-
วินทร์ เลียววาริณ3 ปีที่ผ่านมา
หากใครถามว่าผมชอบเรื่องสั้นหักมุมจบที่ตนเองเขียนเรื่องไหนมากที่สุด ลำดับต้นๆ น่าจะเป็น มนุษยธรรม ในชุด สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง
ในเรื่องนี้ผมสร้างตัวละครตำรวจคนหนึ่งที่รักษาความซื่อสัตย์อย่างยิ่งยวด เพราะในตอนเด็ก บิดาของเขาเคยทำโทษเฆี่ยนเขาที่ลอกข้อสอบเพื่อน
บิดาของเขายกเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ แล้วบอกว่า "โลกนี้มีคนมากมายหลากเผ่าหลายพันธุ์ หน้าตา รูปร่างไม่ต่างกัน สิ่งเดียวที่ทำให้เราต่างกันอยู่ที่ค่าของคน และค่าของคนก็ขึ้นอยู่กับการเคารพสิทธิของตัวเองเท่านั้น ถ้าหากเราคิดว่าตัวเราเองไม่มีค่า เราก็ไม่มีค่า การไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเองก็คือการดูหมิ่นและละเมิดสิทธิของตัวเองอย่างแรง เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่าที่สมควรได้รับสิ่งดีๆ ในชีวิต ดังนั้นหากไร้ความซื่อสัตย์แล้ว ก็ไร้ทุกอย่าง แกเห็นด้วยไหม?”
ตัวละครตำรวจคนนี้พยักหน้า บิดาจึงกล่าวว่า “ในเมื่อแกเห็นด้วย พ่อจึงต้องเฆี่ยนแกเพื่อตอกย้ำให้แกจดจำคำพูดเหล่านี้เอาไว้โดยไม่มีวันลืม”
เมื่อไม้เรียวสัมผัสก้น เขามีแต่ความสำนึกตื้นตันที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อ ขณะเดียวกันก็น้อยใจที่เกิดมาเป็นคนจน เขาจะบอกพ่อได้อย่างไรว่า เขาลอกข้อสอบเพื่อนเพราะเขาแอบใช้เวลาเรียนเกือบทั้งหมดไปทำงาน และเขาไม่ต้องการเรียนซ้ำชั้นให้เป็นภาระของพ่อ
เรื่องที่บิดาของตัวละครคนนี้เล่าเป็นเรื่องในหนังสืออ่านธรรมจริยา เล่ม ๕ เขียนโดยเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี สมัยผมเป็นเด็ก เราเรียนเล่มนี้ในโรงเรียน
ขอยกเรื่องนี้มาให้อ่านทั้งเรื่องดังนี้
.............
หญิงหม้ายคนหนึ่งจอดแพที่พระนครศรีอยุธยา มีความประสงค์จะให้บุตรได้เล่าเรียนมีความรู้ จึงพาบุตรมาส่งที่สถานีรถไฟ จะให้ลงมาอยู่กับลุง และเรียนหนังสือในโรงเรียนที่กรุงเทพฯ
หญิงคนนี้เป็นคนจน ตั้งแต่สามีถึงแก่กรรมแล้ว ก็ได้อาศัยการค้าขายเลี้ยงตัวมา บัดนี้เก็บเล็กประสมน้อย ได้เงินพอตัดเสื้อตัดกางเกงให้บุตร และเหลืออีกนิดหน่อยก็สำหรับเป็นค่ารถไฟ และค่าหนังสือเท่านั้น
เมื่อพาบุตรมาตามทางจึงพูดแก่บุตรว่า "อายุเจ้าครบ ๑๒ ปี เมื่อวานนี้ ถ้าจะครบเอาพรุ่งนี้ก็จะดีทีเดียว จะได้เสียค่ารถไฟแต่เพียงครึ่งหนึ่ง เหลืออีกครึ่งหนึ่งเก็บเอาไว้ซื้ออะไรกินที่บางกอก
แต่นี่อายุเต็ม ๑๒ ปีเสียแล้ว จะต้องเสียเต็มราคาเท่ากับผู้ใหญ่ แม่ก็ไม่มีเงินจะให้สำหรับเจ้าไปซื้ออะไรกินอีก"
บุตรแหงนดูมารดาแล้วอ้อนวอนว่า "นอกจากค่าหนังสือและค่ารถไฟนี้ แม่จะไม่ให้ฉันมีเงินติดตัวไปบ้างสักนิดหน่อยหรือ" พูดดังนั้นแล้วก็ทำตาแดงๆ
มารดามีความเวทนา แทบจะให้เงินที่เหลืออยู่ไปแก่บุตรทั้งหมด แต่หากจนใจให้ไม่ได้ เพราะมีบุตรเล็กๆ ที่ต้องเลี้ยงอีกหลายคน จึงมิได้ให้
พอไปถึงสถานีไปขอซื้อตั๋วให้บุตรสำหรับไปกรุงเทพฯ เจ้าพนักงานขายตั๋วแลเห็นรูปร่างเด็กเป็นเด็กเล็กจึงถามว่า "ตั๋วเด็กครึ่งราคาหรือจ๊ะ"
หญิงหม้ายนิ่งอยู่สักครู่หนึ่ง ทำให้บุตรใจเต้นนึกว่ามารดาจะตอบแต่กระอ้อมกระแอ้มค่อยๆ ว่า "จ้ะ" หรือนิ่งเสียเป็นแต่เพียงพยักหน้ารับก็ได้ แต่มารดาก็หาได้ทำดังนั้นไม่ นิ่งอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วกลับตอบว่า "ไม่ใช่จ้ะ อายุเกิน ๑๒ ปีแล้ว ตามข้อบังคับของกรมรถไฟ เห็นจะต้องเสียเต็มราคาเหมือนผู้ใหญ่กระมัง"
เจ้าพนักงานก็ขายตั๋วอย่างสำหรับผู้ใหญ่ให้ หญิงหม้ายรับส่งให้บุตร แล้วกล่าวโดยยิ้มย่องว่า "ลูกเอ๋ย นี่แน่ะ ตั๋วกับคำจริง เก็บเอาใส่กระเป๋าไว้เถิด ดีกว่าได้เงินสองสามสลึง เพราะพูดปดหลอกลวงเขา"
พอส่งบุตรขึ้นรถไฟและลาจากกันเสร็จแล้ว รถไฟก็ออก บุตรรู้สึกในใจว่าที่มารดาบอกความจริงแก่เขานั้น เป็นการถูกแล้ว
ยิ่งเมื่อถึงกลางทางคนตรวจตั๋วมาขอดูตั๋ว ยิ่งรู้สึกว่ามารดาทำถูกยิ่งขึ้น เพราะถ้าถือตั๋วครึ่งราคา อันเป็นตั๋วไม่แสดงความจริงแล้ว จะแลดูหน้าคนตรวจตั๋วได้อย่างไร แต่นี่มีตั๋วที่แสดงความจริง ได้ชื่อว่าเป็นผู้เดินทางอันสุจริตแท้แล้ว จะดูหน้าใครๆ ก็ได้ ไม่ต้องมีความสะทกสะท้าน
เมื่อคนตรวจตั๋วส่งตั๋วคืนให้ แล้วพยักหน้าบอกว่า "ถูกต้องแล้ว"
คำนี้ดังก้องอยู่ในใจของเด็กนั้น ทำให้ไม่ลืมคำจริงของมารดาเลย
เมื่อรถไฟมาถึงกรุงเทพฯ เวลาค่ำ และเด็กนี้ได้พบกับลุงผู้มาคอยรับอยู่แล้ว จึงเดินตามลุงออกจากสถานี้ไป
เวลาส่งตั๋วคืนให้ที่ทางออก ถึงแม้ว่ากระเป๋าไม่มีเงินติดเลย ก็ได้รับความรู้สึกอิ่มใจเป็นอย่างยิ่ง ในการที่ไม่ได้หลอกลวงปิดบังเงินค่าโดยสารของกรมรถไฟไว้ครึ่งหนึ่ง
ต่อมาภายหลัง เมื่อเด็กคนนั้นจะแสดงสิ่งใดที่ไม่จริง ก็นึกถึงคำของมารดาที่สถานี และคำว่าถูกต้องแล้ว ของคนตรวจตั๋วในรถไฟได้เสมอ ทำให้แสดงความเท็จออกไม่ได้
บทเรียนใดในโรงเรียนทั้งหมดที่ได้เรียนนั้น ไม่มีอะไรจะมีราคามากกว่าบทเรียนที่ได้รับจากมารดา และใส่มาในกระเป๋าแทนเงินที่จะโกงกรมรถไฟได้ เมื่อครั้งขึ้นรถไฟจากสถานีพระนครศรีอยุธยามาแต่เล็กๆ นั้นเลย...........
ตำราเรียนในสมัยนั้นได้มาตรฐานทุกอย่าง ทั้งการใช้ภาษา การเล่าเรื่อง และคติสอนใจ
วินทร์ เลียววาริณ 24-2-23
1- แชร์
- 222
-

เมื่อวานนี้เกริ่นเรื่องเด็ก 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล วันนี้ขอขยายความนิด (ความจริงคือจะป้ายยา) เพราะหลายคนไม่รู้ว่าหนังสือชื่อแปลกๆ อย่างนี้เป็นหนังสืออะไร
ผู้อ่านที่อ่านงานของผมมานานย่อมรู้ว่า ผมสนใจเรื่องดาราศาสตร์ จักรวาลวิทยา กำเนิดมนุษย์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา วิวัฒนาการ กำเนิดอารยธรรม สังคม และศาสนา ฯลฯ มานาน เขียนและเทศน์เรื่องนี้บ่อยมาก จนบางคนสงสัยว่า "รู้ไปทำไม?"
คำตอบของผมคือ "เชื่อเถอะว่านี่เป็นเรื่องควรรู้ รับรองมันเปิดโลกเราจริงๆ"
ในความเห็นของผม หากต้องการจะเข้าใจโลกและมนุษย์จริงๆ ต้องอ่านจักรวาลวิทยา มันดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่โคตรเกี่ยวกัน
ผมอ่านหนังสือแนววิทยาศาสตร์ต้นฉบับภาษาอังกฤษมาก ตั้งแต่สมัยที่ทำงานที่นิวยอร์กจนกลับเมืองไทย เป็นขาประจำของ Asiabooks และ Kinokuniya เสียเงินไปเท่าไรก็ไม่รู้ ซื้ออ่านหมดชั้น
อ่านหนังสือแนวนี้มาหลายสิบปี ตั้งแต่อ่านไม่รู้เรื่องเลย จนพอรู้ เมื่อรู้แล้วก็ตื่นเต้น อยากถ่ายทอดออกไป เพื่อให้ความรู้ด้านนี้
เรื่องวิทยาศาสตร์และจักรวาลปกติเป็นงานที่คนสนใจน้อย ที่สำคัญคือเขียนให้สนุกยาก
แล้วทำไมต้องเป็นสนามฟุตบอล?
สนามฟุตบอลในชื่อเรื่องหมายถึงสนามฟุตบอลจริงๆ หลังบ้านเกิดของผมที่หาดใหญ่ เป็นที่ดินของการรถไฟ เมื่อฝนตกหนัก น้ำจะท่วมสนามฟุตบอล เมื่อนั้นก็ปรากฏปลามากมายมาแหวกว่าย ปลาเหล่านี้มาจากคลอง เมื่อน้ำท่วม ก็เชื่อมกันหมด
ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอลจึงเป็นอุปมา หมายถึงชีวิตที่มาในโลกนี้ ณ มุมนี้ของจักรวาลชั่วคราว
หนังสือชุดนี้มีสองเล่ม คือ ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล และ ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
บางคนอ่านไม่รู้เรื่อง บางคนอ่านแล้วชอบมากๆ บางคนบอกว่าอ่านแล้วหัวเปิด
หนังสือสองเล่มนี้พูดทุกเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลและมนุษย์ รวมวิทยาศาสตร์กับปรัชญา ทุกอย่างในนั้น
เมื่อพูดถึงปลาในสนามฟุตบอลแล้ว ก็มีนวนิยายจีนกำลังภายในที่ผมโยงเข้ากับชุดปลาจนได้ นั่นคือ สี่ภพ นวนิยายจีนกำลังภายในผสมไซไฟที่กินเวลาผมไป 5 ปี เป็นงานบูชาครู และเป็นงานสะสม เพื่อระลึกถึงวงการนิยายกำลังภายในในไทยเมื่อ 40-50 ปีก่อน
ทั้งสองชุดนี้เป็นงานคนละตระกูล แต่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน และน่าจะเปิดโลกเหมือนกัน
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/182/ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล
ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล https://www.winbookclub.com/store/detail/89/ปลาที่ว่ายนอกสนามฟุตบอล
สี่ภพ https://www.winbookclub.com/store/detail/255/สี่ภพ
งานหนังสือยังเหลืออีกสองวัน และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสั่งซื้อชุด 20 เล่ม 2,200.- (สั่งทางเพจ https://www.facebook.com/photo?fbid=1544866750335344&set=a.208269707328395 )
1 วันที่ผ่านมา -

นักศึกษาเซนต้องอยู่กับอาจารย์เซนนานอย่างน้อยสิบปีก่อนที่จะสอนใครได้
เท็นโนเพิ่งผ่านจากนักเรียนมาเป็นครู วันหนึ่งเขาไปเยือนอาจารย์นันอิน วันนั้นฝนตก ดังนั้นเท็นโนจึงสวมรองเท้าพื้นไม้ ถือร่มคันหนึ่ง
อาจารย์นันอินเอ่ยว่า "อาตมาเชื่อว่าท่านคงวางร่มของท่านในโถงทางเข้า อาตมาอยากรู้ว่าท่านวางร่มไว้ทางซ้ายหรือขวาของรองเท้า"
เท็นโนสับสนไปชั่วครู่ ไม่มีคำตอบทันที รู้ทันทีว่าตนเองยังไม่สามารถมีเซนได้ทุกขณะจิต
เขาฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์นันอิน และเรียนอีกหกปีเต็มจึงสามารถมีสติทุกชั่วขณะ
วินทร์ เลียววาริณ
5-4-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1 วันที่ผ่านมา -

ตลอดสี่สิบปีของชีวิตนักเขียน ผมเขียนหนังสือแต่ละเล่มโดยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตใคร อย่างมากที่สุดก็แค่เปลี่ยนมุมมองบางเรื่อง เช่น เรื่องไสยศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังพอเปลี่ยนเส้นชีวิตใครได้
ทว่านานๆ ทีก็มีผู้อ่านมาเล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของตนเปลี่ยนไปเพราะหนังสือบางเล่มของผม
ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าเขาเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์เพราะอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ สิขเรศ มาสนทนาด้วย เล่าว่าเขาเลือกเรียนฟิสิกส์สายอนุภาค เพราะในวัย 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นแรงบันดาลใจให้เดินไปทางสายนี้
เขาเรียนปริญญาตรีและโทด้านนี้ และกำลังจะไปเรียนปริญญาเอก
ชีวิตขลุกกับพวกอะตอม อนุภาคต่างๆ อิเล็กตรอน ควาร์ก โบซอน ฯลฯ เพราะเผลอไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ก็แปลกดี คาดไม่ถึงว่าเด็ก 11 ขวบจะอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล รู้เรื่องและอินขนาดนี้
และสามารถต่อยอดเรื่องที่อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกไกล แล้วรู้มากกว่าคนเขียนแล้ว
ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ประการหนึ่งเพราะเมืองไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์สาขานี้
ประการหนึ่งเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่อยอดความรู้
ประการหนึ่งเพราะอย่าประมาทว่าเด็กจะอ่านเรื่องยากไม่รู้เรื่อง
แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นวนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ควรใช้เป็นแรงบันดาลใจเลยคือ "เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ"
ถ้าขืนเจ้าชู้ประตูดินอย่างตัวละครในเรื่อง มีหวังอายุสั้นแน่ๆ
วินทร์ เลียววาริณ
4-4-261 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราหรือไม่ ถ้าไม่เคย ทำไมมีรายงานการพบ UFO บ่อยเหลือเกิน คนคงไม่ตาฝาดกันทั้งโลกกระมัง"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69cf88ba11bbea5bf0c61038
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ “ไม่ประสงค์จะออกนาม”
1 วันที่ผ่านมา -

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-262 วันที่ผ่านมา
