-
วินทร์ เลียววาริณ1 เดือนที่ผ่านมา
(เมื่อวานนี้ในบทวิจารณ์หนัง Past Lives พูดถึงบทความนี้ จึงนำมาให้อ่านเพื่อขยายความ)
บางห้วงยามในชีวิต ผมหวนนึกถึงอดีตเมื่อเรียนจบชั้น ม.ศ. 3 จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อผมไม่ให้ผมไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ มีโอกาสสูงอย่างยิ่ง เพราะพ่อไม่มีเงินส่งเสียผมจนเรียนจบมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน นั่นคือความจริง ผมจะเรียนต่อได้ด้วยกรณีเดียวคือพี่ ๆ ช่วยกันส่งเสียผมเท่านั้น มันมีโอกาส 50:50 ที่ผมจะเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง เส้นทางของช่างทำรองเท้า อาชีพหลักของครอบครัว
หากผมเดินทางสายนั้น ผมจะวางตำราเรียนลง แล้วเริ่มเรียนการทำรองเท้า การซ่อมรองเท้า กระเป๋า และเครื่องหนังต่าง ๆ ไปจนถึงซองปืน ผมน่าจะทำงานนี้ได้ดี เพราะผมชอบศิลปะและงานช่าง บางทีผมอาจกล้าออกแบบรองเท้าที่แตกต่างจากเดิมบ้าง แต่ผมก็ยังไม่มีสำนึกของความงาม ผมไม่รู้เรื่อง Minimalism หรือ Less is more ผมคงทำตามใจชอบ ผมคงชำนาญสักวัน อาจใช้เวลาอีกยี่สิบปีเป็นเซียนในสายทางนี้ แต่ผมมีเวลาทั้งชีวิตที่จะเรียนรู้
เมื่ออายุยี่สิบเอ็ด ผมไปเกณฑ์ทหาร ถ้าได้ใบแดง ผมก็ใช้ชีวิตในค่ายทหารสองปี ถ้าไม่ติด ผมก็ประกอบอาชีพนี้ต่อไป ไม่มีอะไรแตกต่าง
เมื่อถึงเวลาเหมาะสม แม่สื่อจะเอารูปถ่ายหญิงสาวหลายคนมาให้ดู นางสาวหลินไต้จากถนนสาย 2 นางสาวกิมจ๊อที่ถนนสาย 3 นางสาวหม่าหวูที่หาดใหญ่ใน นางสาวหมวยศรีที่ตลาดชีกิมหยง
ถ้าผมชอบหน้าตานางสาวหมวยศรีมากกว่าคนอื่น ก็แค่พยักหน้า ทำนองว่า “คนนี้แหละ” แม่สื่อก็จัดการนัดแนะให้เราพบกัน ผมคงพานางสาวหมวยศรีไปดูหนังที่โอเดียนหรือเฉลิมไทยสักสองสามเรื่อง โดยมีน้องชายน้องสาวของเธอสามคนนั่งกระหนาบซ้าย ป้าอีกคนกระหนาบขวา หลังหนังเลิกก็แวะกินขนมไทยที่ร้านแม่ทิพย์เพื่อเอาใจน้อง ๆ ของเธอ ผมจะมีขนมติดไม้ติดมือเมื่อไปหาครอบครัวของเธอเสมอเพื่อเรียกคะแนนนิยม
ผ่านไปหนึ่งปี เราก็แต่งงานกัน ในเมื่อทางเป็นอย่างนี้ และเป็นทางสายเดียวที่มี จะรอไปอีกหลายปีค่อยแต่งงานทำไม? มีลูกเร็วก็มีแรงงานมาช่วยงานครอบครัวเร็ว
นางสาวหมวยศรีไม่ได้เรียนสูง เพราะฐานะที่บ้านไม่ดี จบแค่ ป. 7 ที่บ้านไม่ส่งเสียให้เรียนต่อ อีกประการเป็นขนบของคนสมัยนั้นที่ไม่ให้ลูกสาวเรียนสูง ๆ หนึ่งคือไม่มีเงิน สองคือผู้หญิงเรียนสูงหาสามียาก
ผมกับหมวยศรีจะมีลูกสัก 4-5 คน ผมต้องทำงานหนักเพื่อส่งเสียลูกทุกคนเข้าโรงเรียน ผมคงไม่อาจให้ลูกทุกคนรับกิจการทำรองเท้าต่อไปได้ เพราะมันไม่ใช่กิจการใหญ่ ดังนั้นเพื่อให้พวกเขาอยู่รอด ผมต้องให้พวกเขาได้เรียนต่อสูงกว่าผม เป้าหมายของผมคือพวกเขาควรสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ เพราะผมไม่มีปัญญาส่งเสียทุกคนเรียนในมหาวิทยาลัยของเอกชน ไม่ว่าอย่างไร ผมก็ต้องทำงานหนัก
ผมจะผ่านชีวิตแต่ละวันโดยตื่นแต่เช้าตรู่ กินอาหารที่ภรรยาซื้อมาจากตลาด แล้วเริ่มทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงเที่ยง ผมพักกินข้าวเที่ยงที่ภรรยาเตรียม แล้วทำงานต่อไปถึงเย็น พักกินข้าวเย็นแล้วทำงานต่อถึงสองหรือสามทุ่ม เป็นอย่างนี้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ยกเว้นตรุษจีนได้หยุดสามวัน
หากคุณ... ใช่ คุณนั่นแหละ!... เดินทางผ่านหาดใหญ่ในวันนี้ และส้นรองเท้าหลุดหรือหัวรองเท้าอ้า เราก็จะได้พบกันที่ร้านรองเท้าเลขที่ 113 ผมจะซ่อมรองเท้าให้คุณ ผมคิดค่าบริการ 20 บาท หรือ 30 บาท แล้วเราก็แยกทางกัน คุณจะลืมผมไม่เกินสิบวินาทีหลังเดินออกจากร้าน และเช่นกัน ผมจะไม่จดจำคุณ และนั่นคือสี่แยกชีวิตที่ทางของคุณกับทางของผมตัดกัน
มันเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ๆ ซึ่งทำเงินแค่พอเลี้ยงคนในครอบครัว ไม่มีเงินเก็บมากพอไปเที่ยวต่างประเทศ ผมจะไม่รู้ภาษาอังกฤษดีพออ่านเขียน แต่ผมยังคงรักการอ่าน อาจมีเศษเงินซื้อหนังสือนิยายมาอ่าน แต่ในช่วงที่กิจการไม่ดีนัก ผมก็คงต้องยืมหนังสือนิยายจากห้องสมุดตามเดิม แต่เวลาที่เข้าห้องสมุดคงลดลง เพราะมีทั้งงานและครอบครัว
หากนิสัยเขียนหนังสือถูกฝังในยีน วันหนึ่งผมก็อาจจับปากกาขีด ๆ เขียน ๆ ผมอาจมีเรื่องสั้นตีพิมพ์ในนิตยสาร ผมอาจเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำรองเท้า ลูกค้า ชาวประมง ผู้หญิงหากินในเมือง แน่นอนโลกทรรศน์ของผมจะไม่เหมือนโลกทรรศน์ของผมในเวลานี้ อาจกว้างกว่า อาจแคบกว่า ผมไม่รู้ ถ้าผมไปไกลถึงขนาดรับรางวัลระดับชาติ ผมก็คงเป็นพ่อค้านักเขียนเหมือน ‘กวีหมี่เป็ด’ ผู้อาศัยอยู่ห่างจากผมไปหลายถนน คนอาจเรียกผมว่า ซีไรต์รองเท้า นักวิจารณ์อาจเรียกผมว่า ‘เดอะ ชูเมคเกอร์’ แทนที่จะเป็น ‘เดอะ วินทร์’ ผมอาจจับกลุ่มกับนักเขียนแถว ๆ หาดใหญ่ สงขลา พัทลุง ผมอาจปรารภกับพวกเขาว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อผมให้ผมไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เกิด อะไรขึ้นถ้าผมแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น แทนที่จะเป็นนางสาวหมวยศรี มีลูกคนนั้นแทนที่จะเป็นคนนี้ ใครคนหนึ่งอาจบอกว่า “คิดไปทำไมวะ ก็ชีวิตมึงอยู่ที่นี่”...
นี่เป็นทางที่ผมเกือบได้เดิน แต่ไม่ได้ไป เพียงเพราะพ่อผมตัดสินใจในนาทีนั้นว่าผมควรเรียนต่อ
คุณ... ใช่ คุณนั่นแหละ!... ในบางช่วงชีวิตอาจเคยนึกสงสัยว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ไม่แปลก คนเรามักตั้งคำถามนี้เมื่อเราไม่ค่อยพอใจชีวิตของตน เราหาจุดตำหนิได้เสมอ
เราชอบพูดว่า “ถ้าเราไปทางนั้นก็ดีหรอก” เราพูดเมื่อเราไม่ได้ไปทางนั้น
เราทุกคนมีทางที่เราไม่เคยเดินและทางที่ยังไม่ได้เดินอีกหลายเส้น เราไม่รู้ว่าแต่ละทางจะพาเราไปไหน ในเวลาที่เราหดหู่หม่นหมองกับชีวิตของเรา เรามักนึกฝันว่าทางที่ไม่ได้เดินคือทางที่ดีกว่า
แต่หากเราไปทางนั้น เราก็อาจบ่นเหมือนกัน เพราะเรามีนิสัยไม่พอใจสิ่งที่ตนมีอยู่ และสิ่งที่ตนทำอยู่
ทว่าหากเราลองมองทะลุเข้าไปในรายละเอียดของหนทางอื่น ทางที่เราไม่ได้เดินไป เราอาจพบว่าบางทีทางที่เราเดินอยู่ในเวลานี้ดีอยู่แล้ว
บางทีมันไม่สำคัญว่าเราเลือกทางเส้นใด หรือใครเลือกเส้นทางชีวิตให้เรา มันสำคัญที่ว่าเราสามารถทำให้การเดินทางสำคัญกว่าเป้าหมายหรือไม่
ชีวิตเรามีหลายเวอร์ชั่น แต่เราไม่อาจดำเนินไปทุกเวอร์ชั่น แค่ใช้ชีวิตเวอร์ชั่นนี้ให้ดีที่สุดก็พอ
ชีวิตก็เช่นหนทาง ไม่ว่าเวอร์ชั่นใด ก็มีขึ้นมีลง มีรอยแตกร้าว มีหลุม มีบ่อ แต่ก็มีบางช่วงที่ถนนเรียบและสองข้างทางมีดอกไม้งดงาม
บางทีเราอาจไม่สามารถกำหนดทางชีวิตของเราได้เองจริง ๆ บางทีมีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ทำให้เราต้องเดินไปตามทางที่เราไม่ได้ตั้งใจเลือกหรือไม่ปรารถนา แต่เมื่อมันเป็นทางที่รออยู่เบื้องหน้า เราก็ต้องเดินไป
วินทร์ เลียววาริณ
23-2-26จากหนังสือ รอยยิ้มใต้สายฝน
35 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 5 บาทเศษ
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/139/รอยยิ้มใต้สายฝน
https://s.shopee.co.th/8Ke0htOJcm
โปรโมชั่นชุด https://www.winbookclub.com/store/detail/234/R3%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%2031- แชร์
- 38
-

ตลอดสี่สิบปีของชีวิตนักเขียน ผมเขียนหนังสือแต่ละเล่มโดยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตใคร อย่างมากที่สุดก็แค่เปลี่ยนมุมมองบางเรื่อง เช่น เรื่องไสยศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังพอเปลี่ยนเส้นชีวิตใครได้
ทว่านานๆ ทีก็มีผู้อ่านมาเล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของตนเปลี่ยนไปเพราะหนังสือบางเล่มของผม
ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าเขาเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์เพราะอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ สิขเรศ มาสนทนาด้วย เล่าว่าเขาเลือกเรียนฟิสิกส์สายอนุภาค เพราะในวัย 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นแรงบันดาลใจให้เดินไปทางสายนี้
เขาเรียนปริญญาตรีและโทด้านนี้ และกำลังจะไปเรียนปริญญาเอก
ชีวิตขลุกกับพวกอะตอม อนุภาคต่างๆ อิเล็กตรอน ควาร์ก โบซอน ฯลฯ เพราะเผลอไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ก็แปลกดี คาดไม่ถึงว่าเด็ก 11 ขวบจะอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล รู้เรื่องและอินขนาดนี้
และสามารถต่อยอดเรื่องที่อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกไกล แล้วรู้มากกว่าคนเขียนแล้ว
ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ประการหนึ่งเพราะเมืองไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์สาขานี้
ประการหนึ่งเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่อยอดความรู้
ประการหนึ่งเพราะอย่าประมาทว่าเด็กจะอ่านเรื่องยากไม่รู้เรื่อง
แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นวนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ควรใช้เป็นแรงบันดาลใจเลยคือ "เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ"
ถ้าขืนเจ้าชู้ประตูดินอย่างตัวละครในเรื่อง มีหวังอายุสั้นแน่ๆ
วินทร์ เลียววาริณ
4-4-260 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราหรือไม่ ถ้าไม่เคย ทำไมมีรายงานการพบ UFO บ่อยเหลือเกิน คนคงไม่ตาฝาดกันทั้งโลกกระมัง"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69cf88ba11bbea5bf0c61038
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ “ไม่ประสงค์จะออกนาม”
0 วันที่ผ่านมา -

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-261 วันที่ผ่านมา -
1 วันที่ผ่านมา -

ปิดรับออร์เดอร์โปรโมชั่นชุดเต็มกล่อง วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เพราะต้องส่งทางไปรษณีย์ก่อนงานเลิกวันที่ 6 เมษายน
รายการหนังสือ
1 รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง ราคาปก 195.-
2 ความฝันโง่ ๆ ราคาปก 185.-
3 เบื้องบนยังมีแสงดาว ราคาปก 185.-
4 อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ราคาปก 185.-
5 ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน ราคาปก 195.-
6 จุดเทียนทั้งสองปลาย ราคาปก 215.-
7 สองแขนที่กอดโลก ราคาปก 215.-
8 ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว ราคาปก 215.-
9 ในหลุมรัก ราคาปก 210.-
10 ยาเม็ดสีแดง ราคาปก 210.-
11 ความสุขเล็กๆ คือความสุข ราคาปก
12 สองปีกของความฝัน ราคาปก 190.-
13 หลับถึงชาติหน้า ราคาปก 245.-
14 บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเราเอง ราคาปก 215.-
15 1% ของความเป็นไปได้ ราคาปก 210.-
16 รอยยิ้มใต้สายฝน ราคาปก 210.-
17 คำที่แปลว่ารัก ราคาปก 190.-
18 โลกด้านที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ราคาปก 260.-ราคาปกรวม 3,620.-
แถม 2 เล่มคือ ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงพาไป และ เศษกระดาษมูลค่ารวมเล่มแถม = 4,010.-
ลดเหลือ 2,200.- (รวมค่าส่งแล้ว)เฉลี่ยเล่มละ 110 บาทเท่านั้น
สั่งซื้อได้ทางเดียวคือ inbox เฟซบุ๊คนี้
โอนเงินไปที่บัญชี "วินทร์ เลี้ยววาริณ ธนาคารกสิกรไทย สาขาพัฒน์พงศ์ 018-2-85554-5"
ส่งภาพหลักฐานการโอนมาด้วย เพื่อให้รู้ว่าเป็นลูกค้าคนใดหมายเหตุ หากเล่มใดขาด จะแทนด้วยเล่มที่มีมูลค่าใกล้เคียง
2 วันที่ผ่านมา
