• วินทร์ เลียววาริณ
    17 วันที่ผ่านมา

    ฝรั่งมีสแลงเรียกคนบัดซบว่า asshole ภาษาไทยที่ใกล้เคียงน่าจะเป็น 'ไอ้เหี้ย' หรือหากใช้ภาษาสแลงยุคนี้คือ 'ไอ้สัส'

    บางทีสัส (SAS) อาจจะย่อมาจาก Super ASshole

    เอาละ เราจะสร้างหนังสักเรื่องโดยให้ตัวเอกเป็น asshole ได้ไหม เพราะไม่มีคนดูไหนชอบคนนิสัยแย่แบบนี้ สตูดิโอใหญ่ๆ ที่ทำหนังตามกระแสคงไม่เอาด้วย ชอบพระเอกแบบ hero ไม่เอา anti-hero

    ก็คงเหลือแต่ A24

    A24 เป็นบริษัททำหนังที่รวมนักสร้างหนังอินดี้และหนังแปลกๆ หลายเรื่องทำเงินและได้รับรางวัลชั้นสูง เช่น Moonlight (2016), Lady Bird (2017), Uncut Gems (2019), Everything Everywhere All at Once (2022), Past Lives (2023), The Brutalist (2024), Civil War (2024) ฯลฯ

    และล่าสุด Marty Supreme

    คนทำหนังเรื่องนี้คือ Josh Safdie ผู้มักทำงานร่วมกับพี่ชายของเขา Benny Safdie รู้จักกันในวงการว่า Safdie brothers เช่น Good Time (2017), Uncut Gems (2019) (เคยรีวิว Good Time นานมาแล้ว)

    หลังจากนั้นสองพี่น้องก็แยกกันบินเดี่ยว นี่เป็นหนังบินเดี่ยวเรื่องแรกของ Josh Safdie

    ส่วนคนพี่ Benny Safdie หลายคนคงไม่คุ้นชื่อ แต่นอกจากเป็นผู้กำกับหนังแล้ว เขายังถูก คริสโตเฟอร์ โนแลน จับไปเล่นเป็น Edward Teller บิดาแห่งระเบิดไฮโดรเจนในเรื่อง Oppenheimer

    Marty Supreme เป็นหนังดรามาที่มีองค์ประกอบสำคัญคือกีฬาปิงปอง ใช้ฉากหลังสงครามโลกครั้งที่สองไม่นาน คือปี 1952 ตัวเอกเป็น anti-hero พฤติกรรมน่ารังเกียจ หรือ asshole

    นักแสดง Timothée Chalamet รับบทตัวละครคนนี้ได้ดี เขาแสดงได้ดีจนเราเกลียดตัวละครที่เขาสวมบท

    มาร์ตีเป็นคนที่เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เห็นแก่ตัว ไม่รับผิดชอบ

    ตัวละครแบบนี้ยากที่คนดูจะรัก ดังนั้นการดูหนังเรื่องนี้จึงต้องดูแบบมองในมุมของพระเจ้าคือ เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใจนิ่งๆ ดูพัฒนาการของตัวละครไปเรื่อยๆ

    ยากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้สนุกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือหนังนำองค์ประกอบที่ประหลาดหลายอย่างมารวมกันเป็นยำรสแปลก บางฉากแปลก แต่น่าสนใจ เช่น ฉากน้ำผึ้ง

    หนังแทรกซับพล็อตมากมาย ซึ่งบางเรื่องก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับแกนหลักเท่าไร (หมายความว่าหากตัดทิ้งไป ไม่ทำให้เรื่องเสีย) และมีความบังเอิญมาผสม แต่โดยรวม Marty Supreme เป็นหนังดึงความสนใจเราได้ตลอด

    หนังยาวมากสำหรับงานแบบนี้ ดูแล้วเหนื่อย แต่ก็รู้สึกดีในตอนจบ

    นี่ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน แต่คอหนังตัวจริงไม่น่าพลาด

    ในตอนท้าย ตัวละคร asshole มองโลกอย่างเข้าใจดีขึ้น เมื่อเขาต้องเจอ asshole คนอื่นๆ

    ฉากสุดท้ายหลอมความคิดทั้งหลายเข้าด้วยกันในฉากเดียว คล้ายชี้ว่า asshole ก็เปลี่ยนได้เมื่อความคิดตกผลึก

    ส่วน asshole หลายตัวที่ก่อสงครามในตะวันออกกลางตอนนี้ ฆ่าเด็กบริสุทธิ์ตายโดยไม่มีคำขอโทษ คงเกินเยียวยา

    9/10
    ฉายในโรงภาพยนตร์

    วินทร์ เลียววาริณ 
    19-3-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 42

บทความล่าสุด