-
วินทร์ เลียววาริณ1 ปีที่ผ่านมา
คนที่แต่งงานมานานแล้วเคยสังเกตไหมว่า หลังจากอยู่กินด้วยกันมานานปีแล้ว อาการคิดถึงกันอย่างสมัยที่จีบกันใหม่ ๆ ค่อย ๆ หายไปเหมือนโซดาที่วางไว้จนเริ่มชืด ฟองเริ่มไม่ค่อยซู่ซ่าเหมือนเปิดใหม่ ๆ
สาเหตุหลักอย่างหนึ่งคือความเบื่อ
ความเบื่ออย่างแรกมาจากความจำเจ ซ้ำซาก ชีวิตเดินไปตามสูตรเดิม วิถีทางเดิม กินข้าวในห้องเดิม สีห้องเหมือนเดิม นอนเตียงเดิม และเห็นหน้าเดิม ๆ กันทุกวัน
ความเบื่ออย่างที่สองมาจากการเข้าใจอีกฝ่ายดีเกินไป! เห็นกิริยาท่าทางของอีกฝ่ายก็อ่านทะลุ รู้ว่าเขาหรือเธอคิดอะไรอยู่ รู้สึกอย่างไรอยู่ เดาทางได้จนเกิดความเบื่อ
จนเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่ต้องแยกจากกันชั่วคราว เช่น คนหนึ่งต้องไปประชุมต่างประเทศ หรือไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด ความรู้สึกว่ามีอะไรใหม่ก็เกิดขึ้น ทำให้ชีวิตอาจรู้สึกดีขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนแปลง น้ำที่ขังนิ่งมานานเริ่มมีการกระเพื่อมไหว เมื่อนี้แหละอาการคิดถึงกันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
นี่มิใช่เรื่องแปลก ความรู้สึกคิดถึงกันมักเกิดขึ้นต่อเมื่อแยกจากกัน เป็นธรรมชาติของมันอย่างนั้น
ดังนั้นหนึ่งในเคล็ดลับของการอยู่ด้วยกันนาน ๆ คือแยกจากกันบ้าง การเห็นหน้ากันทุกวันอาจทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงได้
หลายคู่แยกกันอยู่เพราะความจำเป็น ไม่ว่าเพราะปัญหาทางสังคมหรือเศรษฐกิจ เจอหน้ากันเฉพาะเมื่อโอกาสอำนวย
การแยกกันอยู่ทางกายภาพแบบนี้มีข้อเสียหลายข้อ แต่มองโลกในแง่บวก ก็มีข้อดีหลายข้อเช่นกัน
ข้อเสียคือความหงอยเหงา การพรากจาก และการเอ่ยคำอำลา ข้อดีคือมีโอกาสทะเลาะกันน้อยลง! และบางทีก็อาจช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น พิสูจน์คำสอนที่ว่า การไม่อยู่ด้วยกันช่วยสานความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น
เหล่านี้เป็นคนที่รักกัน แต่แยกกันอยู่เพราะความจำเป็น อย่างไรก็ตาม มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เลือกวิถีชีวิตคู่แบบนี้ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น
นี่ก็คือ Living Apart Together (LAT) ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของชีวิตคู่
Living Apart Together (แยกอยู่ด้วยกัน) หมายถึงคู่ครองที่รักกัน แต่อยู่แยกกัน ไม่ว่าโดยความจำเป็นหรือสมัครใจ ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปมี LAT จำนวนมาก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย หลายประเทศมีเปอร์เซ็นต์ของคู่ LAT สูงมาก ในยุโรป LAT มีปริมาณราวสิบเปอร์เซ็นต์ของคู่ทั้งหมด ในออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา มี LAT ประมาณไม่เกินสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นค่านิยมที่รับกันได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ว่าโดยพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ หรือเพราะสภาพแวดล้อม หรืออะไรก็แล้วแต่ ดูเหมือนว่า LAT กลายเป็นเทรนด์ใหม่ไปแล้ว
นี่ยังไม่รวมคู่ที่ใช้โมเดล LAT เป็นการทดลองอยู่ ๆ แยก ๆ ก่อนที่จะตกลงใจว่าจะอยู่ด้วยกันหรือแยกกันดี
LAT ไม่ใช่การแยกกันชั่วคราวของคู่ที่มีปัญหาชีวิตสมรส และกำลังลังเลว่าจะหย่ากันหรือไม่ LAT เป็นเรื่องของคนที่ยังรักกันอยู่ แต่แยกกันทางกายภาพ
ที่แปลกคือ เปอร์เซ็นต์ LAT โดยความสมัครใจดูเหมือนจะสูงขึ้น จำนวนไม่น้อยแยกกันอยู่อย่างเต็มใจมากกว่าถูกสถานการณ์บังคับ คู่เหล่านี้เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเกิดจากการอยู่ด้วยกันทางกายภาพ ความรัก-ความสัมพันธ์นั้นแยกส่วนกับความเป็นส่วนตัวหรือตัวตนของคนผู้นั้น (รวมทั้งพื้นที่ส่วนตัวอย่างเป็นรูปธรรมด้วย) บางคู่เน้นสายสัมพันธ์อย่างเพื่อนมากกว่าคู่รัก เพราะความเป็นเพื่อนมั่นคงกว่า
รักกันจริงก็ไม่จำเป็นต้องเป็นฝาแฝดอิน-จัน ตัวติดกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แยกกันบ้างก็ดี
หลายรายสร้างบ้านคนละหลังบนที่ดินผืนเดียวกัน บางคู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์เดียวกัน แต่อยู่คนละห้อง
คู่ครองหลายคู่แต่งงานมาแล้วหลายสิบปี แต่เลือกที่จะเป็น LAT บางทีอาจเพราะต้องการรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนนานต่อไป
คนรุ่นเก่าไม่น้อยก็ใช้โมเดล LAT แบบย่อส่วน นั่นคืออยู่บ้านเดียวกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน แต่แยกห้องนอน เพราะทั้งสองต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง อย่างน้อยในช่วงหนึ่งของวัน การแยกเตียงก็ยังทำให้นอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่กว่าการทนอีกฝ่ายหนึ่งกรนหรือเข้าห้องน้ำคืนละสามครั้ง
ชีวิตคู่ก็เหมือนลิ้นกับฟัน ช้าหรือเร็วก็ต้องกระทบกระทั่งกัน เจ็บมากเจ็บน้อยแล้วแต่แรงกระทบ โมเดล LAT ไม่ได้แยกลิ้นกับฟันออกจากกันโดยสิ้นเชิง แค่หาอะไรมากั้นขวางลิ้นกับฟันบ้าง
ท้ายที่สุดจะอยู่ด้วยกันหรือแยกอยู่ด้วยกัน ก็มีเป้าหมายเดียวกันคือยังดำรงรักอยู่ เพราะหากไม่รักกันแล้ว ตัวติดกันอย่างอิน-จันก็ไร้ความหมาย
การใช้ชีวิตด้วยกันของแต่ละคู่แตกต่างกันออกไปตามความชอบใจ สบายใจอย่างไรก็ทำอย่างนั้น มันก็เหมือนประเด็นคำถามว่าจดทะเบียนสมรสดีหรือไม่ หรืออยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานดีไหม ไม่มีสูตรสำเร็จหรือกติกาแน่นอน
โมเดล LAT ไม่ได้เหมาะกับทุกคู่ เพราะแต่ละคนมีความอดทนไม่เท่ากัน ยอมจ่ายราคาไม่เท่ากัน
และเพราะ Living Apart Together จะได้ผลก็ต่อเมื่อทั้งคู่ Loving Apart Together เป็น!
จากหนังสือ ในหลุมรัก / วินทร์ เลียววาริณ
https://www.winbookclub.com/store/detail/112/ในหลุมรัก1- แชร์
- 161
-

เมื่อวานนี้เกริ่นเรื่องเด็ก 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล วันนี้ขอขยายความนิด (ความจริงคือจะป้ายยา) เพราะหลายคนไม่รู้ว่าหนังสือชื่อแปลกๆ อย่างนี้เป็นหนังสืออะไร
ผู้อ่านที่อ่านงานของผมมานานย่อมรู้ว่า ผมสนใจเรื่องดาราศาสตร์ จักรวาลวิทยา กำเนิดมนุษย์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา วิวัฒนาการ กำเนิดอารยธรรม สังคม และศาสนา ฯลฯ มานาน เขียนและเทศน์เรื่องนี้บ่อยมาก จนบางคนสงสัยว่า "รู้ไปทำไม?"
คำตอบของผมคือ "เชื่อเถอะว่านี่เป็นเรื่องควรรู้ รับรองมันเปิดโลกเราจริงๆ"
ในความเห็นของผม หากต้องการจะเข้าใจโลกและมนุษย์จริงๆ ต้องอ่านจักรวาลวิทยา มันดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่โคตรเกี่ยวกัน
ผมอ่านหนังสือแนววิทยาศาสตร์ต้นฉบับภาษาอังกฤษมาก ตั้งแต่สมัยที่ทำงานที่นิวยอร์กจนกลับเมืองไทย เป็นขาประจำของ Asiabooks และ Kinokuniya เสียเงินไปเท่าไรก็ไม่รู้ ซื้ออ่านหมดชั้น
อ่านหนังสือแนวนี้มาหลายสิบปี ตั้งแต่อ่านไม่รู้เรื่องเลย จนพอรู้ เมื่อรู้แล้วก็ตื่นเต้น อยากถ่ายทอดออกไป เพื่อให้ความรู้ด้านนี้
เรื่องวิทยาศาสตร์และจักรวาลปกติเป็นงานที่คนสนใจน้อย ที่สำคัญคือเขียนให้สนุกยาก
แล้วทำไมต้องเป็นสนามฟุตบอล?
สนามฟุตบอลในชื่อเรื่องหมายถึงสนามฟุตบอลจริงๆ หลังบ้านเกิดของผมที่หาดใหญ่ เป็นที่ดินของการรถไฟ เมื่อฝนตกหนัก น้ำจะท่วมสนามฟุตบอล เมื่อนั้นก็ปรากฏปลามากมายมาแหวกว่าย ปลาเหล่านี้มาจากคลอง เมื่อน้ำท่วม ก็เชื่อมกันหมด
ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอลจึงเป็นอุปมา หมายถึงชีวิตที่มาในโลกนี้ ณ มุมนี้ของจักรวาลชั่วคราว
หนังสือชุดนี้มีสองเล่ม คือ ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล และ ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
บางคนอ่านไม่รู้เรื่อง บางคนอ่านแล้วชอบมากๆ บางคนบอกว่าอ่านแล้วหัวเปิด
หนังสือสองเล่มนี้พูดทุกเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลและมนุษย์ รวมวิทยาศาสตร์กับปรัชญา ทุกอย่างในนั้น
เมื่อพูดถึงปลาในสนามฟุตบอลแล้ว ก็มีนวนิยายจีนกำลังภายในที่ผมโยงเข้ากับชุดปลาจนได้ นั่นคือ สี่ภพ นวนิยายจีนกำลังภายในผสมไซไฟที่กินเวลาผมไป 5 ปี เป็นงานบูชาครู และเป็นงานสะสม เพื่อระลึกถึงวงการนิยายกำลังภายในในไทยเมื่อ 40-50 ปีก่อน
ทั้งสองชุดนี้เป็นงานคนละตระกูล แต่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน และน่าจะเปิดโลกเหมือนกัน
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/182/ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล
ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/89/ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
สี่ภพ https://www.winbookclub.com/store/detail/255/สี่ภพ
งานหนังสือยังเหลืออีกสองวัน และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสั่งซื้อชุด 20 เล่ม 2,200.- (สั่งทางเพจ https://www.facebook.com/photo?fbid=1544866750335344&set=a.208269707328395 )
1 วันที่ผ่านมา -

นักศึกษาเซนต้องอยู่กับอาจารย์เซนนานอย่างน้อยสิบปีก่อนที่จะสอนใครได้
เท็นโนเพิ่งผ่านจากนักเรียนมาเป็นครู วันหนึ่งเขาไปเยือนอาจารย์นันอิน วันนั้นฝนตก ดังนั้นเท็นโนจึงสวมรองเท้าพื้นไม้ ถือร่มคันหนึ่ง
อาจารย์นันอินเอ่ยว่า "อาตมาเชื่อว่าท่านคงวางร่มของท่านในโถงทางเข้า อาตมาอยากรู้ว่าท่านวางร่มไว้ทางซ้ายหรือขวาของรองเท้า"
เท็นโนสับสนไปชั่วครู่ ไม่มีคำตอบทันที รู้ทันทีว่าตนเองยังไม่สามารถมีเซนได้ทุกขณะจิต
เขาฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์นันอิน และเรียนอีกหกปีเต็มจึงสามารถมีสติทุกชั่วขณะ
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1 วันที่ผ่านมา -

ตลอดสี่สิบปีของชีวิตนักเขียน ผมเขียนหนังสือแต่ละเล่มโดยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตใคร อย่างมากที่สุดก็แค่เปลี่ยนมุมมองบางเรื่อง เช่น เรื่องไสยศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังพอเปลี่ยนเส้นชีวิตใครได้
ทว่านานๆ ทีก็มีผู้อ่านมาเล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของตนเปลี่ยนไปเพราะหนังสือบางเล่มของผม
ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าเขาเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์เพราะอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ สิขเรศ มาสนทนาด้วย เล่าว่าเขาเลือกเรียนฟิสิกส์สายอนุภาค เพราะในวัย 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นแรงบันดาลใจให้เดินไปทางสายนี้
เขาเรียนปริญญาตรีและโทด้านนี้ และกำลังจะไปเรียนปริญญาเอก
ชีวิตขลุกกับพวกอะตอม อนุภาคต่างๆ อิเล็กตรอน ควาร์ก โบซอน ฯลฯ เพราะเผลอไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ก็แปลกดี คาดไม่ถึงว่าเด็ก 11 ขวบจะอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล รู้เรื่องและอินขนาดนี้
และสามารถต่อยอดเรื่องที่อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกไกล แล้วรู้มากกว่าคนเขียนแล้ว
ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ประการหนึ่งเพราะเมืองไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์สาขานี้
ประการหนึ่งเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่อยอดความรู้
ประการหนึ่งเพราะอย่าประมาทว่าเด็กจะอ่านเรื่องยากไม่รู้เรื่อง
แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นวนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ควรใช้เป็นแรงบันดาลใจเลยคือ "เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ"
ถ้าขืนเจ้าชู้ประตูดินอย่างตัวละครในเรื่อง มีหวังอายุสั้นแน่ๆ
วินทร์ เลียววาริณ
4-4-261 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราหรือไม่ ถ้าไม่เคย ทำไมมีรายงานการพบ UFO บ่อยเหลือเกิน คนคงไม่ตาฝาดกันทั้งโลกกระมัง"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69cf88ba11bbea5bf0c61038
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ “ไม่ประสงค์จะออกนาม”
1 วันที่ผ่านมา -

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-262 วันที่ผ่านมา
