• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    ผมเห็นสัญลักษณ์จราจรตารางทแยงสีเหลือง (yellow box junction) ครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อไปทำงานที่นั่นราวปี 1980

    ต่อมาก็เห็นที่ญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ

    yellow box junction ออกแบบโดยชาวอังกฤษในปี 1967 เป็นเส้นสีเหลืองตีทแยงสะดุดตา จุดหมายคือไม่ให้เกิดการติดขัด (gridlock) ตรงจุดแยก เพราะเมื่อเกิดรถติดที่แยกใดแยกหนึ่ง ก็จะส่งผลกระทบไปที่เส้นที่รถไม่ติดด้วย

    จะว่าไปแล้ว หลักของ yellow box junction ก็น่าเป็นไปตามทฤษฎี Butterfly Effect นั่นคือการที่การจราจร ณ จุด ก. ติดขัดอาจส่งผลให้จุด ข. ติด

    จุด ข. ก็ส่งผลต่อไปที่จุดอื่น ไปเรื่อยๆ เป็นลูกโซ่

    ถ้าจุด ก. โล่ง ก็อาจทำให้การจราจรในมุมอื่นของเมืองที่ดูไม่เกี่ยวกัน โล่งไปด้วย

    วิธีปฏิบัตินั้นง่ายมากคือ ห้ามจอดรถบนตารางทแยงเหลืองนี้เด็ดขาด

    หากผู้ใช้ถนนทุกคนเคารพกฎ yellow box junction สภาวะรถติดจะลดลงทันตามเห็น เพราะทุกองค์ประกอบบนท้องถนนทำหน้าที่เหมือน Butterfly Effect ดีจุดหนึ่งก็ส่งผลดีอีกจุดหนึ่ง ไล่ไปเรื่อยๆ

    ตรงกันข้าม จอดรถทับตารางทแยงเหลืองที่จุดหนึ่ง อาจทำให้ทั้งเมืองเป็นอัมพาตอย่างไม่น่าเชื่อ

    เป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม

    เมื่อใช้ได้ผล yellow box junction ก็แพร่หลายไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

    แต่ผมไม่ค่อยเห็นสีเหลืองของเส้นในบ้านเรา เพราะมักมีรถยนต์จอดทับอยู่เสมอ

    ไม่รู้พวกนี้สอบผ่านใบขับขี่มาได้อย่างไร เจอเส้นสีเหลืองเป็นต้องแล่นไปทับ

    สงสัยคนขับคิดว่าเป็นฝูงงูเหลือมสีเหลืองกำลังจะทำร้ายคน

    ข่าวดีคือเมื่อวานนี้มีหลายคนถ่ายรูปหลายมุมในเมือง ชาวบ้านเห็นเส้นสีเหลืองชัดๆ อีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ บรรดาผู้ใช้ถนนกลับตัวกลับใจ เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

    คนไทยเรานี่ต้องล้มตายก่อน บาดเจ็บก่อน จึงค่อยเรียนรู้

    ส่วนจะเรียนรู้ได้สักกี่วัน ก็คอยดูกัน

    แล้วไม่ต้องเสียเวลา "ถอดบทเรียน" หรอกนะ เราไม่เคยจำอะไรได้

    เคี้ยกเคี้ยก

    วินทร์ เลียววาริณ
    19-5-26

    1
    • 0 แชร์
    • 26

บทความล่าสุด