• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    มีอยู่ปีหนึ่งพ่อไปทำธุระที่กรุงเทพฯ กลับมาพร้อมกับของเล่นสองชิ้น เป็นรถไฟกับรถยนต์สังกะสี มอบให้ผมกับน้องชาย เป็นของขวัญชิ้นเดียวที่เคยได้รับในวัยเด็ก

    แม้วัยเด็กของผมจะไม่มีของเด็กเล่นสำเร็จรูป แต่กลับไม่เคยขาดแคลนของเด็กเล่น

    ผมทำเองเล่นเอง โดยประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุที่มีอยู่ในบ้าน

    ที่บ้านผมเป็นร้านทำรองเท้า จึงมีกล่องรองเท้ามากมาย ผมชอบตัดฝากล่องเป็นช่องและพับมันให้ดูเหมือนกระจกหน้ารถ เจาะรู ใช้ไม้เสียบด้านล่าง ร้อยแกนหลอดด้ายที่ไม่ใช้แล้วเป็นล้อ ก็ได้รถยนต์หนึ่งคันมาเล่น เมื่อใช้กล่องรองเท้าลายต่าง ๆ มาทำ ก็ได้รถยนต์แบบต่าง ๆ ไม่ซ้ำกัน บางครั้งทำเรือ เครื่องบิน ร่มชูชีพ ฯลฯ

    วัยเด็กของผมผ่านไปกับเกมยุคเก่า นั่นคือเมืองไทยหลายสิบปีก่อนถึงยุคคอมพิวเตอร์เกม

    เกมที่เด็กแถวบ้านผมเล่นมีมากมาย เช่น เกมกระโดดเชือก ไม่ใช่เชือกจริง แต่เอาหนังยางรัดมาร้อยเป็นเชือก เด็กสองคนจับสองปลาย ให้เด็กที่เหลือกระโดดข้าม

    เกมลูกข่างก็เป็นที่นิยมของบรรดาเด็กชาย เราเล่นจนชำนาญ สามารถตวัดลูกข่างที่กำลังหมุนบนพื้นขึ้นมาหมุนต่อบนฝ่ามือได้

    อีกการเล่นหนึ่งคือเกมลูกแก้ว ขุดหลุมเล็ก ๆ แล้วขีดเส้นขวาง เล่นโดยทอยลูกแก้วข้ามเส้นไปเข้าใกล้หลุมมากที่สุด ลูกแก้วใครตกในหลุมคือแพ้  เมื่อทอยลูกแก้วมากจนบริเวณปากหลุมแออัดด้วยลูกแก้ว คนที่เหลือก็ดีดลูกแก้วของเพื่อนออก

    เกมง่าย ๆ เกมหนึ่งคือหมากเก็บ เล่นได้ทั้งคนเดียวและหลายคน ใช้กรวดก้อนกลม ๆ ห้าก้อนกับมือนี่แหละ มีการโยนกรวดขึ้นแล้วรับด้วยฝ่ามือคว่ำกับหงาย มีการโยนกรวดขึ้น แล้วใช้มือรวบกรวดทั้งหมดที่เหลือบนพื้นให้ได้ก่อนกรวดก้อนที่โยนขึ้นไปจะตกลงมา

    อีกเกมหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในภาคใต้ ใช้อุปกรณ์เป็นเรือไม้ที่มีหลุมจำนวนหนึ่ง ใช้ลูกแก้วเป็นหมาก เรียกว่าหมากขุม

    อีกการละเล่นหนึ่งที่นิยมเล่นกันคือกระโดดบนตาราง เริ่มโดยใช้ชอล์กตีตารางบนพื้น หรือหากเป็นพื้นทรายใช้ไม้ขีดเป็นรอย เป็นจำนวนหกช่อง ช่อง 1, 2 และ 4, 5 กระโดดด้วยเท้าข้างเดียว ช่องที่ 3, 6 ใช้สองเท้าได้

    บางช่วงเราเกลี่ยพื้นที่ส่วนหนึ่งของสนามฟุตบอลเรียบ เพื่อทำสนามแบตมินตันไว้เล่นกัน บางครั้งก็เล่นตะกร้อ ทั้งตะกร้อวงและตะกร้อข้ามตาข่าย ผมชอบดูลีลาการเตะของแต่ละคน แต่เตะเองไม่ค่อยได้เรื่อง

    ผมชอบเตะลูกขนไก่มากกว่า เราทำลูกขนไก่เอง โดยใช้ขนเป็ดขนห่านที่เลี้ยงไว้ นำมามัดรวมกัน ใช้เศษยางที่ทำพื้นรองเท้ามาตัดเป็นวงกลมขนาดใหญ่กว่าเหรียญบาทสมัยก่อนหน่อย ใช้ตะปูเสียบทะลุแผ่นยางเข้าไปในแกนขนเป็ด ก็จะได้ลูกขนไก่มาเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน ใครเตะประคองลูกขนไก่ได้นานที่สุดโดยที่มันไม่ตกพื้นคือผู้ชนะ

    ช่วงปิดเทอมใหญ่คือฤดูร้อน เป็นหน้าว่าว สนามฟุตบอลก็คือสนามเล่นว่าวของเหล่าเด็ก ๆ

    ไม่มีเด็กคนไหนซื้อว่าวสำเร็จรูปมา เราทำเอง เหลาไม้ไผ่เป็นแกน ผูกด้วยเชือก ขึงตึงเข้ารูป กลายเป็นว่าวปักเป้า สวยหรือไม่สวย จะขึ้นฟ้าหรือดิ่งดิน ขึ้นกับฝีมือแต่ละคน

    ครั้นตอนเย็น เด็ก ๆ ก็นำว่าวไปประลองยุทธ์กันที่สนามฟุตบอล ว่าวจำนวนมากเหนือสนามฟุตบอลเป็นภาพที่ตรึงใจผมมานานจนบัดนี้

    นอกจากทำว่าวแล้ว เรายังทำปืนมาทำสงครามกัน วิธีทำก็คือเลื่อยไม้อัดเป็นรูปปืนยาว ตัดติ่งไม้ขนาดยาว 2-3 นิ้ว รัดกับตัวปืนด้วยยางรัด เนื่องจากรัดด้วยเส้นยาง ทำให้ติ่งไม้นี้ขยับได้เมื่อกดปลายหนึ่ง ติ่งไม้นี้ทำหน้าที่เป็นไกปืน

    ปลายกระบอกปืนรัดด้วยยางอีกเส้นหนึ่ง สามารถรั้งดึงมาถึงไก เราเด็ดลูกตะขบ (ทางใต้เรียกลูกขบ) จากต้นตะขบแถวนั้น ลูกขบดิบสีเขียว ก้านของมันเหนียว เด็ดทั้งผลและก้าน เสียบก้านเข้าไปในไก ให้ไกหนีบก้านลูกตะขบไว้ รั้งหนังยางมาคล้องที่ลูกตะขบ เมื่อจะยิง ก็แค่กดไกไม้ หนังยางก็จะดึงลูกตะขบพุ่งไปข้างหน้าเหมือนกระสุน ถ้ายิงโดนคน ก็เจ็บบ้าง

    นอกจากทำสงครามกับคนแล้ว เรายังทำสงครามกับสัตว์ ข้าศึกของเราก็คือจิ้งจก ปลา นกกระจอก

    เด็ก ๆ ประดิษฐ์กล่องดักนกกระจอก เป็นกล่องไม้ฉำฉาไม่มีฝา ด้านหนึ่งเจาะรูพอให้มือล้วงผ่านได้ รูนั้นปิดด้วยผ้า คว่ำกล่อง สันหนึ่งวางบนพื้น อีกสันหนึ่งค้ำด้วยกิ่งไม้สูงสักคืบ ผูกเชือกกับกิ่งไม้นั้น ลากยาวไปยังที่ซ่อน โปรยเศษข้าวใต้กล่องไม้ แล้วรอนกมา

    เมื่อนกกระจอกเข้าไปจิกข้าวใต้กล่อง ก็ดึงเชือกเบา ๆ ไม้คว่ำหลุด กล่องก็ตกลงมาครอบนกกระจอกไว้ภายใน ล้วงผ่านรูไปจับนกกระจอกมาฆ่า จากนั้นก็ถลกหนังปิ้งกิน

    ข้าศึกอื่น ๆ ซึ่งตกเป็นเหยื่อของเราก็มีแมลงวัน ใช้ถุงพลาสติกครอบจับเป็น ๆ มาได้หลายสิบตัว แล้วนำไปถ่วงน้ำ หากเห็นหอยทาก ก็โรยเกลือใส่ ส่วนจิ้งจกบนกำแพงและเพดาน ก็ถูกเด็ก ๆ สอยลงมาด้วยหนังยาง ประลองความแม่นกัน โหดมาก! มันเป็นวัยซนจริง ๆ

    ทั้งเดือนมีนาคมและเมษายนเป็นวันหยุดยาว พวกเด็ก ๆ ก็เล่นตลอดสองเดือนอย่างมีความสุข

    ในที่สุดช่วงปิดภาคเรียนก็ถึงกาลอวสาน หลังจากปิดเทอมไปร่วมสองเดือน โรงเรียนก็เปิดอีกครั้ง

    ผมไม่ชอบวันที่ 17 พฤษภาคมเลย แต่บรรดาแมลงวัน จิ้งจก หอยทาก นกกระจอก ต่างชอบวันที่ 17 พฤษภาคมมาก

    เฮ้ย! ข่าวดีโว้ยพวกเรา พวกเด็กเปรตไปโรงเรียนแล้วโว้ย!

    วินทร์ เลียววาริณ
    25-5-26

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น สั่งได้จากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    0
    • 0 แชร์
    • 2

บทความล่าสุด