-
วินทร์ เลียววาริณ1 ปีที่ผ่านมา
ผมดูหนังของฉีเคอะตั้งแต่เรื่องแรกของเขา ที่โรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งที่สิงคโปร์ คือเรื่อง The Butterfly Murders (蝶變) หนังแปลกแหวกแนวฉีกจากงานกำลังภายในทั่วไป ผมชอบจากนั้นก็ดูมาเรื่อยๆ เมื่อมีโอกาส ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง ยอมรับว่าเขามีลูกบ้าพอตัว
ฉีเคอะจับหนังกำลังภายในงานของกิมย้งครั้งแรกเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร ชื่อหนังที่เรารู้จักกันดีคือ เดชคัมภีร์เทวดา
ฉีเคอะกล้าหาญและแหกคอกที่เอาตังฮึงปุกป่าย (มิชายมิหญิง) มาเป็นตัวเอก และให้นักแสดงหญิงหลินชิงเสียมารับบท ถือว่าแหวกแนวมาก
หนังประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่กิมย้งเกลียดมัน
กิมย้งรับไม่ได้ที่ฉีเคอะเอางานของเขาไป 'ตีความ' (สุภาพกว่าคำว่า 'ปู้ยี่ปู้ยำ') แบบนี้ และไม่อนุญาตให้ฉีเคอะเอาหนังสือของเขาไป 'ตีความ' อีก
ตอนนี้กิมย้งจากโลกไปแล้ว ก็ถึงคิว 'ตีความ' มังกรหยก
มังกรหยก เป็นนวนิยายเรื่องที่สามของกิมย้ง เป็นจุดเปลี่ยนแปลงของวรรณกรรม กิมย้งร่วมกับเนี่ยอู้เซ็งสร้างตระกูลวรรณกรรม (genre) ใหม่ สร้างยุทธภพแบบใหม่ขึ้นมา กิมย้งเป็นคนประดิษฐ์พรรคกระยาจกและอื่นๆ อีกมากมาย มังกรหยกเป็นหมุดหมายสำคัญของโลกหนังสือ
กิมย้งถือเป็นปรมาจารย์นิยายกำลังภายใน หรือบู๊เฮียบ (武侠)
บู๊คือการต่อสู้ วิทยายุทธ์สำนักต่าง ๆ มีทั้งเพลงมวยและเพลงอาวุธ อาวุธลับ ฯลฯ
เฮียบคือความกล้าหาญ คุณธรรม ความเสียสละ
นิยายตระกูลนี้คือการต่อสู้ในโลกสมมุติที่เรียกว่ายุทธจักร หรือบางเรื่องก็ใช้ฉากประวัติศาสตร์จริง เช่นที่กิมย้งทำ
ถ้าหลุดออกจากธรรมนูญนี้ก็คือนิยายตระกูลอื่น ไม่ใช่นิยายบู๊เฮียบ
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา การสร้างหนังกำลังภายในเริ่มแบบ old school คือการต่อสู้ด้วยวิชาต่างๆ กระโดดขึ้นหลังคาหรือยอดไม้บ้าง แต่ยังหลุดจากหลักฟิสิกส์ไม่มากนัก
ต่อมามันก็เปลี่ยนไปเป็นแฟนตาซี นั่นคือวิชาการต่อสู้พิสดารพันลึก หลุดพ้นกฎฟิสิกส์ทุกข้อ เช่น จอมยุทธ์เหาะได้ ฟาดฝ่ามือที แผ่นดินภูผาแตกกระจาย รัศมีเฮ้ากวงแผ่ไปทั่ว
นี่ไม่ใช่บู๊เฮียบแล้ว นี่คือนิยายแฟนตาซี
มังกรหยก ถูกสร้างเป็นหนังนับครั้งไม่ถ้วน เนื่องจากหนังสือมีเนื้อหายาว มีหลายมิติ ดังนั้นสามารถสร้างเป็นหนังคนละเรื่องกันได้
ก็มาถึง มังกรหยก ฉบับล่าสุด (射雕英雄传:侠之大者) หรือ Legends of the Condor Heroes: The Gallants
ถ้ากิมย้งยังมีชีวิตอยู่ ดูหนังเรื่องนี้แล้วคงไม่ปลื้ม เพราะมันไม่ใช่บู๊เฮียบ มันคือ Lord of the Rings และ Dracula Untold ฉบับจีน ที่มีความเป็นนิยายกำลังภายในสัก 30 เปอร์เซ็นต์
ตัวละครพิษประจิมอาวเอี๊ยงฮงกลายเป็นลอร์ดเซารอน มีพลัง anti-gravity บินได้ มีพลังรังสีแผ่รอบตัว
นี่ยังไม่ได้บอกว่าหนังเรื่องนี้ดีหรือไม่ดี แค่บอกว่ามันไม่ใช่หนังกำลังภายใน มันเป็นหนังแฟนตาซี
เอาละ จะมาแนวแฟนตาซีก็ได้ เพราะเป็นสิทธิของผู้กำกับ จะให้ก๊วยเจ็งถือปืนอย่างโรเมโอใน Romeo + Juliet ฉบับ บาซ เลอร์แมนน์ ก็ได้ คำถามคือแล้วหนังทำได้ดีหรือไม่
หนังเปิดฉากเหมือนรวม recap ของเหตุการณ์ต่างๆ เป็นท่อนๆ แล้วคาดหวังว่าคนดูจะเข้าใจเอาเอง หนังใช้องค์ประกอบของนวนิยายของกิมย้งแบบแตะนิดหน่อย เราไม่รู้ว่าอินทรีสองตัวมาทำไม มันทำได้แค่ประกอบฉาก (เพราะนิยายกิมย้งเขียนถึง) หนังพูดถึงจอมยุทธ์ห้าคน แต่ใช้แค่อาวเอี้ยงฮงเป็นตัวหลัก อั้งฉิกกงโผล่หน้ามานิดหน่อย ที่เหลืออีกสามคนแค่เปรยๆ (เพราะนิยายกิมย้งเขียนถึง)
หนังหยิบชิ้นส่วนต่างๆ ในนิยายมายำใหม่ โดยไม่ปูเรื่องว่าทำไม เราไม่เห็นพัฒนาการของตัวละคร เราไม่รู้ว่าคัมภีร์เก้าอิมจินเก็งมาจากไหน มีเพื่ออะไร เราไม่รู้ว่าเป็นที่หนึ่งในยุทธจักรแล้วจะทำไม ในความเห็นส่วนตัวของผม ปัญหาของหนังเรื่องนี้คือ sequence การเดินเรื่องที่สะดุดเป็นระยะ
หนังมีโมเมนต์ดีหลายท่อน (ฉากสนามรบสุดท้ายคล้ายยืมมาจากฉากเฉียวฟงกลางสองทัพใน แปดเทพอสูรมังกรฟ้า) แต่ก็มีโมเมนต์ "มาทำไม" และ "อิหยังวะ" อีกหลายจุด
มังกรหยก ฉบับนวนิยายนั้นมีองค์ประกอบมากมาย กิมย้งที่เป็นราชาแห่งซับพล็อตเขียนเรื่องย่อยรองรับ แต่ละเรื่องย่อยสนุกในตัวมันเอง โดยที่หนังสามารถเดินไปได้โดยไม่ต้องพึ่งแฟนตาซี เพราะเมื่อเปลี่ยนตระกูลหนังเป็นแฟนตาซี อารมณ์ก็เปลี่ยน
หากชอบหนังแนว Lord of the Rings เรื่องนี้ก็ดูได้เพลินๆ หากไม่ถือสาว่าจอมยุทธ์บินได้ มีพลังอย่าง Dr. Strange ก็น่าจะเอนจอยหนัง พระเอกก็หล่อ นางเอกก็สวย แต่หากเป็นคองานหนังสือของกิมย้งที่เน้นบู๊กับเฮียบอย่างเคร่งครัด เก็บเงินไปซื้อ คดีเปลนม หรือ Mini Stoic ดีกว่า เพราะว่าเรื่องนี้ดูเผินๆ เป็นนิยายกำลังภายใน แต่ไม่ใช่
6/10
ฉายในโรงภาพยนตร์วินทร์ เลียววาริณ
24-2-25วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)
0- แชร์
- 111
-

ตลอดสี่สิบปีของชีวิตนักเขียน ผมเขียนหนังสือแต่ละเล่มโดยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตใคร อย่างมากที่สุดก็แค่เปลี่ยนมุมมองบางเรื่อง เช่น เรื่องไสยศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังพอเปลี่ยนเส้นชีวิตใครได้
ทว่านานๆ ทีก็มีผู้อ่านมาเล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของตนเปลี่ยนไปเพราะหนังสือบางเล่มของผม
ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าเขาเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์เพราะอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ สิขเรศ มาสนทนาด้วย เล่าว่าเขาเลือกเรียนฟิสิกส์สายอนุภาค เพราะในวัย 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นแรงบันดาลใจให้เดินไปทางสายนี้
เขาเรียนปริญญาตรีและโทด้านนี้ และกำลังจะไปเรียนปริญญาเอก
ชีวิตขลุกกับพวกอะตอม อนุภาคต่างๆ อิเล็กตรอน ควาร์ก โบซอน ฯลฯ เพราะเผลอไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ก็แปลกดี คาดไม่ถึงว่าเด็ก 11 ขวบจะอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล รู้เรื่องและอินขนาดนี้
และสามารถต่อยอดเรื่องที่อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกไกล แล้วรู้มากกว่าคนเขียนแล้ว
ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ประการหนึ่งเพราะเมืองไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์สาขานี้
ประการหนึ่งเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่อยอดความรู้
ประการหนึ่งเพราะอย่าประมาทว่าเด็กจะอ่านเรื่องยากไม่รู้เรื่อง
แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นวนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ควรใช้เป็นแรงบันดาลใจเลยคือ "เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ"
ถ้าขืนเจ้าชู้ประตูดินอย่างตัวละครในเรื่อง มีหวังอายุสั้นแน่ๆ
วินทร์ เลียววาริณ
4-4-260 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราหรือไม่ ถ้าไม่เคย ทำไมมีรายงานการพบ UFO บ่อยเหลือเกิน คนคงไม่ตาฝาดกันทั้งโลกกระมัง"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69cf88ba11bbea5bf0c61038
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ “ไม่ประสงค์จะออกนาม”
0 วันที่ผ่านมา -

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-261 วันที่ผ่านมา -
1 วันที่ผ่านมา -

ปิดรับออร์เดอร์โปรโมชั่นชุดเต็มกล่อง วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เพราะต้องส่งทางไปรษณีย์ก่อนงานเลิกวันที่ 6 เมษายน
รายการหนังสือ
1 รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง ราคาปก 195.-
2 ความฝันโง่ ๆ ราคาปก 185.-
3 เบื้องบนยังมีแสงดาว ราคาปก 185.-
4 อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ราคาปก 185.-
5 ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน ราคาปก 195.-
6 จุดเทียนทั้งสองปลาย ราคาปก 215.-
7 สองแขนที่กอดโลก ราคาปก 215.-
8 ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว ราคาปก 215.-
9 ในหลุมรัก ราคาปก 210.-
10 ยาเม็ดสีแดง ราคาปก 210.-
11 ความสุขเล็กๆ คือความสุข ราคาปก
12 สองปีกของความฝัน ราคาปก 190.-
13 หลับถึงชาติหน้า ราคาปก 245.-
14 บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเราเอง ราคาปก 215.-
15 1% ของความเป็นไปได้ ราคาปก 210.-
16 รอยยิ้มใต้สายฝน ราคาปก 210.-
17 คำที่แปลว่ารัก ราคาปก 190.-
18 โลกด้านที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ราคาปก 260.-ราคาปกรวม 3,620.-
แถม 2 เล่มคือ ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงพาไป และ เศษกระดาษมูลค่ารวมเล่มแถม = 4,010.-
ลดเหลือ 2,200.- (รวมค่าส่งแล้ว)เฉลี่ยเล่มละ 110 บาทเท่านั้น
สั่งซื้อได้ทางเดียวคือ inbox เฟซบุ๊คนี้
โอนเงินไปที่บัญชี "วินทร์ เลี้ยววาริณ ธนาคารกสิกรไทย สาขาพัฒน์พงศ์ 018-2-85554-5"
ส่งภาพหลักฐานการโอนมาด้วย เพื่อให้รู้ว่าเป็นลูกค้าคนใดหมายเหตุ หากเล่มใดขาด จะแทนด้วยเล่มที่มีมูลค่าใกล้เคียง
2 วันที่ผ่านมา
