• วินทร์ เลียววาริณ
    1 เดือนที่ผ่านมา

    มารี คูรี เป็นนักฟิสิกส์และนักเคมีชาวฝรั่งเศส เชื้อสายโปแลนด์ เป็นนักวิทยาศาสตร์แถวหน้าของโลก เธอเก่งทั้งด้านฟิสิกส์และเคมี

    เธอได้รับรางวัลโนเบลสองครั้ง จากสองสาขา

    ปี 1903 มารีได้รับรางวัลโนเบลร่วมกับสามี ปิแอร์ คูรี และ อังรี เบ็คเคอเรล จากการบุกเบิกงานด้านกัมมันตภาพรังสี

    มารี คูรี บุกเบิกรังสีวิทยาเพื่อการแพทย์ เป็นผู้พัฒนาเครื่องเอ​กซเรย์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สำหรับใช้ในโรงพยาบาลภาคสนาม

    มารี คูรี ได้รับรางวัลโนเบลรอบที่สองสาขาเคมี จากการค้นพบสองธาตุใหม่คือ โปโลเนียม (polonium) และ เรเดียม (radium)

    แม้เป็นคนฝรั่งเศส แต่เธอดำรงรักษารากเหง้าของโปแลนด์อย่างเหนียวแน่น และตั้งชื่อธาตุแรกที่เธอค้นพบว่า polonium มาจากชื่อโปแลนด์

    แต่ผลงานชั้นยอดทั้งหลายเหล่านี้มิได้ทำให้คนฝรั่งเศสรักเธอหรือภูมิใจแต่อย่างใด พวกเขาเห็นว่าเธอเป็น ‘คนนอก’ เป็นคนยิว และเป็น atheist (คนที่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า)

    สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย เมื่อเธอมีสัมพันธ์กับชายที่แต่งงานแล้ว

    ในปี 1906 สามีเธอตายเพราะอุบัติเหตุ มารีเศร้าโศกอยู่หลายปี สี่ปีต่อมาเธอพบรักใหม่กับผู้ร่วมงาน ศาสตราจารย์หนุ่ม ปอล ลองเจอแว็ง เขาแต่งงานแล้ว แต่แยกทางกับภรรยา

    ภรรยาของเขาว่าจ้างคนไปขโมยจดหมายรักของทั้งสอง แล้วส่งให้สื่อไปตีพิมพ์

    ทันใดนั้นเรื่องรักของเธอก็กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในฝรั่งเศส ข่าวนี้ดังกว่าข่าวการได้รับรางวัลโนเบลครั้งที่สองของเธอ

    ปรากฏฝูงชนไปออกันที่หน้าบ้านเธอในปารีส ด่าทอนักวิทยาศาสตร์หญิงอย่างรุนแรง พายุ ‘hate speech’ ทำให้เธอต้องหลบไปอาศัยบ้านเพื่อน

    สื่อตราหน้าเธอว่าเป็น ‘ยิวต่างชาติที่ทำลายครอบครัวคนอื่น’

    มารี คูรี ได้รับจดหมายจากสมาชิกคณะกรรมการโนเบลคนหนึ่ง ชื่อ สวานเต อาร์ราเฮเนียส ‘ขอร้อง’ เธอไม่ให้ไปร่วมพิธีรับรางวัล

    ท่ามกลางความเลวร้ายของพายุความเกลียดชัง จดหมายฉบับหนึ่งเดินทางเงียบ ๆ ไปถึงมือคูรี

    เป็นจดหมายจาก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

    จดหมายฉบับนั้นเขียนว่า

    กรุงปราก 23 พฤศจิกายน 1911

    คุณคูรีที่นับถืออย่างยิ่ง

    อย่าหัวเราะผมที่เขียนจดหมายมาหาคุณ โดยไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกโกรธมากเรื่องมารยาทพื้นฐานที่สาธารณะเข้าไปยุ่มย่ามกับคุณ จนผมต้องระบายความรู้สึกนี้ออกมา

    อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อแน่ว่าคุณรังเกียจม็อบพวกนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ามันจะเป็นคำยกย่องเกินจริง หรือเป็นความพยายามตอบสนองความอยากอ่านเรื่องตอแหล เกิดแรงกระตุ้นให้ผมต้องบอกคุณว่าผมชื่นชมความฉลาดปราดเปรื่องของคุณแค่ไหน ความมุ่งมั่นของคุณ และความซื่อตรงของคุณ และผมรู้สึกว่าตนเองโชคดีได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่กรุงบรัสเซลส์ ใครก็ตามที่ไม่อยู่ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ย่อมมีความสุขแน่นอน

    ตอนนี้ก็เช่นแต่ก่อน ที่พวกเรามีคนเช่นคุณ และลองเจอแว็งด้วย มนุษย์จริง ๆ ที่คนอื่นรู้สึกเป็นโอกาสพิเศษที่ได้คบหา ถ้าคนพวกนั้นยังเล่นไม่เลิกกับคุณ ก็อย่าไปอ่านเรื่องไร้สาระพวกนั้น ปล่อยมันไว้กับพวกสัตว์เลื้อยคลานที่เชื่อเรื่องซึ่งถูกสร้างขึ้นมาหลอกลวง

    ด้วยมิตรภาพและความปรารถนาดีต่อคุณลองเจอแว็ง และ เพแร็ง (เพแร็งคือ Jean Baptiste Perrin ศาสตราจารย์นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส)

    (ลงชื่อ)
    A. Einstein

    คูรีได้สติ ลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง เธอเขียนจดหมายตอบกลับสมาชิกกรรมการรางวัลโนเบลว่า

    “รางวัลนี้มอบแก่การค้นพบเรเดียมและโปโลเนียม ดิฉันเชื่อว่ามันไม่มีความเกี่ยวโยงกันระหว่างงานด้านวิทยาศาสตร์กับชีวิตส่วนตัวของดิฉัน ดิฉันไม่สามารถยอมรับว่า การยกย่องคุณค่าของงานวิทยาศาสตร์สมควรได้รับอิทธิพลจากข้อเขียนเท็จและการสร้างความเสียหายที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว”

    เรื่องจบลงในที่สุด

    เมื่อหมดเชื้อไฟให้เล่น สื่อก็หันไปเล่นข่าวอื่นต่อไป

    และ มารี คูรี ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทของไอน์สไตน์

    ..................

    ผ่านมาหนึ่งศตวรรษครึ่งจากยุคของ มารี คูรี โลกของเราเดินทางมาถึงจุดที่เทคโนโลยี โซเชียล มีเดีย เปิดพื้นที่ให้เกิดข่าวปลอมและวาจาเกลียดชัง (hate speech) ได้ง่ายดายจนมันท่วมโลก

    นักเขียน นักปรัชญาชาวอิตาเลียน อุมแบร์โต เอโก (Umberto Eco) เขียนว่า “โซเชียล มีเดีย ให้สิทธิกลุ่มงี่เง่าพูดเรื่องที่แต่ก่อนพวกเขาพูดกันเฉพาะในบาร์หลังดื่มไวน์สักแก้ว โดยไม่สร้างความเดือดร้อนต่อสังคม แล้วพวกเขาก็ถูกเอ็ดให้เงียบ แต่เดี๋ยวนี้พวกเขามีสิทธิพูดเหมือนกับผู้รับรางวัลโนเบล มันคือการรุกรานของพวกงี่เง่า”

    โซเชียล มีเดีย กลายเป็น ‘weapon of mass destruction’ แห่งศตวรรษที่ 21

    บางคนอาจโทษเทคโนโลยี แต่มองให้ดี เราจะพบว่าปัญหาอยู่ที่คนเสมอ ดังคำของโก้วเล้งที่ว่า “ที่ฆ่าคนมิใช่อาวุธ ที่ฆ่าคนคือคน”

    การรับมือการรุกรานโดยรุกรานกลับยิ่งทำให้สังคมวุ่นวาย แต่การทำตามคำแนะนำของไอน์สไตน์ที่ว่า​ “ก็อย่าไปอ่านเรื่องไร้สาระพวกนั้น” ไม่ได้กระทำได้ง่าย เพราะในวันนี้เราแทบแยกแยะไม่ออกแล้วว่า อะไรคือข่าวจริงข่าวไม่จริง และในวันนี้ วิถีชีวิตของเราอาจถูก ‘เชิด’ (manipulate) ด้วยเครื่องมือใหม่นี้อย่างไม่น่าเชื่อ

    วาเอล โกนีม (Wael Ghonim) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอียิปต์ ผู้มีบทบาทใช้อินเทอร์เน็ตขับไล่รัฐบาลอียิปต์ในปี 2011 กล่าวว่า แต่ก่อนเขาเชื่อว่า ถ้าเราจะปลดแอกสังคมให้เป็นอิสระ เราต้องใช้อินเทอร์เน็ต แต่วันนี้เขาเชื่อว่า ก่อนจะปลดแอกสังคม เราต้อง ปลดแอกอินเทอร์เน็ตเสียก่อน

    วินทร์ เลียววาริณ
    27-2-26

    อ่านฉบับเต็มได้จาก ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์ หนังสือ Exclusive edition ยังพอมีเหลือ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สารคดีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของไอน์สไตน์ มุมมองต่อโลกและชีวิต + ปรัชญาต่างๆ บางบทความอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ

    โปรโมชั่นพิเศษไอน์สไตน์ + เล่มอื่น
    Shopee คลิกลิงก์ https://shope.ee/6KgvYw47A4?share_channel_code=6 

    1
    • 0 แชร์
    • 45

บทความล่าสุด