-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ลูกค้าคนล่าสุดของร้านเหล้าพับผ่า แต่งชุดน้ำเงินเข้ม คล้ายคนงาน เสื้อผ้าเก่า แต่รอยยิ้มระบายบนใบหน้า
เขาบอกข้าพเจ้า "บาร์เทนเดอร์ วันนี้ผมเลี้ยงเหล้าทุกคนในร้าน"
ข้าพเจ้าถามลูกค้า "นี่คุณไปรวยมาจากไหน เข้ากาสิโนชายแดนหรือ?"
"ไม่ครับ ผมไม่อุดหนุนพวกเหม็น"
"คุณคงหมายถึงเหมน - เขมร?"
"ใช่ ผมติดคำว่าเหม็นน่ะ เพราะงานของผมเกี่ยวข้องกับความเหม็น"
"ยังไงครับ?"
"ผมมีอาชีพสูบส้วม"
ข้าพเจ้าเลิกคิ้ว
"สูบส้วมรวยขนาดเลี้ยงเหล้าคนทั้งร้านหรือ?"
"ถ้าแต่ก่อนก็ไม่มีทางรวย ตอนนี้ผมรวยจากการสูบส้วมจริงๆ"
"ไปสูบที่ไหน? บ้านมหาเศรษฐีหรือ?"
"กลางทะเล"
"ยังไงครับ? ส้วมกลางทะเลของพวกชาวเลหรือ?"
"ไม่ใช่ครับ ส้วมบนเรือใหญ่"
"อ๋อ! คงเป็นเรือสำราญ"
"ไม่ใช่อีกครับ บาร์เทนเดอร์คงรู้ว่าตอนนี้เรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกาที่จะไปบุกอิหร่านกำลังเจอปัญหาหนัก"
"เรือรบโดนอิหร่านถล่ม?"
"เปล่า ส้วมตัน"
"แล้วทำไมส้วมในเรือบรรทุกเครื่องบินตัน?"
"แหม! คนเราไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหาร ก็ต้องขี้เหมือนกัน ทหารมะกันตัวใหญ่ ขี้ก็เลยใหญ่ด้วย มันเลยตันง่าย"
"เรือบรรทุกเครื่องบินมีทหารกี่คน?"
"4,500 คน ลองคิดดูว่าวันๆ ผลิตขี้จำนวนมหาศาลแค่ไหน ทีนี้พอส้วมตัน ทหารแต่ละคนต้องรอเข้าห้องน้ำนานถึง 45 นาที ไม่ต้องรบกันแล้ว"
“แล้วคิดราคาสูบส้วมยังไง? คงไม่ใช่อัตราไทยนะ”
"แน่นอน ปกติในเมืองไทยผมคิดค่าสูบส้วมแค่ลูกบาศก์เมตรละ 200-300 แต่สูบส้วมเรือรบนี่ผมคิดสองสามพันต่อลูกบาศก์"
"บาท?"
"ดอลลาร์ จ่ายสด"
"แล้วที่นั่นไม่มีบริการส้วมหรือไร?"
"พวกไอ้กันไม่ชอบทำงานต่ำต้อย พวกนั้นชอบทำงานเท่ๆ คุณจำหนังเรื่องอาม้าเก๊กด้งได้มั้ย?"
"Armageddon?"
"ใช่ นั่นแหละ เรื่องที่ บรูซ วิลลิส นำคนงานไปดาวเคราะห์น้อยที่กำลังจะชนโลก เพื่อขุดส้วม เอ๊ย! ขุดรูฝังระเบิด มันต้องงานเท่ๆ แบบนั้นไอ้กันจึงจะทำ ถ้าสูบส้วมต้องใช้พวกแรงงานต่างด้าวเข้ามา ทีนี้พอทรัมป์ประกาศห้ามคนต่างด้าวเข้าประเทศ ก็เกิดปัญหา พอส้วมตันไม่มีคนสูบ"
"แล้วทำไมงานมาลงที่คุณ?"
"ตอนนี้พวกเม็กซิกันกำลังตีกัน พวกเวเนซุเอลาก็ไม่อยากทำงานให้อเมริกา พวกอาหรับก็กำลังเตรียมพร้อมรบ พวกเหมนก็กำลังซ้อมเล่นละครเรื่อง ไฟป่า ก็เหลือแต่คนไทยนี่แหละที่ว่างทำงานนี้ได้"
"ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง แล้วขี้ที่สูบมาเอาไปไว้ที่ไหน?"
"กำลังขนไปที่ชายแดนเขมร ยัดใส่บั้งไฟ ถ้าพวกเหมนกวนตีนอีก จะยิงบั้งไฟขี้มะกันใส่ เอ้า! วันนี้บาร์เทนเดอร์มีอะไรให้ผมดื่มบ้าง?"
"เริ่มที่ Dirty Martini Cocktail เป็นไง?"
วินทร์ เลียววาริณ
26-2-26พับผ่า! บาร์เทนเดอร์ (The Bartender Series 1) มีจำหน่ายแล้วในรูปอีบุ๊ค สนใจดูได้ในเว็บ The Meb
1- แชร์
- 13
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
ในวันที่ 17 เมษายน 1955 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล หมอพบว่าหลอดเลือดเอออร์ตาส่วนท้องปริแตก ทำให้เลือดไหลในช่องท้อง เขาต้องได้รับการผ่าตัด ทว่าอัจฉริยะของโลกบอกหมอว่าเขาไม่ปรารถนาจะรับการผ่าตัดใด ๆ เขากล่าวว่า “ฉันต้องการจากไปเมื่อฉันต้องการ มันไร้รสชาติที่จะต่ออายุอย่างผิดธรรมชาติ ฉันทำงานของฉันจบแล้ว ถึงเวลาไปแล้ว ฉันจะจากไปอย่างสง่างาม”
แล้วไอน์สไตน์ก็จากโลกไปในวันรุ่งขึ้น วัยเจ็ดสิบหก ง่าย ๆ เช่นนั้น
เป็นเรื่องอัตโนมัติอย่างยิ่งสำหรับหมอและญาติคนไข้ที่จะยื้อชีวิตคนไข้ให้อยู่ในโลกนานที่สุด โดยความคิดว่าการมีชีวิตยืนยาวที่สุดเป็นเรื่องดี ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าการอยู่ในโลกนานกว่ากำหนดโดยมีสายช่วยชีวิตระโยงระยาง เป็นความทุกข์ที่เราสร้างขึ้นเอง กระนั้นก็ยังทำทุกวิถีทางเพื่อต่อชีวิตให้ยาวที่สุด เพราะค่านิยมและความเชื่อว่า “ชีวิตเป็นของมีค่า”
ไอน์สไตน์กลับมองว่า ‘ความมีค่า’ กับ ‘ความยาว’ ของชีวิต ไม่ได้อยู่ในสมการเดียวกัน
เขารู้ว่าความยาวของเวลาเป็นเพียงมายา เพราะเวลาเป็นเพียงค่าสัมพัทธ์
ไอน์สไตน์สมแล้วที่เป็นคนฉลาดที่สุดคนหนึ่งในโลก มิเพียงจะเข้าใจหลักฟิสิกส์อย่างดีเยี่ยม หากยังสามารถใช้หลักฟิสิกส์ในชีวิตจริง! เข้าใจสมการชีวิตอย่างลึกซึ้ง และเขาก็ใช้ชีวิตเช่นแนวคิดเรื่องสัมพัทธภาพของเขา!
แนวคิดเรื่องสัมพัทธภาพอาจฟังดูซับซ้อนเกินเข้าใจ แต่เมื่อมองในมุมการเข้าถึงธรรมของพุทธ จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก เพราะปรัชญาพุทธอธิบายหลักการใช้ชีวิตให้มีทุกข์น้อยที่สุดได้โดยการละวางทวิลักษณ์ เนื่องจากมันเป็นมายา
เป็นมายาอย่างไร?
ชายคนหนึ่งเที่ยวรอบโลกอย่างสนุกสนานนานหกเดือน เขารู้สึกว่าเวลาหกเดือนสั้นอย่างยิ่ง แต่หากเขาต้องโทษจำคุกหกเดือน เวลาหกเดือนเท่ากันนั้นจะยาวนานอย่างยิ่ง
นี่ก็คือสัมพัทธภาพ มันเกิดจากการเปรียบเทียบเวลาที่บวกความสุขกับเวลาที่บวกความทุกข์ ย่อมรู้สึกว่าแตกต่าง ทั้งที่เวลาเท่ากัน
สมมุติว่าธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ทั้งโลกมีอายุเฉลี่ย 30 ปี เราจะเคยชินกับตัวเลขนี้ และรู้สึกว่าถ้าใครอายุถึง 40 คือยืนยาวมาก
แต่ใน พ.ศ. นี้ อายุเฉลี่ยของมนุษย์คือ 70-80 ปี ตัวเลข 40 ก็กลายเป็น ‘สั้น’ ขึ้นมาทันที ทั้งที่ระยะเวลาเท่ากัน
ถ้าวันหนึ่งในอนาคต อายุเฉลี่ยของมนุษย์สูงขึ้นถึง 150 ปี ตัวเลข 80 ที่เรารู้สึกว่า ‘ยาว’ ในวันนี้ก็จะกลายเป็น ‘สั้น’ ขึ้นมา ความยาว-สั้นจึงเป็นสัมพัทธ์และเป็นมายา
เมื่อเราเอามือแตะน้ำเดือด เรารู้สึกว่ามัน ‘ร้อน’ เมื่อแตะน้ำแข็ง เรารู้สึกว่า ‘เย็น’
แล้วเราก็ตั้งเป็นกฎขึ้นมาว่า 100 องศาเซลเซียสคือร้อน 0 องศาคือเย็น
ทว่าสัตว์น้ำหลายพันธุ์ซึ่งอาศัยบริเวณปล่องภูเขาไฟระอุใต้มหาสมุทรกลับอยู่ในน้ำเดือดปุด ๆ อย่างสบาย พวกมันไม่รู้สึกว่าบ้านน้ำเดือดของมันร้อนแต่อย่างไร เพราะพวกมันชินของพวกมันอย่างนั้น ถ้าพวกมันรู้สึก ‘ร้อน’ สุดทนทาน ก็คงย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นแล้ว
ค่า ‘ร้อน’ จึงไม่สัมบูรณ์ ไม่ตายตัว ไม่ใช่ความจริงสูงสุด เพราะเราชาวมนุษย์กับสัตว์ใต้ทะเลพวกนั้นเห็นต่างกัน เราบอกว่าร้อนเพราะเราใช้มาตรฐานความเคยชินของเราวัด พวกมันบอกว่าไม่ร้อนเพราะใช้มาตรของพวกมันวัด
ร้อน-เย็นจึงเป็นสัมพัทธ์และเป็นมายาเช่นเดียวกัน
ทุกข์-สุขก็เป็นมายา ไม่ใช่ค่าตายตัว เป็นสัมพัทธภาพขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เราวัดด้วยความรู้สึกและอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลา
คนคนหนึ่งเห็นว่าเรื่องหนึ่งเป็นทุกข์มาก อีกคนหนึ่งมองเรื่องเดียวกันว่าทุกข์น้อยหรือไม่ทุกข์เลย มันไม่มีค่าสัมบูรณ์อย่างแท้จริง
สัมพัทธภาพในโลกนี้ก็คือทวินิยม ร้อน-เย็น ยาว-สั้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่เรากำหนดให้ตัวเองรู้สึกเองทั้งสิ้น โดยใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐาน
ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ทุกข์’ มีหลายระดับ ขึ้นกับความรู้สึกและประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน ไม่เหมือนกันทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน
ยึดมายาเป็นค่าสัมบูรณ์เมื่อไร เราก็ทุกข์เมื่อนั้น
ชีวิตก็คือสัมพัทธภาพ ความยาว-สั้นของเวลาชีวิตเป็นเพียงมายา จะอยู่ในโลกนานขึ้นอีกห้าปี สิบปี อาจไม่แตกต่างอะไร หากเวลาที่เรามีนั้นไร้คุณภาพหรือไร้ความหมาย ดังนั้นถ้าหลงคิดว่าตัวเลขอายุมาก ๆ คือดี ก็อาจหลงทาง มองคุณค่าของชีวิตผิดเพี้ยนไป
ลองถามตัวเองว่าหากมีชีวิตยาวขึ้นอีกวันสองวัน ร้อยวัน สร้างความแตกต่างอะไรหรือไม่ หากไม่แตกต่าง จำนวนวันบนโลกก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เร็วหรือช้าไม่มีผลอะไรต่อโลกอีกแล้ว
บางทีความยาวของชีวิตอาจไม่สำคัญเท่าว่าช่วงชีวิตที่มีลมหายใจ เจ้าของชีวิตทำอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร ที่ทำให้การมีชีวิตอยู่บนโลกของเขานั้นดีกว่าการไม่มี
เมื่อเข้าใจสัมพัทธภาพแห่งชีวิต เราก็จะเข้าใจมายาอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก และเมื่อนั้นเราก็อาจสามารถกำหนดชีวิตของเราได้เอง
ดังนั้นเวลาสุขอย่าลืมตอนทุกข์ เวลาทุกข์อย่าลืมตอนสุข เวลาเศร้าอย่าลืมตอนหัวเราะ เวลาหัวเราะอย่าลืมตอนเศร้า เวลามึนซึมอย่าลืมตอนสดชื่น เวลาเหงาอย่าลืมตอนมีเพื่อน ฯลฯ
เพราะทุกอารมณ์เป็นเรื่องเดียวกัน ต่างที่ว่าจะไปจับตรงช่วงไหนของเรื่องนั้น
วินทร์ เลียววาริณ
26-2-26อ่านฉบับเต็มได้จาก ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์
หนังสือ Exclusive edition ยังพอมีเหลือ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสารคดีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของไอน์สไตน์ มุมมองต่อโลกและชีวิต + ปรัชญาต่างๆ บางบทความอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
https://www.winbookclub.com/store/detail/240/ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์
21 บทความ ราคา 300 = บทความละ 14.2 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)มีโปรโมชั่นพิเศษไอน์สไตน์ + เล่มอื่น
Shopee คลิกลิงก์ https://shope.ee/6KgvYw47A4?share_channel_code=61- แชร์
- 26
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
ช่างก่อสร้างใช้หลักวิทยาศาสตร์ช่วยทำงานมากกว่าที่คนทั่วไปคิด เช่น เวลาก่อผนังอิฐโดยเฉพาะอิฐเปลือยโชว์แนว จะใช้สายยางเพื่อวัดระดับสองจุดที่ห่างกัน เนื่องจากระดับน้ำในสายยางเล็กสองปลายสูงเท่ากันเสมอ, การกำหนดเส้นตั้งฉากของกำแพงหรือเสาจะวัดด้วยลูกดิ่งซึ่งทำงานได้ด้วยความช่วยเหลือของแรงโน้มถ่วงโลก, การเซาะร่องผนังกับการฝังเส้นโลหะเป็นระยะบนพื้นช่วยป้องกันพื้นแตกร้าว ทำงานด้วยหลักการคายความร้อน, การเซาะร่องขอบกันสาดเพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อน ทำงานด้วยหลักแรงดึงผิวของหยดน้ำ เป็นต้น
ช่างใช้สว่านหลายแบบเจาะรู ทรงหัวต่างกันใช้เจาะวัสดุต่างกัน การเจาะรูใหญ่บนผนัง ใช้สว่านดอกเล็กก่อน ใช้แรงแต่พอควร ไม่กระแทกกระทั้น เจาะรูเล็กแล้วค่อยใช้สว่านดอกใหญ่ขึ้นขยายรู
มองดูช่างทำงานแล้วก็เห็นความเหมือนกันของงานช่างกับการใช้ชีวิต
การผสมปูนสัดส่วนเหมาะ ไม่ให้แตก ก็คือการใช้ชีวิตแบบสมดุล ไม่ตึงไปหย่อนไป
การเจาะผนังก็เช่นการว่ากล่าวตักเตือนผู้อื่น ไม่ควรรุนแรง ไม่ผลีผลาม ค่อย ๆ พูด
บางอย่างต้องเบา บางอย่างก็แรงได้
การใช้สว่านแบบต่าง ๆ ในการเจาะรูแต่ละชนิดก็เช่นการแก้อุปสรรคแต่ละอย่างของชีวิต แต่ละสถานการณ์ใช้วิธีการที่ต่างกัน
การฝังเส้นโลหะบนพื้นเพื่อกันการแตกร้าว ก็เหมือนการใช้กาวใจเชื่อมสัมพันธ์องค์กรไม่ให้ร้าว
เข้าใจการทำงานของช่าง ก็อาจเข้าใจการใช้ชีวิตดีขึ้น
วินทร์ เลียววาริณ
25-2-26จากหนังสือ บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเอง
90 บทความกำลังใจสั้นๆ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 2 บาท+ (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/147/บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเอง
ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.2082697073283951- แชร์
- 38
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
เช้านี้พูดถึง รอนนี โอ'ซัลลิแวน เป็นนักเล่นสนุกเกอร์ที่ผมชอบดูที่สุด เพราะถูกจริตที่เขาทำงานเร็วและดี
เขาฟาด maximum break เร็วที่สุดในโลกคือ 5 นาที 8 วินาที หมดโต๊ะ ในปี 1997 ประลองกับ Mick Price
ฉายาของเขาคือ The Rocket เพราะแทงลูกเร็วปานจรวด
นักเล่นสนุกเกอร์ส่วนมากเล่นแบบเล่นหมากรุก แต่ละช็อตต้องขบคิด มองแล้วมองอีก
แต่รอนนีมองแวบเดียวก็แทง ประมาณลี้คิมฮวง + อาฮุย + จิ้นบ้อเมี่ย ในฤทธิ์มีดสั้น
แม่นยำเหมือนลี้คิมฮวง (มีดบินไม่พลาดเป้า) รวดเร็วเหมือนอาฮุย และแทงสองมือได้เหมือนจิ้นบ้อเมี่ย
ครั้งยังเด็ก พ่อให้สิ่งของสามอย่างแก่เขา คือจักรยาน ไม้เทนนิส และไม้สนุกเกอร์ บอกเขาว่า “ดูซิว่าลูกจะเอาดีทางไหนได้บ้าง”
รอนนีมีความผูกพันกับพ่อเสมอ แม้เมื่อพ่อติดคุกข้อหาฆาตกรรมโทษ 18 ปี แม่ก็ติดคุกข้อหาหนีภาษี
เวลานั้นรายได้ครอบครัวมาจากขายหนังสือโป๊
เขาวัยรุ่นกับน้องสาววัยแปดขวบ เข้าสู่โหมด “ต้องเอาตัวรอดให้จงได้” ในโลกมืดแปดด้านใบนี้
การที่พ่อติดคุกทำให้เขามีความมุมานะมากขึ้นในการเล่นสนุกเกอร์
จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อภาพการเล่นสนุกเกอร์ของเขาปรากฏบนจอโทรทัศน์ในเรือนจำ สำหรับพ่อ มันเป็นการเยี่ยมเยียนอย่างหนึ่ง
นี่ทำให้เขายิ่งมีมานะ
รอนนีผ่านชีวิตเหลวแหลกระยะหนึ่ง ดื่มจัดและใช้ยาเสพติด
เขาเสพเพราะต้องการหนีความเครียด แต่พบว่ายิ่งทำให้เขาเครียด ในที่สุดเขาก็ออกจากจุดนั้น กลายเป็นจรวด พุ่งออกไปสู่โลกอื่น
ในที่สุดเขาก็เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งดีที่สุด
เขาบอกว่า “พรุ่งนี้ไม่สำคัญ เดือนหน้าไม่สำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตก็ไม่สำคัญ”
ชีวิตย่อมมีด้านไม่ดี แต่มันก็มีชั่วขณะที่งดงาม ถ้ามองให้เห็น
ในการแข่งขันชิงรางวัล Shanghai Masters เขาได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศ พลันสายตาเขาเหลือบเห็นเด็กหญิงตัวน้อยในกลุ่มผู้ชม เธอมากับพ่อ สีหน้าและแววตาของเธอดูตื่นเต้นมีความสุข
อาจเพราะนาทีนั้นเขาคิดถึงพ่อ หรือเพราะเขาเข้าใจความงามของชั่วขณะจิต เขายื่นถ้วยรางวัลให้เด็กหญิงคนนั้น
พรุ่งนี้ไม่สำคัญ เดือนหน้าไม่สำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตก็ไม่สำคัญ
นาทีนี้ต่างหากที่สำคัญ
วินทร์ เลียววาริณ
24-2-26บางท่อนจากหนังสือ มากกว่าสามสิบสอง
49 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 250 บาท = บทความละ 5.10 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/195/มากกว่าสามสิบสอง
https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1q
โปรโมชั่นคอมโบ https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201
Shopee https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1qโปรโมชั่นคอมโบ https://s.shopee.co.th/8zpi6W2V3T
1- แชร์
- 43
-
วินทร์ เลียววาริณ4 วันที่ผ่านมา
แต้มสูงสุดของเกมสนุกเกอร์คือ 147 เรียกว่า Maximum Break
ใน Maximum Break ผู้เล่นแทงลูกทั้งหมดจบในเฟรมเดียว เริ่มที่ 15 แดง 15 ดำสลับกัน ตามด้วยลูกสีอื่นๆ ก็จะได้คะแนน 147
หลายทัวนาเมนต์มอบโบนัสพิเศษแก่ผู้ทำ Maximum Break สำเร็จ จำนวนเงินขึ้นแต่แต่ละงาน
นักเล่นสนุกเกอร์คนหนึ่งที่เล่นระดับ Maximum Break บ่อยๆ และแม่นเหมือนจับวางคือ รอนนี โอ'ซัลลิแวน
เขาเป็นมือกระบี่ที่แม่นและไว
เขามักถามก่อนว่า ในทัวร์นาเมนต์นั้นๆ ให้โบนัสพิเศษของ Maximum Break เท่าไร
ถ้าไม่ให้หรือให้น้อย เขาก็เล่นโดยไม่มุ่งเป้าที่ Maximum Break
ครั้งหนึ่งในปี 2010 เขาถามกรรมการว่างานนี้ให้เงินพิเศษ Maximum Break เท่าไร คำตอบคือสี่พันปอนด์ เขาเห็นว่ามันน้อยไป จึงเจตนาทำแต้มแค่ 140
ในปี 2016 เขาถามกรรมการอีก ได้คำตอบว่าเงินพิเศษ Maximum Break คือหนึ่งหมื่นปอนด์ เขาบอกว่ามันน้อยไป และเจตนาแทงลูกสีชมพู ทั้งที่สามารถแทงลูกสีดำได้ ผลคือได้ 146 แต้ม แล้วเดินยิ้มๆ ออกจากสถานที่แข่งขัน
เขาบอกว่า ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ไม่น่าจะน้อยกว่าห้าหมื่นปอนด์
นี่ไม่ใช่เพราะเขาโลภ อยากได้เงินมากๆ แต่เพราะเขาเห็นว่า งานอย่าง Maximum Break ทำได้ยากมาก ไม่ใช่ทุกคนทำได้ จึงควรให้ค่ามันหน่อย เพื่อกระตุ้นให้พัฒนาการแข่งขัน
ในโลกทุกวันนี้ หลายอาชีพให้ค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าผลงานที่ทำ ในหลายประเทศ ครูที่สร้างเด็กมีรายได้นิดเดียวเท่านั้น
หลายสังคมมีภาพว่างานที่ให้เงินมากคืองานที่มีเกียรติ คนที่มีรายได้สูงๆ ง่ายๆ เร็วๆ คือคนเก่ง
แต่โลกต้องขับเคลื่อนด้วยอาชีพต่างๆ ทุกอาชีพมีความสำคัญ ขาดอาชีพหนึ่งอาชีพใดไม่ได้ ยกเว้นการเกาะหลังคน
การทำงานที่ตามหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ไม่โกงคนอื่น ไม่เอาเปรียบสังคม ก็คืองานที่มีค่า
คนไม่น้อยมองว่า งานเล็กๆ ไม่ใช่งานสำคัญ
งานเล็กๆ ก็เป็นงานสำคัญได้ ถ้าทำให้ดี
และเราทุกคนสามารถทำงานเล็กๆ ของเราเป็น 'Maximum Break'
วินทร์ เลียววาริณ
24-2-261- แชร์
- 32
