั้นแรงงาน ฉากคือเมืองยันเต ซึ่งเป็นเมืองสมมุติ ตัวละครเอกของเรื่องเติบโตที่เมืองนี้

    ผู้เขียนเล่าเรื่องเมืองสมมุตินามยันเต ชาวเมืองแต่ละคนจะต้องเคารพกฎหรือภาพลักษณ์ของกลุ่ม ทำตามค่านิยมของเมือง

    เขียนเป็นกฎได้สิบข้อดังนี้

    1 อย่าคิดว่าคุณพิเศษกว่าคนอื่น

    2  อย่าคิดว่าคุณเก่งเท่าเรา

    3  อย่าคิดว่าคุณฉลาดกว่าเรา

    4 อย่าคิดว่าคุณดีกว่าเรา

    5 อย่าคิดว่าคุณรู้มากกว่าเรา

    6 อย่าคิดว่าคุณสำคัญกว่าเรา

    7 อย่าคิดว่าคุณเก่งทุกอย่าง

    8 อย่าหัวเราะเยาะเรา

    9 อย่าคิดว่าทุกคนจะแคร์คุณ

    10 อย่าคิดว่าคุณสามารถสอนเราทุกอย่าง

    เรียกว่า กฎของยันเต (The Law of Jante)

    นักเขียนบอกว่า ไอเดียเรื่องกฎของยันเตนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาไม่ได้คิดค้นขึ้นมาเอง มันเป็นรากของสังคมสแกนดิเนเวียมานานนมหลายศตวรรษแล้ว

    กฎของยันเตสะท้อนสไตล์วิถีชีวิตที่เสมอภาคของชาวนอร์ดิก (Nordic) คือคนในกลุ่มยุโรปทางเหนือ เช่น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน เป็นต้น แม้ไม่ได้จารึกเป็นกฎหมาย แต่มันสะท้อนในหนังสือเด็ก เพลง ฯลฯ และแม้ไม่ใช่ภาคบังคับ แต่คนส่วนใหญ่ก็กระทำตาม เห็นได้จากถนนหนทางของนอร์เวย์สะอาด มีการรีไซเคิลขวดพลาสติก กระป๋องน้ำอัดลม มีสำนึกทางสังคมสูง

    กฎของยันเตในนวนิยายเรื่องนี้อาจมีเจตนาเป็นงานเสียดสี แต่ในโลกของความจริง มันก็มีประโยชน์ มีความเชื่อว่าโรงเรียนสอนกฎของยันเตเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนประพฤติตัวในกลุ่มดีขึ้น เชื่อว่าการพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่อย่างเรียบง่ายก็คือความสุข และส่งผลรวมต่อสังคมที่สงบเรียบร้อย

    กฎของยันเตสอนให้ประพฤติตนแบบกลาง ๆ ไม่โฉ่งฉ่าง ไม่ทำตัวเหนือคนอื่น วิถีชีวิตตามกฎของยันเตทำให้แต่ละคนใช้ชีวิต แบบกลมกลืนกับคนอื่น สวมใส่เสื้อผ้าไม่ต่างกันมาก ใช้สินค้าคล้าย ๆ กัน ไม่คุยโวโอ้อวด เชื่อว่ามันคือวิถีแห่งความสุข เหตุหนึ่งอาจเพราะไม่ต้องอิจฉาใคร และมีความรู้สึกว่าเท่าเทียมกัน

    ดูเหมือนสังคมสแกนดิเนเวียมีสำนึกต่อสังคมสูงกว่าปัจเจก

    หากเราดูภาพรวมของสแกนดิเนเวีย พบว่ารับแนวคิดกฎของยันเตนี้อย่างเต็มที่ ทำไม? ก็ต้องดูที่วัฒนธรรมทั่วไป ชาวสแกนดิเนเวียเป็นพวกที่รักความเสมอภาคที่สุด ในทุก ๆ เรื่อง พวกเขาไม่เห็นว่าทำไมคนคนหนึ่งจึงต้องมีมากกว่า หรือน้อยกว่าคนอื่น ควรจะเสมอภาค ไม่ชอบการแบ่งชนชั้น รักความยุติธรรม เสมอภาค พวกนี้มีความคิดว่า เรามีรถเหมือนกับเพื่อนบ้านของเรา รายได้พอ ๆ กัน

    แนวคิดนี้เชื่อว่าโลกเรามีทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน ดังนั้นจึงไม่สมควรที่คนคนหนึ่งต้องการมากกว่า หรือทำตัวเหนือกว่าเพราะมีมากกว่า แต่ละชีวิตควรพอใจที่เกิดมาแล้วมีกิน มีใช้ แนวคิดนี้ช่วยรักษาสมดุลของสังคมและเสถียรภาพของสังคม

    อย่างไรก็ตาม ความหมายของกฎของยันเตมีนัยหรือโน้มไปในทางปรามคนที่คิดจะ ‘แหกคอก’ ขึ้นสู่ที่สูง ต้องการโดดเด่นกว่าคนอื่น

    นี่มิได้แปลว่าเราจะมีรถหรูแพงไม่ได้ แน่นอน ชาวสแกนดิเนเวียสามารถรู้สึกยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น คนเหนือกว่าถูกสอนให้รู้สึกเข้าใจจิตใจของคนฐานะไม่ดีหรือด้อยกว่า เมื่อทำงานสำเร็จ จะให้เครดิตทีมเวิร์ก ไม่รับความดีความชอบเป็นของตนคนเดียว เมื่อประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูง ก็ไม่คุยโวโอ้อวด ไม่ทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา เกินสมควร หากสามารถร่วมแบ่งปันความร่ำรวยให้สังคม ก็จะเป็นที่ยอมรับว่า เรารวยกว่าคนอื่นได้

    วินทร์ เลียววาริณ
    24-8-26

    จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
    56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 
    Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm 

    1
    • 0 แชร์
    • 27