-
วินทร์ เลียววาริณ11 เดือนที่ผ่านมา
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหายไปสองอาทิตย์ เพราะติดงานหนังสือและยุ่งกับเรื่องอื่น
วันนี้เล่าต่อ
ล่าสุดเราเล่าถึงการยิงเป้า ๑๘ ศพเมื่อปี ๒๔๘๒
หลังจากกำจัดศัตรูทางการเมือง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ผงาดเป็นหนึ่งในยุทธภพ แต่พลาดตรงไปร่วมวงไพบูลย์กับญี่ปุ่น เมื่อไทยอยู่ฝ่ายแพ้สงคราม จอมพล ป. ก็หลุดจากอำนาจ
บ้านเมืองช่วงนั้นเละเทะ โจรภัยมากมาย ทั้งโจรอาชญากรและโจรในคราบตำรวจ
ต้นปีนี้จีนส่งมือปราบหลิวจงอี้มาจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในไทย เพราะทนความล่าช้าของระบบไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเคยเกิดขึ้นมาก่อนในปี ๒๔๘๙
ทางภาคใต้โจรสลัดตะรุเตาปล้นฆ่าอย่างหนัก จนอังกฤษทนไม่ได้ เข้ามาช่วยปราบให้
เกาะตะรุเตาเริ่มใช้เป็นที่คุมขังนักโทษราวปี พ.ศ. ๒๔๘๐ โดยเฉพาะนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ นักโทษโดยสันดาน กระทำผิดซ้ำซาก ไม่เข็ดหลาบ จึงถูกส่งมาดัดสันดานที่นี่ ต่อมาก็เพ่ิมนักโทษการเมือง
ความเป็นอยู่ในเกาะไม่ดี และยิ่งเลวร้ายลงเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง อาหารการกินขาดแคลน อาจเรียกว่าถูก ‘ปล่อยเกาะ’ ตรงตามคำ
นักโทษต้องหาอาหารเอง โดยจับปลาและปลูกพืชผัก กระนั้นอาหารก็ไม่พอ นักโทษต้องดิ้นรนหาทางเอาตัวรอด นักโทษคดีอุกฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งจึงเริ่มออกปล้น
พื้นที่นั้นมีเรือสินค้าผ่านไปมาเสมอ ระหว่างมาเลเซีย ไทย พม่า นักโทษเหล่านี้ลอบนำเรือออกจากเกาะ ปล้นเรือสินค้าที่แล่นผ่านมา โดยที่พัศดีรู้เห็นเป็นใจ และขอรับส่วนแบ่ง สินค้าที่ปล้นมาถูกนำไปจำหน่ายในตัวเมือง
กลายเป็นขบวนการโจรสลัดแห่งตะรุเตา เป็นธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้ทั้งโจรและผู้คุม
การทำการใหญ่เช่นนี้เป็นไปตามสัจธรรม ‘หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก’
นักโทษทำไม่ได้หากพัศดีไม่รู้เห็น พัศดีทำไม่ได้หากเจ้านายเบื้องบนไม่รับรู้
เหตุที่โจรสลัดตะรุเตากำแหงหาญขนาดนี้ก็เพราะหัวหน้าโจรคือคนของรัฐ
ขุนอภิพัฒน์สุรทัณฑ์ ผู้อำนวยการเกาะตะรุเตาเป็นหัวหน้าโจรสลัดเสียเอง!
กระบวนการปล้นกระทำโดยพัศดีคุมนักโทษออกไปกลางทะเล เมื่อปล้นสินค้ามาได้ ก็นำไปเก็บที่โกดังในเกาะ แล้วส่งออกไปจำหน่าย
รายได้จากอาชีพโจรสลัดก็แบ่งสันปันส่วนกันระหว่างโจรสลัดในคราบนักโทษ โจรสลัดในคราบพัศดี โจรสลัดในคราบผู้อำนวยการ โจรสลัดในคราบตำรวจ โจรสลัดในคราบเจ้าหน้าที่อื่น ๆ
เป็นบริษัทโจรสลัดที่จัดหาสินค้าและจำหน่ายครบวงจร
โจรสลัดแห่งตะรุเตาโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ไม่ได้ปล้นธรรมดา แต่ปล้นแล้วฆ่าเหยื่อทั้งลำ แล้วจมเรือเพื่อไม่ให้มีหลักฐาน
บางครั้งขนถ่ายสินค้าไปบนเรือโจรสลัด แล้วจมเรือสินค้าทิ้ง พร้อมจับลูกเรือถ่วงน้ำ แล้วจมเรือเพื่อทำลายหลักฐาน บางครั้งก็โยงเรือสินค้า ลากจูงไปที่ท่าเรือตะโละอุดัง ขนถ่ายสินค้าแล้วนำเรือไปทำลาย ฆ่าลูกเรือทั้งหมดเช่นกัน
ตัวอย่าง เช่น ๓ มกราคม ๒๔๘๙ กลุ่มนักโทษโจรสลัดปล้นเรือพม่า สังหารลูกเรือแปดชีวิตทั้งพม่าและจีน จับทุกคนมัดมือไพล่หลัง แล้วโยนลงทะเล ท่ามกลางเสียงร้องขอชีวิต
ครั้งหนึ่งลูกเรือที่ถูกปล้นเจ็ดคนถูกฆ่าโดยมัดไว้กับลูกบวบไม้ซุง โยงออกไปจนถึงจุดปากช่องมฤตยู ที่เรียกว่า สลาจินเจน ซึ่งอยู่ระหว่างปลายแหลมคอคอดของเกาะตะรุเตากับเกาะลังกาวี น้ำทะลตรงนั้นเชี่ยวกราก เมื่อเรือโจรสลัดลากลูกบวบไม้ซุงไปถึง ก็ตัดเชือก เหยื่อทั้งเจ็ดก็ถูกน้ำวนดูดหายไปในพริบตา
โจรสลัดตะรุเตาทำลายหลักฐานด้วยวิธีนี้หลายครั้ง
การสังหารเหยื่อปิดปากเป็นส่วนหนึ่งของงาน บางครั้งไม่ได้ฆ่าโดยตรง แต่ปล่อยให้อดตาย
หลายครั้งหลังจากปล้นแล้ว โจรสลัดจะจับตัวลูกเรือไปทิ้งไว้ที่เกาะนิรนามแห่งหนึ่ง เป็นเกาะร้าง ไม่มีอาหาร ไม่มีทางหนี ปล่อยให้ตายอย่างเลือดเย็น แม้ไม่ได้ฆ่าทันที แต่ก็เหมือนฆ่า ภายหลังพบซากโครงกระดูกคนจำนวนหนึ่งบนเกาะนั้น
แต่ทว่าไม่ทุกคนที่ถูกปล่อยยบนเกาะมรณะแห่งนั้นจะตาย
หนังสือ โจรสลัดเกาะตะรุเตา โดย แสวง ตุงคะบรรหาร บันทึกว่า ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๔๘๘ เรือสินค้าลำหนึ่งถูกเรือใบลำเล็กแล่นประกบแล้วยิงปืนขู่เป็นระยะ เรือเหยื่อแล่นหนีไม่ทัน จึงทอดสมอถูกปล้นสินค้าราคาร่วมแสน ได้แก่ยางรถยนต์ ข้าว พริก ฯลฯ หลังจากขนถ่ายสินค้า พบเรือตำรวจมาแต่ไกล โจรสลัดก็พาลูกเรือจีนสี่คนที่ถูกปล้นไปด้วยกับเรือเล็ก หลังจากนั้นก็พาเหยื่อทั้งสี่ไปทิ้งไว้ที่เกาะร้างแห่งนั้น
ลูกเรือจีนทั้งสี่ดิ้นรนเอาชีวิตรอด ช่วยกันต่อแพไม้ไผ่ ลอยกลางทะลสามวันสามคืน จนพบเรือประมงลำหนึ่งช่วยไว้
แต่เคราะห์กรรมซ้ำเติม เมื่อเรือประมงนั้นเป็นเรือจากเกาะตะรุเตา ก็พาลูกเรือเดนตายทั้งสี่กลับไปที่เกาะตะรุเตา!
ด้วยไหวพริบ ลูกเรือทั้งสี่บอกโจรสลัดบนเกาะว่า เรือแตก ไม่ได้ถูกปล้น แล้วแกล้งบ้า
ในที่สุดโจรสลัดก็ปล่อยตัวลูกเรือทั้งสี่ไป และต่อมาทั้งสี่ก็เป็นพยานชี้ตัวผู้คุมที่เป็นโจรสลัด ....................................
อิทธิพลของโจรสลัดตะรุเตาครองอำนาจในพื้นที่แถบนั้น ผลประโยชน์ถูกแจกจ่ายเพื่อให้ทุกคนปิดปากสนิท และมันก็ได้ผล เมื่อคดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครกล้าเปิดปาก
ขุนอภิพัฒน์สุรทัณฑ์เป็นบุคคลสำคัญในถิ่นนั้น มีเพื่อนเป็นตำรวจระดับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ไปจนถึงบุคคลระดับข้าหลวง
การปล้นในระดับนี้ย่อมเป็นข่าว นักโทษย่อมรู้ แต่ไม่กล้าพูด ส่วนชาวบ้านชาวเมืองสตูลจำนวนมากรู้เรื่องนี้ แต่ไม่มีใครกล้าพูด ต่างรู้ว่าแม้แต่ตำรวจและข้าราชการระดับสูงก็เกี่ยวข้อง ทั้งหมดกลัวภัยถึงตัว
ที่น่าแปลกคือ ข่าวโจรสลัดตะรุเตาเป็นเรื่องรู้กันทั่วภาคใต้และมลายู พม่า อังกฤษ แต่ทางการไทยกลับ “ไม่รู้เรื่อง” เลย
อย่างไรก็ตาม กลิ่นของโจรสลัดตะรุเตาก็เข้าถึงจมูกของนายตำรวจคนหนึ่งนาม พ.ต.อ. บรรจงศักดิ์ ชีพเป็นสุข
หลังสงครามโลกยุติ พ.ต.อ. บรรจงศักดิ์ถูกส่งไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธร ภาค ๙ ดูแลพื้นที่จังหวัดสตูล ซึ่งรวมเกาะตะรุเตาด้วย
หนังสือ โจรสลัดเกาะตะรุเตา โดย แสวง ตุงคะบรรหาร บันทึกว่า ขณะที่อิทธิพลโจรสลัดครอบคลุมจังหวัดสตูล ก็ยังมีตำรวจชั้นผู้น้อยที่หาญกล้าต่อกร เช่น ร.ต.ท. สวัสดิ์ บัวบาน ส.ต.อ. ชั้น โพธิ์ทอง
ร.ต.ท. สวัสดิ์ บัวบาน ได้รับรายงานลับจากตำรวจชั้นผู้น้อยคนหนึ่งว่า บนเกาะตะรุเตาขณะนั้นมีสินค้าที่ปล้นมากองพะเนิน เต็มโกดัง โกดังใหญ่ของนิคมกว้างขวางพอบรรจุข้าวสารได้หมื่นกระสอบ จึงทำบันทึกถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ขอตรวจค้นเกาะตะรุเตา
บันทึกของ ร.ต.ท. สวัสดิ์ บัวบาน ให้รายละเอียดและเหตุผลของการบุกจู่โจมไปตรวจค้น เพื่อไม่ให้โจรสลัดไหวตัวทัน
คำตอบจากเบื้องบนทำให้ตำรวจหนุ่มอึ้ง
พ.ต.ต. หลวงอนุมานขจัดเหตุ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสตูล เขียนว่า “ไม่อนุญาตให้ท่านขึ้นไปค้นและจับกุม เกาะตะรุเตาเป็นสถานที่ราชการโดยเฉพาะของนิคม ท่านจะไปตรวจค้นจับกุมมิได้ ส่วนปืนกลที่ขออนุมัติมานั้น ก็ไม่อนุญาตเช่นกัน”
ในคืนที่ผู้กำกับออกคำสั่งห้าม ร.ต.ท. สวัสดิ์นั้น ทางเกาะตะรุเตาก็วิ่งพล่านทำลายหลักฐาน ผู้คุมสั่งให้นักโทษขนสินค้าในโกดังไปแอบซ่อนตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ แต่สินค้าส่วนใหญ่ขนลงเรือสินค้าสี่ลำไปขายในเมือง ซึ่งต้องขนถ่ายถึงสามเที่ยว
หลักฐานที่จะมัดตัวโจรสลัดถูกทำลายในพริบตา
ในเวลาต่อมา ร.ต.ท. สวัสดิ์ บัวบาน ได้จับกุมโจรสลัดพร้อมของกลางส่งขึ้นศาล แต่ครั้นถึงกำหนดขึ้นศาล ผู้ต้องหาทั้งหลายก็ ‘หายตัว’ ไปต่างประเทศได้อย่างน่าอัศจรรย์
อิทธิพลของโจรสลัดกว้างขวางกว่าเงื้อมมือกฏหมายเอื้อมถึง
ไม่มีทางที่จะต่อกรกับอำนาจทมิฬ ตำรวจที่หาญสู้ก็ถูกย้ายไปจากพื้นที่
ในเมื่อรัฐไทยทำอะไรไม่ได้ อังกฤษก็เข้ามาจัดการให้
พรุ่งนี้ค่อยเล่าต่อ
วินทร์ เลียววาริณ
27-4-25..............................
จากชุด ประวัติศาสตร์ที่เราลืม
ตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ คุ้มที่สุด 6 เล่ม 1,000 บาท จากราคาปก 1,605.-
118 เรื่อง = เรื่องละ 8.4 บาทหนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
สั่งทาง Shopee https://shope.ee/30QSjhDgNg?share_channel_code=6
0- แชร์
- 222
-

เมื่อวานนี้เกริ่นเรื่องเด็ก 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล วันนี้ขอขยายความนิด (ความจริงคือจะป้ายยา) เพราะหลายคนไม่รู้ว่าหนังสือชื่อแปลกๆ อย่างนี้เป็นหนังสืออะไร
ผู้อ่านที่อ่านงานของผมมานานย่อมรู้ว่า ผมสนใจเรื่องดาราศาสตร์ จักรวาลวิทยา กำเนิดมนุษย์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา วิวัฒนาการ กำเนิดอารยธรรม สังคม และศาสนา ฯลฯ มานาน เขียนและเทศน์เรื่องนี้บ่อยมาก จนบางคนสงสัยว่า "รู้ไปทำไม?"
คำตอบของผมคือ "เชื่อเถอะว่านี่เป็นเรื่องควรรู้ รับรองมันเปิดโลกเราจริงๆ"
ในความเห็นของผม หากต้องการจะเข้าใจโลกและมนุษย์จริงๆ ต้องอ่านจักรวาลวิทยา มันดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่โคตรเกี่ยวกัน
ผมอ่านหนังสือแนววิทยาศาสตร์ต้นฉบับภาษาอังกฤษมาก ตั้งแต่สมัยที่ทำงานที่นิวยอร์กจนกลับเมืองไทย เป็นขาประจำของ Asiabooks และ Kinokuniya เสียเงินไปเท่าไรก็ไม่รู้ ซื้ออ่านหมดชั้น
อ่านหนังสือแนวนี้มาหลายสิบปี ตั้งแต่อ่านไม่รู้เรื่องเลย จนพอรู้ เมื่อรู้แล้วก็ตื่นเต้น อยากถ่ายทอดออกไป เพื่อให้ความรู้ด้านนี้
เรื่องวิทยาศาสตร์และจักรวาลปกติเป็นงานที่คนสนใจน้อย ที่สำคัญคือเขียนให้สนุกยาก
แล้วทำไมต้องเป็นสนามฟุตบอล?
สนามฟุตบอลในชื่อเรื่องหมายถึงสนามฟุตบอลจริงๆ หลังบ้านเกิดของผมที่หาดใหญ่ เป็นที่ดินของการรถไฟ เมื่อฝนตกหนัก น้ำจะท่วมสนามฟุตบอล เมื่อนั้นก็ปรากฏปลามากมายมาแหวกว่าย ปลาเหล่านี้มาจากคลอง เมื่อน้ำท่วม ก็เชื่อมกันหมด
ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอลจึงเป็นอุปมา หมายถึงชีวิตที่มาในโลกนี้ ณ มุมนี้ของจักรวาลชั่วคราว
หนังสือชุดนี้มีสองเล่ม คือ ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล และ ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
บางคนอ่านไม่รู้เรื่อง บางคนอ่านแล้วชอบมากๆ บางคนบอกว่าอ่านแล้วหัวเปิด
หนังสือสองเล่มนี้พูดทุกเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลและมนุษย์ รวมวิทยาศาสตร์กับปรัชญา ทุกอย่างในนั้น
เมื่อพูดถึงปลาในสนามฟุตบอลแล้ว ก็มีนวนิยายจีนกำลังภายในที่ผมโยงเข้ากับชุดปลาจนได้ นั่นคือ สี่ภพ นวนิยายจีนกำลังภายในผสมไซไฟที่กินเวลาผมไป 5 ปี เป็นงานบูชาครู และเป็นงานสะสม เพื่อระลึกถึงวงการนิยายกำลังภายในในไทยเมื่อ 40-50 ปีก่อน
ทั้งสองชุดนี้เป็นงานคนละตระกูล แต่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน และน่าจะเปิดโลกเหมือนกัน
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/182/ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล
ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/89/ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
สี่ภพ https://www.winbookclub.com/store/detail/255/สี่ภพ
งานหนังสือยังเหลืออีกสองวัน และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสั่งซื้อชุด 20 เล่ม 2,200.- (สั่งทางเพจ https://www.facebook.com/photo?fbid=1544866750335344&set=a.208269707328395 )
1 วันที่ผ่านมา -

นักศึกษาเซนต้องอยู่กับอาจารย์เซนนานอย่างน้อยสิบปีก่อนที่จะสอนใครได้
เท็นโนเพิ่งผ่านจากนักเรียนมาเป็นครู วันหนึ่งเขาไปเยือนอาจารย์นันอิน วันนั้นฝนตก ดังนั้นเท็นโนจึงสวมรองเท้าพื้นไม้ ถือร่มคันหนึ่ง
อาจารย์นันอินเอ่ยว่า "อาตมาเชื่อว่าท่านคงวางร่มของท่านในโถงทางเข้า อาตมาอยากรู้ว่าท่านวางร่มไว้ทางซ้ายหรือขวาของรองเท้า"
เท็นโนสับสนไปชั่วครู่ ไม่มีคำตอบทันที รู้ทันทีว่าตนเองยังไม่สามารถมีเซนได้ทุกขณะจิต
เขาฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์นันอิน และเรียนอีกหกปีเต็มจึงสามารถมีสติทุกชั่วขณะ
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1 วันที่ผ่านมา -

ตลอดสี่สิบปีของชีวิตนักเขียน ผมเขียนหนังสือแต่ละเล่มโดยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตใคร อย่างมากที่สุดก็แค่เปลี่ยนมุมมองบางเรื่อง เช่น เรื่องไสยศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังพอเปลี่ยนเส้นชีวิตใครได้
ทว่านานๆ ทีก็มีผู้อ่านมาเล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของตนเปลี่ยนไปเพราะหนังสือบางเล่มของผม
ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าเขาเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์เพราะอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ สิขเรศ มาสนทนาด้วย เล่าว่าเขาเลือกเรียนฟิสิกส์สายอนุภาค เพราะในวัย 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นแรงบันดาลใจให้เดินไปทางสายนี้
เขาเรียนปริญญาตรีและโทด้านนี้ และกำลังจะไปเรียนปริญญาเอก
ชีวิตขลุกกับพวกอะตอม อนุภาคต่างๆ อิเล็กตรอน ควาร์ก โบซอน ฯลฯ เพราะเผลอไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ก็แปลกดี คาดไม่ถึงว่าเด็ก 11 ขวบจะอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล รู้เรื่องและอินขนาดนี้
และสามารถต่อยอดเรื่องที่อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกไกล แล้วรู้มากกว่าคนเขียนแล้ว
ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ประการหนึ่งเพราะเมืองไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์สาขานี้
ประการหนึ่งเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่อยอดความรู้
ประการหนึ่งเพราะอย่าประมาทว่าเด็กจะอ่านเรื่องยากไม่รู้เรื่อง
แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นวนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ควรใช้เป็นแรงบันดาลใจเลยคือ "เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ"
ถ้าขืนเจ้าชู้ประตูดินอย่างตัวละครในเรื่อง มีหวังอายุสั้นแน่ๆ
วินทร์ เลียววาริณ
4-4-261 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราหรือไม่ ถ้าไม่เคย ทำไมมีรายงานการพบ UFO บ่อยเหลือเกิน คนคงไม่ตาฝาดกันทั้งโลกกระมัง"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69cf88ba11bbea5bf0c61038
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ “ไม่ประสงค์จะออกนาม”
1 วันที่ผ่านมา -

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-262 วันที่ผ่านมา
