• วินทร์ เลียววาริณ
    3 ปีที่ผ่านมา

    [เรื่องเกือบส่วนตัว ตอน 17]

    Old School

    ครูโรงเรียนแสงทองวิทยาในยุคนั้นมีแต่ผู้ชาย ทั้งคนไทยและฝรั่ง ครูฝรั่งเป็นพวกมิชชันนารี ส่วนมากมาจากอิตาลี เพราะนิกายซาเลเซียนก่อตั้งที่นั่น ทั้งบาทหลวงและบราเธอร์ชาวอิตาเลียนเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนมาไกลครึ่งโลกเพื่อสอนเด็กไทยในต่างจังหวัด

    เมื่อโตขึ้นมองย้อนกลับไป ผมรู้สึกว่านักบวชเหล่านี้สร้างคุณแก่บ้านเราใหญ่หลวงในด้านการศึกษา อย่างน้อยที่สุดผมก็เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากครูอิตาเลียนเหล่านั้นมาก

    นอกจากนักบวชอิตาเลียน ก็มีนักบวชไทย ทั้งบาทหลวงและบราเธอร์

    ทุกเช้าหลังร้องเพลงชาติ นักเรียนทั้งโรงเรียนยืนฟังบทเทศน์ มักเป็นหน้าที่ของครูใหญ่ แต่ครูคนหนึ่งที่ขึ้นเทศน์บ่อยครั้งชื่อครูเจิม เทพสุริยวงศ์

    ภาพที่เราจดจำครูเจิมได้คือชายผิวคล้ำ สีหน้าเคร่งขรึมเป็นนิจ ยิ้มยาก หรือที่ถูกคือเราไม่เคยเห็นครูยิ้ม มักสวมชุดซาฟารีสีเทา ยืนตัวตรงแน่วเหมือนทวน

    ในวัยเด็ก เรารู้สึกว่าเป็นครูดุมากคนหนึ่ง

    ครูเจิมตรวจตราความเรียบร้อยของนักเรียนอย่างละเอียด ไม่เพียงแต่ตรวจเครื่องแบบ ยังตรวจการใช้ภาษาไทยด้วย

    ใช่ ครูเจิมสอนวิชาภาษาไทย พูดภาษาไทยชัดเจน ชัดทุกคำ คำควบกล้ำ ล หรือ ร แยกออกชัดถ้อยชัดคำ เสียงวรรณยุกต์แจ่มแจ้ง ไม่มีหลุด

    ในวิชาภาษาไทยชั่วโมงหนึ่ง ครูเจิมให้นักเรียนอ่านข้อความจากหนังสือ เมื่อถึงตาผม ผมอ่านคำ ‘เหย้าเรือน’ ว่า ‘เย้า-เรือน’

    ครูเจิมแก้ให้ทันทีว่า “เย่า-เรือน”

    หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยออกเสียงคำนี้ผิดอีกเลยตลอดชีวิต และยังรวมไปถึงคำที่มีอักษร ห กล้ำทั้งหมด

    ไม่เพียงพูดชัด ครูเจิมยังเป็นนักพูดชั้นหนึ่ง ฝีปากเป็นเอกจึงได้รับหน้าที่ขึ้นเวทีอบรมนักเรียนในตอนเช้าเสมอ

    ที่ดูขัดแย้งก็คือ แม้ดูเป็นคนเคร่งขรึมอย่างยิ่ง แต่ครูเจิมมีอารมณ์ขันมาก ขณะที่เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ของประเทศเกลียดการเข้าแถวเคารพธงชาติและฟังครูเทศน์ การ ‘เทศน์’ ของครูเจิมหลังเคารพธงชาติในตอนเช้าเป็นไฮไลต์ของงาน

    ตลกอย่างยิ่ง

    ครั้งหนึ่งครูเจิมอบรมนักเรียนไม่ให้หนีเรียน (ภาษาที่เราใช้ในโรงเรียนในภาคใต้คือ ‘โดดร่ม’)

    “ถ้าปีนกำแพงโรงเรียนออกไป เกิดพลาดพลั้ง ตกลงมาหัวแตก เลือด-นอง-แผ่น-ดิน”

    วลีสุดท้ายออกเสียงเคร่งขรึม และลากเสียง เรียกเสียงฮาครืนทั้งโถง

    .........

    ครูเจิมใช้วิธีการสอนแบบเก่า เด็กขี้เกียจ เด็กทำผิดก็อบรม จ้ำจี้จ้ำไช ดุว่าบ้าง แต่ไม่ด่า

    สไตล์ของครูเจิมคือแบบ ‘old school’ หมายถึงคนหรือวิธีการที่เป็น ‘แบบเก่า’

    ดุแต่เปี่ยมเมตตา เคร่งขรึมแต่มีอารมณ์ขัน เจ้าระเบียบแต่เรียบง่าย

    ครูเจิมสร้างศิษย์จำนวนมาก ออกไปก่อร่างสร้างสังคมและประเทศ

    วิธีการสอนภาษาไทยของครูเจิมทำให้ผมถอนใจทุกครั้งที่เห็นคนรุ่นใหม่ออกเสียงคำไทยผิด อ่านผิด เขียนผิด ไปจนถึงตั้งใจอ่านเขียนผิดเพื่อความเท่

    ในห้วงยามที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง โรงเรียนจำนวนมากกลายเป็นองค์กรทางธุรกิจ โรงเรียนเป็นสถานะทางสังคมอย่างหนึ่ง ครูเป็นเพียง ‘อาชีพ’ จิตวิญญาณความเป็นครูบางคนเลือนหาย ผมคิดถึงวิถี old school และ ‘ครูแบบเก่า’ อย่างครูเจิม

    ครูผู้จ้ำจี้จ้ำไชเด็ก ดุเมื่อถึงคราวดุ ดุแต่ไม่ด่า ไม่ปล่อยปละละเลย สอนเมื่อถึงเวลาสอน อบรมบ่มนิสัยเด็กราวกับเป็นลูกในไส้ เหมือนประติมากรที่ปั้นเด็กอย่างใจเย็นทีละคน

    old school - วิถีเก่า

    เป็นวิถีเก่าที่ผมคิดถึง

    หมายเหตุ : ครูเจิมเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2561

    (ยังมีต่อ)

    1
    • 0 แชร์
    • 152

บทความล่าสุด