• วินทร์ เลียววาริณ
    1 เดือนที่ผ่านมา

    ผมพูดเสมอว่าอ่านอะไร ฟังอะไร ให้วิเคราะห์ก่อน คิดก่อนเชื่อ

    เรื่องวิเคราะห์สำคัญมากจนพระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องนี้มาแต่สมัยพุทธกาล

    ธรรมที่ทรงสอนซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ กาลามสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตตนิคม แคว้นโกศล

    ดังนั้นมันจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า เกสปุตตสูตร

    เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงไม่ได้อ่านเรื่องนี้มาจากพระไตรปิฎก เพราะข้อความยาวเป็นพรืด จึงขอยกเอาแค่ท่อนเดียวมาให้อ่าน

    ขออนุญาตย่อหน้าและใส่เครื่องหมายคำพูด เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ไม่งั้นเชื่อว่าคงอ่านไม่ถึงบรรทัดท้ายๆ แน่!

    ....................

    สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในโกศลชนบทพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จถึงนิคมของพวกกาลามะชื่อว่า เกสปุตตะ

    พวกชนกาลามโคตร ชาวเกสปุตตนิคมได้สดับข่าวมาว่า พระสมณโคดมศากยบุตรทรงผนวชจากศากยสกุลแล้ว เสด็จมาถึงเกสปุตตนิคมโดยลำดับ ก็กิตติศัพท์อันงามของพระสมณโคดมพระองค์นั้นแล ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ทรงเบิกบานแล้ว ทรงจำแนกธรรม พระองค์ทรงทำโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม พระองค์ทรงแสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น ไพเราะในท่ามกลางไพเราะในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ก็การได้เห็นพระอรหันต์ทั้งหลายเห็นปานนั้น ย่อมเป็นความดีแล

    ครั้งนั้นชนกาลามโคตร ชาวเกสปุตตนิคมได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคจนถึงที่ประทับ บางพวกถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง บางพวกได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค

    ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง บางพวกประนมมือไปทางพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง บางพวกประกาศชื่อและโคตรแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง บางพวกนั่งเฉยๆ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

    เมื่อต่างก็นั่งลงเรียบร้อยแล้ว จึงได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า

    “พระเจ้าข้า มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งมายังเกสปุตตนิคม สมณพราหมณ์พวกนั้น พูดประกาศแต่เฉพาะวาทะของตัวเท่านั้น ส่วนวาทะของผู้อื่นช่วยกันกระทบกระเทียบ ดูหมิ่นพูดกด ทำให้ไม่น่าเชื่อ พระเจ้าข้า มีสมณพราหมณ์อีกพวกหนึ่งมายังเกสปุตตนิคม ถึงพราหมณ์พวกนั้น ก็พูดประกาศแต่เฉพาะวาทะของตนเท่านั้น ส่วนวาทะของผู้อื่นช่วยกันกระทบกระเทียบ ดูหมิ่น พูดกด ทำให้ไม่น่าเชื่อ พระเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ยังมีความเคลือบแคลงสงสัยในสมณพราหมณ์เหล่านั้นอยู่ทีเดียวว่า ท่านสมณพราหมณ์เหล่านั้น ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ”

    พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดูกรกาลามชนทั้งหลาย ก็ควรแล้วที่ท่านทั้งหลายจะเคลือบแคลงสงสัย และท่านทั้งหลายเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในฐานะที่ควรแล้ว มาเถิดท่านทั้งหลายท่านทั้งหลาย...

    “อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา...
    “อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำสืบๆ กันมา 
    “อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่า ได้ยินอย่างนี้ 
    “อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา 
    “อย่าได้ยึดถือโดยเดาเอาเอง 
    “อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน 
    “อย่าได้ยึดถือโดยความตรึกตามอาการ 
    “อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฐิของตัว 
    “อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ 
    “อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา

    “เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศลธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่านี้ผู้รู้ติเตียน ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรละธรรมเหล่านั้นเสีย...” ฯลฯ

    เนื้อความในพระไตรปิฎกยาวกว่านี้มาก แต่อ่านเท่านี้เราก็คงพอเข้าใจคอนเส็ปต์เรื่องการวิเคราะห์จากพระโอษฐ์

    และเราก็คงรู้แล้วว่า การคิดเองเออเอง การเชื่อง่าย การคิดว่าสิ่งที่ตนคิดและเชื่อเหนือกว่าคนอื่น ฯลฯ เหล่านี้ มีมานานตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว

    ไม่ว่าจะเป็นคนโบราณหรือคนในยุคโซเชียล เน็ตเวิร์ก ปฏิบัติตนตามเกสปุตตสูตร จะปลอดภัยแน่นอน  

    วินทร์ เลียววาริณ
    13-2-26

    2
    • 0 แชร์
    • 55

บทความล่าสุด