• วินทร์ เลียววาริณ
    6 เดือนที่ผ่านมา

    เมื่อวานนี้ผมไปนั่งเซ็นหนังสือในวัด

    ฟังไม่ผิดหรอกครับ แจกลายเซ็นในวัด หน้าเมรุนั่นแหละ

    นี่อาจจัดเป็น 'เซ็น-ณานุสติ' อย่างหนึ่ง เซ็นไปปลงไป

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ เมื่อญาติพี่น้อง รวมทั้งญาติของมิตรสนิทจากไป ผมมักมอบหนังสือเป็นของแจกผู้มาร่วมพิธี

    และมักนั่งเซ็นในวันสุดท้าย

    ปีนี้จัดไปสองรอบ ต้นปีเป็นงานศพญาติผู้ใหญ่ ส่วนเมื่อวานนี้เป็นงานศพของแม่ของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง

    หน้าที่ของผมคือเขียนคำไว้อาลัย (eulogy) และถ้อยคำที่จะพิมพ์เป็นสติกเกอร์ติดบนหนังสือ รวมทั้งออกแบบจัด layout ทำอาร์ตเวิร์กงานให้

    เนื่องจากงานศพจัดกันไม่กี่วัน จึงเป็นงานที่ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว

    เท่าที่ผ่านมา เสร็จทุกอย่างหลังได้รับโจทย์ไม่เกิน 4-6 ชั่วโมง

    คำพูดที่เขียนเฉพาะเจาะจงถึงผู้วายชนม์ เป็นงาน personalised

    คำไว้อาลัยที่ใช้สำหรับวันสุดท้ายอาจมีเวลาทำมากหน่อย แต่เท่าที่ผ่านมา ก็จบงานในเวลา 3 ชั่วโมง

    ถ้าเป็นบทความไว้อาลัยที่ตีพิมพ์ในหนังสืองานศพ ก็ใช้เวลานานหน่อย อาจมีเวลา 1-2 วัน

    งานพวกนี้จะใช้ภาษาสละสลวย ประณีตบรรจง เป็นประติมากรรมอักษรชิ้นสุดท้ายที่ทำให้ผู้จากไป จึงต้องพิถีพิถันทั้งคอนเส็ปต์และภาษา

    หลายปีนี้ผมก็มักได้รับคำขอให้ช่วยเขียนคำไว้อาลัย (eulogy) เพราะผู้ต้องกล่าวคำพูดอาจไม่สันทัดในเรื่องนี้ หรือจิตไม่นิ่งพอจะเขียน ผมก็ยินดีทำให้

    เคยคิดเล่นๆ ว่าทำธุรกิจของชำร่วยงานศพ เขียนคำ ออกแบบให้เสร็จสรรพ ก็เคยทำอยู่ครั้งเดียว แต่ไม่เคยโปรโมตและยังไม่เคยทำเป็นเรื่องเป็นราว

    ผมเองทำหนังสือแจกงานศพของตัวเองเสร็จแล้ว ชื่อ ชีวิตที่ดี วางขายมาสองสามปีแล้ว แต่สั่งเสียไว้แล้วว่าตอนตายให้ตีพิมพ์เล่มนี้ใหม่เพื่อแจกแขกที่มาร่วมงาน

    ใครอยากได้เล่มนี้ฟรี ก็อดใจรอนิด คงอยู่อีกไม่นาน แต่ไม่มีลายเซ็นนะ

    และหวังว่าในงานศพผม ใจคอคงไม่ปลุกให้ลุกมาเซ็นนะ วงแตกแน่!

    แต่ก็ไม่แน่ หากในงานศพผม มีคนกล่าวคำไว้อาลัยโดยใช้ภาษาพวก ปังปัง ป่ะป่ะ ฝุดฝุด ฟินฟิน แอ๊บแบ๊ว จุงเบย... คงได้ยินเสียงผมเคาะจากโลงแน่

    เฮ้อ! ตายแล้วยังเรื่องมากจุงเบย

    วินทร์ เลียววาริณ
    14 กันยายน 2568

    1
    • 0 แชร์
    • 50

บทความล่าสุด