• วินทร์ เลียววาริณ
    13 วันที่ผ่านมา

    ตอนผมเป็นเด็กนักเรียน การเขียนหนังสือ ทำการบ้าน ทุกอย่างทำด้วยดินสอเป็นหลัก

    เด็กทุกคนจึงต้องมีกบเหลาติดตัว

    กบเหลาที่เราใช้เมื่อห้าสิบปีก่อนไม่ต่างจากตอนนี้ ไม่ได้วิวัฒนาการไปจากเดิมเท่าไร เป็นแท่งเล็ก ๆ ฝังใบมีด มีรูให้เสียบปลายดินสอ ด้านหนึ่งเป็นช่องให้ไส้ดินสอออกมา

    ผมในวัยเด็กมักทึ่งว่ามันเป็นกลไกที่น่าอัศจรรย์ เสียบดินสอเข้าไปแล้วหมุนดินสอหรือกบ ไส้ดินสอก็ออกมาทางหนึ่ง  ความแหลมเท่ากันทุกครั้ง

    ต่อมาเห็นเพื่อนที่มีฐานะใช้กบเหลาแบบใหญ่ เป็นฐานมั่นคง มีที่เสียบดินสอ  ก้านหมุน เวลาใช้ก็เสียบดินสอ ยึดไว้ด้วยตัวหนีบ หมุนก้านเหลา เศษดินสอตกลงไปในกล่องใส เมื่อเต็มก็นำไปเททิ้ง

    เป็นกบเหลาที่เข้าท่ามาก เห็นแล้วอยากได้ แต่ไม่มีปัญญาซื้อ

    กบเหลาชนิดนี้ก็ไม่ได้วิวัฒนาการต่างจากเดิม

    บ้านผมเป็นร้านทำและซ่อมรองเท้า มีเครื่องมือมากมาย หนึ่งในนั้นเป็นมีดตัดรองเท้าทรงตัว L ใช้ตัดหนัง ด้ามจับไม้กับแผ่นมีดยาวแบนตั้งฉากกัน

    ตอนเด็กผมซนเอาการ ชอบเล่นเครื่องมือต่าง ๆ มักใช้มีดชนิดนี้เหลาดินสอ ทั้งที่มันไม่ได้ออกแบบมาให้ทำหน้าที่เหลาดินสอ

    วันหนึ่งเหลาอย่างไรไม่รู้ ไส้ดินสอแทงทะลุเล็บนิ้วหัวแม่มือ หักคาฝังอยู่ใต้เล็บ

    ยื่นมือให้พ่อแม่ดู ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับไส้ดินสอที่ฝังในเล็บและเด็กจอมซนคนนี้ดี

    ในที่สุดก็ต้องไปหาหมอ หมอบอกว่าไม่ต้องทำอะไร รอให้ขึ้นหนองก่อน

    ผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์ ก็เกิดหนองใต้เล็บสมดั่งคำพยากรณ์ของหมอ! คราวนี้เจ็บมาก นิ้วบวม กลับไปหาหมออีกครั้ง

    หมอไม่พูดพล่ามทำเพลง คว้ากรรไกรขนาดเล็กที่คมมาก ตัดเล็บฉับ ๆ โดยไม่มีคำปลอบโยน ไม่มียาชาใด ๆ ตัดเล็บอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ไม่มองหน้าเด็กที่ตาละห้อยอยู่ ความเจ็บไม่ต้องพูดถึง รู้ตัวอีกทีเล็บหายเกลี้ยงไปจากนิ้วหัวแม่มือ ยังไม่หมดเวรกรรม หมอขูดหนองออก แล้วใส่ยา พันผ้าไว้

    ยัง! ยังไม่หมดเวรกรรมเท่านั้น หลังจากนั้นทุกวันหลังเลิกเรียน ก็แวะร้านหมอเปลี่ยนผ้าพันแผล แรก ๆ ทุกครั้งที่แกะผ้าออก ก็ร้องโอย ๆ เพราะผ้าเกาะติดกับแผล ผ่านไปนับเดือนแผลจึงแห้ง หลังจากนั้นก็รอเล็บใหม่งอก กินเวลาหลายเดือนกว่าเล็บจะเข้าที่

    ตั้งแต่นั้นมาก็เลิกยุ่งกับ ‘กบเหลา’ แบบนี้ไปจนตาย

    กบเหลาแบบต่อมาที่ผมทึ่งคือกบเหลาไฟฟ้า เสียบปลายดินสอเข้าไปปุ๊บ แหลมปั๊บ เหมือนเนรมิต

    ช่างเป็นประดิษฐกรรมที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้

    เมื่อเรียนสถาปัตย์ ดินสอไม้กลายรูปเป็นดินสอกดไส้ แต่กระนั้นก็ยังต้องเหลา หน้าตากบเหลาเป็นกระปุก ด้านบนมีรูให้เสียบปลายไส้ดินสอ สามารถยึดกับโต๊ะ เวลาเหลาก็เสียบไส้ลงไป แล้วหมุนปากกาเป็นวง ก็เข้าท่าเหมือนกัน

    เมื่อเข้าสู่โลกของการออกแบบโฆษณาและกราฟิก ดีไซน์ ก็ ‘back to basic’ หวนกลับมาใช้ดินสอไม้ตามเดิม คราวนี้ใช้มีดคัตเตอร์ธรรมดาเหลา

    ผมรู้สึกว่าการเหลาดินสอเป็นการทำสมาธิที่ดีอย่างหนึ่ง ค่อย ๆ ปาดใบมีดไป แล้วหมุนดินสอ เพ่งอยู่ที่ปลาย มิเช่นนั้นอาจบาดเจ็บได้

    ดินสอเป็นประดิษฐกรรมที่ยอดเยี่ยมชนิดหนึ่งของมนุษย์ ง่าย และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ จึงไม่แปลกที่แทบไม่มีวิวัฒนาการของดินสอ มันสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่แรกแล้ว

    ชีวิตก็เหมือนดินสอ ใช้ไปนาน ๆ ก็สั้นลง ๆ

    ชีวิตคนเราสำคัญที่หัวและหัวใจ

    หัวใจต้องอ่อนโยน แต่หัวต้องแหลมคมเสมอ

    นี่คือเหตุผลที่เราต้อง ‘เหลา’ หัวเป็นระยะ ให้สมองคมเสมอ

    หาความรู้ เปิดรับความรู้ใหม่ ๆ ครุ่นคิดพิจารณา วิเคราะห์เพื่อต่อความความคิดออกไป

    คนที่ปล่อยชีวิตไหลไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดเรียนรู้อะไรใหม่ ก็เท่ากับปล่อยชีวิตให้ทู่ ขีดเขียนอะไรก็ไม่แหลมคม

    และไม่มีสิ่งใดน่าเบื่อเท่าลายเส้นชีวิตที่ทู่แสนทู่

    วินทร์ เลียววาริณ
    24-3-26

    จาก 1 เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้
    61 บทความ 190.- บทความละ 3.1 บาท
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/150/1%20เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้ 

    ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395 

    1
    • 0 แชร์
    • 31

บทความล่าสุด