• วินทร์ เลียววาริณ
    19 วันที่ผ่านมา

    ผมเกิดในครอบครัวสิบพี่น้อง ข้างบ้านผมมีลูกสิบสามคน บ้านถัดไปมีแปดคน ในสมัยก่อนแต่ละบ้านในสมัยนั้นมีลูก 8-10 คนเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง รัฐบาลรณรงค์ให้มีลูกกันมาก ๆ บางปีก็มอบรางวัลแก่ ‘แม่ลูกดก’ ด้วย!

    สำหรับคนยุคนี้ การเลี้ยงลูกสักสิบคนคงเป็นนรกแน่ ๆ! แต่ในสมัยโน้นชาวบ้านเดินดินทั่วไปต้องทำงานตัวเป็นเกลียวเช้าจรดค่ำ ไม่ค่อยเหลือเวลามาอบรมลูกเป็นรายตัว ก็เลี้ยงลูกแบบ ‘ตายก็ตาย รอดก็รอด’ ให้รับผิดชอบตัวเอง กินข้าวไม่ต้องป้อน ถึงเวลาไปโรงเรียนก็ไป ลูกคนไหนเกเรก็หวดด้วยไม้เรียวสักที ก็ไม่เห็นมีใครเสียเด็กสักคน!

    สมัยนี้เลี้ยงลูกคนเดียวยากเหลือประมาณ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงิน! ลูกบังเกิดเกล้าอยากได้อะไร ก็ถวายให้หมด เด็กเดี๋ยวนี้จำนวนมากอายุสิบขวบแล้วยังต้องป้อนอาหารให้ จะกินข้าวทีก็ต้องไล่ป้อนไปทั่วบ้านหรือหลอกล่อด้วยรางวัล บางคนอายุสิบห้ายังผูกเชือกรองเท้าไม่เป็น เพราะมีคนใช้ทำให้ทุกวัน บวกกับสิ่งเร้าที่มากกว่าสมัยก่อน ทำให้ดูเหมือนว่ามีโอกาสที่จะเสียเด็กหรือ ‘สปอยล์’ มากขึ้น

    การเลี้ยงเด็กก็ไม่ต่างจากการเลี้ยงต้นไม้ในสวน ยิ่งประคบประหงมยิ่งทำให้อ่อนแอ พึ่งตัวเองไม่เป็น มองไปรอบตัว เราเห็นผลผลิตมากมายจากระบบ ‘ประคบประหงม’ เติบโตขึ้นเป็นพวกพึ่งตัวเองไม่เป็นและไม่คิดพึ่งตัวเอง คิดเป็นอย่างเดียวคือขอจากคนอื่น แก้ปัญหาด้วยการยืมเงิน ขอเงิน และขายของเก่ากิน

    นาน ๆ เข้าก็ฝังรากเป็นนิสัย วัฒนธรรม ‘แบมือขอ’ หยั่งรากไปทั่ว มันเกิดขึ้นทุกที่ทุกระดับ ตั้งแต่ปัจเจก องค์กร ไล่ไปจนถึงระดับประเทศ

    มีตัวอย่างองค์กรมากมายที่บริหารขาดทุนทั้งปีทั้งชาติ แล้วขอให้รัฐช่วยค้ำจุน ด้วยเหตุผลคลาสสิกว่า “ถ้าไม่ช่วยเรา มันจะล้มไปทั้งระบบนะ” ถ้าเป็นระดับประเทศ ก็ว่า “ถ้าไม่ช่วยเรา ประเทศคุณก็อาจจะล้มไปด้วยนะ”

    ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นไปอีก หลายประเทศในโลกใช้เงินอย่างไม่มีวินัยการคลัง ผลาญเงินภาษีของชาติไปกับโครงการประชานิยมต่าง ๆ  ป้อนถึงปากชาวบ้าน สร้างคนพันธุ์ใหม่ที่ทำอะไรเองไม่เป็น ลงท้ายประเทศทั้งประเทศก็ล่มจมได้ ทั้งที่เป็นแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

    นักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินหลายคนเชื่อว่าวิธีช่วยเหลือประเทศที่กำลังล้มคือปล่อยให้มันล้ม ตามหลัก ‘ตายก็ตาย รอดก็รอด’ ธรรมชาติจะหาทางออกของมันเอง!

    บางครั้งยิ่งให้เงินช่วยเหลือใคร ก็ยิ่งทำให้พวกเขาอ่อนแอ  เพราะใครคนหนึ่งไม่สามารถยืมเงินคนอื่นหรือขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไปทั้งชีวิต และก็ไม่มีของเก่าให้ขายไปตลอดชีวิต อีกประการ  ปัจเจกและองค์กรที่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วต้องมีคนช่วยแน่ ๆ มักไม่ทำงานเต็มที่สุดชีวิต

    ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลายบ้านหลายเมืองถูกทำลายจนสิ้นซาก บ้านแตกสาแหรกขาด คนจำนวนมากสูญเสียทุกอย่างในชีวิต ต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ คนที่ลุกขึ้นมาเดินหน้าได้เร็วกว่าคือคนที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถติดตัว ทรัพย์สินและความช่วยเหลืออย่างเดียวไม่อาจสร้างชาติขึ้นมาใหม่ได้

    ประเทศที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องมีทรัพยากรธรรมชาติมากมายมหาศาล หากจัดการไม่เป็น ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมายก็หมดไปได้ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือคุณภาพของคน การพัฒนาคนจึงสำคัญอย่างยิ่งยวด เริ่มที่ความรับผิดชอบต่อชีวิตตนเอง เพื่อเอาตัวรอดได้

    แต่การเอาตัวรอดไม่จำเป็นต้องทำอย่างยถากรรม สามารถกระทำโดยมียุทธศาสตร์ และยุทธวิธีที่ดีที่สุดก็คือการติดอาวุธทางปัญญา ปรับแต่ง ‘ยีน’ ของ ‘ต้นไม้’ แต่ละต้นให้แข็งแรงทนทานมากขึ้น เรียนเพื่อรู้ เพื่อใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพื่อกระดาษอะไรสักแผ่น  
    เลี้ยงลูกกำกับการแสดงอยู่ห่าง ๆ อย่างระมัดระวัง เมื่อลูกขอในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ก็ต้องรักษาจุดยืนมั่นคง แม้ลูกจะร้องไห้โวยวาย

    โบราณสอนว่าอย่าจับปลาให้ลูกหลานกิน แต่จงสอนวิธีจับปลาให้พวกเขา จะได้มีปลากินไปตลอดชีวิต สอนให้เด็กรู้จักความลำบากบ้าง จะได้เข้าใจว่าชีวิตไม่ได้มีแต่ด้านสวยงาม อาหารทุกมื้อรออยู่บนโต๊ะ เงินรออยู่ในตู้เอทีเอ็ม

    เพราะชีวิตไม่เคยแน่นอน เพราะสมบัติพัสถานที่พ่อแม่มีอาจหายไปเมื่อไรก็ได้ แม้แต่ประเทศที่อยู่อาศัยก็ล้มละลายได้ ดังนั้นหากไม่รู้จักด้านขรุขระของชีวิต และการใช้ชีวิตในสถานการณ์ลำบาก จะมีชีวิตรอดต่อไปอย่างไร

    สอนให้แต่ละคนต้องทำงาน ไม่พึ่งพาคนอื่น และเป็นอิสระ

    บางทีอิสรภาพที่แท้จริงของชีวิตอาจกินความกว้างกว่าแค่การไม่ถูกจองจำ แต่คือสามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

    และมีอะไรที่เป็นอิสระและน่าภูมิใจไปกว่าการยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้?

    วินทร์ เลียววาริณ
    18-3-26

    อ่านฉบับเต็มได้จาก ยาเม็ดสีแดง
    190 บาท 34 บทความ บทความละ 5.5 บาท
    https://www.winbookclub.com/store/detail/116/ยาเม็ดสีแดง 

    ชุดกำลังใจครึ่งโหล 6 เล่ม
    https://www.winbookclub.com/store/detail/217/S6%20ชุดกำลังใจครึ่งโหล 

    ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395 

    1
    • 0 แชร์
    • 37

บทความล่าสุด