-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ระหว่างที่กำลังทำงานนิยายนักสืบ พุ่มรัก พานสิงห์ เรื่องใหม่ (หมายเลข 11) ก็ขอเล่าเรื่องและเกร็ดการเขียนผ่าน Job Progress เหมือนอย่างที่เคยทำกับนวนิยาย สี่ภพ
ตอนนี้มีคอนเส็ปต์เรื่องเล่มที่ 11 แล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปชื่อเรื่อง
ความจริงตั้งชื่อไว้แล้ว แต่รู้สึกว่าชื่อเรื่องบอกคอนเส็ปต์มากเกินไป ไม่น่าจะดี
จึงใช้ชื่อทำงาน (working title) ว่า "ฆาตกรรมอะรูมิไร้" ไปพลางก่อน
การเขียนนิยายแนวนี้ ห้ามบอกเป็นนัยแก่ผู้อ่านเด็ดขาดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
ยกตัวอย่างเช่น ฆาตกรรมฆ่าหั่นศพ หรือ ฆาตกรรมน้ำท่วม อย่างนี้ถือว่าบอกมากไป เพราะยังไม่ทันเริ่มอ่าน ก็รู้ว่าจะหั่นศพ ขาดเซอร์ไพรซ์
ให้ไปเซอร์ไพรซ์ตอนอ่านดีกว่า จะหั่นศพหรือจะตายในน้ำท่วม ไปรู้ทีหลังดีกว่า
จะเห็นว่างานที่มีการหักมุม ผมจะไม่เผยอะไรบนปกหลัง และตอนโฆษณา ก็ไม่บอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
ยกตัวอย่างนิยาย พุ่มรัก พานสิงห์ หมายเลข 10 คดีเปลนม จะไม่บอกอะไรเลยล่วงหน้า ไม่ต้องการให้ผู้อ่านรู้ก่อนว่าเปลนมคืออะไร ดังนี้เป็นต้น
สมัยผมเป็นวัยรุ่น ชอบดูหนังในโรงชั้นสอง เจอหนังเรื่องหนึ่งชื่อ ขาอ่อนซ่อนเงื่อน จำไม่ได้ว่าเป็นโรงหนังแคปปิตอล หรือพหลโยธินรามา
จำได้แต่ชื่อหนัง
รีบตีตั๋วเข้าไปดูทันที เพราะจินตนาการโลดแล่นไปไกล
ที่ไหนได้ ทั้งเรื่องไม่เห็นมีขาอ่อน
หมด'รมณ์เลย คุณหลอกดาวชัดๆ
ตั้งชื่อหลอกคนดูอย่างนี้ น่าตีมือจริงๆ
วินทร์ เลียววาริณ
11-10-26ถือโอกาสแจ้งข่าวว่า พุ่มรัก พานสิงห์ เล่ม 10 คดีเปลนม ยังมีจำหน่าย สั่งซื้อได้ตามลิงก์นี้
1- แชร์
- 14
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
นาทีนี้เห็นชัดว่าหนังเรื่อง Digger เจ๊งแน่
ทำไมหนังเจ๊ง คำตอบน่าจะเป็นเพราะโซเชียล เน็ตเวิร์ก
สื่อทั่วโลกรายงานด้วยภาษาเดียวกันคือ "หนัง ทอม ครูซ" เพราะเมื่อสื่อว่า ทอม ครูซ เจ๊ง ฟังดูมีสีสันน่าเมาธ์มากกว่า
ข่าวที่ได้ยินคือ "ทอม ครูซ อย่างนี้" "ทอม ครูซ อย่างนั้น"
ปากต่อปากก็สามารถส่งผลลบได้เช่นกัน
แต่นี่ไม่ใช่หนังของ ทอม ครูซ นี่เป็นหนังของอิญญาร์ริตู
แล้วนี่แปลว่าจบอย่างนี้หรือ? คำตอบคือยังไม่จบ
"Down, but not out." (ร่วง แต่ยังไม่หลุด)
คะแนนต่ำและรายได้ต่ำไม่ได้แปลว่าจะล่มสลาย ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ The Shawshank Redemption หนังเจ๊ง แต่ผ่านไปหลายปี หนังกลับมีคนชอบมากขึ้นทุกที จนตอนนี้ The Shawshank Redemption กลายเป็นเบอร์ 1 ของ IMDb
หนังอย่าง 2001: A Space Odyssey, Blade Runner และ The Shining ก็โดนถล่มเละมาก่อน
แม้แต่หนังคุณภาพทั้งศาสตร์และศิลป์อย่าง The Godfather Part II ก็โดน
Vincent Canby นักวิจารณ์ระดับบิ๊กของ The New York Times เขียนว่า The Godfather Part II ไม่ได้เรื่อง
Roger Ebert นักวิจารณ์ระดับบิ๊กอีกคน ในปี 1974 ให้คะแนนเรื่องนี้ 3/4 ครั้นถึงปี 2008 เขาก็เปลี่ยนคะแนนเป็น 4/4 และยกให้เป็นหนังยอดเยี่ยม
ปัจจุบัน The Godfather Part II ได้รับยกย่องว่าเป็นหนังระดับสุดยอดตลอดกาล
ตัวอย่างเหล่านี้บอกว่านักวิจารณ์ไม่ได้ดูหนังทะลุกันทุกคน บางครั้งก็มีอคตินำ และบางครั้งเมื่อผ่านเวลาช่วงหนึ่ง ก็เปลี่ยนความเห็นต่อหนังได้
อีกจุดหนึ่งที่บอกว่า "Down, but not out." คือเวทีประกวดหนัง
หนังเรื่อง Extremely Loud and Incredibly Close (2011) โดนนักวิจารณ์สวดยับ คะแนนมะเขือเผา 45% กลับได้เข้ารอบเวทีออสการ์
Don't Look Up (2021) คะแนนมะเขือพวง 56% ก็ได้เข้ารอบเวทีออสการ์
Bohemian Rhapsody (2018) ได้คะแนนจาก Roger Ebert 1/4 ชนะสี่รางวัลออสการ์ บวกรางวัลจาก SAG Actor Awards, BAFTA Awards, Golden Globes
ผมเขียนในบทวิจารณ์ Digger ในวันแรกที่หนังฉายว่า หนังเรื่องนี้มีสิทธิ์ชิงรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (อิญญาร์ริตู) ผู้กำกับยอดเยี่ยม (อิญญาร์ริตู) นักแสดงนำยอดเยี่ยม (ทอม ครูซ) และนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม (จอห์น กูดแมน)
เดี๋ยวคอยดูกัน
แต่ในวงการหนังรู้ดีว่า อิญญาร์ริตูมีประวัติดีเยี่ยมในเวทีออสการ์เสมอ หนังเจ็ดเรื่องที่ผ่านมาเข้ารอบออสการ์ บางเรื่องโดนนักวิจารณ์ถล่มเละ แต่ก็เข้ารอบ
อิญญาร์ริตูส่งนักแสดงในหนังของเขาเข้าชิงออสการ์มา 10 คน ได้หนึ่งคนคือ Leonardo DiCaprio (The Revenant) จึงเชื่อว่า ทอม ครูซ มีโอกาสสูงที่จะได้เข้าชิง
หนังเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ใครจะเรียกตัวเองว่าคอหนังไม่ได้ หากพลาดเรื่องนี้
ในความเห็นส่วนตัว ดูยังไง หนังก็ไม่มีทางเลวร้ายขนาดได้มะเขือเน่า
แล้วคนสร้างหนังด้วยกันมองเรื่อง Digger ยังไง?
นักสร้างหนังมือเซียนคนหนึ่ง Guillermo del Toro (คนสร้าง Pan's Labyrinth, The Shape of Water และล่าสุด Frankenstein) เขียนว่า “Love the arts. Fuck the charts.”
วินทร์ เลียววาริณ
10-10-261- แชร์
- 27
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
วินทร์ #1001 : “ในบรรดาเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ชนเผ่าฮีบรูเป็นพวกเลี้ยงสัตว์ เร่ร่อนไปทั่ว ไม่ตั้งถิ่นฐานแน่นอน มีกรรมอยู่อย่างหนึ่งคือ ไปไหนก็ไม่ค่อยมีใครต้อนรับ คำว่า ฮีบรู แปลว่า พวกต่างถิ่น เวลานั้นหัวหน้าชาวฮีบรูคือเอแบรม ตำนานเล่าว่าบิดาของเอแบรมสืบสายจากโนอาห์ เอแบรมเป็นรุ่นที่สิบ เอแบรมแต่งงานกับซาราย ซารายคนนี้สวยสะคราญ เวลานั้นพวกฮีบรูอาศัยอยู่ที่เมืองอูร์ แคว้นคาลดีส์ แถบเมโสโปเตเมีย เอแบรมบอกชาวฮีบรูทั้งหลายว่าพระเจ้าเสด็จมาหาตน ตรัสว่าพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เดียว ทรงเลือกชาวฮีบรูเป็นประชากรของพระองค์ ทรงสั่งให้เอแบรมพาผู้คนอพยพไปตั้งรกรากที่คานาอัน ตรัสว่าในอนาคตลูกหลานของเอแบรมจะมากมายเท่าดวงดาว แต่จะต้องเร่ร่อนในต่างแดนนานสี่ร้อยปี แล้วจะพบดินแดนที่มีสายน้ำใหญ่ เอแบรมชักชวนให้ชาวฮีบรูทั้งหลายนับถือพระเจ้าองค์เดียว...
“เอแบรมอายุเจ็ดสิบห้าเมื่อพาชาวฮีบรูเดินทางไปหาแผ่นดินใหม่ ครอบครัวของเขามีซารายและหลานชายชื่อ ล็อต เดินทางไปเรื่อย ๆ จนถึงดินแดนคานาอัน พระเจ้าก็ทรงปรากฏพระองค์ต่อหน้าเอแบรม แล้วตรัสว่า ‘เรายกแผ่นดินนี้แก่เผ่าพันธุ์ของเจ้า’ พวกฮีบรูก็อาศัยอยู่ที่นั่น ในกาลต่อมาคานาอันเกิดทุพภิกขภัย พวกเขาจึงอพยพไปทางใต้ถึงอียิปต์ เอแบรมบอกภรรยาให้บอกคนอื่นว่าเป็นน้องสาวของตน...”
วินทร์ #6616 : “อ้าว! ทำไม?”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้ถกกันอยู่นาน บ้างว่าเป็นด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยของพวกเขา บ้างว่าซารายเป็นน้องสาวของเขาจริง ๆ แต่ต่างพ่อหรือต่างแม่ และอีกหลายเหตุผล ไม่ว่าเป็นเพราะเหตุไร ฟาโรห์อียิปต์ทรงถูกพระทัยซารายผู้มีสิริโฉมงดงาม ทรงรับไว้เป็นชายา พระราชทานทรัพย์สินให้เอแบรมมากมาย ต่อมาเมื่อทรงทราบว่าซารายเป็นภรรยาของเอแบรม ทรงพระพิโรธ ขับไล่ชาวฮีบรูทั้งหมดออกจากแผ่นดินอียิปต์ เอแบรมก็พาชาวฮีบรูกลับมาอยู่ที่แผ่นดินคานาอัน...
“เนื่องจากซารายไม่มีบุตรกับเอแบรม ซารายจึงยก ฮาการ์ สาวใช้ของตนให้เป็นภรรยาของเอแบรม หลังจากฮาการ์ตั้งท้อง ก็ทะเลาะกับซารายแล้วหนีไป แต่เทวดาบอกฮาการ์ให้กลับบ้าน เพราะนางจะให้กำเนิดบุตรที่เป็นคนสำคัญ เทวดาบอกนางให้ตั้งชื่อบุตรว่า อิชมาเอล...
“เมื่อเอแบรมอายุ 99 ปี พระเจ้าทรงปรากฏพระองค์ต่อหน้าเอแบรมอีก สัญญาจะประทานแผ่นดินคานาอันแก่ชาวฮีบรูไปตลอด โดยชาวฮีบรูจะต้องจงรักภักดีต่อพระเจ้าตลอดไป และผู้ชายทุกคนต้องทำพิธีสุหนัต ถ้าไม่ทำแสดงว่าไม่นับถือพระเจ้า ชาวฮีบรูก็ทำตามนั้น เอแบรมเปลี่ยนชื่อเป็น อับราฮัม ซารายเปลี่ยนชื่อเป็นซาราห์ พระเจ้าทรงแจ้งอับราฮัมว่าจะให้ซาราห์กำเนิดลูกชายให้เขา อับราฮัมไม่เชื่อว่าในวัยนี้เขาจะสามารถมีลูกกับซาราห์ได้อีก แต่ในที่สุดเมื่อเขาอายุหนึ่งร้อยปี ซาราห์ก็ให้กำเนิดลูกชายจริง ๆ ตั้งชื่อว่า ไอแซค...
“วันหนึ่งซาราห์เห็นอิชมาเอลเล่นรุนแรงกับไอแซค ก็โกรธ บอกให้สามีขับไล่ฮาการ์กับอิชมาเอลไปเสีย อับราฮัมปรึกษากับพระเจ้า พระเจ้าให้ทำตามคำของซาราห์ ทรงบอกว่าอิชมาเอลจะเป็นผู้สร้างชาติ อับราฮัมก็ปล่อยให้ฮาการ์กับอิชมาเอลจากไป อิชมาเอลเติบโตขึ้นเป็นนักธนูฝีมือดี ต่อมาก็ตั้งครอบครัว มีลูกชายสิบสองคน...”
วินทร์ #2009 : “ผมเคยได้ยินว่าพระเจ้าสั่งให้อับราฮัมฆ่าลูก จริงไหม?...”
วินทร์ #1001 : “จริง ครั้งหนึ่งพระเจ้าทรงสั่งให้อับราฮัมฆ่าไอแซคบุตรของตนเป็นเครื่องเซ่นสังเวยพระองค์ อับราฮัมก็ทำตาม แต่ขณะกำลังจะฆ่าลูก พระเจ้าก็ทรงปรากฏพระองค์และบอกว่านี่เป็นเพียงการลองใจเท่านั้น อับราฮัมเป็นผู้นำชุมชนฮีบรูจนตายเมื่ออายุ 175 ปี...
“หลังจากอับราฮัมสิ้นชีวิต ไอแซครับตำแหน่งหัวหน้าแทนพ่อ ไอแซคแต่งงานกับรีเบคาห์และมีบุตรชายสองคนคือ อีซอ กับ จาคอบ เมื่อถึงวัยชรา ไอแซคตาบอด รีเบคาห์ซึ่งลำเอียงรักจาคอบมากกว่าอีซอก็บอกให้จาคอบหลอกพ่อให้มอบพินัยกรรมให้ตนเป็นหัวหน้าคนต่อไปเมื่อสิ้นพ่อ อีซอทะเลาะกับจาคอบ ไอแซคจึงส่งจาคอบไปเมโสโปเตเมียไปอยู่กับลุง จาคอบเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล อิสราเอลมีภรรยาสี่คน มีลูกสิบสองคน...
“อิสราเอลรักบุตรชายที่ชื่อ โจเซฟ มากกว่าคนอื่น และตั้งใจยกให้เป็นหัวหน้าคนต่อไป ทำให้พี่น้องคนอื่นริษยา จับโจเซฟไปขายเป็นทาสให้พ่อค้าเมืองมีเดียน และต่อมากลายเป็นทาสในอียิปต์ ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่เนื่องจากโจเซฟเชี่ยวชาญโหราศาสตร์ เคยแสดงฝีมือการทำนายจนเป็นที่เลื่องลือ วันหนึ่งโชคก็มาเยือน เมื่อฟาโรห์อียิปต์ทรงพระสุบินว่า พระองค์ประทับอยู่บนฝั่งแม่น้ำไนล์ ทอดพระเนตรเห็นวัวอ้วนเจ็ดตัวกินใบอ้อ ต่อมาวัวผอมเจ็ดตัวก็กินวัวอ้วน สุบินต่อไปเห็นต้นข้าวต้นหนึ่งมีรวงเจ็ดรวง อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก แต่ต้นเดียวกันนั้นก็ออกรวงใหม่อีกเจ็ดรวง เป็นข้าวที่แกร็น รวงข้าวลีบกินรวงข้าวดีหมด ฟาโรห์รับสั่งให้โหรหลวงมาทำนายความฝันนั้น โหรก็ทายไม่ได้...”
วินทร์ #4875 : “โหรยุคนั้นซื่อดีนะ ทายไม่ได้ก็บอกว่าไม่ได้ ไม่เหมือนโหรบ้านเรา ทายได้ทุกอย่างเลย ฮ่า! ฮ่า!”
วินทร์ #6616 : “ผมเดาว่าเรื่องนี้ก็ต้องถึงมือโจเซฟ...”
วินทร์ #1001 : “ถูกแล้ว คนในวังกราบทูลว่าฮีบรูคนหนึ่งชื่อ โจเซฟ เก่งเรื่องโหราศาสตร์ น่าจะทำนายฝันนี้ได้ โปรดฯให้โจเซฟเข้าเฝ้า โจเซฟทำนายว่าวัวอ้วนเจ็ดตัวและรวงข้าวดีเจ็ดรวงหมายถึงปีอันอุดมสมบูรณ์เจ็ดปี โคผอมเจ็ดตัวกับรวงข้าวลีบเจ็ดรวงหมายถึงปีที่แห้งแล้งมีภัยธรรมชาติ ไร้ผลผลิต ปลูกอะไรไม่ขึ้น จนชาวอียิปต์อดอยากนานเจ็ดปี...
“ฟาโรห์ทรงเชื่อและทำตามคำแนะนำของโจเซฟ การณ์ก็จริงตามคำทำนาย เจ็ดปีแรกฝนตกต้องตามฤดูกาล ผลผลิตมาก ฟาโรห์ทรงสั่งสร้างยุ้งฉางทั่วแผ่นดินแล้วเก็บผลผลิตไว้ เจ็ดปีต่อมาเกิดความแห้งแล้งอย่างหนัก แต่ประชากรก็รอดมาได้เพราะอาหารที่เก็บตุนไว้ล่วงหน้า โจเซฟอาศัยความสามารถพาตัวเองขึ้นไปเป็นถึงอัครเสนาบดี ชาวฮีบรูก็อพยพไปอยู่ที่อียิปต์กันมากมาย เป็นยุครุ่งเรืองของชาวฮีบรู แต่เมื่อโจเซฟตายชาวฮีบรูก็ลำบาก เพราะฟาโรห์ทรงกลัวว่าชาวฮีบรูเพิ่มจำนวนมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่ทำอะไร อียิปต์จะถูกกลืนชาติ จึงทรงจับชาวฮีบรูเป็นทาสใช้งานหนัก เช่นสร้างพีระมิด ชาวฮีบรูตายไปมาก เท่านี้ยังไม่พอ มีอยู่ปีนึงทรงออกคำสั่งฆ่าทารกชายชาวฮีบรูทั้งหมดเพื่อควบคุมจำนวนประชากรฮีบรู...
“แม่ของทารกชายคนหนึ่งพยายามหาทางให้ลูกรอดชีวิต แต่นึกไม่ออกว่าจะให้ลูกรอดอย่างไร เมื่อไปถึงริมแม่น้ำไนล์ ก็วางลูกบนกระจาด ปล่อยให้มันลอยน้ำไป กระแสน้ำพัดกระจาดที่ใส่ทารกไปถึงท่าน้ำวังฟาโรห์ พระธิดาฟาโรห์ทอดพระเนตรเห็น จึงให้คนเก็บกระจาดขึ้นมา ทรงนำทารกไปเลี้ยง ประทานนามว่า โมเสส แปลว่า ผู้รอดตายจากสายน้ำ...
“โมเสสเติบโตขึ้นกลายเป็นชาวอียิปต์ และต่อมาก็รับรู้ชาติกำเนิดตัวเองว่าเป็นชาวฮีบรู วันหนึ่งโมเสสเห็นทาสฮีบรูถูกชาวอียิปต์ผู้คุมงานเฆี่ยนจนตาย เกิดบันดาลโทสะฆ่าผู้คุมงานชาวอียิปต์คนนั้นตาย จึงต้องหนีไปจากอียิปต์ ไปอยู่ที่เมืองมิเดียน แต่งงานกับลูกสาวนักบวชที่เมืองนั้น ต่อมาเมื่อฟาโรห์องค์เดิมสิ้นพระชนม์ โมเสสก็เดินทางกลับไปที่อียิปต์เพื่อช่วยชาวฮีบรูโดยทูลขออนุญาตฟาโรห์พาชาวฮีบรูออกจากอียิปต์ ฟาโรห์ไม่ทรงอนุญาต แต่เมื่อเกิดภัยธรรมชาติและโรคระบาดต่อเนื่อง ทรงเชื่อว่าพระเจ้าของชาวฮีบรูลงโทษ จึงทรงยอมตามคำขอของโมเสส จากนั้นก็ตามด้วยเรื่องการหนีของชาวฮีบรูข้ามทะเลแดงที่ผมเล่ามาแล้ว เป็นที่มาของแผ่นหินบัญญัติสิบประการและศาสนายิว...
“ตอนที่โมเสสพาคนออกจากอียิปต์ เขาอายุแปดสิบแล้ว เขาสั่งให้ต่อหีบบรรจุแผ่นหินบัญญัติสิบประการสองหีบ แผ่นละหีบ เรียกว่า Box of Convenant of Yahweh หรือ The Ark of the Covenant เดินทางไปไหน ก็แบกหีบนั้นไปด้วยเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ”
วินทร์ #6616 : “นี่ใช่หีบ The Ark ในหนังเรื่อง Raiders of the Lost Ark ของ สตีเวน สปิลเบิร์ก รึเปล่า?”
วินทร์ #1001 : “ใช่”
วินทร์ #3287 : “ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก หนังโคตรสนุกเลย อินเดียนา โจนส์ เป็นพระเอก แข่งกับพวกนาซีเพื่อค้นหาหีบบรรจุแผ่นหินบัญญัติสิบประการ”
วินทร์ #1001 : “น่าเสียดายที่ตอนจบกลายเป็นหนังอภินิหารไปจนแทบปรับอารมณ์ไม่ทัน!”
วินทร์ #6616 : “ผมว่าโอเคนะ”
วินทร์ #1215 : “อภินิหารยังไงหรือ?”
วินทร์ #1001 : “หนังแสดงอำนาจเหนือธรรมชาติของ The Ark ทำลายพวกนาซีเรียบ”
วินทร์ #1215 : “ผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นยิวนี่นา ก็ต้องขายอภินิหารของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในคัมภีร์ซะหน่อย”
วินทร์ #4225 : “แต่เขาก็กำกับ Jurassic Park ที่พวกแรบไบยิวด่าเช็ดมาแล้ว”
วินทร์ #3287 : “เขาก็แก้ตัวอีกครั้งโดยทำเรื่องโปรยิวใน Schindler’s List”
วินทร์ #2009 : “ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย ทั้ง Jurassic Park กับ Schindler’s List ออกมาฉายในปีเดียวกัน เรื่องนึงไม่โปรยิว อีกเรื่องโปรยิว”
วินทร์ เลียววาริณ
11-10-26จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์
อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน
ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1- แชร์
- 8
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
วันนี้คุยเรื่องธรรมะ
“เห็น... ไม่เข้าไปเป็น” แปลว่าอะไร
คลิกลิงก์อ่าน https://www.blockdit.com/posts/6abf9168e65e7d5e4743d6f0
สนใจเรื่องใด เขียนมาถามได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1- แชร์
- 12
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
เมื่อวานนี้รีวิวหนังเรื่อง Digger คะแนนของผมคือ 10/10 คะแนนของนักวิจารณ์อาชีพใน Rotten Tomatoes คือ 52% ซึ่งแปลว่าสอบตก
Rotten Tomatoes เป็นเว็บไซต์ที่ก่อตั้งในปี 1998 โดยนักศึกษาสามคน ใช้สัญลักษณ์มะเขือเน่า (rotten tomatoes) เป็นวิธีให้คะแนนหนัง สัญลักษณ์นี้มาจากธรรมเนียมคนปามะเขือเน่าใส่นักแสดงบนเวทีละคร หากเรื่องหรือนักแสดงไม่เอาไหน ต่อมาสตูดิโอหนังใหญ่ซื้อเว็บไซต์นี้ไปคุมเอง ตอนนี้อยู่ในมือของค่ายหนัง Fandango Media, NBCUniversal / Comcast และ Warner Bros. Discovery
หลายปีนี้มีคนวิเคราะห์วิจารณ์ว่า ค่ายหนังมีอำนาจกำหนดคะแนนหนัง Rotten Tomatoes ในระดับหนึ่ง หรือกำหนดแบบอ้อมๆ เช่น จำกัดรอบฉายให้นักวิจารณ์ที่ท่าทางไม่ชอบหนัง ฯลฯ
Rotten Tomatoes ให้คะแนนอย่างไร?
Rotten Tomatoes มีวิธีให้คะแนนด้วยมาตรวัดที่เรียกว่า Tomatometer
คะแนนมะเขือสดมาก (Certified Fresh) ต้องได้คะแนนจากนักวิจารณ์ 100–75% โดยนักวิจารณ์ไม่ต่ำกว่า 80 ราย และอย่างน้อย 5 รายเป็น "Top Critics" บวกรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายข้อ
คะแนนมะเขือสด (Fresh) ต้องได้คะแนนจากนักวิจารณ์ 100–60%
คะแนนมะเขือเน่า (Rotten) ได้คะแนนจากนักวิจารณ์แค่ 59–0%
ดังนั้นเวลาอ่านค่า Rotten Tomatoes ก็ต้องฟังหูไว้หู ถ้าเห็นคะแนนหนังสูงๆ และดูหนังแล้วเราไม่เห็นด้วย บางคนอาจคิดว่าเรา "หัวไม่ถึง" ทั้งที่มีปัจจัยมากมายที่ทำให้คะแนนหนังเป็นอย่างนั้น
หลายคนติดนิสัยดูหนังตามคะแนนสาธารณะตามเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ถ้าคนพูดถึงมากๆ ก็เฮกันไปดู
สมัยผมเป็นหนุ่ม หนังสือพิมพ์บ้านเรามีคอลัมนิสต์เชียร์หนัง โดยรับเงินจากคนสร้าง เชียร์กันแบบไม่ต้องยั้งปากกา คนก็แห่ไปดู ถ้าหนังไม่ดีตรงใจ ก็บอกว่า "เราคงหัวไม่ถึง เพราะนักวิจารณ์รู้มากกว่าเรา"
ผมจึงบอกเสมอว่า ผู้ชมควรหัดวิเคราะห์วิจารณ์ทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งหนังและศิลปะสาขาอื่นๆ ที่เสพ ว่าตามเนื้อหา คิดวิเคราะห์เอาว่าดีหรือไม่ดี เพราะอะไร นิวรอนจะได้ทำงานคิด ไม่ใช่เชื่อ
สำหรับผม มีจุดยืนในการให้คะแนนหนังชัดเจนว่า ถ้าหนังมีไอเดียใหม่สด หรือทำไอเดียเก่าให้ใหม่ได้ มีความคิดสร้างสรรค์ ก็รับไปเลย 8/10 หรือ 9/10 ถ้าเล่าเรื่องเป็นด้วย ก็รับไปเลย 10/10
ต่อให้เรื่องไม่ดี ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์ในการเล่า ก็รับไป 10/10 ได้ง่ายๆ (ตัวอย่าง เช่น Mad Max: Fury Road)
คะแนนไม่ใช่เงินส่วนตัว ไม่มีหวงอยู่แล้ว ให้ได้ก็ให้ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ให้ 1-2 คะแนน แล้วรอทัวร์ลง
ทัวร์ลงก็คือการให้คะแนนคนให้คะแนน!
แปลกนะ เงินดูหนังก็ของเรา เวลาที่ดูหนังก็เป็นเวลาของเรา พลังงานที่ใช้วิจารณ์ให้อ่านฟรีก็มาจากข้าวที่เราซื้อกินเอง ค่าไอติมที่กินคลายเครียดจากทัวร์ลงก็เงินเรา
เอ้า! อย่าซีเรียสกับคะแนนนัก คะแนนไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือมะเขือ ก็เป็นแค่มาตรวัดอย่างหนึ่ง และมาตรวัดงานพาณิชย์ศิลป์ก็มักเป็นเรื่อง subjective
วินทร์ เลียววาริณ
9-10-261- แชร์
- 30
