-
วินทร์ เลียววาริณ0 วันที่ผ่านมา
คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มี 4 คำถาม
1 ถ้าจำเป็นต้องทำงานที่ไม่ชอบ ขอมุมมองหรือวิธีจัดการครับ
2 วิธีการเขียน
3 ทำไมไม่วิจารณ์หนังไทย
4 ควรจดทะเบียนสมรสหรือไม่?อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69fc52ab1faad3bcc5ccf577
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1- แชร์
- 15
-

กวีรัตนโกสินทร์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เคยเปรยประโยคหนึ่งว่า “เดี๋ยวนี้มีแต่คนอยากเป็นนักเขียน ไม่ใช่นักอยากเขียน”
พูดง่ายๆ คือ มีคนจำนวนมากมองนักเขียนเป็น ‘สถานะ’ มากกว่า ‘งาน’
มีความแตกต่างใหญ่หลวงระหว่างสองคำนี้ ‘อยากเป็นนักเขียน’ คือการทำอะไรก็ได้ให้คนรับรู้ว่าตัวเองเป็นนักเขียน
ส่วน ‘อยากเขียน’ นั้นชัดเจนในตัวมันเอง คืออยากเขียน จะมีสถานะนักเขียนหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต คนอยากเขียนไม่ได้อยากเปลี่ยนสังคมหรือทำเพื่ออุดมการณ์อันยิ่งใหญ่หรอก แค่อยากเขียนบรรเทาอาการคันในหัว!
เขาตั้งข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งว่า “แปลกนะ คนที่อยากเป็นนักเขียนมักไม่ได้เป็น ส่วนคนที่ได้เป็นนักเขียนมักคือคนที่อยากเขียน”
ผมว่าไม่แปลก เพราะคนอยากเขียนอาจเขียนมากกว่า
อาการของคนอยากเขียนก็คล้ายๆ อาการของคนติดฝิ่น นั่นคือวันไหนไม่มีควันฝิ่นเข้าร่าง ก็เกิดอาการลงแดง อยากอาเจียน นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ตาขวางเหมือนหมาบ้า อยากกัดคน (เอ้อ! ผมไม่เคยเสพฝิ่นหรอก ฟังเขาเล่ามา แต่งเติมอีกนิดหน่อย!) ครั้นพอได้เขียนอะไรสักประโยคสองประโยค อาการก็ทุเลาลงทันตาเห็น
ถ้าวันไหนเขียนอะไรที่อ่านแล้วเข้าที ก็เหมือนเสพฝิ่นเต็มที่ มีความสุขชื่นมื่นรื่นเริงทั้งวัน
คนอยากเขียนมีลมหายใจได้ด้วยการเขียน มีสาระหรือไม่มีก็ช่าง แค่อยากเขียน เหมือนคัน ก็ต้องเกา
ดังฉะนี้ ใครอยากเขียน ก็เขียน อย่าเพิ่งรีบคิดไปไกลว่าจะพิมพ์งานที่ไหน จะขายได้กี่เล่ม จะสวมสูทตัวไหนไปรับรางวัล เขียนๆๆๆๆ เขียนให้หายคันในหัวใจ เขียนแล้วมีความสุขก็เท่ากับได้รับรางวัลเรียบร้อยแล้ว
อาจินต์ ปัญจพรรค์ แนะนำคนอยากเป็นนักเขียนว่า
“งานเขียนมิใช่ทางแก้ปัญหาของชีวิต งานเขียนไม่ใช่ขอนไม้ที่ลอยไปให้ผู้โดนมรสุมชีวิตเกาะพยุงชีพ ผมขอแนะนำว่าอย่าเป็นนักเขียนเพราะความทุกข์ร้อนเข็ญใจ จงอย่าเป็นนักเขียนเพราะต้องการความเมตตาสงสารจากใคร
"อักษรศิลปะเกิดจากดวงใจที่คร่ำครวญได้, แต่ร้อยบรรณาธิการผู้อารีรวมกันก็สร้างนักเขียนหนึ่งคนไม่ได้ จงเขียนด้วยใจรักงานเขียน เขียนด้วยความเพียร เขียนด้วยความทนทาน ความรักในการเขียนจะให้ศิลปะ ความเพียรให้ผลงาน ความทนทานให้พลังที่จะเดินทางไปข้างหน้าเมื่อได้เป็นนักเขียน”
เขียนด้วยความทนทาน!
ความจริงคือคนที่ไม่ได้เป็นนักเขียนร้อยละร้อยไม่ใช่เพราะเขียนแย่ แต่เพราะเลิกล้มกลางคัน เพราะจะเป็นนักเขียนต้องทนทานเหมือนยางรถยนต์ แล่นไปได้ทุกสภาพถนน ทุกสภาพดินฟ้าอากาศ หมุนไปข้างหน้าตลอดเวลา
> บางท่อนจาก เขียนไปให้สุดฝัน - วินทร์ เลียววาริณ (พิมพ์ครั้งแรก 2558)
0 วันที่ผ่านมา -

วันก่อนผู้อ่านบางคนเปรยว่าเข้าห้องสมุดประชาชนอนงคาราม ทำให้ผมนึกว่ามีความหลังกับห้องสมุดแห่งนี้
ความหลังที่ไม่มีวันลืม!
เมื่อผมเป็น ‘บ้านนอกเข้ากรุง’ เดินทางสู่เมืองหลวงเป็นครั้งแรก สถานที่แรกที่ผมสอดส่ายสายตามองหาคือห้องสมุด เพราะอยากอ่านนิยาย
ก็พบอยู่หลายที่ เช่น หอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดประชาชนซอยพระนาง ห้องสมุดประชาชนปทุมวัน ห้องสมุดประชาชนอนงคาราม ห้องสมุดประชาชนสวนลุมพินี เป็นต้น
นอกจากนี้ก็มีหอสมุดกลาง จุฬาฯ มีหนังสือนวนิยายอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่มากนัก
สถานที่เหล่านี้กลายเป็น ‘แหล่งมั่วสุม’ ของผมไปโดยปริยาย ถ้าไปที่ห้องสมุดประชาชนปทุมวันในวันหยุด ก็นั่งอ่านนิยายจากเช้าถึงเที่ยง เบรกกินบะหมี่เป็ดในร้านแถวนั้น (อร่อยมาก) แล้วไปอ่านต่อ ถ้าไปที่หอสมุดแห่งชาติ ก็อ่านทั้งวัน
ส่วนห้องสมุดประชาชนอนงคารามมีความหลังฝังใจเป็นพิเศษ เพราะจะเข้าห้องสมุดแห่งนี้ ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไป
วันหนึ่งหลังจากออกมาจากห้องสมุด ก็พบว่ารองเท้าของผมหายไปแล้ว ขณะที่ดื่มด่ำกับรสอักษร ขโมยก็ฉกรองเท้าผมไป
จำไม่รู้ลืม เพราะต้องเดินออกจากวัดอนงคาราม ไปหาซื้อรองเท้าแตะราคาถูกคู่หนึ่งกลับบ้าน
แสบมาก ไอ้โจรขโมยรองเท้า!
วินทร์ เลียววาริณ
9-5-26หมายเหตุ อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้เล่าคือ ผมเคยเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียนแสงทองวิทยา ผมอาสาเป็นเพราะอยากอยู่กับหนังสือ ยืมกลับบ้านได้ทุกวัน
0 วันที่ผ่านมา -

วันนี้ไปซ่อมสุขภาพ น่าจะหลายวัน
จันทร์ 11 พฤษภาคม 2569
1 วันที่ผ่านมา -

เจ้าโจวเดินทางท่องแผ่นดิน จนกระทั่งในวัยแปดสิบจึงตั้งรกรากที่วัดเก่าแห่งหนึ่งชื่อ กวนยินเหยียน ทางตอนเหนือของจีน แล้วสอนธรรมไปอีกสี่สิบปี
สายทางแนวคิดของเจ้าโจวขาดตอนไปในภายหลังอันเป็นผลมาจากสงครามและการทำลายล้างวัดวาอารามในช่วงนั้น แต่วิธีคิดของท่านแทงทะลุใจ
เจ้าโจวกล่าวว่า "เซนก็คือจิตในทุก ๆ วันของเจ้านั่นเอง"
พระใหม่รูปหนึ่งกล่าวกับอาจารย์เจ้าโจวว่า "ท่านอาจารย์ อาตมาเพิ่งมาใหม่ในวัดนี้ โปรดสั่งสอนอาตมาด้วย"
เจ้าโจวถามศิษย์ใหม่ว่า "เจ้ากินข้าวต้มแล้วหรือยัง?"
"กินแล้ว"
"เช่นนั้นก็จงไปล้างชามเสีย"
ด้วยประโยคนี้ ศิษย์ใหม่ก็บรรลุธรรม
บทสนทนานี้กลายเป็นโกอานที่มีผู้พูดถึงมากที่สุดบทหนึ่ง แม้ฟังดูง่าย แต่ก็มีการตีความหลายอย่าง เช่น วิถีเซนก็คือวิถีชีวิตสามัญธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ ผู้รู้บางท่านตีความว่า ปริศนาธรรมนี้ว่าด้วยการอยู่กับปัจจุบัน การกินข้าวต้มเป็นอดีตไปแล้ว ให้อยู่กับปัจจุบันคือการล้างชาม นั่นคือเวลาไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีแต่เวลาที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เป็นการใช้ชีวิตทีละนาที ไม่ข้ามขั้น
............................
วินทร์ เลียววาริณ
10-5-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1 วันที่ผ่านมา -

ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวพะงัน ปาย เยอะ ก็คงรู้นะว่ากำลังพูดเรื่องอะไร ไม่อยากเอ่ยบางชื่อบางประเทศ เดี๋ยวถูกมิสเตอร์อัลกอรึธึมเพ่งเล็ง
สมัยผมเป็นเด็ก มีหนังฝรั่งเรื่องหนึ่งชื่อ Exodus มาฉายบ้านเรา เด็กๆ ไม่รู้หรอกว่าเป็นหนังอะไร แต่พระเอก พอล นิวแมน หล่อ นางเอกสวย เพลงไพเราะมาก เท่านี้ก็พอแล้ว
เพลงประกอบหนังชื่อ Theme of Exodus หรือ This land is mine ไพเราะ เด็กนักเรียนบางคนนำไปร้องในชั้นเรียนวิชาดนตรี
เนื้อเพลงท่อนเปิดคือ
This land is mine, God gave this land to me
This brave, this ancient land to me
And when the morning sun reveals her hills and plains
Then, I see a land where children can run freeExodus เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างรัฐใหม่อิสราเอล อาจเรียกว่าเป็นการ 'ให้การศึกษา' คนดูทั่วโลกให้รู้จักรัฐใหม่นี้ โดยใช้ภาพยนตร์เป็นหัวหอก
หลายปีต่อมา พอล นิวแมน ให้สัมภาษณ์ว่าเขาเสียใจที่เล่นหนังเรื่องนี้
ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองพวกยิวถูกนาซีฆ่า ชาวยิวสองหมื่นคนหนีไปลี้ภัยที่เซี่ยงไฮ้ เพราะทางการจีนอนุญาตคนหนีร้อนมาพึ่งเย็น พื้นที่ที่พวกลี้ภัยอยู่เรียกว่า The Shanghai Ghetto
เมืองไทยก็เช่นกัน คนไทยไม่ใช่คนไร้เมตตา ใครตกทุกข์ได้ยาก ก็มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารเสมอ
แต่ถ้ามายุ่งวุ่นวาย ป่วน คิดว่าเมืองไทยเป็นของตาย จะทำอะไรก็ได้ หรือเอ่ยประโยค "This land is mine" คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยสบายใจ
โดยเฉพาะทัศนคติคนอิษราเอร 82 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์ และเห็นด้วยกับการก่อสงครามอิหร่าน ฆ่าเด็กไม่กี่ขวบ เพื่อจะขยายดินแดนโดยอ้างพระคัมภีร์ว่าเป็น 'แผ่นดินพันธสัญญา' บอกตรงๆ เราไม่อยากต้อนรับคนไร้หัวใจแบบนี้ ไม่ว่าจะมีเงินมากแค่ไหน
เมืองไทยกับนโยบายฟรีวีซ่าเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสายพันธุ์กเฬวรากมารวมกันที่นี่ คนไทยกลุ่มหนึ่งต้องการแต่เงิน หลับตาไม่มองภาพรวม
ผมไม่ได้กลัวคนพวกนี้มายึดบ้านเราหรอก ผมกลัวคนไทยสายพันธุ์โลภมากกว่า
ถ้าไม่ระวัง วันหนึ่งเราคงได้ดูหนังเรื่อง แผ่นดินพะงันธสัญญา
เพลงประกอบเริ่มต้นว่า "Thailand is mine, Thais gave this land to me"
วินทร์ เลียววาริณ
8-5-261 วันที่ผ่านมา
