• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    เมื่ออิสราเอลและสหรัฐฯถล่มอิหร่านเช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก ขีปนาวุธก็ย่อมร่อยหรอ

    สหรัฐฯไม่ใช่เมืองจีน ผลิตอะไรก็ไม่เร็วพอทันใช้

    แล้วจะทำยังไง?

    ก็ต้องไปขนอาวุธมาจากฐานทัพอื่นๆ ในโลก

    หวยลงที่เกาหลีใต้ เพราะเกาหลีใต้มีฐานทัพสหรัฐฯใหญ่ต้านเกาหลีเหนือ

    ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ Lee Jae-myung วันวานออกมาบอกว่า สหรัฐฯขนอาวุธที่ใช้ปกป้องเกาหลีใต้ไปตะวันออกกลางแล้ว

    ท่านประธานาธิบดีถอนใจ เส้นผมดำกลายเป็นขาวอีกสองเส้น เส้นที่สามเริ่มออกเทา เปรยว่า "ก็ทำไงได้ ยืมจมูกคนอื่นหายใจก็อย่างนี้แหละว่ะ"

    ว่าแล้วก็ซดน้ำใบบัวบกผสมบัวหิมะพันปีแก้ช้ำในกับร้อนใน

    ตอนนี้หลายประเทศที่พึ่งพาสหรัฐฯปกป้องภัยสงครามเริ่มวิตกกังวล หลังจากสหรัฐฯไม่ปกป้องประเทศในกลุ่ม GCC ตามพันธสัญญา จนมีข่าวเมื่อหลายวันก่อนว่า GCC กำลังทบทวนแผนการลงทุนในสหรัฐฯ

    ครั้นจะไปลงทุนในเขมร (เพราะเขมรบอกว่ากำลังจะสร้างโรงกลั่นน้ำมัน แต่ไม่ขายให้ไทยถ้ายังไม่เปิดด่าน) ก็ไม่แน่ใจ กลัวโดนเคลม

    ขณะที่อิหร่านโดนถล่ม อิสราเอลก็โดนถล่มเช่นกัน แต่ไม่มีข่าวออกมาเพราะผิดกฎหมาย แต่หลายข่าวบอกว่า อิสราเอลกำลังจนมุม

    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของสงครามอิหร่านครั้งนี้คือ การบานปลายเป็นสงครามนิวเคลียร์

    หากอิสราเอลจนมุม โดนถล่มโดยไม่มีอาวุธสู้กลับ และฐานทัพสหรัฐฯถูกทำลาย หากไม่ยอมแพ้ ก็ต้องยกระดับ ก็อาจงัดระเบิดนิวเคลียร์มาใช้

    ระเบิดนิวเคลียร์ที่ว่านี้คือ tactical nuclear weapon (TNW) อานุภาพเบากว่าระเบิดที่ลงฮิโรชิมา ซึ่งเรียกว่า strategic nuclear weapon เป็นอาวุธนิวเคลียร์ที่ออกแบบมาใช้ในการรบในสมรภูมิ ในพื้นที่จำกัด แต่กระนั้นก็มีฤทธิ์ทำลายร้ายแรง ก่อให้เกิดกัมมันตภาพรังสี และแต่ละลูกคนอาจตายเป็นแสน

    การใช้ tactical nuclear weapon ก็เพื่อทำลายฐานขีปนาวุธหรือที่เก็บขีปนาวุธใต้ดิน ที่เดิมทีใช้ระเบิดธรรมดาทำลายไม่ได้

    ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังไม่เคยมีใครใช้ tactical nuclear ในการรบ เพราะกลัวบานปลาย

    คำถามคือเป็นไปได้จริงหรือที่อิสราเอลจะงัดระเบิดปรมาณูมาใช้

    จะตอบคำถามนี้ ต้องย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของอิสราเอลที่เคยผ่านประสบการณ์นี้มาก่อน

    ในปี 1973 เกิดสงคราม Yom Kippur เมื่อวันที่ 6-25 ตุลาคม รัฐอาหรับต่างๆ นำโดยอียิปต์และซีเรียบุกอิสราเอลแบบสายฟ้าแลบ เป็นการเอาคืนหลังจากเสียทีในสงครามหกวัน ปี 1967

    คนวางแผนเป็นนายทหารอียิปต์ อันวา ซาดัต ประธานาธิบดีของอียิปต์ วางแผนนี้อย่างเป็นความลับขั้นสูงสุด

    อิสราเอลคาดไม่ถึงว่าอาหรับจะกล้าบุกยึดดินแดนคืน และเกือบพลาดท่า

    เมื่อสงครามระเบิด สหรัฐฯสนับสนุนอิสราเอล โซเวียตสนับสนุนอาหรับ

    เมื่อรัฐอาหรับบุกต่อเนื่อง นายพลโมเช ดายัน ก็เสนอให้นายกฯอิสราเอล นางโกลดา แมร์ ใช้ระเบิดนิวเคลียร์

    คนไทยยุคก่อนคงคุ้นชื่อ โมเช ดายัน นายพลตาเดียวของอิสราเอล มาดเท่ คนไทยชอบ

    โกลดา แมร์ แม้ไม่เห็นด้วย ก็สั่งอนุมัติให้เตรียมหัวรบนิวเคลียร์ 13 ลูก

    แผนการนี้มีชื่อว่า Samson Option

    แซมซั่นคือมนุษย์จอมพลังในตำนานของยิว

    โชคดีของโลกที่ไม่มีการใช้นิวเคลียร์ สงคราม Yom Kippur จบลงก่อนโดยการเจรจาหยุดยิง

    หาก โกลดา แมร์ ยังกล้าใช้ระเบิดนิวเคลียร์ คงไม่ต้องถามว่าเนทันยาฮูที่บ้ากว่าจะกล้าไหม

    เล่าเรื่อง อันวา ซาดัต ต่ออีกนิด

    ห้าปีหลังจากสงคราม Yom Kippur อันวา ซาดัต เดินเข้าสู่โหมดสันติภาพ เซ็นสัญญาสันติภาพกับนายกฯอิสราเอล เมนาเคม เบกิน ทำให้ทั้งคู่ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ

    แต่ท้องฟ้าในตะวันออกกลางสว่างไสวได้ไม่นาน อันวา ซาดัต ก็ถูกลอบสังหาร

    มีความพยายามสร้างสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับตะวันออกกลางอีกหลายครั้ง จนสำเร็จอีกรอบในยุค ยิตซัก ราบิน นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

    ราบินเซ็นสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เรียกว่า Oslo Accords (เบื้องหลังการเจรจาอยู่ในหนังเรื่อง Oslo ยังฉายอยู่ใน HBO Max ขอแนะนำ) และทั้งคู่ก็ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ

    แต่สันติภาพไม่ได้เกิดขึ้น ยิตซัก ราบิน นายกรัฐมนตรีอิสราเอลถูกยิงตายไปอีกคน

    เห็นชัดว่ามีคนบางกลุ่มไม่ต้องการสันติภาพในภูมิภาคนี้

    ในที่สุดก็ลุกลามมาถึงวันนี้

    อิหร่านจะทำอย่างไรหากอิสราเอลใช้ tactical nuclear? เพราะเท่าที่เรารู้ อิหร่านยังไม่มีระเบิดนิวเคลียร์

    ไม่มีใครตอบได้ เราทำได้แค่ speculation

    เรื่องนี้นักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นต่างกันออกไป บ้างว่าอิหร่านอาจขอ 'ซื้อ' หรือ 'ยืม' ระเบิดนิวเคลียร์มาจากปากีสถานหรือจีนหรือรัสเซีย

    หลายคนเชื่อว่ารัสเซียอาจต่อสายคุยหลังบ้านกับสหรัฐฯว่าอย่าทำ (สองวันก่อนทรัมป์เพิ่งต่อสายคุยกับปูติน เชื่อว่าขอให้รัสเซียเป็นตัวกลางหาทางลงให้ทรัมป์)

    รัสเซียอาจขู่ว่าถ้าอิสราเอลใช้ tactical nuclear รัสเซียจะให้อิหร่านเข้ามาในการปกป้องของตน ที่เรียกว่า nuclear umbrella (ร่มนิวเคลียร์)

    การอยู่ในร่มปกป้องของรัสเซียแปลว่า หากอิหร่านโดนใครโจมตีด้วย tactical nuclear รัสเซียก็จะส่ง tactical nuclear ไปกำนัลด้วย หมัดต่อหมัด

    ถ้ามาทางนี้ นี่ก็คือบทที่สองของสงครามโลกครั้งที่ 3

    และนวนิยายเรื่องนี้อาจจบแค่บทที่สาม คือตายหมดทั้งโลก

    ก็หวังว่าสหรัฐฯและอิสราเอลจะไม่บ้าพอที่จะยกระดับสงครามแบบนั้น

    แต่ใครจะรู้ใจคนบ้าที่มีแซมซั่นในมือ

    วินทร์ เลียววาริณ
    12-3-26

    (ภาพจาก The Council on Strategic Risks)

    1
    • 1 แชร์
    • 31
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    คนยุคใหม่อาจมีภาพในใจว่า ปรัชญาโบราณ เช่น สมัยกรีก เก่า และล้าสมัย ประยุกต์ใช้กับชีวิตในโลกปัจจุบันไม่ได้ เพราะโลกกรีกโบราณกับโลกในศตวรรษที่ 21 ห่างกันประมาณสองพันปี มันไม่เหมือนกัน

    แต่หากศึกษางานเขียนของนักปรัชญากรีกโบราณ จะพบว่าไม่เพียงปรัชญาเก่าไม่ตกยุค มันยังปรับใช้กับชีวิตเราในยุคนี้ได้

    เหตุผลเพราะแนวคิดเหล่านั้นไม่ได้พูดถึงเทคโนโลยีหรือวิถีชีวิตของคนโบราณ แต่พูดถึงความเป็นมนุษย์

    สองพันปีผ่านไป มนุษย์เราไม่ได้เปลี่ยนความเป็นมนุษย์แต่อย่างไร ยังมีรัก โลภ โกรธ หลงเหมือนเดิม มีวิธีคิด พฤติกรรมในสังคมเหมือนกัน

    ในบรรดานักปรัชญากรีกโบราณ ผู้ที่มีชีวิตน่าสนใจที่สุดคนหนึ่งคือ เอพิคทีตัส (Epictetus) เกิดราว ค.ศ. 50 เขาเกิดมาเป็นทาสที่ชีวิตพลิกผัน กลายเป็นนักปรัชญา

    ประสบการณ์การเป็นทาสมาก่อน ทำให้เขาพบเห็นเรื่องเลวร้ายมากมาย หากทาสไม่สามารถเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้เป็น ก็เป็นทุกข์ทั้งชีวิต

    เอพิคทีตัสกล่าวว่า “มีบางเรื่องอยู่ในอำนาจควบคุมของเรา บางเรื่องไม่อยู่ในอำนาจควบคุมของเรา เรื่องที่อยู่ในอำนาจของเราคือความเห็นของเรา จุดหมาย ความปรารถนา ความไม่ชอบ กล่าวโดยรวมก็คือความคิดและการกระทำของเรา สิ่งที่อยู่เหนืออำนาจของเราคือคุณลักษณ์ทางกายภาพ ชนชั้นที่เราเกิด ภาพลักษณ์ของเราในสายตาคนภายนอก และเกียรติยศ ตำแหน่งที่มอบให้เรา...”

    เขาไม่ได้ให้เราปล่อยชีวิตตามยถากรรม แต่ให้รับรู้ว่าโลกมันเป็นเช่นนั้นเอง ไร้ประโยชน์ที่จะไปกลุ้ม และบ่นว่า “โลกเราไม่ยุติธรรม”

    เพราะความยุติธรรมไม่มีในโลก เราสร้างมันขึ้นมาเอง

    ในสังคมโซเชียลในปัจจุบัน เราแคร์ความคิดเห็นของคนอื่นที่มีต่อเรา เราสนใจว่าคนอื่นจะกดเครื่องหมาย like หรือไม่ เมื่อเราแยแสความเห็นของคนอื่น เราอยากรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงกับเรา เมื่อคนอื่นพูดหรือกระทำเรื่องใดที่เกี่ยวกับเราในเชิงลบ เราก็อาจนอนไม่หลับ กลุ้มใจไปหลายวันเมื่อคนอื่นด่าเรา (คนที่ด่าเราจำนวนมากเป็นคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ) เราตกเป็นทาสของคนเหล่านั้นโดยปริยาย

    พฤติกรรมนี้ก็ไม่ต่างจากคนโบราณ เพราะปราชญ์กรีก เอพิคทีตัส สอนคนในยุคนนั้นว่า “หากใครผู้หนึ่งพยายามยึดครองร่างกายของเจ้า หมายให้เจ้าเป็นทาส เจ้าจะต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ทว่าเจ้ากลับยื่นจิตของเจ้าให้ผู้ที่ดูหมิ่นเจ้าอย่างง่ายดาย เมื่อเจ้าจมอยู่ในคำพูดของพวกเขา และยินยอมให้คำพูดเหล่านั้นครอบครองความคิดของเจ้า เจ้าเป็นผู้ทำให้พวกนั้นเป็นเจ้านายของเจ้า”

    เอพิคทีตัสสอนว่า อย่าปล่อยให้คนอื่นทำให้เราทำร้ายตัวเอง คำพูดด้านร้ายจากปากคนอื่นไม่ได้ทำร้ายเรา หากเราไม่รับมันมาทำร้ายเราเอง

    “มิมีผู้ใดสามารถขโมยความสงบของจิตใจเจ้า นอกจากเจ้าจะยินยอมเอง”

    “หากเจ้ารู้ว่าตนเองถูก ไยต้องกลัวคนอื่นตัดสินเจ้าผิด ๆ เล่า?”

    “เมื่อเจ้ารู้สึกอารมณ์เสีย โกรธ หรือเศร้า อย่าโทษคนอื่นว่าเป็นต้นเหตุ ภาวะของเจ้าเป็นผลจากความเห็นและการตีความของเจ้าเอง”

    “เมื่อใครคนหนึ่งกวนใจเจ้า จงจำไว้ว่ามันเป็นความเห็นของเจ้าต่างหากที่กวนใจเจ้า ไม่ใช่คนที่ดูหมิ่นหรือโจมตีเจ้า ทำให้จิตใจเจ้าทรมาน แต่เป็นมุมมองของเจ้าต่อเรื่องเหล่านี้ต่างหาก”

    “เมื่อใดก็ตามที่เกิดเรื่องร้ายกับเจ้า ถามตัวเองว่าเจ้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร หากเรื่องเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับคนอื่น”

    “จงอย่าคาดหมายว่าทุกเรื่องจะไปได้ดีสำหรับเจ้า แต่ว่าเจ้าไปได้ดีสำหรับทุกเรื่อง”

    “ถ้าเจ้าต้องการได้รับความนับถือจากคนอื่น จงเริ่มที่สามารถนับถือตัวเองก่อน”

    เราสามารถเรียนรู้ปัญญาของนักปราชญ์โบราณเสมอ มันไม่ล้าสมัย แต่มันไม่มีประโยชน์หากอ่านแล้วไม่ลงมือกระทำ

    ดังคำของเอพิคทีตัสที่ว่า “จุดหมายทั้งหมดของการเรียนคือการใช้คำสอนนั้นจริง ๆ”

    วินทร์ เลียววาริณ
    12-3-26

    อ่านฉบับเต็มได้จาก กอดหนาม
    51 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 260 บาท = บทความละ 5 บาท  (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    https://www.winbookclub.com/store/detail/241/กอดหนาม 
    โปรโมชั่นคู่กับเล่มอื่น https://www.winbookclub.com/store/detail/243/%28S11%29%20กอดหนาม%20+%20ปฎิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์%20+%20Mini%20Tao 
    Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/qUBWxp70F 
    Shopee โปรโมชั่น
    https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-(S11)-กอดหนาม-ผ่าสมองไอน์สไตน์-MiniTao-ราคาปก-825.-พิเศษ-640.-พร้อมลายเซ็นนักเขียน-i.90206829.25115927514?sp_atk=7b908643-99d5-42ab-b178-8d87f8650520&xptdk=7b908643-99d5-42ab-b178-8d87f8650520 

    1
    • 0 แชร์
    • 21
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    โรงเรียนประถมสตรี Shajareh Tayyiba ที่เมือง Minab อิหร่านถูกระเบิดลงในวันแรกของสงครามอิหร่าน เด็กนักเรียนหญิงวัย 7-12 ขวบตาย 168 คน ครูตาย 14 คน

    ฝีมือใคร?

    อิหร่านกับสหรัฐฯต่างโทษกัน สหรัฐฯบอกว่าอิหร่านทำลายโรงเรียนตัวเองเพื่อโยนบาปให้สหรัฐฯ

    เมื่อวานนี้หลักฐานใหม่ล่าสุดคือวิดีโอเทปโดย Mehr News Agency และตรวจสอบโดย The New York Times, CBC, NPR และ BBC แล้ว แสดงภาพลูกระเบิดหล่นลงสู่โรงเรียนชัดเจน จรวดที่ถล่มโรงเรียนคือโทมาฮอล์ก (Tomahawk) ซึ่งในโลกนี้มีพวกเดียวที่ใช้คือสหรัฐฯ

    งานนี้สื่อตะวันตกไม่ได้ปิดข่าว รายงานเรื่องนี้โดยพร้อมเพรียงกัน สรุปได้ว่า งานระเบิดโรงเรียนนี้เป็นฝีมือของสหรัฐฯ

    ตรงกับที่นายพลแดน เคน แถลงต่อผู้สื่อข่าว 3-4 วันต่อมาว่าสหรัฐฯถล่มฐานทัพเรือทางใต้ของอิหร่าน เพราะโรงเรียนอยู่ติดฐานทัพเรืออิหร่าน

    จึงน่าจะเป็นว่าสหรัฐฯกะยิงฐานทัพ แต่พลาดไปโดนโรงเรียน ใช่หรือไม่?

    ดูเหมือนว่าไม่ใช่ เพราะการถล่มโรงเรียนเป็น 'double tap'

    ดับเบิ้ลแท็ปในการยิงปืนหมายถึงการยิงสองครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็วไปยังเป้าหมายเดียวกันในการเล็งเดียวกัน เพื่อเพิ่มอำนาจการทำลาย เราเห็นกันบ่อยในหนังฮอลลีวูด

    ดับเบิ้ลแท็ปในการวางระเบิดก็คือวางระเบิดสองครั้งที่จุดเดียวกัน เหตุการณ์ความไม่สงบทางใต้ของเราก็มีแบบนี้หลายครั้ง คนร้ายวางระเบิดรถทหาร แล้วรอจนหน่วยช่วยเหลือมาถึง ค่อยจุดระเบิดอีกรอบ ตายทั้งสองชุด

    ดับเบิ้ลแท็ปในสงครามขีปนาวุธก็คล้ายกัน คือปล่อยระเบิดที่จุดเดียวกันสองครั้ง ทิ้งระยะห่างกัน เพื่อรอให้เป้าหมายที่สองมาถึง แล้วซ้ำ

    หลักฐานใหม่แสดงว่าทัพเรือสหรัฐฯยิงจรวดโทมาฮอล์กใส่อาคารฐานทัพเรือหลายลูก ลูกที่หล่นที่โรงเรียนไม่ได้ฆ่าคนทั้งหมดในโรงเรียน การยิงระเบิดหยุดไปครู่ใหญ่ จนเมื่อชาวบ้าน ผู้ปกครองวิ่งเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ โทมาฮอล์กลูกที่สองก็ซ้ำจุดเดิม คราวนี้ตายเกือบหมด

    มองโลกในแง่ดี สหรัฐฯคงไม่โหดขนาดฆ่าเด็ก งั้นสหรัฐฯพลาดได้อย่างไร?

    กองทัพสหรัฐฯไม่รู้จริงๆ หรือว่ามีโรงเรียนติดฐานทัพอิหร่าน?

    นักวิเคราะห์เชื่อว่า หลังยิงลูกแรก เจ้าหน้าที่ยิงจรวดโทมาฮอล์กแลเห็นความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากในจุดที่ยิง จึงเข้าใจว่ายังทำลายเป้าหมายไม่หมด จึงซ้ำลูกที่สอง เพื่อให้แน่ใจว่าตายหมด

    ความเคลื่อนไหวของคนในจุดนั้นไม่ใช่ทหารอิหร่าน แต่คือชาวบ้านและผู้ปกครอง

    ฉากฆ่าเด็กนี้อาจเปลี่ยนหน้าสงคราม เพราะไม่มีใครในโลกยอมรับการฆ่าเด็กจำนวนมากเช่นนี้ และเป็น double tap ด้วย (ข่าวจากคนในเหตุการณ์บอกว่าเป็น triple-tap ระเบิดสามครั้ง)

    เมื่อสองวันก่อน Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐฯว่า สหรัฐฯติดต่อมาเพื่อขอเจรจาสงบศึก แต่อิหร่านปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

    ไม่แปลก แค้นนี้ใหญ่หลวงนัก และแค้นนี้ต้องชำระ

    วินทร์ เลียววาริณ
    11-3-26

    วิกีพีเดียเพิ่งอธิบายเรื่องนี้อย่างละเอียด https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Minab_school_airstrike 

    1
    • 1 แชร์
    • 36
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ผมเขียนวิเคราะห์ข่าวสงครามมาหลายวัน บางคนอาจคิดว่าผมเกลียดอเมริกัน เพราะแต่ละบทความดูเหมือนอเมริกันเป็นตัวร้าย

    คิดเองเออเองไปไกลหลายโยชน์เลย ผมไม่ได้เกลียดคนอเมริกัน ผมมีเพื่อนหลายคนที่นั่น นิสัยดีทั้งนั้น นอกจากนี้ยังเรียนวิชามากมายจากอเมริกา วิชาคิดนอกกรอบก็เรียนจากที่นั่น แม้แต่ปรัชญาหลายเรื่องก็เรียนรู้จากอเมริกา สหรัฐฯเป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ และผมก็ถือเป็นบุญคุณที่ได้เรียนรู้วิชาการเหล่านั้นจากอเมริกา

    ผมไม่ได้เกลียดคนอเมริกัน แต่เกลียดนักการเมืองอเมริกันที่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ยะโสโอหัง วางนโยบายทางการมืองที่ข่มขู่ประเทศอื่นๆ จะทำอะไรก็ได้

    อย่างนี้ไม่น่ารัก

    การเขียนงานประวัติศาสตร์ ไม่ว่าเป็นการเล่าหรือการวิเคราะห์ ว่ากันตามเนื้อผ้า ตามข้อมูล ตามหลักฐาน ไม่ใช่อารมณ์

    ผู้อ่านบางคนในเพจคอมเมนต์ว่า ด่าแต่อเมริกา อิหร่านก็ชั่วเหมือนกัน ทำไมไม่ด่าอิหร่านบ้าง

    หลุดประเด็นไปแล้วครับ!

    บทความทั้งหลายไม่ได้ตั้งธงก่อนเขียนว่าจะด่าใคร แต่วิเคราะห์ตามเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงเกิดขึ้น มีประวัติศาสตร์เบื้องหลังเหตุการณ์อะไร

    สงครามอิหร่านครั้งนี้ก็เหมือนเราเห็นชายสองคนจุดไฟเผาบ้านคนชั่วคนหนึ่งในชุมชนแห่งหนึ่ง เราจะเข้าไปห้ามหรือช่วยดับไฟ หรือว่าจะด่าว่าเจ้าของบ้านคนนั้นชั่วช้าอย่างไร

    ถ้ามัวแต่ด่าเจ้าของบ้าน ไฟก็ลุกลามไปเผาบ้านทั้งหมดในชุมชน รวมทั้งบ้านเราด้วย

    หมากำลังกัดเด็ก เราจะรอสอบประวัติว่าเด็กชื่ออะไร เรียนที่ไหน ชอบกินขนมอะไร หรือเป็นหมาของใคร อายุเท่าไร ฉีดวัคซีนแล้วยัง ก่อนช่วยเด็กหรือ?

    ประเด็นของเหตุการณ์สงครามครั้งนี้คือ โลกมีกติกา ทุกประเทศควรเคารพ โลกจึงมีสันติภาพได้

    อีกประการ เราใช้มาตรใดวัดว่าชนชาติหนึ่ง "ชั่ว" ถ้าพูดเหวี่ยงแหอย่างที่ผู้นำอเมริกาบอกว่าอิหร่านชั่ว แปลว่าอิหร่านชั่วทั้งประเทศ? ถ้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่อิหร่านชั่วเฉพาะผู้นำ ทำไมต้องปูพรมทิ้งระเบิดทั้งประเทศ ฆ่าประชาชนบริสุทธิ์?

    ถ้าใช้มาตรนี้ ชาวคริสต์ทั้งโลกก็ไม่ควรช่วยยิว เพราะประวัติศาสตร์ชี้ว่ายิวฆ่าพระเยซู

    จะเอาอย่างนั้นหรือ?

    การเมืองโลกก็เหมือนการเมืองภายในประเทศ ในยุคโซเชียล เน็ตเวิร์ก ทุกเรื่องสามารถกลายเป็นดรามาได้ แต่มันขึ้นอยู่กับเราว่า จะอ่านเรื่องการเมืองเพื่อเข้าใจ เพื่อเพิ่มปัญญาหรือแค่เสพดรามาเอามัน

    แต่ท้ายที่สุดแล้ว เป็นหน้าที่ของทุกคนในโลกที่ต้องใช้จริยธรรมกับปัญญาแก้ปัญหา ดรามาช่วยอะไรไม่ได้ เพราะถึงเวลานั้นไฟก็ไหม้มาถึงบ้านเราแล้ว

    วินทร์ เลียววาริณ
    11-3-26

    1
    • 0 แชร์
    • 39
    Regnarts
    "สื่อ" ที่อยู่ในการควบคุมของผู้มีอำนาจ คืออาวุธที่ใช้ปั่นหัวให้คนเข่นฆ่ากันมาตั้งแต่ โบราณ ปัจจุบัน และอนาคต
    ดูความเห็น 1 รายการ ...
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    เบรกเรื่องสงครามนิด มาคุยเรื่องหนังสือดีกว่า

    เมื่อปีที่แล้ว บรรณาธิการนิตยสารไซไฟของจีนชื่อ Zero Gravity News เขียนมาคุยกับผมเรื่องวงการนิยายวิทยาศาสตร์ไทย คุยไปคุยมาก็ขอเรื่องสั้นของผมสักเรื่องไปแปลเป็นจีน เพื่อรวมกับเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์จากชาติต่างๆ

    ผมส่งไปหลายเรื่อง นิตยสารก็เลือกเรื่องสั้น 'อีกด้านหนึ่งของหลุมดำ' ไปแปลเป็นภาษาจีน

    เพิ่งตีพิมพ์ในฉบับที่ 37 เสร็จไม่นานนี่เอง

    อีกด้านหนึ่งของหลุมดำ อยู่ในเล่ม 'เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย เยือกฟ้าพาหนาว' ตีพิมพ์ในปี 2554 ก็สิบห้าปีมาแล้ว เป็นเล่มสุดท้ายของชุดเดือนช่วงฯ

    เรื่องสั้นไซไฟ อีกด้านหนึ่งของหลุมดำ ฉบับภาษาอังกฤษก็เคยลงในนิตยสารออนไลน์ของเยอรมนีมาก่อน ผมจำชื่อนิตยสารไม่ได้แล้ว

    ที่แปลกใจคือโครงเรื่องนี้คล้ายกับหนังไซไฟเรื่อง The Witness ในซีรีส์ Love, Death + Robots ซีซั่น 1 เมื่อปี 2562 แม้ฉากต่างกัน แต่ใช้คอนเส็ปต์เดียวกัน

    ไอเดียลอยอยู่ในอากาศ ไม่แปลกที่สองฝั่งโลกคิดเหมือนกัน

    ผมเขียนนิยายมาหลายสิบปี เขียนแทบทุกแนว แต่แนวที่เขียนแล้วสบายใจที่สุดคือแนววิทยาศาสตร์ เพราะมันสามารถใช้โครงเรื่องของงานทุกตระกูลได้ ขออย่างเดียวคืออธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้

    ที่สำคัญคือ ไม่มีสามารถบอกว่ามันผิดหลักใดๆ เพราะทุกอย่างเป็นไปได้ในโลกไซไฟ

    นิตยสารไซไฟของจีน Zero Gravity News นี้ทำให้นึกถึงนิตยสารไซไฟของไทยเราที่มาก่อนหลายสิบปี นั่นคือวิทยาศาสตร์อัศจรรย์ บรรณาธิการคือ จันตรี ศิริบุญรอด

    ยุค 60 ปีก่อน ไทยเราก็มีงานไซไฟแล้ว น่าเสียดายที่ยุคนี้หานิยายไซไฟไทยอ่านยากแสนยาก

    ดังนั้นเมื่อมีคนมาชวนส่งเรื่องไปลงที่ Zero Gravity News ก็ตอบรับด้วยความยินดี

    อ้อ! ผมไม่ได้ค่าเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นยังซื้อเครื่องซักผ้าไม่ได้ ใช้กะละมังไปก่อน

    วินทร์ เลียววาริณ
    11-3-26

    1
    • 0 แชร์
    • 27
    Regnarts
    นิยายไซไฟชุดเดือนช่วงฯ ผมขาดเล่ม 3 "ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแนบแอบเอย" หาซื้อที่ไหนก็ไม่มีแล้ว 😢
    ดูความเห็น 1 รายการ ...