-
วินทร์ เลียววาริณ2 ปีที่ผ่านมา
(หมายเหตุ เห็น Netflix ยังฉายหนังเรื่องนี้อยู่ จึงแนะนำอีกหน)
หนังสือเล่มแรกๆ ที่ผมซื้ออ่านเองตอนเด็กด้วยเงินสะสมคือ อัศวินแห่งกษัตริย์อาร์เธอร์ แปลโดยนายตำรา ณ เมืองใต้ ราคาเล่มละ 5 บาท พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เลขที่ 599 ถนนไมตรีจิต (ผมจำแม้แต่เลขที่สำนักงานได้ เพราะเป็นผู้ผลิตนิตยสารชัยพฤกษ์) อ่านสนุกอย่างยิ่ง และทำให้หลงรักตำนานอัศวินโต๊ะกลม
ตัวละครหลักของเรื่องคือกษัตริย์อาร์เธอร์และเหล่าอัศวินของเขา คนที่โดดเด่นคือเซอร์แลนซล็อต เซอร์กาเวน เป็นต้น
นอกเหนือจากตำนานเรื่องอัศวินแห่งกษัตริย์อาร์เธอร์แล้ว ยังมีงานอีกชิ้นหนึ่งที่ถือเป็น spin-off เรื่องแรกๆ ของโลก คือ Sir Gawain and the Green Knight เป็นงานประพันธ์ในศตวรรษที่ 14
(มีสปอยเลอร์หนังสือ)
เนื้อเรื่องของ Sir Gawain and the Green Knight คือในวันคริสต์มาสปีหนึ่ง ขณะที่เหล่าอัศวินแห่งคาเมล็อตชุมนุมกินเลี้ยงกัน ชายชุดเขียวคนหนึ่งขี่ม้าเขียวก็ปรากฏตัว ถือขวานเล่มหนึ่ง Green Knight (อัศวินเขียว) บอกว่าเขามาเพื่อเล่นเกม เขาท้าเล่นเกมผลัดกันตัดหัวกับใครก็ได้ในที่นั้น โดยยอมให้ฝ่ายคาเมล็อตตัดศีรษะเขาก่อน แล้วในอีกหนึ่งปีให้หลัง ผู้ตัดหัวเขาต้องให้อัศวินเขียวตัดหัวบ้าง ณ จุดนัดพบคือ Green Chapel
อัศวินคนหนุ่มที่สุด ณ ที่นั้นคือกาเวนอาสาเล่นเกมนี้ เขาตัดหัวอัศวินเขียวขาดกระเด็น แต่ด้วยอำนาจเวทมนตร์ อัศวินเขียวที่หัวขาดแล้วกลับหยิบหัวขึ้นมา แลัวจากไป ผ่านไปหนึ่งปี กาเวนก็ไปตามนัด เขารู้ว่าการไปครั้งนี้หมายถึงความตาย เพราะมนุษย์ธรรมดาเมื่อหัวขาดก็ย่อมตาย แต่ด้วยความกล้าหาญ กาเวนก็ไปตามนัด
ระหว่างการเดินทาง กาเวนพบเจ้าของปราสาทกับภรรยา เขาพักอยู่ที่นั่นระหว่างรอนัดกับอัศวินเขียว เจ้าของประสาทบอกว่าจะล่าสัตว์ให้กาเวนทุกวัน แลกกับที่กาเวนมอบสิ่งที่เขาจะได้รับในปราสาท ภรรยาเจ้าของปราสาทพยายามล่อลวงกาเวน แต่กาเวนรักษาความมั่นคงทางใจ เขาไปไกลแค่รับจูบของนาง เมื่อเจ้าของปราสาทขอแลกของ กาเวนก็จูบเจ้าของปราสาท
กาเวนเดินทางไปถึงจุดนัดพบ และรอรับการตัดหัว แต่เมื่อขวานของอัศวินเขียวกระทบลำคอของเขา มันก็เป็นเพียงรอยแผลเล็กๆ ทั้งนี้เพราะอัศวินเขียวก็คือเจ้าของปราสาทที่ต้องการทดสอบจิตใจเขา
นี่จึงเป็นตำนานแห่งความกล้า การรักษาคำพูด และศักดิ์ศรีของอัศวิน
เอาละ ทีนี้สมมุติว่าเราเปลี่ยนเรื่องให้กาเวนไม่ได้กล้าหาญอย่างในตำนาน จะเกิดอะไรขึ้น?
(มีสปอยเลอร์หนัง)
นี่ก็คือคอนเส็ปต์ของเรื่อง The Green Knight หนังแฟนตาซีที่สำรวจจิตใจและพฤติกรรมของของมนุษย์
นี่ไม่ใช่หนังทริลเลอร์ ไม่ใช่หนังแอ็คชั่น ไม่ใช่หนังบู๊ มันเป็นหนังดูยากและไม่สนุก เหมือนดูหนังจิตวิทยาอย่าง Black Swan ผสม The Lighthouse เวอร์ชั่นอัศวิน
ฉากเด่นฉากหนึ่งของ The Green Knight อยู่ที่ช่วงท้าย ใช้กลวิธีนำเสนอเหมือนท่อนท้ายของเรื่องหนังของ Spike Lee เรื่อง The 25th Hour เมื่อ Brian Cox คุยยาวๆ กับ Edward Norton แบบ flash-forward ยาวเหยียดแล้วหักมุมจบ
The Green Knight เป็นภาพยนตร์สำหรับคอหนังแท้ ไม่ใช่สำหรับทุกคน หากใครต้องการดูหนังอัศวินบู๊แอ็คชั่น ไปดูเรื่อง First Knight (อาร์เธอร์รับบทโดย ฌอน คอนเนอรี) หรือ King Arthur (อาร์เธอร์รับบทโดย Clive Owen) เพราะ The Green Knight ไม่มีความสนุกเลย
อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์ของผมไม่ได้ให้คะแนนความสนุก แต่ให้คะแนนคุณค่าทางศิลปะ ด้วยเหตุนี้ แม้ The Green Knight เป็นหนังดูไม่สนุกในรอบปี กลับได้คะแนนสูง เพราะมีความแปลก สดใหม่ และกล้าหาญ
9/10
Netflixวินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์นี้ และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)
0- แชร์
- 47
-

ตลอดสี่สิบปีของชีวิตนักเขียน ผมเขียนหนังสือแต่ละเล่มโดยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตใคร อย่างมากที่สุดก็แค่เปลี่ยนมุมมองบางเรื่อง เช่น เรื่องไสยศาสตร์ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังพอเปลี่ยนเส้นชีวิตใครได้
ทว่านานๆ ทีก็มีผู้อ่านมาเล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของตนเปลี่ยนไปเพราะหนังสือบางเล่มของผม
ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าเขาเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์เพราะอ่าน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
เมื่อวานนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ สิขเรศ มาสนทนาด้วย เล่าว่าเขาเลือกเรียนฟิสิกส์สายอนุภาค เพราะในวัย 11 ขวบอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นแรงบันดาลใจให้เดินไปทางสายนี้
เขาเรียนปริญญาตรีและโทด้านนี้ และกำลังจะไปเรียนปริญญาเอก
ชีวิตขลุกกับพวกอะตอม อนุภาคต่างๆ อิเล็กตรอน ควาร์ก โบซอน ฯลฯ เพราะเผลอไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ก็แปลกดี คาดไม่ถึงว่าเด็ก 11 ขวบจะอ่าน ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล รู้เรื่องและอินขนาดนี้
และสามารถต่อยอดเรื่องที่อ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกไกล แล้วรู้มากกว่าคนเขียนแล้ว
ก็เป็นเรื่องน่ายินดี ประการหนึ่งเพราะเมืองไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์สาขานี้
ประการหนึ่งเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่อยอดความรู้
ประการหนึ่งเพราะอย่าประมาทว่าเด็กจะอ่านเรื่องยากไม่รู้เรื่อง
แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า นวนิยายเรื่องเดียวที่ไม่ควรใช้เป็นแรงบันดาลใจเลยคือ "เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ"
ถ้าขืนเจ้าชู้ประตูดินอย่างตัวละครในเรื่อง มีหวังอายุสั้นแน่ๆ
วินทร์ เลียววาริณ
4-4-260 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราหรือไม่ ถ้าไม่เคย ทำไมมีรายงานการพบ UFO บ่อยเหลือเกิน คนคงไม่ตาฝาดกันทั้งโลกกระมัง"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69cf88ba11bbea5bf0c61038
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ “ไม่ประสงค์จะออกนาม”
0 วันที่ผ่านมา -

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-261 วันที่ผ่านมา -
1 วันที่ผ่านมา -

ปิดรับออร์เดอร์โปรโมชั่นชุดเต็มกล่อง วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เพราะต้องส่งทางไปรษณีย์ก่อนงานเลิกวันที่ 6 เมษายน
รายการหนังสือ
1 รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง ราคาปก 195.-
2 ความฝันโง่ ๆ ราคาปก 185.-
3 เบื้องบนยังมีแสงดาว ราคาปก 185.-
4 อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ราคาปก 185.-
5 ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน ราคาปก 195.-
6 จุดเทียนทั้งสองปลาย ราคาปก 215.-
7 สองแขนที่กอดโลก ราคาปก 215.-
8 ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว ราคาปก 215.-
9 ในหลุมรัก ราคาปก 210.-
10 ยาเม็ดสีแดง ราคาปก 210.-
11 ความสุขเล็กๆ คือความสุข ราคาปก
12 สองปีกของความฝัน ราคาปก 190.-
13 หลับถึงชาติหน้า ราคาปก 245.-
14 บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเราเอง ราคาปก 215.-
15 1% ของความเป็นไปได้ ราคาปก 210.-
16 รอยยิ้มใต้สายฝน ราคาปก 210.-
17 คำที่แปลว่ารัก ราคาปก 190.-
18 โลกด้านที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ราคาปก 260.-ราคาปกรวม 3,620.-
แถม 2 เล่มคือ ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงพาไป และ เศษกระดาษมูลค่ารวมเล่มแถม = 4,010.-
ลดเหลือ 2,200.- (รวมค่าส่งแล้ว)เฉลี่ยเล่มละ 110 บาทเท่านั้น
สั่งซื้อได้ทางเดียวคือ inbox เฟซบุ๊คนี้
โอนเงินไปที่บัญชี "วินทร์ เลี้ยววาริณ ธนาคารกสิกรไทย สาขาพัฒน์พงศ์ 018-2-85554-5"
ส่งภาพหลักฐานการโอนมาด้วย เพื่อให้รู้ว่าเป็นลูกค้าคนใดหมายเหตุ หากเล่มใดขาด จะแทนด้วยเล่มที่มีมูลค่าใกล้เคียง
2 วันที่ผ่านมา
