• วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ใกล้งานหนังสือทีไร ก็ต้องงัดปากกาทั้งหลายออกมาทำความสะอาด

    ผมมีหลายด้าม บางด้ามเซ็นจนพัง บางด้ามก็คุณภาพไม่ดี

    ปากกาที่ผมใช้เซ็นเป็นแบบ calligraphy หัวตัด เมืองนอกมีขายเยอะแยะ แต่ในไทย ไม่ค่อยมีคนสั่งมาขาย ไม่รู้ทำไม

    เซ็นด้วยปากกา calligraphy ได้ลายเส้นสวยกว่า เพราะมีความบางและความหนาในเส้นเดียวกัน ขึ้นกับเทคนิคการตวัดปากกา

    ซื้อปากกาพวกนี้ก็ต้องวัดดวงเหมือนกัน รุ่นเดียวกันแท้ๆ ความลื่นต่างกัน

    เสน่ห์อย่างหนึ่งของการเป็นนักเขียนคือ สามารถเซ็นชื่อบนหนังสือที่เขียนได้!

    นี่เป็นธรรมเนียมของฝั่งตะวันตก แต่ก็เข้ากับคนไทยได้อย่างดี

    ในเมืองนอก เมื่อออกหนังสือใหม่ นักเขียนมักพบผู้อ่านกลุ่มเล็กๆ ในร้านหนังสือ อ่านข้อความบางบทให้ฟัง ตามด้วยการมอบลายเซ็น

    ในเมืองไทย เราก็มีงานหนังสือที่ทำกิจกรรมนี้ได้ สำหรับผมไม่ชอบอ่านอะไรให้ใครฟัง ก็เซ็นอย่างเดียว

    สงสารคนฟัง กลัวจะหลับ หลับกลางที่สาธารณะคงไม่งามเท่าไร

    ตั้งแต่ผมเผลอมาเป็นนักเขียนอาชีพ ก็เซ็นชื่อบนหนังสือมามากมาย อาจถึง 1-2 แสนครั้ง เพราะเซ็นให้ทุกเล่ม ไม่เคยเกี่ยง

    ก็มีคนถามอยู่เรื่อยว่า ลายเซ็นนี่เซ็นเองหรือเปล่า พิมพ์มาจากโรงพิมพ์หรือเปล่า

    คำตอบคือลายเซ็นที่ปรากฏในหนังสือทุกเล่มของผม ผมเซ็นเองกับมือ ไม่ให้ใครเซ็นให้ ไม่มีการประทับตรายาง และโรงพิมพ์ก็ไม่ได้พิมพ์มา

    ผมเซ็นด้วยหมึกสีดำ ดูเผินๆ จึงเหมือนพิมพ์มา แต่หากส่องไฟดู จะเห็นรอยกดของปากกา

    บางเล่มก็มีรอยปากกากัดเนื้อกระดาษไปสัก 3-4 โมเลกุล ไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ก็ได้

    ถ้าเอากระดาษไปตรวจหาดีเอนเอ ก็จะได้ดีเอนเอของผม แต่กรุณาอย่าไปโคลนนะครับ คนเดียวก็กวนตีนแย่แล้ว

    เรื่องเซ็นชื่อเองนี้ผมซีเรียสมาก การให้คนอื่นเซ็นแทนนี้ ผิดจรรยาบรรณร้ายแรง โทษคือเครื่องประหารหัวสุนัขสถานเดียว

    หนังสือที่จำหน่ายในเว็บ ผมเซ็นไว้ล่วงหน้า เหนื่อยแค่ไหน ก็เซ็นเองทุกเล่ม บางทีหมึกหมด ก็จุ่มเลือดตัวเองเซ็น เอ๊ย! ไม่ใช่ ชักเว่อร์

    อีกเรื่องคือได้รับคำถามจากผู้อ่านอยู่เรื่อยว่า หนังสือที่บ้านไม่มีลายเซ็น เอาไปให้เซ็นได้ไหม

    ได้ซีครับ อุตส่าห์แบกมา ก็ซาบซึ้งใจแล้ว

    วินทร์ เลียววาริณ
    21-10-26

    1
    • 0 แชร์
    • 31

บทความล่าสุด