• วินทร์ เลียววาริณ
    1 เดือนที่ผ่านมา

    อายุเฉลี่ยของมนุษย์ยุคบรอนซ์และยุคเหล็กคือ 26 ปี มนุษย์โบราณต้องเผชิญภัยมากกว่า อาหารมาจากการล่าสัตว์และการเก็บของป่า จึงไม่แน่นอนว่าจะมีกินทุกมื้อ โรคภัยและอันตรายรอบตัวทำให้ยากที่ใครสักคนจะอยู่รอดเป่าเทียนวันเกิดสี่สิบเล่ม

    อายุ 30 มนุษย์โบราณเรียกว่า แก่ เรียกคนอายุ 40 ว่า ‘ท่านผู้เฒ่า’

    อายุเฉลี่ยของมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยผลจากพัฒนาการทางการแพทย์ อาหาร ฯลฯ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลายเท่า จนถึง 70-80 ในปัจจุบัน

    ตัวเลขอายุเฉลี่ยของคนไทย ณ วันนี้คือ หญิง 79 ชาย 71 เฉลี่ย 75

    อายุเฉลี่ยของผู้คนประเทศที่ได้คะแนนต่ำที่สุดในโลกก็ยังสูงกว่ามนุษย์โบราณมากนัก

    ถ้าใช้ตัวเลขอายุเฉลี่ยของคนไทยเป็นตัวอย่างคือ 75 ก็แปลว่าเรามีอายุเฉลี่ยสูงกว่ามนุษย์โบราณถึงราวสามเท่า

    มองอีกมุมหนึ่งคือ เราแต่ละคนเกิดมาหนึ่งชาติจะได้อยู่ถึงสามชาติ!

    การสามารถอยู่สามชาติในชาติเดียว แปลว่าเรามีเวลามากกว่าคนสมัยก่อนสามเท่า

    นับว่าเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิต เพราะเราเป็นมนุษย์สามชีวิต

    ถ้าเรามองว่าเราได้ชีวิตมาเปล่า ๆ เพ่ิมอีกสองชาติหรือสองชีวิตเรียบร้อยแล้ว เราก็ควรเริงร่า ลดความกลัวที่จะล้มเหลว ทำการให้เต็มที่ไปเลย เพราะเรามีตั้งสามชีวิต

    ตามหลักเราก็ควรสามารถทำอะไรให้โลกได้สามเท่า

    ล้มแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ เพราะต่อให้ชาตินี้เราทำไม่สำเร็จ เราก็ยังมีชีวิตอีกตั้งสองชาติรออยู่! และไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ว่าทำไม่ได้ เพราะถึงผิดพลาดในชาติหนึ่ง ก็ยังมีโอกาสอีกตั้งสองชาติ

    ทำผิดพลาดไปสองชาติ ก็ยังมีชาติที่สามรออยู่!

    ช่างโชคดีจริงที่เกิดในยุคนี้!

    ชาวโลกมักมีกติกากำหนดว่า เราต้องเรียนหนังสือเมื่ออายุเท่าไร ทำงานเมื่อไร แต่งงานเมื่อใด เกษียณเมื่อไร เมื่อถึงวันเกษียณเราก็หยุดทันที ราวกับมีสวิตช์ตั้งเวลาปิดไว้

    กติกานี้บางครั้งทำให้เราใช้ชีวิตได้ไม่เต็มเวลาที่มี เช่น ช่วงเกษียณเมื่ออายุ 60-85 ปีก็ไม่ทำอะไรเลย กลายเป็นเวลาที่สูญเปล่า มีชีวิตก็เหมือนไม่มี หรือพูดได้ว่าจากสามชาติที่ได้รับมา ก็เสียไปหนึ่งชาติเปล่า ๆ เป็นชาติที่ ‘แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน’ ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลย

    มนุษย์โบราณไม่สามารถเกษียณ ทุกคนต้องทำมาหากิน ล่าสัตว์ ปลูกข้าว ฯลฯ วันใดไม่ทำก็อด จึงใช้ชีวิตได้เต็มเวลาอย่างเป็นรูปธรรมจริง ๆ

    สัตว์โลกทุกชนิดต้องทำมาหากินตลอดชีวิต ไม่มีเกษียณ หยุดหากินเมื่อไรก็หมดแรง หนีสัตว์อื่นไม่ทัน ตกเป็นอาหารของสัตว์อื่น

    แต่มนุษย์ซึ่งมีสมองใหญ่กว่าสัตว์ จัดระบบระเบียบและสร้างค่านิยมว่า ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่สบาย ๆ ไม่ต้องทำงานก็อยู่ได้ ปรัชญานี้ทำให้เรา ‘เสียชาติเกิด’ อยู่เสมอ

    บางคนเสียแค่ชาติเดียว บางคนเสียสอง บางคนเสียทั้งสามชาติ

    บางคนเสียชาติเกิดเพราะความไม่รู้ บางคนเสียชาติเกิดทั้งที่รู้

    ชีวิตในร่างมนุษย์เป็นโอกาสพิเศษอย่างหนึ่ง เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถประสบสัมผัสได้ จึงน่าเสียดายหากเราปล่อยให้ชีวิตทั้งชีวิตที่เรามีไหลผ่านไปโดยไม่ทำอะไร

    และยิ่งน่าเสียดายทบทวีหากปล่อยให้หลุดไปถึงสามชาติ

    เวลาสามชาติในโลกนี้จะว่ายาวก็ยาว จะว่าสั้นก็สั้น มันยาวพอให้เราทำเรื่องต่าง ๆ มากกว่าที่คิด หากเราจัดการมันเป็น แต่มันก็สั้นเกินกว่าให้ทำอะไรแม้แต่เรื่องเดียว หากเราไม่ลงมือทำ

    เมื่อนั้นเราก็ทำเรื่องราวได้น้อยกว่ามนุษย์ดึกดำบรรพ์คนหนึ่ง ทั้งที่เราพร้อมกว่า

    สัตว์หลากหลายชนิดมีชีวิตอยู่บนโลกแค่วันสองวัน แต่ก็สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากมาย

    ‘เวลามีค่า’ จึงอาจแปลว่า เราสามารถใช้เวลาทำชีวิตเราให้มีค่า ทำเรื่องมีค่า

    เราไม่ปล่อยให้น้ำก๊อกไหลทิ้ง เพราะเราไม่อยากจ่ายค่าน้ำเกินใช้จริง เวลาชีวิตก็เช่นกัน

    ใช้หนึ่งนาทีให้ครบหนึ่งนาที

    ใช้หนึ่งวันให้ครบหนึ่งวัน

    ใช้หนึ่งชีวิตให้ครบหนึ่งชีวิต

    อย่าให้ ‘เสียของ’ มีสองชาติก็ใช้สองชาติ มีสามชาติก็ใช้ทั้งสามชาติ ‘จัดเต็ม’ ไปเลยโดยไม่ต้องเกี่ยงตัวเลขอายุเรา

    เพราะถึงเราจะอายุยืนกว่าคนโบราณสามเท่า แต่สามชีวิตนี้เป็นแค่พริบตาเดียวในเวลาของโลก แวบเดียวมันก็ผ่านพ้น

    วินทร์ เลียววาริณ
    5-3-26

    อ่านฉบับเต็มได้ในหนังสือ ความสุขเล็ก ๆ ก็คือความสุข
    57 บทความกำลังใจสั้นและยาว ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 3.3 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/165/ความสุขเล็ก%2520ๆ%20ก็คือความสุข 

    2
    • 0 แชร์
    • 37

บทความล่าสุด