• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    (หมายเหตุ เนื้อหาที่ท่านกำลังจะอ่านนี้ รวบรวมมาจากบทวิเคราะห์การเมืองโลกของนักวิเคราะห์หลายคน ผมเพียงนำมาเล่าใหม่ และเติมข้อมูลบางส่วนประกอบเพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์เบื้องหลัง)

    คำถามหนึ่งที่หลายคนตั้งขึ้นเมื่อผู้นำอิหร่านตายคือ ทำไมคาเมเนอีถูกฆ่าตายง่ายนัก

    ในรอบหลายปีนี้ สหรัฐฯและอิสราเอลลอบสังหารนายพลอิหร่านไปหลายคน ฆ่านักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ไปมากมาย ฯลฯ ดังนั้นผู้นำระดับสูงย่อมรู้ว่าพวกตนมีโอกาสสูงที่จะถูกลอบสังหารเช่นกัน แต่ทำไมผู้นำหมายเลขหนึ่งของอิหร่านจึงเลินเล่อขนาดถูกฆ่าอย่างง่ายดาย ทำไมยังเดินไปเดินมาในบ้านที่ซีไอเอรู้ มอสสาดก็รู้

    ทำไมเรดาร์อิหร่านที่เชื่อว่าได้รับจากจีน จึงไม่สามารถจับเครื่องบินที่บินมาหาตั้งสองชั่วโมงเศษ?

    หรือว่าข่าวเรดาร์จีนไม่เป็นความจริง? หรือว่าเรดาร์จีนไม่มีประสิทธิภาพ?

    ทำไมคาเมเนอีไม่เลือกประชุมในอุโมงค์ใต้ดินหรือเซฟเฮาส์สักแห่ง?

    ประมาท? เลินเล่อ?

    ในมุมมองของนักวิเคราะห์หลายคน เชื่อว่าคนระดับนี้ไม่โง่แบบไร้เดียงสา ไม่เช่นนั้นไม่สามารถอยู่มานานขนาดนี้

    คาเมเนอีตั้งใจถูกฆ่าต่างหาก

    มาถึงบรรทัดนี้ หลายคนอาจเลิกคิ้ว ถามว่างั้นหรือ? ทำไปทำไม?

    ก็ต้องว่ากันที่หลักฐาน ตรรกะ และความเป็นไปได้

    ประวัติศาสตร์บันทึกว่า อิหร่านถูกโลกตะวันตกกดดัน บอยคอต แซงชั่น รวมทั้งถล่มด้วยอาวุธมา 47 ปี ตั้งแต่ปี 1979 เมื่อโครไมนีปฏิวัติ ขับไล่ชาห์ปาลาวีที่เป็นหุ่นเชิดของสหรัฐฯออกนอกประเทศ ตามมาด้วยการจับชาวอเมริกัน 52 คนเป็นตัวประกันนาน 444 วัน อเมริกันไม่ลืมความแค้นครั้งนั้น

    ภาพลักษณ์ของอิหร่านในสายอเมริกันคือปิศาจชั่วร้าย เป็นพวกก่อการร้าย เป็น 'evil empire' พอๆ กับโซเวียตรัสเซีย

    ความจริงคือในอิหร่านเอง ก็มีคนนับล้านๆ ที่ไม่ชอบระบอบการปกครองโดยคาเมเนอี บวกกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำสืบเนื่องมาจากการแซงชั่นของสหรัฐฯนานหลายสิบปี ทำให้เกิดการแตกแยกภายในประเทศ

    ทำอย่างไรจึงประสานคนอิหร่านเข้าด้วยกัน เพื่อต้านศัตรู เพราะพวกเขารู้ว่าเป้าหมายของสหรัฐฯและอิสราเอลคือชำแหละอิหร่านเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เหมือนที่ทำกับซีเรียและอีกหลายประเทศ หากอิหร่านไม่รวมตัวกัน อิหร่านอาจพินาศ

    ก็ต้องย้อนมาดูตัวอย่างคือสหรัฐฯ ก่อนเหตุการณ์ 9-11 ชาวอเมริกันก็แตกแยกเช่นกัน แต่เมื่อตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถูกกลุ่มอัลไกดาห์ถล่ม คนอเมริกันทั้งชาติก็รวมตัวเป็นหนึ่ง ต่อต้านศัตรูนอกประเทศโดยพร้อมเพรียงกัน

    คาเมเนอีอาจคิดเช่นนั้น บางทีเขาเห็นว่าเขาตอนตายมีประโยชน์กว่าในตอนเป็น

    ในการปราศรัยครั้งท้ายๆ คาเมเนอีพูดถึงตนเองว่าชราภาพแล้ว ในวัย 86 ร่างกายของเขาร่วงโรยไปมาก เขาเตรียมส่งต่ออำนาจให้ผู้สืบทอดแล้ว

    นี่อาจเป็นเหตุผลที่คาเมเนอียังอยู่ในบ้านพักของตนในวันสุดท้ายของชีวิต

    ในนวนิยายเรื่อง ศึกเสือหยกขาว ของโก้วเล้ง (มีสปอยเลอร์) ตัวละครบิดาของพระเอกถูกฆ่าตายในวันแต่งงานของเขา คนฆ่าคือลูกน้องของบิดา ฆ่าแล้วไปสวามิภักดิ์กับตระกูลถังที่เป็นศัตรู

    พระเอกออกตามล่าคนฆ่าพ่อ และในตอนท้ายเขาเรียนรู้ว่า บิดาของเขาเป็นคนสั่งให้ลูกน้องฆ่าตน และไปสวามิภักดิ์กับตระกูลถังเพื่อหาทางทำลายศัตรู

    ใช้ประโยชน์จากความตายของตนเองเพื่อทำลายศัตรู คล้ายขงเบ้งที่หลังจากตายไปแล้ว ยังสามารถทำให้ทัพสุมาอี้แตกกระเจิง

    กลยุทธ์นี้รวมการทรมานตนเองเพื่อลวงศัตรู เช่น อุยกายใน สามก๊ก วัสสการพราหมณ์ ในสามัคคีเภทคำฉันท์ ฯลฯ

    แตกต่างจาก ซัดดัม ฮุสเซน ที่ถูกตามล่าขณะซ่อนตัวในหลุมเล็กๆ ใกล้ไร่แห่งหนึ่ง ในท่วงท่าหมดสภาพโดยสิ้นเชิง ภาพคาเมเนอีตายในบ้าน ไม่ได้หลบซ่อนตัวจากการตามล่าของศัตรู ทำให้เขามีสถานะเป็น martyr ซึ่งผู้คนคารวะ

    เมื่อสหรัฐฯกับอิสราเอลฆ่าคนระดับผู้นำศาสนา เทียบได้กับพระสันตะปาปาของชาวแคทอลิก ชาวอิหร่านก็รวมตัวกันต้านศัตรูภายนอก รวมทั้งคนที่ไม่ชอบรัฐบาลด้วย เพราะรู้ว่าหากไม่รวมตัวกัน ภายใต้ฝ่าเท้าของสหรัฐฯและอิสราเอล บ้านเมืองจะสลาย อิรัก อัฟกานิสถาน ซีเรีย เลบานอน ฯลฯ ก็คือตัวอย่าง

    ความตายของเขาส่งผลตรงข้ามกับที่สหรัฐฯคาด นั่นคือรวมพลังคนอิหร่านเข้าด้วยกัน แล้วสู้ผู้รุกราน

    เอาละ ย่อมมีคนแย้งว่า มีภาพข่าวคนอิหร่านเฉลิมฉลองความตายของคาเมเนอีทั่วโลก ก็ไม่ผิด มีคนจำนวนมากเกลียดคาเมเนอีจริง แต่หากดูข่าวจากสื่อในด้านหนึ่ง จะเห็นคนอิหร่านมากมายออกมาชุมนุมแสดงความเสียใจต่อความตายของผู้นำ ขณะที่ระเบิดจากสหรัฐฯและอิสราเอลยังปฏิบัติการทิ้งระเบิด

    ทฤษฎีคาเมเนอีตั้งใจตายอาจจะเหลวไหล แต่เราไม่มีทางรู้ เพราะเจ้าตัวตายไปแล้ว แต่หากใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ยังไม่มีผู้ชุมนุมเดินขบวนใหญ่ขับไล่รัฐบาล ก็อาจชี้ว่าความตายของคาเมเนอีมีประโยชน์ต่อการรวมใจสู้ศัตรู และอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ของสงคราม

    ก่อนขงเบ้งตาย สั่งเสียเอียวหงีกับเกียงอุยว่า “เมื่อข้าฯจากไปแล้ว จงอย่าก่อสร้างอนุสรณ์ใดเพื่อข้าฯ จงฝังข้าฯ ณ เชิงเขาเตงกุนสัน ปากทางเข้าเสฉวน ถึงตายแล้ว ข้าฯก็จะเฝ้าระวังให้ชาวเสฉวน”

    บางทีคาเมเนอีอาจคิดแบบเดียวกัน

    วินทร์ เลียววาริณ
    3-3-26

    1
    • 0 แชร์
    • 15

บทความล่าสุด