-
วินทร์ เลียววาริณ1 ปีที่ผ่านมา
(หมายเหตุ ก่อนที่จะมีใครคอมเมนต์ว่าสะกดผิด พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานพิมพ์ว่า หยั่วเมือง, อยัวเมือง, ยั่วเมือง = คำเรียกสนมเอกสมัยโบราณ)
.............................
ชายสี่คนชุมนุมกันในเรือนรโหฐานหลังหนึ่งลับตาผู้คน คนที่เป็นหัวหน้าชื่อขุนพิเรนทรเทพ ที่เหลือคือขุนอินทรเทพ หมื่นราชเสน่หา และหลวงศรียศ ทั้งสี่กำลังวางแผนลอบปลงพระชนม์กษัตริย์
“กรมการเมืองลพบุรีแจ้งมาว่าพบช้างเผือก หากเราทูลพระองค์ว่าการเสด็จไปคล้องช้างเป็นพระบารมีต่อราชบัลลังก์ พระองค์ก็จะเสด็จไปที่นั่น”
“คล้องช้างที่ใด?”
“ที่เพนียดวัดซอง”
“ถ้าเช่นนั้นขบวนเสด็จไปได้ทางเดียวคือชลมารค ตามลำคลองสระบัว”
“ใช่ เราจะนำกำลังไปซุ่มที่คลองบางปลาหมอ เมื่อเรือล่องไปถึงปากคลองสระบัวที่บรรจบกับคลองบางปลาหมอ ก็ปลงพระชนม์ที่นั่น”
การชิงอำนาจครานี้มิใช่เพื่อตัวเอง หากเป็นภารกิจที่ต้องกระทำ
เพื่อราษฎรหรือเพื่อตัวเอง?
..............................
อาณาจักรศรีอยุธยากำเนิดจากราชวงศ์อู่ทอง โดยใช้พระนามพระเจ้าอู่ทอง (สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑) เป็นชื่อราชวงศ์ ไม่มีบันทึกแน่ชัดว่ากำเนิดของราชวงศ์นี้มาจากไหน บางตำนานว่าต้นราชวงศ์มีความเกี่ยวดองกับละโว้ บ้างว่าราชวงศ์นี้อาจมีเชื้อสายลาว บางทีจึงเรียกว่า ราชวงศ์ละโว้-อโยธยา หรือราชวงศ์เชียงราย
ราชวงศ์อู่ทองครองแผ่นดินนาน ๕๙ ปี ก็สิ้นสุด กษัตริย์องค์สุดท้ายคือสมเด็จพระรามราชาธิราช ถูกราชวงศ์สุพรรณภูมิชิงอำนาจในปี พ.ศ. ๑๙๕๒
แม้จะหมดอำนาจ แต่เชื้อสายของราชวงศ์อู่ทองยังดำรงบทบาทในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา ทำหน้าที่เป็นปุโรหิตดูแลกิจการพิธีกรรมในราชสำนัก ส่วนผู้หญิงมักถูกส่งไปเป็นพระสนมในพระมหากษัตริย์
ในปี พ.ศ. ๒๐๗๖ บัลลังก์อยุธยาเป็นของพระรัษฎาธิราช ยุวกษัตริย์พระชนมายุห้าพรรษา โอรสของพระอาทิตยวงศ์ (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔)
พระอาทิตยวงศ์เสวยราชย์ในปี พ.ศ. ๒๐๗๒ สวรรคตด้วยพระโรคไข้ทรพิษในปี พ.ศ. ๒๐๗๖ มีอนุชาอีกสองพระองค์คือ พระไชยราชาและพระเฑียรราชา
พระรัษฎาธิราชครองราชย์ได้ห้าเดือน พระไชยราชาก็ชิงบัลลังก์ และสำเร็จโทษราชนัดดา ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ พระนาม สมเด็จพระไชยราชาธิราช
สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงมีพระโอรสจากพระอัครมเหสี คือพระยอดฟ้า และจากท้าวศรีสุดาจันทร์ คือพระศรีศิลป์
อันตำแหน่งพระสนมเอกของพระมหากษัตริย์เรียกว่า ท้าวศรีสุดาจันทร์ ตามธรรมเนียมวัง พระชายาองค์ใดให้กำเนิดพระโอรสที่จะสืบราชบัลลังก์ พระชายาองค์นั้นจะมีสถานภาพสูงกว่าพระชายาองค์อื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ชาติตระกูลของท้าวศรีสุดาจันทร์มิอาจก้าวขึ้นมาเป็นพระมเหสีได้ เป็นเพียงแม่หยั่วเมือง (สนมเอก)
ท้าวศรีสุดาจันทร์ผู้นี้ทรงสิริโฉมงดงามร่ำลือไปทุกทิศ ความงามของนางพานางไปสู่รั้ววัง แต่ความเฉลียวฉลาดพานางไปถึงยอดบัลลังก์ ท้าวศรีสุดาจันทร์แสดงความคิดเห็นใด ราชันย์ก็ทรงเชื่อ
ในปี พ.ศ. ๒๐๘๘ เกิดการเปลี่ยนอำนาจที่เชียงใหม่ สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงเกรงว่าล้านนาจะแผ่อำนาจเกินไป จึงทรงแต่งทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ตอนกลางปี แต่ไม่สำเร็จ ครั้นปลายปีก็ยกทัพไปตีใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ตีได้เมืองลำพูนและเชียงใหม่ หลังจากนั้นก็เสด็จฯกลับอยุธยา
ระหว่างที่ทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ พระไชยราชาธิราชทรงมอบให้ท้าวศรีสุดาจันทร์ดูแลกิจการบ้านเมือง เป็นครั้งแรกที่อำนาจอยู่ในกำมือของเชื้อสายราชวงศ์อู่ทองอีกครั้ง
..............................
วันหนึ่งพระแม่เจ้าอยู่หัวศรีสุดาจันทร์ดำเนินผ่านพระที่นั่งพิมานรัตยาหอพระหน้า ทอดพระเนตรเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ทรงถามนางกำนัล “คนผู้นั้นคือใคร?”
“คือท่านบุญศรี ตำแหน่งพันบุตรศรีเทพ ผู้เฝ้าหอพระ”
“เขามาจากที่ใด?”
“เขาสืบเชื้อสายจากเจ้าเมืองศรีเทพ”
เมืองศรีเทพเป็นเมืองลูกหลวงสมัยราชวงศ์อู่ทอง
“เขาเป็นเชื้อสายอู่ทอง?”
“ใช่พระเจ้าข้า”
“ถ้าเช่นนั้นจงนำเมี่ยงหมากไปมอบให้เขา”
นางกำนัลทำตามพระราชเสาวนีย์และกลับมาพร้อมดอกจำปา
“ท่านพันบุตรศรีเทพมอบมาให้พระองค์”
เมี่ยงหมากกับดอกจำปา อู่ทองกับอู่ทอง ความสัมพันธ์บังเกิด
เมี่ยงหมากกับดอกจำปามองเห็นโอกาสที่หายากยิ่ง
และผู้ใดจะปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป?
การชิงอำนาจครานี้มิใช่เพื่อตัวเอง หากเป็นภารกิจที่ต้องกระทำ
เพื่อราษฎรหรือเพื่อตัวเอง?
..............................
หลังจากมีความสัมพันธ์กับพันบุตรศรีเทพ ท้าวศรีสุดาจันทร์ก็ทรงขับขุนชินราชคนเดิมออกไปอยู่ตำแหน่งอื่น ให้พันบุตรศรีเทพขึ้นดำรงตำแหน่งแทน จากนั้นก็เพิ่มอำนาจให้ชู้ โดยเลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นไปอีกเป็นขุนวรวงศาธิราช
พันบุตรศรีเทพพลันขึ้นมาเป็นใหญ่ในวงการเมืองอย่างก้าวกระโดด
เมี่ยงหมากกับดอกจำปากลายเป็นส่วนผสมใหม่ของการเมืองแห่งอยุธยา
ขุนนางคนหนึ่งนามพระยามหาเสนาไม่เห็นด้วยกับการขึ้นสู่อำนาจของขุนวรวงศาธิราช เปรยกับข้าราชการคนอื่น ๆ ว่า “แผ่นดินกลายเป็นทุรยุคไปแล้ว”
ผลก็คือราตรีหนึ่งพระยามหาเสนาถูกคนร้ายลึกลับสังหาร ตามมาด้วยคำสั่งฆ่าข้าราชการหลายคนที่ขวางทางอำนาจ ขุนนางที่เหลือก็เงียบเสียงลง ด้วยรู้ว่าพายุการเมืองกำลังแรง และน้ำเชี่ยวมิควรเอาเรือขวาง
ความขัดแย้งยังลามไปถึงพระเฑียรราชา เชษฐาแห่งสมเด็จพระไชยราชาธิราช ด้วยแรงพายุการเมือง พระเฑียรราชาทรงเลือกหนทางผนวชที่วัดราชประดิษฐาน
สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงยกทัพกลับจากเชียงราย แม่หยั่วเมืองต้อนรับพระสวามีด้วยยาพิษ
ครั้นสมเด็จพระไชยราชาธิราชสวรรคต พระยอดฟ้าก็ขึ้นครองราชย์ เนื่องจากพระชันษายังเยาว์เพียงสิบเอ็ดพรรษา นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์จึงรับหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ในปี พ.ศ. ๒๐๙๑ นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์เรียกประชุมขุนนาง กล่าวว่า “สมเด็จพระยอดฟ้ายังทรงพระเยาว์ หัวเมืองเหนือก็ไม่เป็นปกติ ข้าฯเห็นว่าสมควรให้ขุนวรวงศาธิราชว่าราชการแผ่นดินไปก่อน จนกว่าสมเด็จพระยอดฟ้าทรงเจริญพระชนมายุสมควร”
อีกครั้งเหล่าขุนนางเห็นชอบโดยพร้อมเพรียงกัน
ลูกขุนพลอยพยักมักมีชีวิตยืนยาวกว่า
เช่นเดียวกับสตรีที่เข้าสู่จุดสูงสุดของวงการเมืองในประวัติศาสตร์ของทุกอารยธรรม นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ทรงใช้อาวุธสำคัญคือความงามและสายสัมพันธ์พิเศษเข้ากุมอำนาจ
ในวงการเมือง อำนาจมักมาพร้อมกับข้ออ้าง
เมื่อขุนวรวงศาธิราชขึ้นครองราชย์ ก็ทรงสถาปนานายจัน ช่างตีเหล็กผู้เป็นน้องชายเป็นพระมหาอุปราช แล้วสำเร็จโทษสมเด็จพระยอดฟ้าที่วัดโคกพระยาในวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๐๙๑
การ ‘ปราบดาภิเษก’ ของขุนวรวงศาธิราช ทำให้ขุนนางหลายคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และอีกกลุ่มหนึ่งไม่พอใจอย่างยิ่งที่ราชวงศ์อู่ทองยึดอำนาจเงียบ ๆ เป็นที่มาของการวางแผนลอบปลงพระชนม์ นำโดยขุนพิเรนทรเทพ เจ้ากรมพระตำรวจขวา
พวกเขาเพียงต้องรอคอยโอกาส
โอกาสมาถึงเมื่อมีข่าวจากเมืองลพบุรีว่าพบช้างเผือก
ขุนพิเรนทรเทพกล่าวกับพวกว่า “โอกาสมาถึงแล้ว”
“เราควรให้แน่ใจก่อน”
“อย่างไร?”
“เสี่ยงเทียนว่าพระเฑียรราชามีพระบารมีมากกว่าขุนวรวงศาธิราชหรือไม่”
ขุนพิเรนทรเทพกล่าวว่า “ข้าฯมิเห็นด้วย หากจะก่อการ ก็จงทำ”
แต่ขุนอินทรเทพ หมื่นราชเสน่หา และหลวงศรียศ เห็นว่าควรเสี่ยงเทียน
ราตรีหนึ่งผู้ก่อการทั้งหมดก็รวมตัวกัน ณ พระอุโบสถวัดป่าแก้วเพื่อทำพิธีเสี่ยงเทียน
พวกเขาจุดเทียนสองเล่ม ผลคือเทียนของขุนวรวงศาธิราชยาวกว่าเทียนของพระเฑียรราชา
ขุนพิเรนทรเทพโกรธ คายชานหมากทิ้ง ชานหมากนั้นกระทบถูกเทียนขุนวรวงศาธิราชดับวูบ ผู้ก่อการถือเป็นนิมิตว่าการครั้งนี้สำเร็จแน่
ขุนวรวงศาธิราชรับสั่งให้กรมการเมืองลพบุรีไปจับช้าง เมื่อช้างเผือกเข้าเพนียดวัดซอง พระองค์จึงจะเสด็จไปทัศนา ก่อนไปทรงส่งอุปราชจันน้องชายไปดูแลการคล้องช้าง เป็นเวลาเดียวกับที่พระยาพิชัยกับพระยาสวรรคโลก ข้าราชการเมืองเหนือเข้าร่วมก่อการด้วย
แผนก่อการเริ่มเมื่อหมื่นราชเสน่หาลอบซุ่มยิงอุปราชจันตายที่ท่าเสื่อระหว่างทางไปเพนียด
ครั้นถึงวันคล้องช้าง ขุนวรวงศาธิราช นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ และพระธิดาเสด็จทางชลมารคเพื่อไปที่เพนียดวัดซองย่านหัวรอ
ขบวนเรือล่องถึงปากคลองสระบัวซึ่งบรรจบกับคลองบางปลาหมอ เรือพระที่นั่งก็แล่นเข้าสู่ปากเสือ กำลังทหารของขุนพิเรนทรเทพกรูเข้าจับขุนวรวงศาธิราช นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ และพระธิดา สำเร็จโทษทั้งหมดที่คลองสระบัว พระศพถูกเสียบประจานที่วัดแร้ง
ครองราชย์ได้เพียง ๔๒ วัน
หลังจากนั้นคณะผู้ก่อการไปขอให้พระเฑียรราชาลาผนวชเพื่อเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ ทรงพระนามสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
พระราชพงศาวดาร จดหมายเหตุ ตำนานทั้งหลายล้วนบอกว่าท้าวศรีสุดาจันทร์เป็นคนเลวร้าย จนกระทั่งลบชื่อกษัตริย์องค์นี้ทิ้ง แม้ขุนวรวงศาธิราชจะขึ้นครองราชย์โดยผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว แต่นามนี้กลับไม่อยู่ในรายพระนามกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีเพียง ๓๓ พระองค์ ชื่อของเขาถูกลบออกจากประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องจากมุมมองของผู้ชนะเสมอ โลกจึงมิได้รู้ความจริงอีกด้านหนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ที่ท้าวศรีสุดาจันทร์ทำการนี้เพื่อทวงบัลลังก์คืนให้ราชวงศ์อู่ทอง หลังจากถูกราชวงศ์สุพรรณภูมิยึดครอง? เป็นไปได้หรือไม่ที่พระนางสมคบกับขุนวรวงศาธิราช เพราะเขาเป็นคนของราชวงศ์อู่ทองเช่นกัน? หรือเพราะตกบันไดพลอยโจน เมื่อผิดประเวณีกับขุนชินราชและทรงพระครรภ์ ก็ก่อรัฐประหาร ปราบดาภิเษก ยกบัลลังก์ให้คนรัก?
อำนาจคือไฟ ความพิศวาสก็คือไฟ การเล่นกับไฟทุกครั้งมีภยันตราย
และส่วนผสมของอำนาจกับความพิศวาสคือหายนะ
หมายเหตุ บางตำราว่าสมเด็จพระไชยราชาธิราชสวรรคตระหว่างทางกลับจากเชียงใหม่
พระเฑียรราชาสถาปนาขุนพิเรนทรเทพเป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลก ยกพระธิดาคือพระวิสุทธิกษัตรีย์ให้เป็นมเหสี
จาก ประวัติศาสตร์ที่เราลืม เล่ม ๒ วินทร์ เลียววาริณ
.................................
ตอนนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ 6 เล่ม
Shopee: https://s.shopee.co.th/9f3bQ2LFrC
เว็บ : https://www.winbookclub.com/store/detail/176/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B9%91-%E0%B9%95%20+%20%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9
0- แชร์
- 80
-

เมื่อวานนี้เกริ่นเรื่องเด็ก 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล วันนี้ขอขยายความนิด (ความจริงคือจะป้ายยา) เพราะหลายคนไม่รู้ว่าหนังสือชื่อแปลกๆ อย่างนี้เป็นหนังสืออะไร
ผู้อ่านที่อ่านงานของผมมานานย่อมรู้ว่า ผมสนใจเรื่องดาราศาสตร์ จักรวาลวิทยา กำเนิดมนุษย์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา วิวัฒนาการ กำเนิดอารยธรรม สังคม และศาสนา ฯลฯ มานาน เขียนและเทศน์เรื่องนี้บ่อยมาก จนบางคนสงสัยว่า "รู้ไปทำไม?"
คำตอบของผมคือ "เชื่อเถอะว่านี่เป็นเรื่องควรรู้ รับรองมันเปิดโลกเราจริงๆ"
ในความเห็นของผม หากต้องการจะเข้าใจโลกและมนุษย์จริงๆ ต้องอ่านจักรวาลวิทยา มันดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่โคตรเกี่ยวกัน
ผมอ่านหนังสือแนววิทยาศาสตร์ต้นฉบับภาษาอังกฤษมาก ตั้งแต่สมัยที่ทำงานที่นิวยอร์กจนกลับเมืองไทย เป็นขาประจำของ Asiabooks และ Kinokuniya เสียเงินไปเท่าไรก็ไม่รู้ ซื้ออ่านหมดชั้น
อ่านหนังสือแนวนี้มาหลายสิบปี ตั้งแต่อ่านไม่รู้เรื่องเลย จนพอรู้ เมื่อรู้แล้วก็ตื่นเต้น อยากถ่ายทอดออกไป เพื่อให้ความรู้ด้านนี้
เรื่องวิทยาศาสตร์และจักรวาลปกติเป็นงานที่คนสนใจน้อย ที่สำคัญคือเขียนให้สนุกยาก
แล้วทำไมต้องเป็นสนามฟุตบอล?
สนามฟุตบอลในชื่อเรื่องหมายถึงสนามฟุตบอลจริงๆ หลังบ้านเกิดของผมที่หาดใหญ่ เป็นที่ดินของการรถไฟ เมื่อฝนตกหนัก น้ำจะท่วมสนามฟุตบอล เมื่อนั้นก็ปรากฏปลามากมายมาแหวกว่าย ปลาเหล่านี้มาจากคลอง เมื่อน้ำท่วม ก็เชื่อมกันหมด
ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอลจึงเป็นอุปมา หมายถึงชีวิตที่มาในโลกนี้ ณ มุมนี้ของจักรวาลชั่วคราว
หนังสือชุดนี้มีสองเล่ม คือ ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล และ ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
บางคนอ่านไม่รู้เรื่อง บางคนอ่านแล้วชอบมากๆ บางคนบอกว่าอ่านแล้วหัวเปิด
หนังสือสองเล่มนี้พูดทุกเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลและมนุษย์ รวมวิทยาศาสตร์กับปรัชญา ทุกอย่างในนั้น
เมื่อพูดถึงปลาในสนามฟุตบอลแล้ว ก็มีนวนิยายจีนกำลังภายในที่ผมโยงเข้ากับชุดปลาจนได้ นั่นคือ สี่ภพ นวนิยายจีนกำลังภายในผสมไซไฟที่กินเวลาผมไป 5 ปี เป็นงานบูชาครู และเป็นงานสะสม เพื่อระลึกถึงวงการนิยายกำลังภายในในไทยเมื่อ 40-50 ปีก่อน
ทั้งสองชุดนี้เป็นงานคนละตระกูล แต่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน และน่าจะเปิดโลกเหมือนกัน
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/182/ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล
ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/89/ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
สี่ภพ https://www.winbookclub.com/store/detail/255/สี่ภพ
งานหนังสือยังเหลืออีกสองวัน และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสั่งซื้อชุด 20 เล่ม 2,200.- (สั่งทางเพจ https://www.facebook.com/photo?fbid=1544866750335344&set=a.208269707328395 )
1 วันที่ผ่านมา -

นักศึกษาเซนต้องอยู่กับอาจารย์เซนนานอย่างน้อยสิบปีก่อนที่จะสอนใครได้
เท็นโนเพิ่งผ่านจากนักเรียนมาเป็นครู วันหนึ่งเขาไปเยือนอาจารย์นันอิน วันนั้นฝนตก ดังนั้นเท็นโนจึงสวมรองเท้าพื้นไม้ ถือร่มคันหนึ่ง
อาจารย์นันอินเอ่ยว่า "อาตมาเชื่อว่าท่านคงวางร่มของท่านในโถงทางเข้า อาตมาอยากรู้ว่าท่านวางร่มไว้ทางซ้ายหรือขวาของรองเท้า"
เท็นโนสับสนไปชั่วครู่ ไม่มีคำตอบทันที รู้ทันทีว่าตนเองยังไม่สามารถมีเซนได้ทุกขณะจิต
เขาฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์นันอิน และเรียนอีกหกปีเต็มจึงสามารถมีสติทุกชั่วขณะ
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1 วันที่ผ่านมา -

ตลอดสี่สิบปีของชีวิตนักเขียน ผมเขียนหนังสือแต่ละเล่มโดยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตใคร อย่างมากที่สุดก็แค่เปลี่ยนมุมมองบางเรื่อง เช่น เรื่องไสยศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังพอเปลี่ยนเส้นชีวิตใครได้
ทว่านานๆ ทีก็มีผู้อ่านมาเล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของตนเปลี่ยนไปเพราะหนังสือบางเล่มของผม
ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าเขาเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์เพราะอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ สิขเรศ มาสนทนาด้วย เล่าว่าเขาเลือกเรียนฟิสิกส์สายอนุภาค เพราะในวัย 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นแรงบันดาลใจให้เดินไปทางสายนี้
เขาเรียนปริญญาตรีและโทด้านนี้ และกำลังจะไปเรียนปริญญาเอก
ชีวิตขลุกกับพวกอะตอม อนุภาคต่างๆ อิเล็กตรอน ควาร์ก โบซอน ฯลฯ เพราะเผลอไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ก็แปลกดี คาดไม่ถึงว่าเด็ก 11 ขวบจะอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล รู้เรื่องและอินขนาดนี้
และสามารถต่อยอดเรื่องที่อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกไกล แล้วรู้มากกว่าคนเขียนแล้ว
ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ประการหนึ่งเพราะเมืองไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์สาขานี้
ประการหนึ่งเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่อยอดความรู้
ประการหนึ่งเพราะอย่าประมาทว่าเด็กจะอ่านเรื่องยากไม่รู้เรื่อง
แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นวนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ควรใช้เป็นแรงบันดาลใจเลยคือ "เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ"
ถ้าขืนเจ้าชู้ประตูดินอย่างตัวละครในเรื่อง มีหวังอายุสั้นแน่ๆ
วินทร์ เลียววาริณ
4-4-261 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราหรือไม่ ถ้าไม่เคย ทำไมมีรายงานการพบ UFO บ่อยเหลือเกิน คนคงไม่ตาฝาดกันทั้งโลกกระมัง"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69cf88ba11bbea5bf0c61038
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ “ไม่ประสงค์จะออกนาม”
1 วันที่ผ่านมา -

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-262 วันที่ผ่านมา
