• วินทร์ เลียววาริณ
    1 เดือนที่ผ่านมา

    เมื่อวานนี้ผมพูดเรื่อง Pale Blue Dot และเล่าว่า การกำเนิดตัวเราคือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของจักรวาล! จากซากธุลีดาวกลายมาเป็นมนุษย์ ร่างกายของเราทุก ๆ คนในโลกมาจากการประกอบปรุงแต่งเข้าด้วยกันของอะตอมเดียวกับที่เคยเป็นดวงดาว เคยเป็นดาวเคราะห์ เคยเป็นดาวหาง เคยเป็นต้นไม้ ก้อนหิน แม่น้ำ มหาสมุทร อากาศ และปรุงแต่งต่อมาเป็นชีวิต ความคิด อารมณ์ จิตใจ และ ‘ตัวกู-ของกู’

    บางคนอาจคิดว่านี่เป็นอุปมาอุปไทย เปรียบเทียบ

    เปล่าเลย นี่เป็นการหมายความตามคำเป๊ะ

    แปลว่าเราทุกคนเคยเป็นดวงดาว เคยเป็นดาวเคราะห์ เคยเป็นดาวหาง เคยร่อนเร่ในอวกาศลึก เคยเป็นต้นไม้ ก้อนหิน แม่น้ำ มหาสมุทร อากาศงั้นหรือ?

    คำตอบคือใช่ครับ Yes

    เป็นไปได้อย่างไร?

    ตอนนี้ทองราคาดี ขอเล่าเรื่องทองก่อนก็แล้วกัน

    รู้ไหมว่าร่างกายคนเรามีทองอยู่ในตัวราวๆ 0.2 มิลลิกรัม มันอยู่ในเลือด ตับ ไต เส้นผม เล็บ

    ทองพวกนี้มาจากไหน? หนึ่งคำถามแต่มีหลายคำตอบ

    คำตอบแรกคือทองมาจากโลก มันกระจายอยู่บนโลก มันหาทางเข้ามาอยู่ในร่างกายเราจนได้

    คำตอบที่สองคือมันมาจากดวงดาวในอดีตกาล

    ทองก็เป็นธาตุชนิดหนึ่ง ตามตารางธาตุในวิชาเคมี มันอยู่ลำดับที่ 79 จัดว่าเป็นธาตุหนัก

    ลำดับของธาตุนับมาจากจำนวนโปรตอนในอะตอม เช่น ไฮโดรเจนได้รับหมายเลข 1 เพราะมีโปรตอนหนึ่งตัว ธาตุที่ไล่ตามหลังมาหนักขึ้นเรื่อยๆ เช่น คาร์บอนหมายเลข 6 (โปรตอน 6 ตัว) ออกซิเจนหมายเลข 8 ไล่ไปเรื่อยๆ

    ไฮโดรเจนเป็นธาตุแรก เกิดมาพร้อมกำเนิดจักรวาล หลังจากนั้นก็เปลี่ยนรูป เพ่ิมโปรตอนเป็นธาตุใหม่ๆ

    แต่เมื่อธาตุเริ่มหนักขึ้น อะตอมก็ไม่ได้มาง่ายๆ แล้ว มันจะเกิดมาจากดวงดาว เช่น ธาตุเหล็ก หมายเลข 26 เกิดในดวงดาว

    ทองหมายเลข 79 เกิดจากดวงดาวที่ตายแบบซูเปอร์โนวา

    เวลาดวงดาวมวลสูงๆ ดับ มันจะระเบิดอย่างรุนแรง เรียกว่าซูเปอร์โนวา

    ต้องใช้แรงอัดแรงระเบิดระดับนี้ จึงทำให้เกิดทอง

    ดังนั้นธาตุทองในร่างกายของเรา ก็มาจากซูเปอร์โนวาในอดีตกาลนานโพ้น

    ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่าน่าอัศจรรย์มากที่เราเคยเป็นดวงดาวมาก่อน เฮ้ย! อะตอมที่ปลายนิ้วกูเคยร่อนเร่ในดาราจักรมาก่อนว่ะ! น่าตื่นเต้นมากๆ

    ผมเขียนในเรื่องสั้น เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ดาดาว (2537) ดารันต์ ตัวละครหนึ่งพูดว่า "ทางไปสู่จุดหมายนั้นมีจริง แต่ท่านไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะค้นหามันด้วยตัวท่านเอง ความหมายของชีวิตคือความหมายของเอกภพ จงมองลึกเข้าไปในตัวท่านเอง ท่านจะพบกับจักรวาล และจงมองลึกเข้าไปในจักรวาล ท่านจะค้นพบตัวท่านเอง"

    นั่นคือจักรวาลทั้งจักรวาลอยู่ในตัวเรา เป็นส่วนหนึ่งของเรา

    เมื่อเราละสังขาร (ชาวโลกเรียกว่าตายหรือ dead แต่ทางพุทธเรียกเลิกประชุม) ธาตุต่างๆ ก็หวนกลับสู่จักรวาล รอวันประชุมเป็นรูปใหม่อีกครั้ง

    ตัวละครในเรื่องนี้จึงพูดว่า "ความตายก็คือการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง การดับก็คือการเกิด การเกิดก็คือการดับ..." เพราะข้ารู้แล้วว่าทุกสรรพสิ่งเกิดจากเหตุและปัจจัย ไม่มีที่ตั้งต้น ไม่มีที่สิ้นสุด การเกิดไม่เคยมีในเอกภพ มีแต่การเกิดชุมนุมร่วมกันธาตุต่าง ๆ ชั่วคราว และการตายชั่วคราว

    เหล็กในเส้นเหล็กที่ใช้ก่อสร้างบ้านเรือน กับเหล็กในเลือดเรา ก็เป็นอะตอมของธาตุเดียวกัน

    คน พืช สัตว์ สิ่งของ สรรพสิ่งใช้อะตอมแบบเดียวกัน แต่ต่างรูป

    นี่คือข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

    ผมจึงเขียนว่าเราทั้งหลาย "เคยเป็นต้นไม้ ก้อนหิน แม่น้ำ มหาสมุทร อากาศ และปรุงแต่งต่อมาเป็นชีวิต ความคิด อารมณ์ จิตใจ และ ‘ตัวกู-ของกู’..."

    อะตอมหลายตัวในร่างกายเราอาจเคยอยู่ในร่างเจ็งกิสข่าน ฮิตเลอร์ ไปจนถึงแม่ชีเทเรซามาก่อน

    สรรพสิ่งคือสิ่งเดียวกัน ประกอบเป็นรูปต่างๆ ชั่วคราว

    มีแต่มนุษย์ที่ปรุงแต่งเองว่า เราเหนือกว่าสัตว์ เราเหนือกว่าทุกชีวิตในโลก

    และในหมู่ชาวมนุษย์ด้วยกัน บางคนก็ปรุงแต่งว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่น ขาดเขาแล้วโลกจะหยุดหมุน

    ทั้งที่ความจริงเจ้านั่นก็เป็นแค่กลุ่มอะตอมที่บังเอิญมารวมตัวกันผิดรูป สร้างความเดือดร้อนต่อชาวบ้าน

    เสียเวลาอะตอมเปล่าๆ

    วินทร์ เลียววาริณ
    12-2-26

    1
    • 0 แชร์
    • 58

บทความล่าสุด