-
วินทร์ เลียววาริณ7 เดือนที่ผ่านมา
มองโกลจะไม่เป็นมองโกลที่โลกรู้จักในวันนี้หากมิใช่เพราะเตมูจิน และเตมูจินก็จะอาจจะมิได้กลายเป็น เจ็งกิส ข่าน ที่โลกรู้จัก หากมิใช่เพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่เตมูจินคือใครกันแน่?
เตมูจินเกิดในชนเผ่าบอจิจิน ซึ่งเป็นเผ่าย่อยของคียัต บิดาชื่อเยซูไก
คำว่า เตมูจิน แปลว่า ช่างตีเหล็ก บิดาเขาตั้งตามชื่อของศัตรูชาวตาดคนหนึ่งที่เขานับถือ
เมื่ออายุเก้าขวบ บิดาของเตมูจินตายเพราะถูกพวกตาตาร์วางยาพิษ ครอบครัวของเขาต้องหนีไปอยู่ที่อื่น เกือบเอาชีวิตไม่รอดในฤดูหนาวอันโหดร้าย ต่อมาเขาถูกศัตรูจับเป็นนักโทษ สวมคาไม้รอบลำคอเพื่อไม่ให้หนี แต่ยามคนหนึ่งช่วยเขาหนีไปได้ การหนีของเขาทำให้หลายคนเริ่มแลเห็นแววคนกล้าในตัวเขา
แต่จุดเปลี่ยนแปลงคือเมียเขาถูกจับตัวไป
เมียของเตมูจินชื่อ บอตี อูจิน เตมูจินแต่งงานกับนางไม่นาน วันหนึ่งพวกเมอร์คิตก็บุกมาจับตัวไป เตมูจินหนีไปได้
การจับตัวนี้เป็นการแก้แค้นพ่อของเตมูจินที่ชิงผู้หญิงชาวเมอร์คิตคนหนึ่งไปเป็นเมีย แล้วให้กำเนิดเตมูจิน
เตมูจินโกรธแค้นมาก หาทางชิงเมียคืน หลายเดือนต่อมา ด้วยความช่วยเหลือของจามูกา เพื่อนวัยเด็ก และโตรูล ผู้นำกลุ่มเกอราอิต พี่ร่วมสาบานของพ่อ
เตมูจิน จามูกา และโตรูลยกกำลังสองหมื่นคนไปช่วยเมียเตมูจิน ด้วยความแค้น เตมูจินทำลายพวกเมอร์คิตจนราบ วันนั้นพวกเขาฆ่าพวกเมอร์คิตไปสามร้อยคน ยึดทรัพย์สมบัติและผู้หญิงของเมอร์คิต เด็ก ๆ กลายเป็นทาส
ตอนที่ช่วยมาได้ เมียของเตมูจินอยู่ในสภาพครรภ์แก่ หลังจากนั้น บอตี อูจิน ก็ให้กำเนิดทารกคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ลูกของเขา ชื่อ โจชิ
การบุกไปช่วยเมียออกมาจากเงื้อมมือพวกเมอร์คิตเปลี่ยนชีวิตเขา ชัยชนะครั้งนั้นทำให้พวกมองโกลเผ่าอื่น ๆ ร่วมกับเขามากขึ้น มันเป็นจุดหักเหของชีวิตของเตมูจิน พาเขาไปสู่เส้นทางของนักรบผู้กระหายสงคราม
เตมูจินเห็นว่าหากจะอยู่รอด พวกมองโกลทุกเผ่าควรรวมตัวกันเหนียวแน่น
ในปี 1193 เตมูจินกับจามูกาแตกคอกันเรื่องโจรขโมยม้า หัวหน้าหลายเผ่าเข้ากับเตมูจิน รวมทั้งทหารหมื่นคนของจามูกา เตมูจินได้รับเลือกเป็นข่านในวันต่อมา บางเผ่าเกรงการขึ้นสู่อำนาจของเตมูจิน ก็ไปร่วมกับจามูกา
จามูกากับเตมูจินรบกัน จามูกามีกำลังทหารมากกว่า คือสามหมื่นคน เตมูจินจำต้องถอย หลังเสร็จศึก จามูกาสั่งต้มทหารเตมูจิน 70 คนตายทั้งเป็น ทำให้ทหารหมื่นคนของจามูกาขยาดแขยง และตีจากไปเข้ากับเตมูจิน
ในปี 1194 โตรูลช่วยเตมูจินบุกพวกตาตาร์ พ่อของเตมูจินถูกตาตาร์ฆ่า ปู่ของโตรูลก็ถูกตาตาร์บุกเข้าไปฆ่า เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้คนจีนเรียกโตรูลว่า หวังหัน แปลว่าเจ้าข่าน
ในปี 1201 จามูกาและมองโกลรวมสิบสามกลุ่ม เช่น พวกเมอร์คิต ตาตาร์ ไหน่หมัน ทำสงครามกับเตมูจิน เรียกว่า ยุทธการสิบสามด้าน (The Battle of the Thirteen Sides)
มันเป็นการรบที่นองเลือดครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งระหว่างพวกมองโกล เตมูจินชนะศึก จามูกาหนีรอดไปพึ่ง ทาหยัง ข่าน แห่งเผ่าไหน่หมัน
และในการรบครั้งนี้ เขาได้ศัตรูคนหนึ่งมาเป็นทหารคู่กาย คือเจอเปหรือเจ๋อเปี๋ย
ใน มังกรหยก อาจารย์ที่สอนวิชายิงธนูให้ก๊วยเจ๋งคือเจอเป
ช่วงหนึ่งของการรบในยุทธการสิบสามด้าน ลูกศรดอกหนึ่งเฉียดลำคอเตมูจินได้รับบาดเจ็บ หลังจากชนะศึก เตมูจินถามเชลยศึกว่าใครเป็นคนยิง
ทหารหนุ่มเผ่าเบห์ซูดชื่อ เจอกาได (Jirqo’adai/Zurgadai) บอกว่าตนเป็นผู้ยิง เขาบอกว่าเขายิงพลาดไป
เจอกาไดบอกเตมูจินว่ามีสองทางให้เดิน หนึ่งคือฆ่าเขา สองคือไว้ชีวิต เขาจะรับใช้ข่านไปจนตาย
เตมูจินชอบใจนิสัย ความกล้าหาญ และฝีมือ จึงยกโทษให้ และชุบเลี้ยงเจอกาได ตั้งชื่อใหม่เป็นเจอเป ภาษามองโกลแปลว่าลูกธนู
ภายในสามปีเจอเปก้าวขึ้นเป็นขุนศึกมือดีของ เจ็งกิส ข่าน เท่าเทียมกับอีกสองขุนศึกมูคาลีกับซูบูไต (ซู่ปู้ไถ)
สำหรับโตรูล เป็นพันธมิตรกับเจ็งกิส ข่าน นานหลายปี จนกระทั่งปี 1203 ลูกชายของโตรูล ชื่อ เซงกัม โน้มน้าวใจพ่อให้หักหลังเตมูจิน
เซงกัมไม่พอใจที่บิดาตนชื่นชมเตมูจินมากกว่าลูกแท้ ๆ พวกเขาวางแผนลอบสังหารเตมูจินขณะไปงานแต่งงาน แต่ชาวเกอราอิตคนหนึ่งเตือนเตมูจินถึงแผนการร้ายนี้ก่อน เป็นผลให้เกิดการรบกันที่เรียกว่า Battle of Khalkhaljid Sands เซงกัมบาดเจ็บในการต่อสู้
ในการศึกครั้งนี้ เตมูจินรบกับจามูกาและโตรูล เตมูจินชนะ แต่บุตรชายวัยเจ็ดขวบ โอโกไดบาดเจ็บและหายไป แต่คนของเขาช่วยไว้ได้
สู้กันสามวัน โตรูลแพ้ หนีไปพึ่งพวกไหน่หมัน แต่ถูกพวกไหน่หมันฆ่าเพราะเข้าใจผิด ไม่เชื่อว่าเขาเป็นโตรูล ส่วนเซงกัมหนีไปซีเสี้ย
เตมูจินตามล่าจามูกา จนในปี 1204 เกิดการรบกันที่ภูเขาอัลไต ในยุทธการ Battle of Chakirmaut เตมูจินมีคนน้อยกว่า แต่สั่งบุก ทาหยัง ข่าน ตายในสนามรบ ส่วนลูกชายของ ทาหยัง ข่านชื่อ กูคูลุก และจามูกาหนีไปได้
จามูกาถูกตามล่าและจับได้ในที่สุด
ตำนานเล่าว่าเตมูจินไม่ต้องการฆ่าจามูกา แต่จามูกาไม่รับมิตรภาพ บอกมีอาทิตย์เพียงดวงเดียวบนท้องฟ้า และขอตายอย่างชายชาติทหาร
ปี 1205 เตมูจินตามล่าเซงกัมไปถึงอาณาจักรซีเสี้ย เซงกัมถูกฆ่าตายในสนามรบ
ถึงจุดนี้ก็ไม่เหลือศัตรู
สำหรับกูคูลุกที่หนีรอดไปได้ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ไปพึ่งอาณาจักรเหลียวตะวันตก จักรพรรดิซีเหลียวแต่งตั้งกูคูลุกเป็นที่ปรึกษา เป็นขุนพลคุมกำลังทหาร เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมหันต์ เพราะการช่วยกูคูลุกก็คือการเลี้ยงอสรพิษ กูคูลุกอยู่ที่ซีเหลียวได้สามปี ก็ทรยศต่อผู้ช่วยชีวิต ก่อรัฐประหาร จับจักรพรรดิไว้เป็นจักรพรรดิหุ่น เมื่อจักรพรรดิตาย ก็ขึ้นครอง อำนาจที่ซีเหลียว
แต่ไม่นานเกินรอ มองโกลก็ยกทัพมาถึงหน้าบ้าน
เจ็งกิส ข่าน ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว ฆ่ากูคูลุกและทำลายอาณาจักรเหลียวตะวันตกไปพร้อมกัน
กูคูลุกหนีไปได้สองปี ก็ถูกนายพรานคนหนึ่งจับตัวส่งให้มองโกล เขาถูกจับตัดหัว ศีรษะถูกเสียบประจาน ลูกสาวกูคูลุกถูกส่งไปเป็นเมียของโตลุยให้กำเนิดลูกชายคนหนึ่งชื่อ ฮูตู่ตู ต่อมาร่วมรบกับ โอโกได ข่าน ในสงครามยึดอาณาจักรซ่ง และตายในการรบ
จงอย่าเป็นศัตรูกับ เจ็งกิส ข่าน!
ป.ล. เหลียวตะวันตกจะถูกใช้เป็นฉากหนึ่งของนวนิยาย สี่ภพ
วินทร์ เลียววาริณ
15 สิงหาคม 2568(ภาพมองโกล ไม่ทราบชื่อจิตรกร)
2- แชร์
- 103
-

ในพิธีเปิดงานหนังสือปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมประกาศรายชื่อหนังสือซึ่งยกย่องเป็น 'วรรณกรรมแห่งชาติ'
นับจากปี พ.ศ. 2528-2567 รวม 65 เรื่อง
รายการทั้งหมดตีพิมพ์เป็นเล่มชื่อ วรรณกรรมแห่งชาติ บรรณนิทัศน์
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน อยู่ในรายชื่อนี้ด้วย
หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 2542 ได้รับรางวัลซีไรต์ในปีนั้น
ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่เด็กและเยาวชนควรอ่านจากสกว.
ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 101 อันดับหนังสือเล่มในดวงใจนักอ่านเเละนักเขียน สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 9 นวนิยายยอดเยี่ยม 'วรรณกรรมยอดเยี่ยม ในสมัยรัชกาลที่ 9 ตามแนวคิดศาสตร์พระราชา' โดยกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ. 2562
เอาละ ล่าสุดได้รับคัดเลือกเป็น 'วรรณกรรมแห่งชาติ'
เรื่องสั้นบางเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม
เป็นหนึ่งในสองเล่มของผมเท่านั้นที่ขายได้เกินหนึ่งแสนเล่ม นอกนั้นหลักพันกับหลักร้อย
ใครคิดจะเก็บไว้บนชั้นหนังสือ ก็ควรทำก่อนหนังสือหมด เพราะสำนักพิมพ์ขาดเงินทุน ไม่รู้ว่าจะได้ตีพิมพ์อีกทีหรือไม่ และเมื่อไร
วินทร์ เลียววาริณ
1 เมษายน 25690 วันที่ผ่านมา -

นิพพานที่เราเรียนในชั่วโมงวิชาศีลธรรมคือการพ้นทุกข์ขั้นสูงสุด นักเรียนน้อยคนเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร จึงไม่แปลกที่คนส่วนมากมีภาพในใจว่านิพพานเป็นของสูงเกินเอื้อม เป็นสภาวะของนักบวชผู้ทรงธรรมและสะสมบุญบารมีมาหลายแสนชาติแล้วเท่านั้น
มองในมุมของการกำเนิดมนุษย์และวิวัฒนาการชาติพันธุ์ การสะสมบุญบารมีมาหลายแสนชาติก็คงเริ่มมาตั้งแต่มนุษย์ปัจจุบัน โฮโม ซาเปียนส์ ยังไม่ถือกำเนิด อาจเริ่มมาตั้งแต่สมัยเรายังเป็น โฮโม อิเร็กตัส เดินท่อม ๆ อยู่แถวแอฟริกาโน่น! คำว่า ‘ชาติ’ ในการตีความของท่านพุทธทาสภิกขุจึงน่าจะมีความหมายถึง ‘ขณะ’ มากกว่าภพชาติในความหมายของคนทั่วไป
ท่านพุทธทาสภิกขุชี้ว่า นิพพานไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นไปไม่ได้ เพียงแค่รู้จักพอ รู้จักตัวเอง ก็สามารถเข้าสู่สภาวะของความสุขเรียบง่าย
ความสุขเรียบง่ายนี่แหละที่เข้าข่าย ‘นิพพาน’
จิตเย็นเมื่อไร ก็นิพพานเมื่อนั้น
ในทางเซน ‘นิพพาน’ ที่เรียกว่า ซาโตริ มีความนัยถึงการเข้าใจความจริงว่า สรรพสิ่งเป็นเพียงมายา
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กล่าวว่า “ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้น ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้า-ชาติหลัง หรือนรก-สวรรค์อะไรก็ได้ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรงศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ ถ้าสวรรค์มีจริงถึงสิบหกชั้น ตามตำรา ผู้ปฏิบัติดีแล้วก็ย่อมได้เลื่อนฐานะของตนเองตามลำดับ หรือถ้าสวรรค์-นิพพานไม่มีเลย ผู้ปฏิบัติดีในขณะนี้ย่อมไม่ไร้ประโยชน์ ย่อมอยู่เป็นสุข เป็นมนุษย์ชั้นเลิศ”
สังเกตว่าพระระดับปฏิบัติล้วนไม่พูดถึงบุญบารมีแต่ปางก่อน ไม่ชอบรอฤกษ์ยาม เน้นที่การลงมือทำเดี๋ยวนี้ เวลานี้
ทุกครั้งที่เป็นวันสำคัญทางศาสนา มักมีการรณรงค์ให้ผู้คนประพฤติธรรม ในทางหนึ่งเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยที่สุดก็มีสักวันสองวันที่ผู้คนละเลิกอบายมุข (ชั่วคราว) หันมาทำดี แต่อีกทางหนึ่ง มันก็แสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนดีแบบมีข้อแม้และต้องรอโอกาสเหมาะเสมอ เช่น เป็นคนดีในช่วงเข้าพรรษา บวชเพราะพ่อแม่ขอไว้ ทำบุญเพื่อชาติหน้า ฯลฯ
การกระทำความดีงามย่อมไม่ควรถูกกำหนดด้วยกรอบของกติกาใด ๆ ทุกชั่วขณะที่ทำดีก็คือฤกษ์ดี
การเป็นคนดีควรเป็นคนดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ต้องเล่นลิ้นเล่นสำนวน อย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุเคยเทศน์ไว้คราวหนึ่งว่า “...ประพฤติความดีทั้งทางโลกและทางธรรม ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ จนตนติเตียนตนเองไม่ได้ ใครที่เป็นผู้รู้ แม้จะมีทิพยโสตหรือทิพยจักษุมาค้นหาความผิดเพื่อติเตียนก็ไม่ได้...”
หรือตามสำนวนจีนว่า “สามารถมองฟ้าได้เต็มตา”
มนุษย์ส่วนใหญ่มีจิตสำนึกอยากเป็นคนดี ไหน ๆ ก็คิดจะเป็นคนดี ก็ลงมือทำเสียเลย และไหน ๆ ก็จะลงมือทำดี ก็ทำโดยไม่ต้องรอเทศกาล เพราะการลดพิษทางจิตวิญญาณก็เหมือนการลดสารก่อมะเร็งทางร่างกาย ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี
ลงมือทำเสียเดี๋ยวนี้ เวลานี้!
วินทร์ เลียววาริณ
1 เมษายน 2569จาก ชีวิตคือปาฏิหาริย์!
36 บทความกำลังใจ
175.- บทความละ 4.8 บาทhttps://www.winbookclub.com/store/detail/103/ชีวิตคือปาฏิหาริย์
0 วันที่ผ่านมา -

(จำเป็นต้องสะกดผิดเพี้ยน เพราะกลัวมิสเตอร์อัลกอริทึ่ม ที่ไม่ทึ่มตามชื่อ)
ปรากฏการณ์ โซเชียล เน็ตเวิร์ก ในสงครามอิหร่านครั้งนี้มีเรื่องประหลาดอย่างหนึ่ง นั่นคือเมื่อมีรายงานข่าวว่าขีปนาวุธอิหร่านถล่มอิษราเอร คนตาย บ้านเมืองพัง ปรากฏว่ามีคอมเมนต์ "สมน้ำหน้า" เยอะมาก คอมเมนต์นี้มาจากทุกสารทิศทั่วโลก
ผมผ่านชีวิตมาจนป่านนี้ ยังไม่เคยเจอคนสมน้ำหน้าชาติที่โดนถล่ม ผู้คนบาดเจ็บล้มตาย
แต่เรื่องนี้ย่อมมีที่มา
เชื่อว่าเหตุผลเดียวที่ทำให้เกิดกองเชียร์ความพินาศของอิษราเอร ก็เพราะสิ่งที่อิษราเอรกระทำต่อชาวกาซา ฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ ถล่มเมืองจนเหี้ยน อาศัยอยู่ไม่ได้ เพื่อจะยึดครองดินแดนในโครงการ The Greater Isxxxl
ตัวเลขทางการคือชาวปาเลสไตน์ถูกอิษราเอรฆ่าไปเจ็ดหมื่นกว่าคน แต่ตัวเลขจริงสูงกว่านั้น เพราะยังไม่ได้สำรวจว่ามีซากศพเท่าไรใต้ซากตึกที่โดนถล่ม
คนสั่งฆ่าอาจคิดเหมือนที่สตาลินบอก "ความตายของคนหนึ่งคือคือโศกนาฏกรรม ความตายหนึ่งล้านคนเป็นสถิติ" (A single death is a tragedy; a million deaths is a statistic.)
คลิปชาวอิษราเอรดื่มกินเฉลิมฉลองขณะชมดูระเบิดตกในเขตกาซา บาดความรู้สึกของทุกคนที่ยังพอมีมโนธรรมเหลืออยู่
ดังนั้นเมื่ออิษราเอรโดนบ้าง เพราะอิหร่านไม่ใช่กาซา จึงปรากฏกองเชียร์ดังกล่าว
นี่เป็นหมุดหมายของประวัติศาสตร์ มันชี้ว่าเราอยู่ในยุคมืดอีกครั้ง
ยุคที่โลกไร้กฎระเบียบ ผู้นำโลกไร้ศีลธรรม อคติบดบังความถูกต้อง
คนถูกฆ่าตายไปมากจนมันกลายเป็นเรื่องปกติ
ไม่มีคำขอโทษจากคนที่ยิงถล่มโรงเรียนฆ่าเด็กนักเรียน
มันเป็นโลกของกฎแห่งป่า ผู้ที่แข็งแรงเท่านั้นอยู่รอด
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี เพราะต่อไปนี้แต่ละชาติต้องขวนขวายหาระเบิดตราเห็ดมาประดับตัว
ทำให้เริ่มเข้าใจความรู้สึกของชาวโลกในยุคที่ฮิตเลอร์กร่างไปครึ่งโลก
เป็นเรื่องประหลาดที่ชาว jิวที่ถูกฮิตเลอร์เข่นฆ่าไปหลายล้านคน ตอนนี้กลับทำในสิ่งที่ฮิตเลอร์กระทำ
ผลสำรวจบอกว่าชาวอิษราเอรถึง 82 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการรุกรานกาซา และ 93 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการที่สหรัฐฯรวมหัวกับอิษราเอรถล่มอิหร่าน
หลังจากโดนถล่มคืน ตัวเลขก็ลดลงมานิดหน่อย คือ 78 เปอร์เซ็นต์ยังเห็นด้วยกับสงครามอิหร่าน
เปอร์เซ็นต์ฮอร์โมนอยากฆ่าสูงขนาดนี้ ทำให้ไร้ความเห็นใจจากชาวโลก
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อชาว jิวถูกฮิตเลอร์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หนีตายไปทั่วโลก หลายชาติยื่นมือช่วย แม้เป็นชาติศัตรู
นาซีเยอรมัน (ออสการ์ ชินด์เลอร์) ทูตชาวญี่ปุ่น ฯลฯ ก็ช่วยชีวิตชาว jิวไว้มาก
แม้แต่เมืองจีนก็ยังช่วย ยอมให้ชาว jิวสองหมื่นคนลี้ภัยที่เซี่ยงไฮ้ อาศัยอยู่ที่จุดที่เรียกว่า The Shanghai Ghetto
ดังนั้นรายงานคน jิว 82 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์จึงเป็นเรื่องที่ผิดคาด
ตอนนี้มีข่าวว่าชาวอิษราเอรจำนวนไม่น้อยเดินทางออกจากประเทศ แต่ไม่ทุกประเทศยินดีต้อนรับ เพราะเผ่าพันธุ์ที่พระเจ้าเลือกกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ชาวโลกเกลียดไปแล้ว
วันนี้มี 13 ชาติห้ามคนอิษราเอรเข้าประเทศ ได้แก่ อัลจีเรีย บังคลาเทศ บรูไน อิหร่าน อิรัก คูเวต เลบานอน มาเลเซีย มัลดีฟส์ ปากีสถาน ซีเรีย เยเมน
ประเทศไทยยังยินดีต้อนรับ
รัฐควรเช็กให้แน่ใจก่อนว่า เมืองไทยอยู่ในรายการแผ่นดินพันธสัญญาหรือเปล่า ถ้าอยู่ก็ซวยแน่ เพราะเวลามีเรื่อง คงเดาไม่ยากว่าพี่ตั้มจะเข้าข้างใคร
เฮ้อ! ทำไมไม่อพยพไปอยู่กับอังเคิลนะ
สงสัยกลัวโดนเคลม
วินทร์ เลียววาริณ
31-3-261 วันที่ผ่านมา -

ผมเขียนหนังสือมา 40 ปีแล้ว เขียนหนังสือทุกแนว (ยกเว้นเรื่องเซ็กซ์) ช่วงหลายปีนี้ หลายคนถามผมบ่อยๆ ว่า ถ้าจะเริ่มอ่านงานของผม ควรเริ่มต้นที่เล่มไหน
ตอบยากครับ เพราะไม่รู้ว่าคนอ่านมีรสนิยมการอ่านแบบใด
ทางหนึ่งที่ทำได้คือลองอ่านทุกแนว แล้วค่อยๆ เรียนรู้เองว่าตนเองชอบแนวไหน บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกเรามีหนังสือแนวทางไหนบ้าง
นี่จึงเป็นที่มาของการเสนอแพ็คเก็จ 'รวมมิตร' เลือกหนังสือแต่ละแนวมาคละกันอย่างละเล่มสองเล่ม เพื่อให้ลองเริ่มอ่าน
ผมเลือกมาได้ 4 ชุด (R1-R4) แต่ละชุดประกอบด้วยหนังสือแนวบันเทิงคดีอย่างน้อย 1 เล่ม แนวเสริมกำลังใจอย่างน้อย 1 เล่ม แนวสารคดีเพิ่มความรู้อย่างน้อย 1 เล่ม
ราคาคุ้มมาก ยกตัวอย่าง เช่น ชุด R4 เฉลี่ยเล่มละ 150.- เท่านั้น ถูกที่สุดแล้ว
จะซื้อไปฝากญาติมิตรก็ดี อ่านเองก็ดี หรือจะลองหันกลับมาสร้างนิสัยรักการอ่านอีกครั้งก็น่าจะดีกว่าเล่นโซเชียลอย่างเดียว วันละหลายชั่วโมง
ให้การอ่านหนังสือกลับคืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
วินทร์ เลียววาริณ
31-3-26...........................
มีจำหน่ายทั้งในงานหนังสือ Shopee และเว็บไซต์
ชุด R1
https://s.shopee.co.th/4qBD1jp5Lp
https://www.winbookclub.com/store/detail/232/R1%20ชุดรวมมิตร%201ชุด R2
https://s.shopee.co.th/3LMPF32nuj
https://www.winbookclub.com/store/detail/233/R2%20ชุดรวมมิตร%202ชุด R3
https://s.shopee.co.th/6VJR0ea8hP
https://www.winbookclub.com/store/detail/234/R3%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%203ชุด R4
https://s.shopee.co.th/4AvWESk2GB
https://www.winbookclub.com/store/detail/235/R4%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%2041 วันที่ผ่านมา -

นานปีมาแล้ว ในชั่วโมงหนึ่งของวิชาออกแบบสถาปัตยกรรม อาจารย์สอนว่า การออกแบบห้องโถงที่โล่งเกินไปโดยไม่มีเสาเลยนั้น มิใช่เรื่องที่ควรทำเสมอไป แม้ว่าโดยเทคโนโลยีการก่อสร้างจะทำได้
เหตุผลของอาจารย์คือมุมของจิตวิทยา คนเราชอบยืนใกล้เสา เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่ายืนในที่โล่งมาก ๆ
สัญชาตญาณนี้อาจสืบต่อในยีนมาแต่บรรพบุรุษ การยืนโด่เด่กลางทุ่งอาจตกเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่ได้ง่ายกว่าหลบหลังต้นไม้
ไม่ว่าทฤษฎีนี้จะจริงหรือไม่ ลึก ๆ ในสัญชาตญาณ มนุษย์เราต้องการฐานที่มั่นคงแข็งแรง เห็นชัดในการใช้ชีวิตของคนเรา มักแสวงหาเสาแห่งความมั่นคงในชีวิตซึ่งมักหมายถึงทรัพย์สินเงินทอง
บางคนหาเงินมากเท่าไรก็ยังไม่ยอมหยุด เพราะเชื่อว่าเงินทองคือความมั่นคงในชีวิต เงินทองยิ่งมากยิ่งอุ่นใจ
เงินทองอาจสร้างความอุ่นใจในระดับหนึ่ง แต่สัจธรรมของชีวิตคือความไม่แน่นอน ดังนั้นความมั่นคงที่สุดในโลกก็ยังไม่ใช่ความมั่นคงที่แท้จริง เพราะความมั่นคงไม่ได้เกิดที่ร่างกาย หากที่ใจ ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นคนร่ำรวยล้นฟ้าที่หงอยเหงาเศร้าเปลี่ยว ขาดความสุข บางคนยิ่งมีเงินมากก็ยิ่งร้อนรน กลัวทรัพย์สินสูญหาย ระแวงระวังจนยิ่งห่างไกลจากความมั่นคงที่แสวงหา
มหาเศรษฐีคนหนึ่งของโลกกล่าวว่า เขาเข้าใจหลังจากร่ำรวยแล้วว่า เงินนั้นไม่สำคัญ
การมีเงินทองมากก็ไม่ได้รับประกันว่าเงินทองจะไม่ลดมูลค่าลง ความผันผวนทางเศรษฐกิจหลายยุคหลายสมัยแสดงให้เราเห็นตัวอย่างของคนที่รวยที่สุดที่สะดุดตอเศรษฐกิจล้มลงได้ชั่วข้ามคืนอย่างไม่น่าเป็นไปได้
วินาศภัย สงคราม ภัยธรรมชาติ ล้วนสามารถทำให้ความมั่นคงภายนอกหายวับไป ความมั่นคงเดียวที่ไม่มีใครหรืออะไรเอาไปได้ก็คือความมั่นคงภายใน
ความมั่นคงคือความรู้ที่ติดตัว สามารถใช้สร้างตัวได้ใหม่ทุกครั้งที่ล้ม
ความมั่นคงคือความสามารถที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งหลังล้ม มันเกิดขึ้นได้เมื่อมีจิตใจเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้
คนที่รู้สึกว่ามั่นคงที่สุดก็คือคนที่เชื่อว่า ถึงจะสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตก็สามารถลุกขึ้นได้ทุกครั้งไป
สมองมีความรู้ มีปัญญา ใจมีความเข้มแข็ง และเชื่อว่าตัวเองคือเสาของตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงเสาใด ๆ อีก
วินทร์ เลียววาริณ
31-3-26จาก สองแขนที่กอดโลก
ตอนนี้มีโปรโมชั่นชุด https://www.facebook.com/photo?fbid=1539189840903035&set=a.2082697073283952 วันที่ผ่านมา
